[SF] Sweet Innocence

posted on 06 Mar 2013 19:58 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney directory Fiction
 
 
Sweet Innocence
 
Pairing: KhunWoo
Genre: Comedy, Fluff
Rate : NC-17

 

 

 

 

“อะไรนะ!!” เสียงตะโกนจากคนปลายสายทำให้ผมสะดุ้ง

 

“อย่าเสียงดังสิ” ผมดุเขา โจควอนถึงค่อยเบาเสียงลง

 

“พวกนายไม่เคยจริงๆหรอ”

 

ผมเม้มริมฝีปาก

 

“จูบล่ะ?”

 

“อืมมมม” ผมพึมพำในลำคอ นึกสงสัยว่าการจูบโดยมีกระดาษกั้นจะนับไปด้วยได้หรือเปล่า

 

“พวกนายคบกันมาตั้งนานแล้วนะ” โจควอนถอนหายใจด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

 

ผมเริ่มคิดว่าผมไม่ควรโทรหาเขาตั้งแต่แรก และก็ไม่ควรพาบทสนทนามาถึงตรงนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะจุนโฮกับชานซองนั่นแหละ เพราะสองคนนั้นหนีไปแช่น้ำพุร้อนด้วยกัน และก็กลับมาทำตัวเหมือนมีความลับกันสองคน ทั้งๆที่ผมก็อยากไปด้วย แต่สองคนนั้นกลับไม่ชวนผมสักคำ มันน่าโมโหมั้ยล่ะ ยิ่งผมพยายามซักถาม ทั้งสองคนก็ยิ่งบ่ายเบี่ยงอยู่นั่นแหละ ผมถึงต้องโทรไประบายกับเพื่อนที่พึ่งพิงได้ที่สุดของผม โจควอน ที่แทบจะตวาดผมทันทีที่ผมเล่าจบ

 

“นี่นายไม่รู้จริงๆหรอ” เขาขึ้นเสียงสูง

 

“ทำอย่างกับว่านายไม่เคย” และก็สูงขึ้นอีก

 

“อย่าบอกนะว่านายไม่เคย” มันสูงจนแทบจะหลงผิดคีย์ไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงจริงๆสำหรับนักร้องที่แทบไม่เคยร้องเพลงเพี้ยน แต่ในตอนนี้เขากลับไม่แคร์มันเลยด้วยซ้ำ

 

“อ่า... ฉันเคยไปแช่น้ำพุร้อนกับนายไง”

 

ผมคิดว่าตอนนี้โจควอนแทบจะกรี๊ดใส่ผมทีเดียว

 

“นาย ไม่เคย อาบน้ำ กับ คุณฮยอง หรอ?!”

 

“เอ่อออ... ฉันรู้สึกว่ามันแปลกๆอยู่นะ แล้วมันก็... น่าอายด้วย ไม่ใช่หรอ..”

 

“หยุด!” ถึงแม้ว่าเราจะคุยกันผ่านโทรศัพท์และอยู่ห่างกันคนละประเทศ ผมมาทำงานที่ญี่ปุ่น ส่วนเขาวุ่นกับอัลบั้มใหม่ที่เกาหลี แต่ผมแทบจะมองเห็นเขาชี้นิ้วมาตรงหน้าผม พร้อมด้วยสายตาเรียวที่หรี่จนคมกริบ

 

“นายจะบอกว่านายไม่เคยอาบน้ำกับคุณฮยอง”

 

น้ำเสียงนั้นนิ่งเรียบจนน่าขนลุก

 

“อื้อ”

 

“ไม่เคยเห็นคุณฮยองถอดเสื้อผ้า”

 

“จริงๆก็เคยนะ เขาถอดเสื้อ เวลาถ่ายแบบ...แล้วก็ เอ่อ..”

 

“อูยอง!”

