WooHoney

[SF] The Triangle

posted on 14 Apr 2012 19:22 by woohoney  in SmileJunho, SweetKhunnie, WooHoney  directory Fiction
 
 
 
 
 
 
The Triangle
Pairing: KhunWoo, KhunHo
Genre: Agnst
Rate : R
 
 
 
 
 
 
 

First angle: Wooyoung

 

 

อูยองเพิ่งวางสายจากน้องชายของเขา จุนโฮเด็กกว่าเขาสองปี เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัย และกำลังเริ่มต้นใช้ชีวิตในอีกช่วงวัยหนึ่ง จุนโฮเป็นคนที่สดใส และมักมองโลกในแง่ดีเสมอมา มันเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็เป็นอันตรายได้เหมือนกัน เป็นสมัยมัธยมปลายที่จุนโฮได้รู้จักคำว่าความรักเป็นครั้งแรก และมันก็มาพร้อมคำว่าอกหักเป็นครั้งแรกเช่นกัน อาจจะโชคร้ายหน่อยที่มันไม่ใช่แค่ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิก แต่มันเป็นการหลอกลวงที่เจ็บแสบ ตั้งแต่นั้นมาอูยองถึงต้องเป็นคนปกป้องจุนโฮ คอยดูแลใครก็ตามที่เข้ามาตีสนิท เพราะเมื่อจุนโฮรักใคร เขารู้ว่าจุนโฮจะทุ่มเทเพื่อคนๆนั้น และเมื่อจุนโฮต้องผิดหวัง เขาได้เห็นผลของมันแล้วว่ามันทำร้ายจุนโฮได้รุนแรงแค่ไหน และเขาทำอะไรไม่ได้เลย เมื่อน้องชายของเขาจมลงในความเจ็บปวด เหมือนกับว่าต่อให้เขายื่นมือลงไป เขาก็ไม่เคยมีแรงมากพอ ไม่เคยเลยที่จะดึงจุนโฮให้ลุกขึ้นมาได้ เขาถึงเป็นกังวลที่จุนโฮบอกว่าจุนโฮกำลังคบกับใครคนหนึ่ง เขาอาจจะคิดไปเอง ไม่มีเหตุผลเลย จุนโฮโตแล้ว และมีสิทธิจะรักใครก็ได้ แต่เขาก็อดห่วงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อจุนโฮจริงจังถึงขั้นย้ายไปอยู่ด้วยกัน

 

 

“ผมอยากให้ฮยองมาเจอเขานะครับ ผมรู้ว่าฮยองเป็นห่วงผม แต่ถ้าฮยองได้เจอเขา ฮยองจะต้องชอบเขาครับ”

“ก็ได้ จุนโฮ ฉันจะให้โอกาสเขาดู”

อูยองนึกภาพดวงตายิ้มได้ของจุนโฮ

“งั้นฮยองมาเจอเราเย็นนี้นะครับ มาทานข้าวด้วยกัน”


อูยองถอนหายใจ เขามองนาฬิกา อีกสองชั่วโมงถึงจะเป็นเวลาเลิกงาน แต่เขากลับไม่มีสมาธิเลย

 

 

จุนโฮยืนขึ้นและโบกมือให้ เมื่อเขาเข้ามาในร้าน จุนโฮนัดเขาในร้านอาหารตะวันตก ดูไม่ค่อยเป็นจุนโฮที่เขารู้จักเท่าไหร่ เพราะจุนโฮชอบอาหารเกาหลีมากกว่า เขาถอดเสื้อนอกออกเมื่อพบว่าในร้านถูกอุ่นด้วยเครื่องทำความร้อน เขาเดินไปหาจุนโฮ หัวใจเต้นหวิวๆอย่างประหลาด บางทีอาจเป็นเพราะกาแฟที่เขาชงกินเมื่อตอนบ่าย ที่โต๊ะมีชายอีกคนนั่งอยู่ด้วย ชายที่จุนโฮคบอยู่ และเมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา อูยองก็รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่รบกวนสมาธิเขามาทั้งวัน

 

 

“อูยอง นี่นิชคุณ นิชคุณ นี่พี่ชายผมครับ” เสียงของจุนโฮที่แนะนำพวกเขาให้รู้จักกันลอยมาเหมือนเสียงจากลำโพงเก่าๆที่ติดๆดับๆ

 

 

นิชคุณยื่นมือมาจับมือเขา อูยองรู้สึกเหมือนโดนตบจนหน้าชา มันอาจเป็นเรื่องตลก อาจมีใครกำลังล้อเล่นกับเขา อาจมีกล้องซ่อนไว้อยู่แถวนี้ หรือความเพ้อฝันของเขากำลังเพิ่มความเพี้ยนขึ้นไปอีกระดับ เขาอยากจะคิดว่าเป็นเช่นนั้น แต่เขารู้ว่านี่คือเรื่องจริง คนที่อยู่ตรงหน้าเขา คือ นิชคุณ

