[fiction]Wizard of Orz - Ch.4

posted on 18 May 2013 22:50 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney

 

 

 

 

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป และก็ดูเหมือนจะเป็นจริงตามที่อูยองรับปากไว้ ไม่มีใครรับรู้ว่าคนที่มานั่งแทนที่ว่างของคิมมินจุนน่ะ ไม่ใช่เด็กโรงเรียนนี้ ไม่ใช่สิ ไม่มีใครรู้ว่าคนที่มานั่งตาแป๋วในห้องน่ะไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ จางอูยองนั่งเรียนอย่างไม่มีพิรุธแถมยังเรียนเก่งซะด้วย พอนิชคุณสงสัยว่าอูยองใช้เวทย์มนต์อะไรหลอกคนอื่นไว้รึป่าว อาจจะเป็นมนตร์พรางตัวอะไรสักอย่าง เจ้าตัวก็ได้แต่อมยิ้ม ก่อนจะเอาปากกาเขกหัวคนโตกว่าแล้วสั่งให้ตั้งใจเรียนซะอย่างนั้น

 

“ถ้านิคคุณ ไม่ตั้งใจเรียน เมื่อไหร่นิคคุณจะเรียนจบล่ะฮะ” เจ้าตัวจุ้นที่ยังต้องให้เขาเลี้ยง บ่นงุบๆงิบๆ เมื่อถึงพักเบรกและนิชคุณบิดขี้เกียจจากการงีบหลับ

 

“ฉันน่ะ เรียนจบตามปกติอยู่แล้ว ใครจะไปเรียนเร็วเหมือนนายล่ะหะ”

 

“ตกลงอูยองเรียนจบแล้วจริงดิ่” แทคยอนที่ถึงแม้จะเคยฟังนิชคุณเล่าให้ฟังแล้วก็ยังอดถามด้วยความแปลกใจไม่ได้ “ตัวแค่นี้เนี่ยนะ”

 

คนที่แกล้งประชดเมื่อกี้เลยเผลอยิ้มด้วยความภูมิใจในตัวอูยอง มือหนาขยี้เข้าที่กลุ่มผมนุ่มนิ่ม “ไอ้นี่มันเก่ง”

 

คนตัวเล็กเลยได้หันมาแลบลิ้นใส่ แก้เขินไปงั้นๆ เพราะหน้าก็ฉีกยิ้มไว้ไม่หุบ

 

 

โดยปกติแค่แทคยอน และนิชคุณก็เพียงพอให้คนต้องแอบหันมองเมื่อพวกเขานั่งในโรงอาหาร แต่เมื่อเพิ่มอูยองเข้าไปก็ดูเหมือนจะมีคนสนอกสนใจพวกเขามากขึ้น ความน่ารักสดใสของอูยองไม่ใช่อะไรที่คนจะมองผ่านไปเฉยๆ อย่างน้อยก็จนเมื่อชายหนุ่มร่างสูงคนนั้นก้าวเข้ามาในโรงอาหารนั่นแหละ สายตาถึงถูกดึงดูดไปทางนั้นเสียหมด

 

“ไอ้คุณ ดูนั่น” แทคยอนพยักเพยิดไปทางชายหนุ่มเจ้าของดวงตากลมโตคู่คม จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากหยักได้รูป ไม่แปลกหรอกหากสาวๆในโรงเรียนจะวิ่งเข้าไปรุมล้อม

 

“เมิงยอมได้หรอวะ” แต่เพื่อนเขาก็ใช่ย่อยที่ไหน ผิวขาวราวน้ำนม ใบหน้าราวเทพบุตรขนาดนี้ ถ้ามองดีๆแทบจะเห็นปีกโผล่ออกมาอยู่แล้ว

 

นิชคุณเหลือบมองไปตามสายตาแทคยอน ฮวังชานซอง ทำไมเขาจะไม่รู้จัก เป็นรุ่นน้องที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา แถมยังเป็นนักกีฬาเทควันโด เข้ามาไม่นานก็โด่งดังจนใครๆต้องพูดถึง จะขยับทำอะไรก็มีคนวิ่งตามเป็นพรวน เขาเคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว และเขาก็ได้เรียนรู้ว่าการอยู่อย่างสงบนั้นมันดีกว่าขนาดไหน