 

“อื้ม ไม่เคย”

 

“พวกนายไม่เคยมีอะไรกัน” โจควอนสรุป หลังจากความนิ่งเงียบอันยาวนะ ผมก็ตอบเขาไปว่า

 

“ไม่เคย”

 

และนั่นคือเหตุการณ์ก่อนที่โจควอนจะพูดกับผมด้วยความเป็นกังวลราวกับว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงถึงขั้นคอขาดบาดตาย ซึ่งสำหรับผมที่ถึงแม้จะสนิทกับเขามากเท่าไหร่ แต่การมาฟังเรื่องพรรค์นี้จากปากเพื่อนตัวเอง มันก็น่าอายอยู่ดี

 

“อูยอง ฟังนะ” น้ำเสียงของเขานิ่งสงบลง เหมือนแม่ที่อยากจะคุยเปิดอกกับลูกสาว

 

“อ่าฮะ” ส่วนผมก็ตกอยู่ในสภาพลูกสาวที่อยากจะวิ่งหนีแม่แล้วปิดประตูขังตัวเองอยู่ในห้อง

 

“ยังไงนิชคุณเขาก็เป็นผู้ชาย แล้วนายเข้าใจมั้ย มันเป็นสัญชาตญาณน่ะ ถ้าเขาจะมีความต้องการด้านนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้านายสนองเขาไม่ได้ มันก็ช่วยไม่ได้นะถ้าเขาจะไปหาที่อื่น”

 

“เอ่อะ...” ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่คุณแม่กำลังจะบอกให้ผมเสียตัวให้แฟนหรอครับ

 

“แต่คุณฮยองก็ไม่เคยพูด จริงๆแล้วเขาเป็นสุภาพบุรุษ..”

 

“ก็เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษน่ะสิ ส่วนนายก็เป็นเด็กน้อยในสายตาของเขาตลอด เขาถึงไม่กล้าจะเรียกร้องอะไรไง แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ต้องการนะ”

 

“พวกนายน่ะ คบกันมาตั้งนานแล้ว นายก็ควรจะยอมให้เขาขยับความสัมพันธ์ขึ้นไปมั่งนะ นายจะอยากให้เขาเป็นพี่ชายคอยดูแลนายอย่างเดียวหรอไง ถ้าวันนึงเขาอยากจะเป็นพี่นายเฉยๆขึ้นมา แล้วหนีไปนอนกับคนอื่น นายไม่ต้องมาร้องไห้เสียใจทีหลังหรอไง”

 

“จริงๆนะ อูยอง นายเองก็ควรจะแสดงให้เขาเห็นว่านายก็พร้อมที่จะให้เขาเหมือนกัน” โจควอนทิ้งท้าย ก่อนที่ผมจะรีบวางสายหนีจากบรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วน

 

ผมพยายามนอนให้หลับ แต่ความคิดของผมถูกป้อนด้วยคำแนะนำของโจควอนจนอัดแน่นไปหมด ผมแปลกหรอที่ผมไม่เคยมีอะไรกับแฟน ผมคบกับเขามานานแล้วก็จริง และผมก็มีความสุขดี ผมแทบไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วคุณฮยองล่ะ คุณฮยองเคยคิดอะไรกับผมด้วยหรือเปล่า หรือฮยองเขาก็มองผมเป็นเด็กอยู่เสมอจริงๆหรอ เด็กที่คอยแต่จะให้เขาดูแล แต่กลับสนองความต้องการอะไรให้เขาไม่ได้ บางทีคุณฮยองอาจรู้สึกอัดอั้น แต่ไม่กล้าพูดออกมา

 

ผมนอนพลิกตัวไปมา จนประตูห้องเปิดออก ดวงตากลมโต ยิ้มเมื่อเห็นว่าผมยังไม่หลับ

 

“รอพี่อยู่หรอครับ” นิชคุณคุกเข่าลงข้างเตียง อุ้งมือที่อบอุ่นแนบแก้มของผม

 

 “ผมนอนไม่หลับ”

 

นิชคุณหัวเราะเบาๆ ริมฝีปากอิ่มกดจูบเบาๆบนหน้าผากของผม เขามักจะทำอย่างนี้ ก่อนนอน จูบหน้าผากของผม จมูกของผม แก้มของผม เปลือกตาของผม จูบที่แสดงถึงความอบอุ่น อ่อนโยน และมันจะทำให้ผมรู้สึกง่วงงุนได้อย่างน่าประหลาด ราวกับว่าร่างกายของผมผ่อนคลายลง จิตใจของผมรู้สึกสงบและเป็นสุข

 

“ขอฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ”

 