 

 

จุนโฮกำลังมีความสุข อูยองดูออก เมื่อจุนโฮมีความรัก เขาจะยิ้มอย่างมีความสุข ใบหูจะเป็นสีแดง และดวงตาเรียวเล็กก็จะยิ้มจนเป็นเส้นเดียว จุนโฮเล่าให้เขาฟังเรื่องนิชคุณ พ่อของนิชคุณทำงานด้านการทูต ชีวิตในวัยเด็กของเขาเดินทางมาหลายประเทศ นิชคุณเคยมาเรียนที่เกาหลีพักนึง แต่ก็ต้องย้ายตามพ่อไปยังประเทศอื่น นิชคุณเป็นช่างภาพอิสระ เขามาถ่ายภาพในงานการกุศลที่จุนโฮเป็นอาสาสมัคร อูยองพยักหน้าตามคำพูดของจุนโฮ ขานรับ และซักถามเป็นบางครั้ง เพื่อแสดงว่าเขากำลังสนใจฟังอยู่ ถึงแม้จริงๆแล้วจะไม่ใช่เลย เขาปล่อยให้เรื่องพวกนั้นลอยผ่านไป เพราะมันล้วนแต่เป็นเรื่องที่เขารู้อยู่แล้วทั้งนั้น

 

 

อูยองใช้ผ้าเช็ดปาก

“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

 

 

 

ภาพในอดีตที่วิ่งย้อนขึ้นมาทำให้เขาคลื่นไส้ อูยองยืนพะอืดพะอมขณะจ้องมองเงาตัวเองในกระจก อูยองเมื่อหกปีที่แล้วกลับคืนมา อูยองที่ยังเด็กและโง่เขลา

 

“ทำไมนายถึงชอบถ่ายรูป”

“รูปถ่ายมันไม่ได้เก็บแค่ภาพหรอกนะ สำหรับฉันมันเก็บเรื่องราว เก็บความรู้สึก เมื่อฉันหยิบมันขึ้นมาดูอีกครั้ง มันก็เหมือนกับว่าฉันกำลังอ่านไดอารี่ ไดอารี่ที่ไม่มีตัวอักษร”

 

เขาเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยนิสัยชอบเก็บตัวของเขา ทำให้เขาสนิทกับใครได้ยาก แต่เขาก็มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง พวกเขาเรียนด้วยกัน และสนิทกันอย่างรวดเร็ว มันควรเป็นแค่นั้น ตอนแรกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่เข้าใจมันเลย อาจเป็นเพราะความเหงา ความเคว้งเคว้ง หว้าเว้ หรือแค่อารมณ์นึกสนุกอยากจะเล่นอะไรแปลกๆ พวกเขาเริ่มจากจูบกัน การกอดก่ายและเล้าโลม ช่วยเหลือกันหากอีกคนมีความต้องการขึ้นมา พวกเขาตกลงกันว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก และมันจะเป็นเรื่องทางกายเท่านั้น เริ่มจากใช้มือ ใช้ปาก และในที่สุดมันก็กลายเป็นเซ็กส์ พวกเขาเป็นชายหนุ่ม เด็กวัยรุ่นมหาลัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์ทางเพศ พวกเขาย้ายมาอยู่ด้วยกัน เคยแม้กระทั่งโดดเรียนไปทั้งอาทิตย์เพื่อไปเช่าห้องในโรงแรมเล็กๆต่างจังหวัด มันทั้งเล็กทั้งแคบแต่พวกเขาจะสนอะไร ในเมื่อพวกเขาแทบไม่ลุกขึ้นจากเตียงด้วยซ้ำ ราวกับว่าร่างกายมันมีแรงดึงดูดเข้าหากัน พวกเขาร่วมรักกันครั้งแล้วครั้งเล่า พอพวกเขาขึ้นปีสอง หลังจากการปิดภาคเรียนอันยาวนาน พวกเขาเริ่มต้นมันอีกครั้งด้วยความโหยหายิ่งกว่าเดิม วินาทีนั้นอูยองรู้ว่าเขาได้ทำลายข้อตกลงนั้นไปแล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องทางกายอีกต่อไป

 

 

เสียงประตูที่เปิด ใครอีกคนเข้ามายืนอยู่ในห้องน้ำ และอูยองไม่กล้าหันไปมอง

“นายเป็นอะไรมั้ย จุนโฮเห็นนายเข้าห้องน้ำมานาน เขาเลยเป็นห่วง”

อูยองหลับตาลง กำมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

“นายต้องการอะไร” เขาพูด พยายามคุมเสียงให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

“นายหมายความว่ายังไง”

“นายมายุ่งกับน้องฉันทำไม”

“เราคบกัน...”

