[fiction] Let The Rain Fall 4/?

posted on 26 Nov 2013 19:41 by woohoney
 
 
 
 
 
 

นิ้วมือเล็กที่จับหลอดพลาสติกสีน้ำตาล ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังใช้มันเขี่ยน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นในแก้วจนมันละลายไปเกือบหมด พวงแก้มเรื่อสีฝาดแดง ขณะที่ริมฝีปากต้องคอยแต่จะเม้มบางเพื่อไม่ให้หลุดยิ้มออกมา สายตาของนิชคุณมันอบอุ่นมากเลยไม่ใช่หรอ ทั้งรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่ทำให้อูยองจะยิ้มตามทุกทีเพียงแค่ได้คิดถึง พวงแก้มแดงจัดเมื่อความคิดหวนไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อน ใบหน้าที่หล่อเหลาดังรูปสลักแม้ในยามหลับ ร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อดูแข็งแกร่ง ผิวขาวจัดซึ่งให้สัมผัสร้อนผ่าว อูยองเลื่อนมือขึ้นปิดพวงแก้มกลมของตัวเอง หวังว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเขา เขาส่ายศีรษะพยายามสลัดภาพของนิชคุณออกไป เพราะรู้สึกถึงอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำขนาดนี้

 

แต่กับคนที่คอยเฝ้ามองอูยองอยู่เสมอ จะไม่สังเกตเห็นได้ยังไง เด็กตัวน้อยที่คอยก้มหน้าและแอบยิ้มอย่างเขินอาย มันน่ารักเสียจนเขาแทบบ้า

 

“อูยอง เป็นอะไรครับ หน้าแดงเชียว”

 

อูยองกัดกลีบปากล่าง จะยิ้มให้ได้อีกแล้ว ก่อนจะเงยขึ้นมาส่ายศีรษะรัวๆ

 

“เขินฉันล่ะสิ” คิมมินจุนฉีกยิ้มกว้าง ให้กับคู่เดทของตัวเอง เขาแอบชอบอูยองซึ่งเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนตั้งแต่แรกเห็นจนถึงแม้ตอนนี้เขาจะเรียนจบแล้วก็ตาม ความน่ารักของอูยองเป็นที่ล่ำลือในโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็เป็นที่เล่าลือเหมือนกันว่าใครชอบอูยองต้องอกหักทุกรายเพราะอูยองไม่เคยสนใจใคร โชคดีแค่ไหนที่จินอุนญาติผู้น้องของเขาเป็นเพื่อนสนิทของอูยอง เขาถึงเป็นคนเดียวที่ทำลายคำบอกเล่าปากต่อปากแล้วสามารถนัดเดทกับอูยองได้ แต่คงจะดีกว่านี้ ถ้าเดทครั้งนี้มันเป็นการออกมาสองต่อสอง ไม่ใช่มีตัวแถมมาด้วยอย่างนี้

 

“น้อยๆหน่อย อูยองจะเขินแกทำไม อูยองงี่เขินฉันต่างหาก ใช่มั้ยล่ะครับ” แทคยอนเลื่อนหน้าที่ฉีกยิ้มกว้าง เข้าไปใกล้อูยอง จนเขาแทบอยากจะกระชากคอมันออกมา แทคยอนเพื่อนตัวป่วนที่พอรู้ว่าเขาจะมาเดทกับอูยอง ก็รีบตามมาด้วยโดยไม่รอคำเชิญด้วยซ้ำ แทคยอนเองก็เรียนมัธยมมากับเขา ตามเขามาเรียนมหาลัยทั้งๆที่ระดับมันสมองของแทคยอนสามารถเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีกว่านี้ได้ด้วยซ้ำ และทั้งๆที่หน้าตาของแทคยอนก็อยู่ในระดับที่ทำให้มีคนมารายล้อมมากมายมันก็ยังไม่วายจะมาชอบอูยองตามเขาอีก

 

“เวลาอูยองเขินพี่ แล้วแก้มแดงๆอย่างนี้น่ารักจังเลยนะครับ” แทคยอนยังคงพูดต่อไป

 

“เอ่อ..” อูยองอ้ำอึ้งมองหน้าชายหนุ่มสองคนตรงหน้าสลับไปมา ก่อนจะยกมือขึ้นโบกเบาๆ “อากาศมันคงร้อนๆน่ะครับ หน้าผมก็เลยแดง”