ผมมองตามร่างสูงที่เดินเข้าห้องน้ำไป สัมผัสอุ่นยังคงอ่อยอิ่งอยู่บนหน้าผากที่นิชคุณประทับจูบ แต่วันนี้ดวงตาของผมไม่อาจจะหลับลง เพราะคำพูดของโจควอนที่ยังดังสะท้อนก้องไปมาในหัว เราไม่เคยจูบปากกันเลยด้วยซ้ำ อย่างมากมันก็เป็นแค่จุ๊บเบาๆ เพราะแค่นั้นผมก็เขินจนไม่รู้จะทำยังไง พวงแก้มที่ร้อนจนแทบจะระเบิดไปเสียให้ได้ เพราะอย่างนี้รึเปล่า ผมถึงยังดูเป็นเด็กของเขาเสมอ นิชคุณถึงไม่กล้าเรียกร้องอะไร เพราะแค่จูบดีๆ ผมก็ยังให้เขาไม่ได้เลย

 

ผมไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้อยู่นานนัก เพราะเมื่อนิชคุณกลับมา และนอนลงข้างผม กลิ่นกายที่หอมอ่อนๆของเขา สลัดความไม่สบายใจของผมไปจนหมด นิชคุณดึงตัวผมเข้าไปในอ้อมกอด ผมเอนกายพิงร่างที่อบอุ่นของเขา ไม่นานผมก็หลับสนิท

 

ผมคิดว่าผมอาจกำลังโดนล้างสมองและปลูกฝังความคิดอะไรบางอย่างตอนที่หลับไป เมื่อเราตื่นขึ้น และลงไปกินอาหารเช้าของโรงแรม ผมสังเกตเห็นในสิ่งที่ผมไม่เคยสังเกตมาก่อน ท่าทางของจุนโฮและชานซองที่มาถึงโต๊ะอาหารพร้อมกัน สายตาที่ทั้งคู่จ้องมองกัน แสดงถึงความสนิทสนม และผูกพัน มันไม่เหมือนที่นิชคุณมองผม มันไม่ได้ดูอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรักและเอ็นดู แต่มันก็ยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน และผมเพิ่งรู้ความหมายของมัน สายตาแบบนั้น มันคือสายตาที่คนสองคนจะจ้องมองกันเมื่อพวกเขาได้ผูกพันกันอย่างลึกซึ่ง ใกล้ชิดกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน คำพูดของโจควอนย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง และในที่สุดผมก็เข้าใจถึงสิ่งที่เขาพูดถึง การพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้น ซึ่งผมกับนิชคุณไม่เคยได้ทำแบบนั้น และจู่ๆเมื่อผมเฝ้ามองท่าทีของชานซอง และจุนโฮ ผมก็เริ่มรู้สึกอิจฉา

 

“จุนโฮ” ผมส่งเสียงกระซิบกระซาบ เมื่อพวกเรารับประทานอาหารเสร็จ และกำลังจะแยกย้าย วันนี้เป็นวันว่าง หนึ่งในไม่กี่วันที่พวกเราจะได้พักผ่อนและสามารถไปไหนก็ได้และทำอะไรก็ได้ ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยถ้าเราอยู่ที่เกาหลี แต่นี่เราอยู่ที่ญี่ปุ่น เราได้รับอิสระมากพอตัวที่จะทำให้ความรู้สึกแย่ที่ต้องอยู่ไกลจากประเทศบ้านเกิดลดน้อยลงไป ผมลากจุนโฮมาที่สวนย่อมเล็กๆริมสระน้ำ

 

“อะไรนะ!” ผมตะครุบปากของจุนโฮที่ขึ้นเสียงดัง ก่อนจะหันมองไปรอบๆ โอเค ไม่มีใครได้ยิน การที่จุนโฮไม่ใช่คนแรกที่ทำเสียงตกอกตกใจกับสิ่งที่ผมเล่า ทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่าปัญหาของผมอยู่ในขั้นวิกฤติ

 

“แต่... พวกนายคบกันมาตั้งนานแล้วนะ...”

 

นั่นก็ประโยคเดียวกันกับโจควอนเหมือนกัน

 

 “ครั้งแรกของนายเป็นยังไงอ่ะ” ผมเห็นว่าแก้มของจุนโฮเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสีแดงจัด เขาทำท่าจะบ่ายเบี่ยงแต่ผมเกาะแขนของเขาไว้

 

“นะ จุนโฮนะ ช่วยฉันหน่อย”

 

“อืมมม” จุนโฮเม้มริมฝีปาก ผมคิดว่าในใจเขาคงกำลังตะโกนใส่ผมว่า ของอย่างนี้มันช่วยกันได้ที่ไหนเล่า!