 

 

อูยองหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่เคยนอนอยู่บนร่างของเขา คนที่เคยสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก คนที่เคยหายใจรดเขาด้วยลมหายใจกระเส่า คนที่ทิ้งเขาไป ราวกับเขาเป็นเศษขยะไร้ค่า

 

 

คืนหนึ่งที่เขาตื่นขึ้น นิชคุณก็แค่หายไป จากไปโดยไม่บอกลาเลยสักคำ...

 

 

“เขาเป็นน้องชายของฉันนะ นิชคุณ น้องชายแท้ๆของฉัน”

อูยองกันฟันแน่นจนเห็นกรามขบกันใต้ผิวขาวเนียน

“อูยอง ฟังนะ ฉันไม่รู้ .. ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นน้องนาย นายไม่เคยบอกว่านายมีน้อง”

“ใช่สิ เพราะเราแทบไม่เคยรู้จักกันเลย” อูยองตะโกนกลับไป อูยองยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มของคนงี่เง่า เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าแท้จริงแล้วพวกเขารู้จักกันน้อยเพียงใด ช่วงเวลาหนึ่งปีในมหาลัย เศษขยะ? เขาอาจจะไร้ค่ายิ่งกว่านั้น นิชคุณไม่เคยสนใจเรื่องของเขาเลย พวกเขาไม่เคยคุยกันถึงเรื่องวัยเด็ก ไม่เคยแลกเปลี่ยนถึงความฝันในอนาคต  สิ่งเดียวที่พวกเขาทำร่วมกันคือการมีสัมพันธ์ทางเพศ

แล้วเขาจะคาดหวังอะไรกับคนแบบนี้

“เลิกกับเขาซะ” อูยองไม่คิดว่าเขาจะตัวสั่นได้ขนาดนี้ แต่มือของเขาสั่นด้วยความโมโห ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่อยากจะปล่อยหมัดใส่หน้าของคนที่ยืนอยู่อีกฝั่ง

“นายไม่เข้าใจอูยอง”

“นายคิดจะทำอะไร นายจะทำกับเขาเหมือนที่ทำกับฉันรึป่าว นายจะทิ้งเขาไปเหมือนที่ทิ้งฉันไปรึป่าว!”

อูยองตะคอก ความโกรธ ความโมโห วิ่งพล่านไปทั่วร่างกายของเขา

“ไม่ อูยอง ฉันจะไม่...”

“ฉันจะเชื่อนายได้ยังไง”

นิชคุณสบตาของเขา แววตาที่เหมือนจะจ้องเข้าไปปลิดขั้วหัวใจได้อย่างง่ายดาย “เพราะฉันรักเขา”

อูยองมองดูนิชคุณที่เดินออกไป มือของเขายังคงสั่น เขาบีบมือตัวเองเอาไว้ ประโยคสุดท้ายที่นิชคุณทิ้งไว้ยังดังก้อง รัก.. มันหมายความว่ายังไง นิชคุณรักจุนโฮหรอ

 

 

“เราจะไม่ตกหลุมรักกันใช่มั้ย” เขากระซิบเหนือริมฝีปากอิ่มที่เย้ายวน โอบแขนรอบร่างกายใหญ่โตของอีกฝ่าย ร่างกายเปลือยเปล่านั่งลงบนตักของนิชคุณ

“มันเป็นกฏนะ” นิชคุณประกบริมฝีปากลงมา โอบอุ้มเขาให้นอนลงบนเตียง ฝ่ามือหนาที่สากจากการออกกำลังกายเป็นประจำ จับที่ต้นขาของเขาให้อ้าออก


อูยองรู้สึกคลื่นไส้ เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด ทรุดลงเกาะขอบของโถส้วม ก่อนจะขย้อนทุกอย่างในท้องออกมา พร้อมกับน้ำตาที่ไม่เคยได้ไหลเลย หลังจากคืนนั้นที่นิชคุณทิ้งเขาไป

 

 

 

 

อูยองไม่รู้ว่าเขากลับบ้านมาได้ยังไง เขาจำแทบไม่ได้เลย เหมือนคนที่ไร้วิญญาณ ตอนที่เขาเก็บเศษซากของตัวเองและพยุงตัวให้ลุกขึ้นจากพื้นห้องน้ำ เขาบอกกับจุนโฮว่าเขาปวดหัวและขอกลับบ้าน เขาบอกลาโดยไม่หันไปมองนิชคุณ

 

นิชคุณอมยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเริ่มเต้น ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นดูสวยงามราวกับรูปปั้นเดวิด อูยองหัวเราะเมื่อนิชคุณกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง ก่อนจะส่งจูบ

“เซ็กซี่มั้ย”

 “เสื่อมมากกว่า”

“ฉันอุตส่าห์เตรียมโชว์พิเศษให้นายเชียวนะ”

“ทำไมนายไม่หยุดเต้น แล้วรีบๆกลับขึ้นมาบนเตียงสักที”