 

“ก็ดีแล้ว กูจะได้อยู่อย่างสงบๆ” นิชคุณยักไหล่ไม่ใส่ใจ มือเอื้อมไปเช็ดปากให้เด็กห้าขวบข้างตัวที่นั่งเหม่อมองตามชานซองไปด้วยอีกคน

 

“โอ้วว เจ้าชายนิชคุณ ท่านยอมได้หรืออย่างไร อำนาจของท่านกำลังสั่นคลอน แผ่นดินของท่านกำลังถูกรุกราน” แทคยอนแกล้งทำสีหน้าตกอกตกใจ ก็นิชคุณน่ะ ถึงจะบอกว่าไม่ชอบคนมาวุ่นวาย แต่ไอ้การที่ดำรงตัวเองอย่างนั้น มันก็ทำให้ใครๆมองนิชคุณเป็นดั่งเจ้าชาย ไม่ใช่ฉายาที่เกินจริงเลย ทุกคนชื่นชมนิชคุณที่ดูสูงศักดิ์ และไม่อาจเอื้อม ไม่ใช่การวิ่งตาม หรือกรีดร้อง แต่เป็นความชื่นชมที่ส่งผ่านสายตามาที่นิชคุณเสมอ

 

ส่วนแทคยอนเอง ด้วยรูปร่างแข็งแกร่ง ใบหน้าคมที่ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่านิชคุณ เขาถึงได้รับฉายาว่าเป็น...

 

“แล้วท่านอัศวิน ว่าไง อัดมันเลยดีมั้ย” นิชคุณตีหน้าขรึม ทำท่าเป็นปรึกษางานราชการ ก่อนจะด่าเพื่อนตัวดีให้ “มันจะได้ใช้วิชามารเทควันโดสายดำมาหักคอ ทั้งกูทั้งเมิงกันพอดี เมิงจะแคร์ไรเนี่ย กลัวเรตติ้งตกไงวะ”

 

“เมิงเข้าใจกูบ้าง เมิงเข้ามากูก็ตกไปแล้ว แต่เห็นเมิงเป็นเพื่อนกูเลยยอม อูยองเข้ามากูยิ่งตกหนัก แต่เห็นเป็นเด็กเมิงกูเลยยอม แต่ไอ้นี่เด็กรุ่นน้องอะเว้ย มาใหม่อ่ะ กูตกจนดับแล้วเนี่ย” แทคยอนแกล้งทำหน้าจะร้องไห้ เรียกเสียงหัวเราะจากนิชคุณได้เป็นอย่างดี เพราะมันตลก ตัวโตๆเป็นอ๊กแทคยอนขนาดนั้น แล้วยังจะมาเบะ ถ้าเป็นอูยองก็ว่าไปอย่าง

 

นิชคุณเหลือบไปทางคนตัวเล็กที่เงียบผิดปกติ ถ้าปกติอูยองคงต้องหัวเราะไปกับพวกเขาแล้ว แต่นี่ตัวเล็กยังคงนั่งเหม่ออยู่นั่นแหละ

 

“คิดอะไรอยู่ อูยอง” นิชคุณกระซิบเสียงนุ่ม อูยองหันมามองจ้องเข้าไปในตากลมๆของคนโตกว่า ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

 

“เปล่าฮะ”

 

ถึงจะปฏิเสธ แต่นิชคุณก็ไม่ได้สบายใจขึ้น เพราะหลังจากนั้นอูยองก็เอาแต่เขี่ยข้าวในจานไปมา ไม่ยอมกินต่อ พอเข้าคาบเรียน อูยองก็เอาแต่นั่งเหม่อ โอเค.. เขาไม่เห็นหรอก เพราะเขาก็หลับ แต่ปกติพอช่วงเบรก มันต้องมีเสียงใสๆมาเจื้อยแจ้วข้างหูบ่นนู่นบ่นนี่แล้ว เขาหันไปมองก็เห็นอูยองนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่คนเดียว

 

 

 


