[SF] The Circular

posted on 16 Dec 2012 15:10 by woohoney in SmileJunho, SweetKhunnie, WooHoney directory Fiction
 
 
The Circular
Pairing: KhunWoo, KhunHo
Genre: Agnst
Rate : R
 
 
 

 

 

First Arc: Nichkhun

 

“นายไม่ควรมาที่นี่” อูยองเอ่ยด้วยเสียงเบาหวิว เมื่อเขาทำแผลให้ร่างเล็กอย่างเบามือ

“ฉันไม่อยากเชื่อว่าเขาทำอย่างนี้กับนาย”

นิชคุณรีบมาที่นี่ทันทีที่รู้ว่าจุนโฮทำอะไรลงไป หัวใจของเขาเหมือนถูกรนด้วยไฟร้อนนั่นไปด้วยตลอดทางที่ขับรถมา เขากดกริ่งอย่างร้อนรน จนประตูเปิดออก อูยองมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะนำเขามานั่งบนโซฟารับแขก

“ไม่เป็นไรหรอกน่า จุนโฮเขาก็เป็นอย่างนี้แหละ เป็นคนใจร้อนทำอะไรวู่วามไปหน่อย”

นิชคุณมองดูแก้มกลมซึ่งมีรอยช้ำปรากฎชัด ไม่เป็นไร.. อย่างนี้จะเรียกว่าไม่เป็นไรได้ยังไง

“ป่านนี้เขาคงนั่งรู้สึกผิดแล้วล่ะ” อูยองเอ่ยยิ้มๆเมื่อเห็นแววตาเป็นกังวลของอีกคน

นิชคุณเกลี่ยพวงแก้มเนียนด้วยนิ้วหัวแม่มือ แตะลงบนแผลที่มุมปากอย่างแผ่วเบา

“ฉันกลัว...” เสียงของเขาแตกพร่า อูยองเงยขึ้นสบตาของเขา

“ตอนนั้น ฉันกลัว... เพราะฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน ฉันไม่รู้ว่าฉันควรทำยังไง...”

เขาสารภาพ ความรู้สึกหวั่นกลัวเหล่านั้นยังคงสดใหม่จนถึงแม้กระทั่งตอนนี้

“ฉันต้องการนาย จนมันเหมือนกับว่าฉันต้องการทุกสิ่งทุกอย่างจากนาย ความรู้สึกแบบนั้นมันทำให้ฉันกลัว..”

“เรายังเด็กไม่ใช่หรอ” อูยองกระซิบอย่างอ่อนโยน นิ้วมือเรียวลูบไล้บนใบหน้าของนิชคุณ

อูยองยิ้มให้เขา รอยยิ้มน่ารักที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

ราวกับว่าพวกเขาได้ย้อนกลับไป เป็นเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีอีกครั้ง เขาแตะริมฝีปากลงบนรอยยิ้มนั้น ค่อยๆจูบอย่างแผ่วเบา รอให้กลีบปากบางนั้นขยับตอบ ระมัดระวังไม่ให้โดนรอยแผลที่มุมปาก เหมือนจูบแรกของพวกเขา จูบที่หวั่นกลัว และไม่แน่ใจ จูบที่สั่นไหว และอ่อนหวานที่สุดในความทรงจำ อูยองโอบแขนรอบลำคอของเขา ขยับร่างกายให้แนบชิด นิ้วมือเล็กแกะกระดุมเสื้อของเขา ก่อนจะสัมผัสกับผิวกายที่ร้อนผ่าว ลูบไล้บนแผงอก และโอบกอดร่างกายของเขา พวกเขาจูบปนด้วยรสสนิมเลือด ปลดเปลื้องเสื้อผ้าอย่างสะเปะสะปะ สัมผัสลูบไล้ไปแทบทุกส่วนของร่างกายอีกฝ่าย กลีบปากบางจูบบนแผ่นอกของเขา ร่างเล็กของอูยองสั่นโยนเล็กน้อย เมื่อเขาดึงกางเกงบอกเซอร์ของอูยองลงจากสะโพกมน เผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าที่สมบูรณ์แบบ อูยองหลับตาลงและหยุดนิ่ง

“นายอยากให้ฉันหยุดรึเปล่า”

อูยองส่ายหน้า ก่อนจะเปิดเปลือกตาที่เปียกชื้นขึ้นมา ดวงตากลมดำขลับเพ่งมองเข้าไปในดวงตาของเขา

“ฉันอยากให้นายกอดฉัน”