“นายคิดถึงฉันแล้วหรอ”

นิชคุณคลานขึ้นมาบนเตียง มือจับที่ข้อเท้าของเขา และค่อยๆไล่ขึ้นมา รอยยิ้มที่มุมปากของนิชคุณอูยองปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่างทรงสเน่ห์ ดูเจ้าเล่ห์ แล้วก็น่าหลงใหล

“อูยองน้อยคิดถึงนิชคุณแล้ว” อูยองเอ่ยเมื่อนิชคุณอยู่เหนือร่างเขา เขาไม่ได้โกหก นิชคุณส่งผลต่อร่างกายของเขา มันแทบจะมีปฏิกริยาในทันทีที่นิชคุณอยู่ใกล้ๆเขา

“อืมมม นิชคุณน้อยก็คิดถึงอูยองแล้วเหมือนกัน” นิชคุณพูด ซุกไซร้ที่ซอกคอของเขา

 


เขาไม่รู้เวลาตอนที่เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น เสียงกดรัวๆทำให้เขาต้องเดินลงไปเปิดประตู

นิชคุณดูแย่ เส้นผมที่หยุงเหยิง และเสื้อผ้าหลุดหลุ่ย แต่อูยองปฏิเสธไม่ได้แม้สภาพใบหน้าที่โทรมที่สุดของนิชคุณ นิชคุณก็ยังคงหล่อเหลาอยู่ดี ตัวของนิชคุณมีกลิ่นเหล้า ดวงตาก่ำแดง

นิชคุณยิ้มให้เขา

เขามั่นใจ แน่ใจว่าเขาจะต้องเสียใจภายหลัง อาจจะต้องทุกข์ทรมาน และต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาทั้งชีวิต แต่เขาสวมกอดนิชคุณ สวมกอดแน่นราวกับกลัวว่าหากเขาคลายอ้อมกอดลง นิชคุณจะหายไป

“นายหายไปไหนมา นายทิ้งฉันไปได้ยังไง ทิ้งฉันไปอย่างนั้นได้ยังไง” อูยองสะอื้นอยู่กับอกเสื้อของนิชคุณ น้ำตาที่ไม่เคยได้ไหลไหลนองอาบแก้ม วงแขนที่แข็งแรงโอบกอดเขาไว้ โอบกอดร่างที่สั่นโยนของเขา

“รู้มั้ย.. รู้มั้ยว่าฉันคิดถึงนายขนาดไหน” นิ้วมือที่ชาแปลบยึดไหล่ร่างหนาเอาไว้ ไม่อยากปล่อย ไม่กล้าปล่อยเลย

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

Second angle: Nichkhun

 

“แกอยู่ที่ไหน” น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดดังผ่านสายโทรศัพท์

“ฉันบอกแกว่าอะไร ทำไมแกถึงยังอยู่เกาหลี ทำไมแกยังไม่ไปรายงานตัวที่มหาลัยใหม่”

“ผมอยากเรียนที่นี่ต่อครับ”

“หนึ่งปีที่ฉันปล่อยให้แกนอนกกกับไอ้เด็กนั่น มันยังไม่พออีกหรอไง”

“.....” นิชคุณรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า

“ใช่ ฉันรู้ ฉันรู้เรื่องแกกับเด็กคนนั้น”

“แม่ครับ...”

“จองตั๋วเครื่องบิน ไฟลท์ที่เร็วที่สุด แล้วบินไปที่อเมริกาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีก”

 

เขาไม่รู้ว่าทำไมต้องตื่นเต้น เสียงจุนโฮคุยโทรศัพท์ดังมาให้ได้ยิน ขณะที่เขาอยู่ในครัวเพื่อเตรียมอาหารค่ำสำหรับเย็นนี้

“ฮยองมาเถอะนะ”

เขาเห็นจุนโฮถือโทรศัพท์เดินไปมาในห้องนั่งเล่น

“นิชคุณน่ะ ทำกับข้าวเองเลยนะครับ”

เขาอยากรู้ อยากรู้คำตอบของอูยอง

“นะครับ มาเถอะนะ”

 

จุนโฮวางสายและเดินเข้ามานั่งที่เค้าต์เตอร์ครัว

“บางทีอูยองเขาก็มีปัญหากับการเข้าสังคมนะ” ร่างเล็กส่ายศีรษะก่อนจะถอนหายใจ “กว่าจะเกลี่ยกล่อมได้ยากชะมัด”

“เขาอาจจะไม่อยากเจอฉัน...” ผิดหวังหรอ นี่เขากำลังผิดหวังรึป่าว นิชคุณรู้สึกถึงแรงถ่วงหนักอึ้งที่ผูกมือสองข้างของเขาเอาไว้