อ๊อดดดดด


เสียงออดดังบอกเวลาเลิกเรียน จางอูยองลุกขึ้นผลุงจากที่นั่งสะพายเป้ แล้วก็เดินออกจากห้องทันที นิชคุณที่เพิ่งเงยหน้ามาจากการฟุบหลับกับโต๊ะกระพริบตามองตามด้วยสถานะสมองที่ยังประมวลผลไม่เสร็จ ก่อนจะรู้ตัวว่าควรวิ่งตามไป เขายกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำลาย พร้อมกวาดทุกอย่างใส่กระเป๋า ยกมือตบหลังแทคยอนเบาๆจนหน้าทิ่มเป็นการอำลาซะหนึ่งที ก่อนจะวิ่งตามอูยองออกไป

 

“เป็นอะไรรึเปล่า” เขาดึงเป้อูยองที่จ่ำเอาๆ ไม่พูดไม่จาเดินดุ่มๆจะกลับบ้านลูกเดียว เจ้าตัวเล็กหันมาส่ายหัว ก่อนจะยิ้มบางๆให้

 

“เปล่าฮะ”

 

อูยองตอบ พร้อมกับกระเป๋าเป้ที่เขาจับอยู่สลายหายไปกับสายลม นิชคุณมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ก่อนจะเดินไปประชิดตัวคนแก้มป่อง

 

“แต่นายแปลกๆไปตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้วนะ”

 

เขาหยุดเดินจับอูยองให้หันมาคุยกัน แต่อูยองกลับเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย ไม่ใช่สิ เขาต่างหากที่ควรเป็นห่วงอูยอง แล้วอูยองจะมามองเขาแบบนั้นทำไม ดวงตาคู่เล็กช้อนขึ้นมองก่อนจะกระพริบปริบ

 

“ไม่มีอะไรจริงๆครับ” แล้วอูยองก็ยิ้มอีกครั้ง นิชคุณได้แต่ถอนหายใจ มันต้องมีสิ มันต้องมีอะไรแน่ๆ ปกติอูยองทั้งดื้อทั้งซนมาเดินเงียบๆไม่พูดไม่จาอย่างงี้ จะไม่มีอะไรได้ยังไง แต่ในเมื่อถามไปแล้วก็ไม่ตอบอย่างนี้ เขาก็จนปัญญาจะช่วยเหลือ

 

 ต้องมีอะไรที่เขาทำได้สิ...

 

“ไปกินไอติมกันมั้ย” เขาลองเสนอ ยังไงเด็กห้าขวบก็ต้องชอบกินไอศครีมสิน่า

 

“ไอติม?”

 

“อื้ม”

 

“มันคืออะไรอะ” อูยองส่งสายตาไร้เดียงสามาให้ จนนิชคุณต้องหลุดขำ

 

“นี่ พ่อมดเขาไม่กินไอติมกันหรอ”

 

อูยองส่ายหัว

 

“แล้วไปมั้ย” อูยองมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มของคนโตกว่าด้วยความลังเล ก่อนจะวางมือตัวเองลงบนมือนิชคุณ คนเป็นพี่ถึงได้ยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก

 

เขาจูงมืออูยองออกนอกเส้นทางการกลับบ้าน อูยองที่ไม่เคยไปไหนนอกจากบ้านกับโรงเรียนถึงได้จับมือเขาแน่น เดินตามหลังนิชคุณก้าวต่อก้าวด้วยความกลัวจะพลัดหลงกันไป เหมือนเมื่อตอนที่อูยองไปโรงเรียนช่วงสองสามวันแรก อูยองเดินหลบอยู่ข้างหลังเขาตลอดเวลา นิชคุณเลยแกล้งวิ่งหนี ส่งผลให้จางอูยองร้องไห้จ้าจนไอ้คนที่คิดจะแกล้งวิ่งกลับมาแทบไม่ทัน แถมพอกลับถึงบ้านยังโดนเด็กงอนกลายร่างเป็นแมวแล้วยึดเตียงนอนเขาไว้ทั้งคืน ถ้าเขาจะเข้าใกล้ก็ขู่ฟ่อพร้อมกางเล็บ เขาถึงได้นอนโซฟาจนคุ้มราคามันที่สุดตั้งแต่ซื้อมา ด้วยเหตุนี่ล่ะ เขายืนยันได้จริงๆว่า จางอูยองอายุห้าขวบ ไม่มีทางเกินนั้นเป็นอันขาด