 

“มันอยู่ที่จังหวะเวลา อารมณ์ และความรู้สึก มันเป็นเรื่องธรรมชาตินะอูยอง”

 

จังหวะ เวลา อารมณ์ ความรู้สึก ผมทวนมันในใจ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

 

“ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไง” ผมถอนหายใจ “จะให้ฉันเดินไปบอก คุณฮยองฮะ ผมคิดว่าผมโตแล้ว ถ้าฮยองอยากปล้ำผมก็ปล้ำได้เลยฮะ อย่างงี้หรอ”

 

จุนโฮยิ้มแหยๆให้ผม เขาลูบหัวผมเบาๆ “ไม่เอาน่า ถ้ามันจะเกิดมันก็เกิดขึ้นเองแหละน่า อย่าไปคิดมาก”

 

“พวกนายมีอะไรกันครั้งแรกตอนไหน”

 

“เอ่ออ...”

 

“มันเจ็บมั้ยอะ”

 

“....”

 

“นายใส่ชุดสีอะไร”

 

เมื่อผมเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตาเขา จากสีหน้าของจุนโฮ ผมก็รู้ว่าปัญหาของผมมันอยู่ในขั้นวิกฤติจริงๆ ผมไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย ผมไม่ได้ไร้เดียงสาจนถึงขั้นไม่รู้ว่าคนรักกัน บางครั้งมันก็ต้องมีอะไรกันบ้าง แต่มันกลับไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย ตลอดเวลาที่ผมคบกับนิชคุณ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องบนเตียง แล้วถ้าลองมองในมุมของนิชคุณดูบ้างล่ะ ถ้านิชคุณเขาคิดล่ะ ถ้าที่ผ่านมาผมเป็นคนมองข้ามมันมาตลอดล่ะ นี่ผมเป็นคนรักที่น่าเบื่อประเภทไหนกัน

 

 

ผมพาร่างของตัวเองกลับเข้ามาในห้องพักได้ถูกในที่สุด หลังจากสมองผมยังคงครุ่นคิดไม่ตก นิชคุณนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงตอนที่ผมเข้าไป เขาสวมชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาด อ้า... ผมอยากกอดเขาจัง อยากนอนซุกร่างอุ่นๆ นอนดูทีวีด้วยกัน ผมเดินตรงเขาไปหาร่างที่ยิ้มให้ผม นั่งลงข้างๆเขา

 

“ไปไหนมา” นิชคุณวางหนังสือลง เขาบีบปลายจมูกของผมเล่น ทำให้ผมหัวเราะออกมา

 

ผมกำลังจะนอนลงข้างเขา แต่เขากลับลุกขึ้นยืนเสียก่อน ทำไมต้องลุกด้วยล่ะ ผมมองร่างโปร่งที่ลุกยืนเต็มความสูง ชุดคลุมที่ผูกไว้หลวมๆเผยให้เห็นแผงอกสีขาวกล้ามเนื้อที่ได้รูปสวย ผมนึกถึงโจควอน ผมนึกถึงจุนโฮ และย้อนกลับมาถึงความคิดตัวเองอีกครั้ง นิชคุณนอนอยู่บนเตียงมีเพียงชุดคลุมอาบน้ำบนร่างที่เปลือยเปล่า! แต่สิ่งที่ผมคิดคือผมแค่อยากนอนกอดเขาแล้วดูทีวีด้วยกัน

 

“ฉันไปแต่งตัวดีกว่า นายอยากออกไปไหนมั้ย”

 

แว้บหนึ่งผมนึกถึงร้านของเล่นก่อนจะเปลี่ยนใจ ผมมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นต้องทำ ผมจับมือของเขาไว้

 

“คุณฮยอง” นิชคุณก้มมองผม คิ้วเข้มเลิกสูงขึ้น

 

ผมรู้สึกถึงไอร้อนผะผ่าวบนใบหน้าของตัวเอง ขณะเอ่ยออกไปอย่างตะกุกตะกัก

 

“จูบผมหน่อย”

 

นิชคุณอมยิ้มที่มุมปาก ทำไมกับท่าทางแค่นั้นเขาถึงดูมีเสน่ห์เหลือเกินนะ ผมรู้สึกแน่นหน้าอก เพราะจู่ๆตัวเองก็เผลอกลั้นหายใจ ริมฝีปากอ่อนนุ่มประกบลงบนกลีบปากของผม ทุกอย่างแผ่วเบาและรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะถอนจูบออกไป ผมถอนหายใจ โล่งอกที่มันจบลง หัวใจผมกำลังเต้นระรัวราวกับมีใครขนกลองชุดใหญ่มาเป