“ไม่หรอกครับ ทำไมต้องไม่อยากเจอด้วย ไม่มีเหตุผลเลย” จุนโฮยิ้มให้เขา

“อูยองเขาก็เป็นอย่างนี้แหละครับ ชอบทำตัวเหมือนกับว่าอยู่คนเดียวได้ ถ้าเขาจะยอมให้ใครมาดูแลเขาบ้างก็คงดี”

“แล้วเขาไม่มีใครเลยหรอ”

“ไม่เลยครับ อูยองไม่เคยคบใครเลย ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเข้ามานะ แต่เขาแค่ไม่ยอมคบใคร”

“เขากลัวความสัมพันธ์อะไรแบบนั้นน่ะหรอ”

“ถ้ามันเป็นแค่นั้นก็คงดีสิครับ แต่เขาแค่.. ไม่รู้นะ ผมไม่รู้ว่าคนๆนั้นคือใคร อาจจะเป็นแฟนเก่า ผมก็ไม่รู้ อูยองไม่ค่อยเล่าอะไรให้ใครฟัง แต่มันเหมือนกับว่าอูยองกำลังรอใครสักคนอยู่ ความคิดแบบนั้นมันเลยทำให้เขายิ่งน่าเป็นห่วงเข้าไปใหญ่”

 

“นายเป็นจูบแรกของฉัน”

อูยองขมวดคิ้ว ก่อนจะหรี่ตามองราวกับกำลังพิจารณาอะไรอยู่

“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ หน้าอย่างนายนี่นะ”

“ทำไมล่ะ หน้าอย่างฉันมันทำไม”

“ก็นาย.... นายไม่เคยส่องกระจกหรอไง นายเป็น.. นิชคุณนะ”

“นั่นแปลว่าฉันหล่อรึเปล่า”

“หล่อ ดูดี มีสเน่ห์ และ.. เอ่อ” อูยองหยุดเมื่อรู้สึกถึงรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ ริมฝีปากอิ่มเม้มลงบนริมฝีปากของเขาเบาๆ

“ฉันไม่เคยจูบใคร ไม่เคยนอนกับใคร นอกจากนายคนเดียว”

 

เขาถอนสายตาจากอูยองไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามไม่มอง พยายามตั้งใจฟังสิ่งที่จุนโฮพูด แต่การที่อูยองนั่งอยู่ตรงข้ามเขา ร่างบางที่นั่งก้มหน้า เขาอยากจะบอกให้อูยองเงยหน้าขึ้นมา เงยขึ้นมามองหน้าเขาสิ แต่อูยองดูตัวเล็ก และเปราะบางเหลือเกิน จะให้เขาปฏิเสธยังไง อูยองน่ารัก น่ารักมาก แก้มกลมสีขาว กลีบปากเล็กๆที่เป็นสีชมพู ปลายจมูกเรียวเล็ก ดวงตาหลุบต่ำมีขีดชั้นตาเล็กๆที่ปลายหางตาข้างซ้าย

ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย... อูยองแทบไม่เปลี่ยนไปเลยจากที่เขาจำได้

 

“ฉันจะกลับบ้าน” ดูเขาพูดเข้า ใบหน้ากลมแดงจัด แม้จะยืนก็ยังยืนไม่ตรง ใครจะกล้าปล่อยให้ออกไป

“ฮยอง นอนค้างที่นี่มั้ยครับ ฮยองเมาแล้วนะ” จุนโฮร้องห้ามอูยองที่พยายามประคองตัวเองไปให้ถึงประตู โดยใช้มือยันผนังห้องเอาไว้

“ให้ผมไปส่งมั้ยครับ”

อูยองส่ายหน้า

แม้แต่ความดื้อ ก็ยังดื้ออยู่เหมือเดิม...

“เดี๋ยวฉันไปส่งเอง” นิชคุณโอบเอวบางที่จะล้มลงนั้นไว้ “เอากุญแจรถนายมา”

อูยองยังหลบสายตาเขา บ่าที่สั่นน้อยๆ ทำให้เขารู้ว่าอูยองกำลังร้องไห้ “เอากุญแจรถนายมาให้ฉัน อูยอง... ให้ฉันขับรถไปส่งนายนะ”

“..............”