 

 

“กินแล้วจะตายมั้ยครับ” อูยองจ้องถ้วยไอศครีมสีสดใสตรงหน้า

 

“ไม่มียาพิษแน่นะ” เขาหยิบช้อนขึ้นเขี่ยไอศกรีมเบาๆอย่างไม่ไว้ใจ ก็ดูสีมันสิ เขียว ชมพู ฟ้าสดขนาดนี้ เคยเห็นแต่ในขวดยาพิษที่ท่านอาจารย์เก็บไว้ในตู้ยาแล้วห้ามเขาเข้าใกล้นั่นแหละ

 

“กินได้สิ ไม่มียาพิษแน่นอน” นิชคุณหัวเราะ ในขณะที่อูยองทำหน้ามุ่ย หรือมนุษย์คนนี้พยายามวางยาเขากันนะ แต่นิคคุณก็เป็นเพื่อนของท่านอาจารย์นี่นา และนิคคุณก็ดีกับเขามาตลอด แต่..ก็ไม่น่าไว้ใจอยู่ดี

 

“นิคคุณกินก่อนสิ” เขาตักไอติมสีชมพูขึ้นพูนช้อนแล้วยื่นให้นิชคุณ นิชคุณมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ท่าทางลังเล... หรือว่ามันจะมียาพิษจริงๆนะ

 

“นิคคุณ!” อูยองหลุดตะโกนด้วยความตกใจ เมื่อนิชคุณอ้าปากแล้วกินไอศกรีมที่เขายื่นให้ “นิคคุณเป็นอะไรรึป่าว”

 

แล้วถ้ามันเป็นยาพิษ นิคคุณกินยาพิษเข้าไป เขาจะทำยังไงดี

 

“นิคคุณๆๆ” คนตัวเล็กเอื้อมมือมาจับตัวนิชคุณเขย่าไปมา ยาพิษสีชมพูสดไหลออกมาจากมุมปาก ขณะที่นิชคุณเริ่มส่งเสียงไอ ดวงตาคู่เล็กเบิกโต เขาฆ่านิชคุณ!

 

“อ.. อูยอง” คนโดนเขย่าจับมือเล็กๆให้อยู่นิ่ง ส่งเสียงกระแอมไอออกมา จะอะไรซะอีกล่ะ ก็อูยองเขย่าตัวเขาจนเขาสำลักน่ะสิ เขาหยิบกระดาษมาเช็ดปาก มองเจ้าตัวเล็กที่ทำหน้าจ๋อย

 

“นิคคุณไม่เป็นไรใช่มั้ยฮะ”

 

“อือ” นิชคุณพยักหน้า “ฉันต้องเป็นอะไรหรอไง”

 

อูยองเม้มปากกลั้นความอาย แต่พวงแก้มแดงจัดก็ไม่ช่วยปิดบังอะไรสักเท่าไหร่

 

“มันกินได้จริงๆสินะครับ”

 

“ก็จริงนะสิ” นิชคุณที่เห็นท่าทางของพ่อมดห้าขวบ อดจะหัวเราะไม่ได้ “นี่ไม่เชื่อฉันหรอ”

 

อูยองเบ้ปาก ดูนิชคุณตักไอติมเข้าปากตัวเองไปอีกคำ

 

“กินได้จริงๆ อร่อยด้วย” เรียวลิ้นของนิชคุณตวัดกวาดไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่หอมหวานที่ติดอยู่บนริมฝีปาก

 

อูยองจับช้อนลังเลก่อนจะตักลงไปในถ้วยอีกครั้ง เขาหลับตาปี๋ก็จะแหย่ช้อนเข้าไปในปากสีแดงเรื่อของตัวเอง

 

“อร่อยมั้ย” นิชคุณเอ่ยถามทำลายความเงียบ อูยองยังคงหลับตา พวงแก้มขยับไปมา

 

อูยองมองหน้าเขา ค่อยๆดึงช้อนออกจากปาก กลีบปากสีแดงเผยอออก นิชคุณเลิกคิ้ว

 

“มันเย็น”

 

“....”