 

“อ่า แล้วทำไมไม่บอกล่ะครับ ถ้าอูยองร้อน กินน้ำชามะนาวปั่นของพี่มั้ยครับ จะได้ชื่นใจ” มินจุนเลื่อนแก้วน้ำของตัวเองให้อูยองอย่างเอาอกเอาใจ

 

“กินชากาแฟมันไม่ดีหรอกครับ กินแตงโมปั่นของฉันดีกว่านะ” แทคยอนคว้าแก้วชามะนาวของมินจุนไปดูดแทน ก่อนจะยื่นแก้วน้ำของตัวเองให้อูยอง

 

“ม่ะ.. ไม่เป็นไรครับ” อูยองชูแก้วน้ำของตัวเองขึ้น รสหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอร์รี่ ผลไม้ที่นิชคุณชอบ ทำให้แก้มใสดูจะเรื่อสีขึ้นมาอีก

 

“อูยองทานน้ำแข็งไสมั้ยครับ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” มินจุนเสนอ ก่อนจะโดนขัดขึ้นมาอีก

 

“น้ำแข็งไสอะไร อย่างอูยองนี่น่าจะชอบทานไอศกรีมมากกว่าใช่มั้ยครับ เอารสอะไรดี เอาเป็นคาราเมล ช็อกโกแลต หรือวานิลลา”

 

“อูยองน่าจะอยากกินอะไรที่มันสดชื่นมากกว่านะ เอาเป็นไอศกรีมเชอร์เบทผลไม้ดีมั้ยครับ”

 

“นี่เมิงจะขัดกุไปถึงไหนเนี่ย”

 

“แล้วใครบอกให้แกตามมาด้วยละวะ” มินจุนตะโกนอย่างเหลืออด

 

อูยองมองพี่ๆสองคนที่เริ่มทะเลาะกันเสียงดังจนคนอื่นๆในร้านหันมามอง เป็นอย่างนี้ประจำแหละ จินอุนจะมาตื้อให้เขายอมออกมาเดทกับมินจุน ซึ่งคราวนี้เขาหนีไม่ได้เพราะเจ้านั่นมันยังทำเป็นงอนเรื่องที่เขาทิ้งมันไม่ยอมไปเรียนพิเศษด้วยอยู่ เขาถึงต้องยอมทำตาม แล้วแทคยอนฮยองก็จะตามมาด้วยเสมอ

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมทานอะไรก็ได้” อูยองพยายามจะพูดเพื่อสงบสงครามขนาดย่อม แต่เสียงของเขาดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ สายตาคนในร้านที่มองมาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อูยองต้องหันหนีออกไปมองด้านนอก สายตาถึงพลันได้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินผ่านไปโดยบังเอิญ

 

ร่างเล็กลุกพรวดพราดขึ้นในทันที ทำให้มินจุนและแทคยอนหยุดเถียงกันขึ้นมาชั่วขณะ

 

“นั่น อูยองจะไปไหนน่ะครับ” มินจุนรีบลุกตาม เด็กแก้มป่องที่จู่ๆก็เดินออกจากร้านไป

 

“อูยองโกรธพี่หรอครับ พี่ทำให้อูยองอึดอัดหรอ” เสียงมินจุนพูดอย่างเกรงๆ ก็ถ้าอูยองไม่พอใจเขาขึ้นมาจริงๆ ต่อไปถ้าชวนไปไหนอีก อูยองก็คงไม่ยอมมาด้วยแน่ๆ ยิ่งนึกก็ยิ่งแค้นคนที่ส่งเสียงไล่หลังเขามาอีกที

 

“เพราะแกนั่นแหละ โวยวายเสียงดัง เห็นมั้ย น้องเขาลุกหนีเลย”

 

มินจุนตวัดสายตาใส่แทคยอน “ใคร แกว่าใครโวยวาย ใครกันแน่ที่มันหาเรื่องก่อน”

 

“กุหาเรื่องเมิงตอนไหน”

 

“เมิงหาเรื่องกุตั้งแต่เมิงเสือกมาอยู่ที่นี่แล้ว”

 

“กุไม่ได้มาเสือกเมิง กุก็มาเดทกับอูยองเหมือนกัน”

 

“แล้วเมิงถามน้องเขารึยังว่าเขาอยากมาเดทกับเมิงรึป่าว”

 