นิชคุณดึงตัวของอูยองมาจูบ อูยองจูบตอบเขาอย่างโหยหา เรียวขาตวัดกอดรอบลำตัวของเขา เมื่อเขาอุ้มร่างบางขึ้นมาบนตัก นิ้วมือเรียวแทรกลงในเส้นผมของเขา ขยุ้มเบา ขณะที่เจ้าตัวร้องครางออกมาอย่างอ่อนหวาน เมื่อเขาขบเม้มบนผิวอ่อนที่ลำคอ เรียวจมูกของเขาไล้ไปบนผิวกายหอมกรุ่น กดจูบลงบนลำคอขาวเนียน ฝ่ามือของเขาโอบเอวคนบนตักให้แนบชิด อูยองซุกใบหน้าลงบนเส้นผมของเขา แอบอิงอยู่ที่ขมับของเขา ลมหายใจร้อนกระซิบพร้อมกับสัมผัสของริมฝีปากที่ประทับจูบอย่างแผ่วเบาบนหน้าผากของเขา

“ฉันรักนาย”

แผ่นอกที่สะท้านขึ้นลงทำให้เขารู้ว่าอูยองกำลังร้องไห้

นิชคุณผละออก เพื่อจะประคองใบหน้ากลมที่กำลังเบะสะอื้นเอาไว้ เขายิ้มให้อูยอง และเช็ดน้ำตาบนพวงแก้มขาวซีดนั้น

“ให้ฉันนอนกอดนายมั้ย”

อูยองยิ้มตอบเขา พร้อมกับพยักหน้า รอยยิ้มที่เขาแทบจะสาบานว่าไม่มีอะไรจะสวยงามเทียบเท่าได้

เขาขยับและดึงตัวของอูยองให้นอนลงในอ้อมกอด อูยองดูตัวเล็กนิดเดียวในอ้อมแขน ผิวขาวนุ่มนอนอิงแอบอยู่ข้างกาย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงอดใจไม่ได้หรอกที่จะขึ้นไปคร่อมอยู่บนร่างบาง ทำให้เสียงกระเส่าเอ่ยเรียกชื่อของเขาอย่างเว้าวอน แต่วันนี้เขาเพียงแต่กอดอูยองไว้ รู้สึกถึงทุกๆอย่าง ผิวกายที่อบอุ่น กลิ่นหอมอ่อนๆ และหัวใจดวงเล็กที่เต้นอยู่แนบอก ลมหายใจที่รินรดอยู่บนร่างของเขา มันไม่ใช่เพียงความใคร่อีกแล้ว เรือนร่างที่เปลือยเปล่าไม่ได้ปลุกเร้าอารมณ์ แต่กลับทำให้เขาอยากโอบกอดและทะนุถนอม อยากเก็บเอาไว้ อยากกอดเอาไว้ ความคิดถึงและปรารถนา ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของความสัมพันธ์ทางกาย.. แต่กลับท่วมท้นอยู่ในใจ เพราะจางอูยองมีค่ามากกว่านั้น เพราะเขารักจางอูยองมากกว่านั้น

 

 

เขาตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงนิ้วมือเล็กๆกำลังเขี่ยเล่นบนใบหน้าของเขา เขาจับมือที่ซุกซนนั้นไว้ ก่อนจะโน้มลงจูบกลีบปากบางที่กำลังคลี่ยิ้ม นานแค่ไหนที่เขาได้แต่เฝ้าฝันว่าจะได้เจออูยองอีกครั้ง นานแค่ไหนที่เขาเฝ้าฝันว่าจะได้กอดอูยองไว้อีกครั้ง นานจนเขาไม่กล้าคิดว่ามันจะสามารถเป็นจริงได้ อูยองหัวเราะเบาๆเมื่อถูกเขาจับได้ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้หัวใจของเขามีความสุขอย่างที่สุด เขาดึงตัวของอูยองมากอด ซบหน้าลงบนกลุ่มผมอ่อนนุ่ม

“ฉันไม่อยากตื่นเลย”

อูยองหัวเราะ  

“แต่นายต้องตื่นนะ”

“อื้มมม” เขาครางในลำคอ ดึงตัวอูยองกลับมาในอ้อมกอด หลับตาลง และซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น

“นิชคุณ” นิ้วมือเรียวขยุ้มผมที่ท้ายทอยของเขา ก่อนจะดึงตัวเขาออก ใบหน้ากลมขมวดคิ้วมุ่น ยิ่งน่ารัก ยิ่งน่าแกล้ง

“นายต้องกลับบ้านนะ จุนโฮเขารอนายอยู่” อูยองสบตาของเขา “ฉันเป็นห่วงเขา เขาคงไม่ฟังฉันตอนนี้ แต่ถ้าเป็นนาย เขาจะฟัง”