“เดี๋ยวฉันมา” เขาหันไปบอกกับจุนโฮ เมื่ออูยองนิ่งไป

 

 

เขาจอดรถที่ข้างทาง เมื่อท้องฟ้าสีเทานั้นเริ่มมีแสงสว่าง ลมเย็นอ่อนๆพัดโดนผมหน้าม้าสีช็อกโกแลต อูยองกำลังจ้องมองเขาอยู่ เขาไม่ได้พาอูยองกลับบ้าน เขาไม่รู้ว่าเขาจะไปไหน แต่อะไรบางอย่างบอกให้เขาขับไปเรื่อยๆ เขาขับรถออกนอกเมือง ออกจากตึกที่ขึ้นสูงเบียดเสียด ออกจากแสงไฟที่เปิดสว่างโดยไม่รู้จักหลับใหล พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกัน ไม่ได้พูดเลยตลอดการเดินทาง

อูยองนั่งกอดเข่าอยู่บนเบาะที่นั่ง ดวงตาที่ดูอิดโรยจ้องมองเขา เขาเอื้อมมือไปจับมือเล็กที่เย็นเฉียบนั้นไว้ บีบนวดหวังว่ามันจะพอทำให้มือบางนั้นอุ่นขึ้นมาได้บ้าง

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นที่ขอบฟ้า อูยองถามคำถามหนึ่งกับเขา

“นายเคยรักฉันบ้างมั้ย?”

 

ผิดแล้ว ...

อูยองควรจะถามเขามากกว่าว่า เขา เคยไม่รักอูยองบ้างมั้ย...

 

 

 

คืนนั้น... นิชคุณรวบเอวของอูยองมากอดไว้แนบกาย ริมฝีปากกดจูบลงบนแผ่นหลังขาวเนียน อูยองหัวเราะ ก่อนจะปรือตาขึ้นมา

“นี่นายพยายามจะลักหลับฉันหรอไง”

“มันช่วยไม่ได้ที่แค่เห็นหน้านายฉันก็ห้ามใจไม่อยู่ทุกที”

อูยองพลิกตัวมาหาเขา “แต่วันนี้ฉันเหนื่อยมากๆ”

เขายิ้มให้อูยอง เกลี่ยนิ้วบนแก้มกลม

“ฉันแค่อยากนอนกอดนาย”

อูยองมุ่ยปากของตัวเอง “ดูไม่เป็นนายเลย ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นายอยากกอดเฉยๆโดยไม่ทำอย่างอื่น”

“ตั้งแต่ที่ฉันรู้ว่านายชอบนอนกอดฉัน นายคิดว่าฉันไม่รู้ตัวหรอ เวลานายแอบเอาตัวนิ่มๆอุ่นๆของนายมาเบียดฉันตอนฉันหลับน่ะ”

อูยองหัวเราะ ก่อนจะกอดเอวของนิชคุณไว้ ซุกกายในอ้อมแขน

“ก็ตัวนายอุ่นดีนี่นา”

“อืมม มันก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ”

อูยองหลับตาลงแล้ว รอยยิ้มเล็กๆบนริมฝีปาก “ดีที่สุดเลยต่างหาก”

เขาไม่เก่งเรื่องนี้เลย การจากลา ยิ่งเมื่ออูยองอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขาไม่กล้าบอกลา ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยอะไรออกไป เพราะเขารู้ตัวว่าหากเขาเริ่มพูดถึงมันขึ้นมาเมื่อไหร่ ตัวเขาเองต่างหากที่จะไม่กล้าจากไป

 

เขาตั้งกฎไว้กับตัวเองว่าจะไม่ผูกพันกับใคร ประสบการณ์ตั้งแต่เด็กที่เขาไม่เคยอยู่ที่ใดที่หนึ่งได้นาน เพื่อให้ไม่มีใครต้องเจ็บปวด อย่าผูกพัน อย่ารัก อย่าถลำลึกในความสัมพันธ์ แต่เขาแทบจะพังทุกกฎเกณฑ์ในชีวิตเมื่อเขาเจออูยอง เขาตกหลุมรัก ตกหลุมรักโดยที่ถึงแม้ไม่อยากยอมรับมากเท่าไหร่ เขาก็รู้ว่าอูยองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาแล้ว การตัดสินใจเดินจากอูยองไปในวันนั้นกระชากหัวใจของเขาแหวกเข้าไปในอกจนเกิดเป็นแผลเหวอะหวะ และบางทีมันอาจเป็นแผลเหวอะหวะจนเขาไม่กล้าจะมองมัน การคิดถึงอูยองทำให้แผลนั้นแตกปริ เลือดไหลซ้ำๆราวกับแผลสดใหม่ อูยองจะเจ็บปวด อูยองจะเสียใจ หรืออูยองจะมีความสุข อูยองอาจได้เริ่มใช้ชีวิตกับใครสักคนที่ดีกว่าคนอย่างเขา คนที่จะไม่คลายอ้อมกอดและปล่อยอูยองทิ้งไว้กับเตียงนอนอันว่างเปล่า เมื่อเขาเบือนหน้าหนีรอยแผลนั้น มันจึงเหลือเพียงอาการปวดตุ้บเป็นพักๆ