“อูยองก็ไม่ได้บอกนี่ว่าไม่อยากให้ฉันมา จริงมั้ยครับอูยอง” ท้ายประโยคหันไปถามอูยอง แต่กลับไม่เจอคนตัวเล็กเสียแล้ว

 

“อูยองหายไปไหนแล้ว” มินจุนทำตาเบิกโตอย่างตกใจ หันมองซ้ายมองขวา ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในแหล่งท่องเที่ยวอย่างนี้ เขาพลัดหลงกับอูยองเสียแล้ว

 

“ความผิดของนายคนเดียวเลย” คิมมินจุนเงยหน้าขึ้นมองร่างสูง นิ้วเรียวจิ้มไปที่แผ่นอกกว้างอย่างเอาเรื่อง หน้าตาบึ้งตึงที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้คนที่กำลังโดนต่อว่าแอบอมยิ้มอยู่ในใจ

 

 

 

ร้านซีดีอย่างงั้นหรอ


อูยองมองตามร่างสูงที่เดินเข้าไปในร้าน เขาเดินตามนิชคุณมาจากคาเฟ่ที่เขานั่งอยู่กับมินจุนและแทคยอน จนมาถึงที่ร้านขายซีดี นิชคุณเดินอย่างรวดเร็วคล้ายกำลังหาอะไรบางอย่างที่วางแผนมาอยู่แล้ว ก่อนจะหยุดที่ชั้นวางที่จัดโชว์อัลบั้มใหม่ของนักร้องวัยรุ่นคนหนึ่ง อูยองก้าวตามเข้าไปในร้านอย่างช้าๆ ยังคงไม่แน่ใจว่าจะทักนิชคุณอย่างไร นิชคุณจะแปลกใจมั้ยที่เจอเขาที่นี่ เขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงขึ้นทุกทีที่เขาก้าวเข้าไปใกล้นิชคุณมากขึ้นๆ ปลายลิ้นแตะที่ริมฝีปากขณะกำลังคิดหาคำพูด ร่างสูงใช้เวลาไม่นานก่อนจะหยิบอัลบั้มมาจากชั้นที่จัดโชว์ ไม่ใช่แค่แผ่นเดียว นิชคุณหอบมันเต็มอ้อมแขนเท่าที่เขาจะสามารถถือมันได้ อูยองหยุดฝีเท้าลงด้วยความประหลาดใจ ความตั้งใจที่จะเอ่ยทักทายกลายเป็นรีบหันหลบเมื่อนิชคุณเดินผ่านไปอย่างเร่งรีบโดยไม่สังเกตเห็นเขาเลย

 

อูยองรู้จักศิลปินคนนี้มาบ้าง นิ้วเล็กเรียวหยิบอัลบั้มที่ยังเหลืออยู่ขึ้นมา หลังจากนิชคุณเดินออกไปจากร้านแล้ว ที่หน้าปกเป็นรูปชายหนุ่มในเสื้อผ้าแบบสบายๆที่กำลังยิ้มอย่างสดใส อีจุนโฮ ชื่อของเขาเขียนด้วยตัวอักษรเรียบง่าย  เข้ากับธีมของอัลบั้ม เพื่อนๆที่โรงเรียนมักจะพูดถึงจุนโฮอยู่บ่อยๆ เป็นศิลปินที่กำลังโด่งดัง เพลงของเขาถูกเปิดให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้งใน โทรทัศน์ ตามรายการต่างๆ หรือจะเป็นในร้านค้าทั่วไป ที่เขามักจะได้ยินเสียงเพลงของจุนโฮดังออกมาเมื่อเดินผ่าน เรียกว่าจุนโฮเป็นไอดอลที่ประสบความสำเร็จมากทีเดียว แต่สิ่งที่เขาประหลาดใจ คือ นิชคุณ ชอบเพลงของคนๆนี้มากขนาดนั้นเลยหรือ นิชคุณที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ จะรู้จักนักร้องวัยรุ่นของเกาหลีดีขนาดนี้เลยหรอ

 

“อูยอง อยู่นี่เอง” มินจุนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อหาร่างเล็กเจอในที่สุด “อ๊ะ อัลบั้มใหม่ของจุนโฮนี่”

 

มินจุนเอ่ยทักเมื่อเห็นสิ่งที่อูยองถืออยู่ แก้มกลมยังคงก้มหน้า และพลิกอ่านรายชื่อเพลงอย่างตั้งใจ