นิชคุณเกลี่ยนิ้วบนพวงแก้มใสของอูยอง ผิวเนียนที่อ่อนนุ่มจนกลัวว่าจะเป็นรอยช้ำได้ง่ายๆ อูยองยิ้มให้เขาบางๆ

“และฉันก็ต้องไปทำงาน นายจะทำให้ฉันไปทำงานสายนะ ลุกเดี๋ยวนี้”

ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง ดึงแขนเขาให้ลุกตาม “ลุกขึ้นนะ ถ้าฉันถูกหักเงินเดือน ฉันจะโทษนาย”

 

 

“ลุกขึ้นจากตัวฉันเดี๋ยวนี้ นิชคุณ”

เสียงโวยวายของอูยอง ทำให้เขายิ่งรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งคนตัวนิ่มที่ดิ้นขลุกๆอยู่ใต้ร่าง คนบ้าอะไรถึงได้นุ่มนิ่มไปทั้งตัว น่าฟัดชะมัด

“ฉันบอกให้ลุกไง ฉันมีสอบนะ จำไม่ได้หรอ”

เขาจำได้ อูยองบอกเขาตั้งแต่เขาเริ่มจูบที่ต้นคอของอูยอง ไซ้จมูกลงบนผิวขาวเนียนของอูยอง ‘ฉันมีสอบ ฉันจะอ่านหนังสือ’ บอกเขาอีกครั้งเมื่อเขาถอดเสื้อของอูยองออก ‘นายจะทำให้ฉันสอบตกนะ’ ย้ำอีกครั้งเมื่อเขาพาร่างเล็กขึ้นมาบนเตียง ก่อนที่เขาจะแตะปลายลิ้นลงบนเม็ดสีชมพูบนยอดอก ร่างบางถึงได้ครางกระเส่าจนพูดไม่เป็นภาษา

“ถ้าฉันไปสอบไม่ทัน ฉันจะโทษนาย มันเป็นความผิดของนายคนเดียวเลย”

 

 

นิชคุณอดยิ้มไม่ได้ เมื่อเห็นอูยองนั่งกอดอกและทำหน้ามุ่ย ไม่เปลี่ยนไป ไม่เปลี่ยนไปเลย

เขาลุกขึ้นจากเตียง เหยียดกายที่ยังคงเปลือยเปล่าขึ้นยืนเต็มความสูง ขณะที่เขาก้มลงเพื่อหยิบเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งไว้บนพื้น เขารู้ว่าอูยองกำลังจ้องมองเขาอยู่

“นี่นายกำลังลวนลามฉันทางสายตาหรอไง” เขาหันกลับไป ยกยิ้มที่มุมปาก อูยองนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงร่างกายเปลือยเปล่าเช่นเดียวกับเขา ถ้าจากที่เขาจำได้ เมื่อก่อนพวกเขาใช้เวลาแก้ผ้าอยู่ด้วยกันมากกว่าจะใส่เสื้อผ้าเสียอีก แต่วันนี้เมื่อเขามองร่างเพรียวบาง อาจจะเพราะสายตาของอูยองเช่นเดียวกันที่จ้องมองเขาไม่วางตา  เขารู้สึกถึงความร้อนวูบแปลกๆ ราวกับเขาเขินอูยองอย่างงั้นแหละ เขาหัวเราะให้กับความคิดนั้น เดินเข้าไปใกล้อูยอง ที่แก้มแดงจัดไม่ต่างกัน

“มันช่วยไม่ได้ ฉันอิจฉากล้ามท้องของนายมาตลอดเลยนี่นา”

มือของอูยองสัมผัสบนหน้าท้องของเขา พวงแก้มแดงระเรื่อ

“นายอยากโทรไปลาป่วยมั้ย แล้วฉันจะยอมให้นายดูหุ่นฉันได้ทั้งวัน”

อูยองหัวเราะ ร่างเล็กโอบคอของเขาไว้ โน้มใบหน้าของเขาให้ก้มลง หน้าผากของเขาแนบพิงกับหน้าผากของอูยอง ริมฝีปากอ่อนนุ่มเม้มลงบนกลีบปากของเขาก่อนจะถอนออกอย่างลังเล เขารู้สึกถึงลมหายใจร้อนที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง มือเรียวบางลูบใบหน้าของเขา เปลือกตาหลุบต่ำ ก่อนจะประกบริมฝีปากบนริมฝีปากของเขาอีกครั้ง ขยับจูบรุกเร้า เรียวลิ้นตวัดไล้ ดูดดื่ม กลีบปากชุ่มชื้นดูดดึงที่ริมฝีปากของเขา หนักหน่วงและเร่าร้อน ดูดดึงลิ้นของเขา กลีบปากของเขา รสจูบที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความโหยหา เขากดจูบตอบ บดริมฝีปากลงบนกลีบปากสีแดงเรื่อที่เผยอออก เขารู้สึกถึงความแสบร้อนในโพรงจมูก รู้สึกถึงน้ำตาที่ก่อตัวขึ้นมาในดวงตา เพราะอูยองโอบกอดเขา อูยองจูบเขา สัมผัสเขา ราวกับว่ามันเป็นการบอกลา เขารั้งเอวบางไว้ โอบกอดไว้ให้แนบชิด ประทับริมฝีปากบนริมฝีปากบาง อูยองขยับจูบตอบเขา ดูดดึงเรียวปากของเขา รุนเร้าอย่างอ่อนหวาน เพราะมันคือจูบครั้งสุดท้ายที่ไม่มีใครเลยอยากให้จบลง