เขาเรียนจนจบ บอกตัวเองว่าไม่ใช่เพราะอูยอง เขาไม่ได้มาตามหาอูยอง ไม่หรอก โง่รึเปล่า ใครจะรอเขาอยู่ได้ตั้งสี่ห้าปี รอคนเฮงซวยที่ทิ้งไปโดยไม่บอกกล่าว พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ เขากำลังหลอกใครกัน เขาจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวบินกลับมา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามาที่นี่ทำไม จนเมื่อเขาเจอจุนโฮ เขาเชื่อจริงๆว่าเขาทำได้ เชื่อว่าเขาจะสามารถรัก สามารถเริ่มต้นกับใครสักคนได้อีกครั้ง จุนโฮดีกับเขา จุนโฮทำให้เขายิ้มได้ ทำให้เขามีความสุข ความสุขที่เขาลืมไปแล้วว่ามันเป็นยังไง เขาบอกตัวเองว่าทำไมเขาไม่ยอมให้โอกาสจุนโฮดูล่ะ แต่ลึกๆแล้ว เขารู้.. เขารู้ว่าที่เขายอมคบกับจุนโฮมันเป็นเพราะจุนโฮคล้ายกับอูยองเหลือเกิน คล้ายจนเขาคิดว่า เขาอาจจะรักจุนโฮก็ได้... แต่เขาคิดผิด

แผลที่อกของเขากำลังกรีดร้อง เลือดกำลังไหลทะลักออกจากปากแผลที่ถูกแหวกให้กว้างกว่าเดิม ความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 


Third angle: Junho

 

นิชคุณเปลี่ยนไป พวกเขาไม่ใช่คู่รักหวานแหวว แต่ความห่างไกลไม่ใช่สิ่งที่เขาจะไม่รู้สึก พวกเขาอยู่ด้วยกัน นอนอยู่ข้างกันทั้งๆที่เป็นอย่างนั้น ระยะห่างมันกลับเพิ่มมากขึ้นทุกที จนบางครั้งเขารู้สึกเหมือนว่าเขาจะไม่มีวันเอื้อมถึงมือคู่นั้นอีกแล้ว

อูยองยังไม่เลิกงานตอนที่เขาไปถึง อูยองอายุยังไม่ถึงยี่สิบห้าปีเลยด้วยซ้ำ แต่อูยองถือว่าประสบความสำเร็จ เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการ มีห้องทำงานเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร อูยองก็เป็นอย่างนี้ อูยองเรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก สอบได้ที่หนึ่ง ได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียน ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนหรอก แต่ไม่ว่าอูยองทำอะไรอูยองก็ทำได้ดีทั้งนั้น แม่มักจะชื่นชมอูยองให้เขาฟังเสมอ ดูพี่เขาสิ ต้องเอาอย่างพี่เขานะ แต่พวกเขาต่างกัน ถึงจะเป็นพี่น้องกัน แต่เขาแทบไม่มีอะไรเหมือนอูยองเลย เขาไม่ได้เรียนแย่ ไม่ได้เป็นเด็กเกเรแหลกเหลว เขาเรียนอยู่ในลำดับกลางๆ เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งทั่วไป ไม่มีคำชมสำหรับคนธรรมดา ไม่มีคำชมประเภทว่า ดูจุนโฮสิ เขาช่างเป็นเด็กธรรมดาเหลือเกิน แต่ก็ไม่เป็นไรมันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เขาไม่เคยอิจฉาอูยอง จริงๆแล้วเขาเคารพ และเขาก็รักอูยองมาตลอด อูยองเป็นพี่ที่ดี เหมือนที่อูยองทำทุกอย่างได้ดี อูยองคอยปกป้องและคอยดูแลเขา และนั่นทำให้เขาเจ็บปวดเมื่อเขารู้ว่าอูยองเป็นคนทรยศหักหลัง

 

 

“ฮยองคิดว่าฮยองทำอะไรอยู่ครับ คิดว่าผมโง่หรือไง”

ดูอูยองสิ ไม่คิดจะปฏิเสธอะไรด้วยซ้ำ

 

 

นิชคุณไม่ได้กลับบ้าน หลังจากไปส่งอูยอง เขารออยู่จนเช้า นั่งรออยู่ตรงนั้น แต่เมื่อนิชคุณกลับมา นิชคุณก็แค่เดินผ่านเขาไป ไม่มีคำอธิบายใดๆ เขาจะต้องการคำอธิบายอะไรอีก ในเมื่อตัวเขาเองก็สังเกตได้ นิชคุณเปลี่ยนไปตั้งแต่เขาแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน นิชคุณซักถาม สนอกสนใจเรื่องของอูยอง กระตือรือร้นเมื่อเขาบอกว่าจะชวนอูยองมาที่บ้าน สายตานั่นอีก สายตาที่แอบมองอูยองอยู่เสมอ มือที่โอบกอดอูยอง น้ำเสียงที่ใช้กับอูยอง หลังจากเหตุการณ์วันนั้นมันเหมือนว่าเขาไม่มีตัวตนในสายตาของนิชคุณอีกต่อไป

 

 

“จุนโฮ...”