 

“แล้วมันก็หวาน  แล้วก็ละลายไปในปาก”

 

“มันคือ ice-cream ไงอูยอง ” นิชคุณเอ่ยด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษที่เป๊ะที่สุด ไม่ให้เสียชื่อที่เคยเรียนอยู่เมืองนอกเมืองนาสมัยประถม

 

“ยังกะเวทย์มนต์แน่ะ” อูยองมองหน้านิชคุณตาใสแจ๋ว “ของอย่างนี้มนุษย์ทำได้ด้วยหรอครับ ของที่อร่อยขนาดนี้”

 

“มนุษย์ก็มีพลังวิเศษเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ” นิชคุณยิ้ม “เราอาจไม่ได้เสกนั่นเสกนี่ได้ด้วยมนตร์คาถา แต่เราก็สร้างสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ด้วยมือของเราเองนะ นั่นคือเวทย์มนต์ของมนุษย์ล่ะ”

 

“ผมก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน” อูยองพยักหน้า ตักไอศกรีมสีหวานเข้าปาก นึกถึงคำบอกเล่าที่เคยได้ยิน เวทย์มนต์ของพ่อมดจะสมบูรณ์ที่สุดเมื่อถูกรวมเข้ากับพลังของมนุษย์

 

เช่นเดียวกันอำนาจของมังกรจะแข็งแกร่งที่สุด หากผนวกเข้ากับพลังของมนุษย์


มนุษย์ที่ดูเหมือนจะไร้ซึ่งพลังอำนาจวิเศษ แต่กลับเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด ของสมดุลอำนาจบนโลกนี้

 

“ผมจะปกป้องนิคคุณเอง” อูยองพึมพำ ทั้งที่ไอศกรีมยังอยู่เต็มปาก มันมีทั้งรสหวาน รสเปรี้ยว แล้วก็เย็นด้วย

 

“อะไรนะ” นิชคุณเลิกคิ้วขึ้น

 

“หน้าที่ของพ่อมด ก็คือปกป้องมนุษย์นี่ครับ” แก้มตุ่ยฉีกยิ้มออกมา

 

นิชคุณส่ายศีรษะยิ้มขำ ก่อนจะยื่นมือไปเช็ดปากให้ไอ้เด็กห้าขวบ ดูสิ จะกินดีๆ ยังกินไม่ได้เลย ตัวแค่นี้ จะไปปกป้องใครเขาได้กันนะ

 

 

 

 

 

To be Continued....

 

 

Talk{}

ตกใจล่ะสิ มันคิดยังไงขุดเอาเรื่องนี้มาอัพ 555
ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าหลังจากจบ project รวมเล่ม painly beautiful จะเขียนเรื่องยาวแนวใสๆเบาๆ
แล้วเรื่องนี้ก็เคยรับปากสัญญาไว้เยอะว่าจะกลับมาแต่งต่อ ก็เลยเอาล่ะ เริ่ม!

ตอนนี้คือตอนที่เขียนค้างไว้นานแล้ว แต่ไม่ได้เอาลง
ก็เอามาลงๆไปก่อนนะ ตอนนี้กำลังแต่งตอนต่อไป อาจจะอ่านแล้วติดขัดไม่ต่อเนื่องไปบ้าง
ต้องขออภัยจริงๆ เพราะไม่ได้แต่งต่อมานาน ฟีลอะไรก็หายหมดเหมือนกัน
(โดยเฉพาะเมื่อพ่อมดน้อยห้าขวบมากลายเป็นเดอะแมนอปปร้าไปอย่างนี้ ชีวิตก็ยากอยู่เหมือนกัน - -)

คิดถึงน้องห้าขวบจุงเบย ;______;

 

edit @ 18 May 2013 23:04:30 by LIMEs

Comment

Comment:

Tweet

แงงงงงงงงงงง พ่อมดน้อยกลับมาแล้ว กลับมาให้หายคิดถึง งืออออออออ
ดีใจสุดๆไปเลยค่ะ>_< ยังคงความน่ารักกกกกไว้เหมือนเดิม 555
ว่าแต่พ่อมดน้อยของเราเป็นอะไร ทำไมดูซึมๆน๊าา~~
พี่คุณก็ดูเอาใจอะ เอ็นดูเด็ก อรั้ยยเขินนนนนน