 

“อูยองอยากได้หรอครับ”

 

อูยองพยักหน้าอย่างช้าๆ ถ้ามันเป็นเพลงที่นิชคุณฟัง เขาก็อยากจะฟังด้วยเหมือนกัน

 

“ฉันซื้อให้นะ” แทคยอนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ หยิบอัลบั้มไป พร้อมกับขยิบตาให้อูยอง “เป็นของขวัญจากฉันแล้วกัน”

 

“ไอ้แทค..” มินจุนกัดฟัน ขณะมองตามอูยองที่เดินตามแทคยอนไปที่เคาเตอร์แคชเชียร์อย่างว่าง่าย

 

 

ชานซองก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือเรือนสีเงิน ก่อนจะเงยขึ้นมองแถวคิวที่ยังคงต่อยาวออกไป แถวขยับช้ากว่าที่วางแผนไว้ เพราะจุนโฮที่พยายามพูดคุยและทักทายกับแฟนคลับทุกคนในขณะที่แจกลายเซ็น ถึงเขาจะเป็นกังวลอยู่บ้างกับตารางงานที่อาจจะต้องเลื่อนออกไป แต่ถ้าขืนไปขัดเวลาของจุนโฮที่ใช้กับแฟนคลับละก็ มีหวังจุนโฮจะได้หันมาเหวี่ยงเขาแทน และบรรยากาศระหว่างพวกเขาก็คงอึมครึมต่อไปอีกหลายวัน ชานซองถึงได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ และคอยดูแลหากว่าจุนโฮต้องการความช่วยเหลืออะไร

 

จุนโฮเป็นคนถนัดทั้งสองมือ มือขวาที่จับปากกาเซ็นอย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่มือซ้ายคว้าจับขวดน้ำที่หมดแล้ว ก่อนจะชูขึ้นให้ชานซองเห็น การส่ายขวดน้ำในมือไปมาถึงแม้เจ้าตัวจะไม่หันมาพูดอะไรและยังคงพูดคุยกับแฟนคลับอย่างยิ้มแย้ม แต่นั่นไม่ต่างจากคำสั่งให้เขารีบไปหยิบขวดใหม่มาก่อนจะเป็นเรื่อง

 

การโปรโมตในช่วงฤดูร้อน ถึงแม้ว่าบรรยากาศจะคึกคักกว่าช่วงอื่นๆ แต่มันก็ทำให้จุนโฮต้องเผชิญอากาศร้อนอย่างช่วยไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนขี้ร้อน และเม็ดเหงื่อที่ทำให้เหนียวเนื้อเหนียวตัวก็ชวนให้น่าหงุดหงิด แต่เสียงทักทายของแฟนๆก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ บางคนมีของขวัญ มีขนม และบางครั้งก็มีเสียงตะโกนให้กำลังใจแบบตลกๆที่ทำให้เขาหัวเราะออกมา จุนโฮวางขวดน้ำเปล่าลง เมื่อพบว่ามันหมดแล้ว ก่อนจะส่งยิ้มให้แฟนคลับตัวน้อย ที่รับซีดีจากเขาไป พร้อมพูดบ๊ายบายอย่างเขินอาย

 

แฟนคลับคนต่อไปเดินเข้ามาพร้อมกับดอกทานตะวันที่ถูกวางลงบนโต๊ะ

 

จุนโฮยิ้มตาหยีเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะเงยขึ้นทักทาย แต่ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้า รอยยิ้มนั้นกลับจางหายไปแทบจะในทันที

 

“ดอกทานตะวันที่หันมองดวงอาทิตย์เสมอหรอ” นิชคุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “นายขโมยความคิดฉันไปแต่งเพลงนี่”

 

มันเป็นเนื้อเพลงหนึ่งของเขาที่พูดถึงดอกทานตะวัน เปรียบเทียบกับความรัก และก็ใช่.. มันเป็นสิ่งที่ผู้ชายคนนี้เคยพูดกับเขา

 

ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน ฉันก็จะคอยเฝ้ามองนาย เหมือนดอกทานตะวัน ที่จะหันไปหาดวงตะวันเสมอ


“นายมาทำไม”

 

“นี่นายพูดกับแฟนคลับของนายอย่างนี้หรอ” นิชคุณกระตุกยิ้มที่มุมปา