เขาขยำคอเสื้อของอูยอง นิ้วมือกำแน่นจนเห็นเส้นเอ็นปูดโปน ร่างของอูยองเซถลาไปตามแรงกระแทกจากหมัดของเขา และล้มลงบนพื้น

มือของเขาสั่น เมื่อเห็นเลือดซึมออกมาจากมุมปากของอูยอง เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาเริ่มสะอื้น สั่นโยนอย่างควบคุมไม่ได้

 

 

“ทำไมครับ ฮยองมีทุกอย่างแล้ว ฮยองได้ทุกอย่าง ความรักจากพ่อจากแม่ ความสนใจจากทุกคน ทำไมล่ะครับ ทำไมต้องเขา ทำไมต้องเป็นนิชคุณ ผมขอแค่เขาคนเดียว ผมขอไม่ได้หรอครับ”

 

 

คนที่ล้มลงกับพื้น กับเขาที่ยืนอยู่ จุนโฮไม่รู้ว่าอีกแล้วว่าใครที่น่าสมเพชกว่ากัน

 

 

 

จุนโฮนั่งลงบนโซฟาบุนวมสีเบจ มองดูคอนโดที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน บ้านของเขาและนิชคุณ เขายังจำวันแรกที่เจอนิชคุณได้ นิชคุณถือกล้องสีดำตัวใหญ่ดูหน้าตาประหลาด นิชคุณแอบถ่ายรูปเขา รูปถ่ายใบนั้นถูกใส่กรอบและวางรวมกับรูปอื่นๆ บนชั้นหนังสือ กล่องโลหะที่ขึ้นสนิมเป็นของนิชคุณมันเย็นเยียบจนน่าขนลุกอยู่บนตักของเขา ความอยากรู้อยากเห็นมักจะหาทางเอาชนะใจเราอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันความอยากรู้อยากเห็นมักนำเราเข้าสู่สิ่งที่ไม่ควรรู้ เขาเปิดมัน คืนที่นิชคุณไม่อยู่ เขาเปิดมัน... และเขาปรารถนาเหลือเกินที่จะปิดมันไว้ได้ตลอดไป

 

“มันคืออะไรหรอครับ” จุนโฮเอ่ยถามเมื่อเห็นนิชคุณผลักกล่องโลหะเข้าไปด้านในของตู้เก็บของ

“ความทรงจำ...” นิชคุณพึมพำ

 

เขาเลื่อนฝาของมันให้เปิดออกอีกครั้ง ลำคอของเขาเหมือนโดนบีบไม่ให้หายใจ

รูปของอูยองยิ้มให้เขา

 

รูปของอูยองเต็มไปหมด รูปที่แอบถ่ายอูยองตอนเผลอ รูปที่อูยองหันมาแลบลิ้นให้กล้อง รูปของอูยองที่นอนหลับอยู่บนเตียง

 

จุนโฮจุดไฟแช็ค... ความทรงจำบางอย่าง ก็ย้อนกลับมาทำร้ายปัจจุบันอย่างโหดร้ายนัก เขามองดูเปลวไฟสีส้มที่สั่นระริก มองดูมันค่อยๆลามเลียรูปถ่ายใบที่เขาป้อนให้ มันเริ่มหงิกงอกลายเป็นสีดำ เหลือเพียงเถ้าที่หลุดล่วง เขาโยนเปลวเพลิงเข้าไปในกล่อง มองดูรอยยิ้มของอูยองค่อยๆถูกเผาให้ไหม้ไป

 

 

“จุนโฮ! นายทำอะไรน่ะ”

เขาได้ยินเสียงของนิชคุณ แขนของเขาถูกบีบและกระชาก นิชคุณดูตื่นตระหนก ดวงตาเบิกโพลง และใบหน้าซีดเผือด นิชคุณพยายามจะดับไฟ แต่มันสายไปแล้ว ทุกอย่างมันไหม้ไปหมดแล้ว เขาทำลายความทรงจำของนิชคุณแล้ว

 

 

จุนโฮยิ้มให้นิชคุณอย่างอ่อนแรง.. จะไม่มีอดีตมาทำร้ายพวกเขาแล้วใช่มั้ย

 

 

แล้วทำไมนิชคุณถึงร้องไห้ ทำไมใบหน้าของนิชคุณถึงดูเจ็บปวดเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 Talk{};

มาอีกแระ อิฟิคแนวนี้ วันดีคืนดีอยู่อย่างเป็นสุขเกินไปอยากหาอะไรมาทรมานตัวเอง - -"
อาจไม่บีบมาก แต่เราว่ามันจุกนะ เป็นอารมณ์พูดไม่ออกบอกไม่ถูก อืมมมมมมม

 

 

 

 

edit @ 14 Apr 2012 19:34:23 by LIMEs

edit @ 14 Apr 2012 19:39:56 by LIMEs