ขอบคุณค่ะ

#7 By PintooPim on 2013-05-29 22:50

กรี้ดดดดด..... ดีใจจังเลยค่ะที่เรื่องพ่อมดน้อยอัพเดท
ถึงตอนนี้อูยองจะ The man แค่ไหน แค่เอาผมลง
ใส่กางเกงขาสั้น ใส่หมวกกลับหลัง น้องก็กลับมาห้าขวบเหมือนเดิมแล้วค่ะ
ไม่รู้ว่าชานเป็นอะไร สงสัยเป็นพ่อมดเหมือนน้องยองแน่เลย
น้องถึงดูอึ้งๆ ไป แต่ชานก็น่าจะรู้สึกตัวสิว่ามีพ่อมดอยู่ใกล้ๆ?
อิอิ งง.. ไว้รออ่านตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณที่มาอัพเดทฟิคเรื่องนี้ค่า ^^

#6 By love-khunyoung (103.7.57.18|152.14.60.239) on 2013-05-24 01:48

เข้าใจว่าน้องผ่านวันเกิดไปแล้วเลยอยากจะเป็น the manกะเค้าบ้างจึงเป็นแบบนั้น
แต่กิริยาหลุดๆของน้องมันก็เป็นbabyอยู่เหมือนเดิมอ่ะแหละเนอะ เห็นด้วยกันไหมคะ? เพราะงั้นแต่งต่อไปเถอะคะคนอ่านจิ้นได้เสมอ น้องยองก็คือน้องยองวันยังค่ำ
เรื่องนี้หมีจะร้ายรึคะ? ไม่อยากเลยอ่ะอยากให้มาเข้ากลุ่มเทพบุตรสุดหล่อด้วยกันมากกว่า ถ้าจะมีฝ่ายร้ายหาผู้ร้ายคนใหม่เถอะนะ (รับไว้พิจารณาหน่อยนะคะ)

#5 By Oonwoomie (103.7.57.18|110.168.95.125) on 2013-05-21 13:55

เห็นฟิคเรื่องนี้อัพแล้วดีใจจังเลยยยย พ่อมดน้อยใสๆ น่ารัก....ในเวลาที่ตัวต้นเรื่องกลายร่างเป็น...เอ่อ...ชายหนุ่มสุดดาร์ค -_-' 555 คงยากที่จะจินตนาการ แต่ว่าสู้ๆนะคะ เชื่อเถอะถึงยังไงข้างในน้องยองก็ยังมีความเป็นเด็กซ่อนไว้อยู่ดีนะ ^^

#4 By ~iii~ (103.7.57.18|58.9.185.14) on 2013-05-20 02:54

เห็นชื่อเรื่องแล้วนั่งนึกซักพัก... อ่อ 55555
นานเกินค่ะ = =
กำลังสงสัยชานซอง เป็นอะไรเหรออูยองงี่? รึว่าชานเป็นหมีแปลงร่างมา? จะมาทำร้ายคุณฮยองเหรอ ถึงพูดว่าจะปกป้องแบบนั้น

รอไรต์อยู่ตลอดนะคะ รอพ่อมดโมเอ้ปกป้องพี่คุณอยู่

#3 By mei (103.7.57.18|14.207.163.141) on 2013-05-19 18:02

ทำไมพ่อมดน้อยต้องตกตะลึงตอนเห็นชานซองด้วยล่ะ ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ ไรท์สู้ๆ
พ่อมดน้อยคืนชีพอีกครั้ง ดีใจจังมีฟิคน่ารักๆไว้ให้อ่านอีกแล้ว
ว่าแต่ที่เด็กน้อยเหม่อลอย นี่เกี่ยวกะชานซองป่ะ
แบบว่าเด็กน้อยจริงจังกะคำพูดพี่แทคไรงี้ อยากช่วยพี่คุณไรงี้
รึว่ามันมีอะไรในกอไผ่มากกว่านั้น รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์

#1 By khundong (103.7.57.18|124.120.249.239) on 2013-05-19 12:10

Recommend