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

Second Arc: Junho

 

เขามักปล่อยให้อารมณ์มีอำนาจเหนือการกระทำ มันเข้าครอบงำเขา และทำให้เขาทำอะไรแย่ๆลงไปโดยไม่ยั้งคิด เมื่ออารมณ์ฉุนเฉียวเหล่านั้นจากไป ราวกับมันแทกมือพร้อมส่งไม้ต่อให้อารมณ์เศร้าโศกเข้ามานั่งอยู่เป็นเพื่อนเขาแทน อูยองเป็นคนช่วยชีวิตเขา เมื่อหกปีที่แล้ว  เขายังจำวินาทีที่น้ำเย็นเฉียบนั้นปะทะใบหน้า มันไหลเข้าไปในรูจมูก ไหลเข้าไปในปาก ในลำคอ เสียดแทงอยู่ในปอด เหมือนฟองน้ำที่อุ้มน้ำไว้จนหนักอึ้ง ร่างของเขาจมดิ่งลง ในขณะที่ดวงตามืดลงทุกขณะ อารมณ์เหล่านั้นทิ้งเขาไปแล้ว ความขุ่นเคือง ความเศร้าโศก เหลือเพียงตัวเขา เขาที่โดดเดี่ยวอยู่ในห้วงน้ำที่ดับมืด กระแสน้ำฉุดรั้งเขาลงไปอย่างไม่มีทางขัดขืน ร่างกายของเขาชาจนแทบไม่รู้สึก มือคู่นั้นยื่นลงมาหาเขา ในช่วงขณะที่เขาคิดว่ามันคงเป็นวินาทีสุดท้ายของชีวิต ช่วงขณะที่ในความคิดมีแต่ความเวทนาต่อตัวเองเหลือเกิน ภายใต้สายน้ำเย็นเฉียบของฤดูหนาว มือที่อบอุ่นของอูยองจับมือของเขา และดึงตัวเขาขึ้นสู่ผิวน้ำ ห่มร่างของเขาด้วยผ้าแห้งทั้งหมดที่มีทั้งๆที่ตัวเองก็เปียกปอน

กระแสน้ำของวันนั้นกำลังแทรกผ่านในทุกลมหายใจของเขา ความปวดแสบวิ่งขึ้นไปในกระโหลก เหมือนเข็มเล็กๆนับพันถูกฝังลงไปในเนื้อสมอง ในขณะที่ค่ำคืนผ่านพ้นไป โดยที่เขาไม่อาจหลับตาลง นิชคุณกลับมาพร้อมกับแสงของวันใหม่ ดวงตาที่แดงก่ำ และใบหน้าเหยเกอย่างเจ็บปวด เขาเตรียมรับคำด่าทอ และน้ำเสียงเกรี้ยวกราด แต่นิชคุณนั่งลงข้างเขา ก่อนจะดึงตัวเขาไปกอดไว้ ฝ่ามือหนาลูบแผ่นหลังของเขาเบาๆ ไม่มีคำขอโทษ และข้อแก้ตัว นิชคุณไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ฟูมฟาย แต่เขารู้ว่าภายในใจของนิชคุณกำลังกรีดร้องอย่างทุรนทุรายเพียงใด

จุนโฮรู้ว่าอะไรคือการตัดสินใจของอูยอง คนที่พร้อมจะกระโดดลงไปในน้ำเย็นจัดเพื่อดึงตัวคนงี่เง่าอย่างเขาขึ้นมา  มือที่พร้อมจะคว้าและดึงเขาให้ลุกขึ้นยืนเมื่อเขาสะดุดล้ม สุดท้ายแล้วอูยองก็ยังคงทำได้ดีเสมอ ทำได้ดีในทุกๆเรื่อง พี่ชายที่แสนดีของเขา ตอกย้ำความเห็นแก่ตัวของเขา ตอกย้ำความน่าสมเพชของเขา

 

“ทำไมฮยองต้องช่วยผม”

อูยองเพียงแค่หันมายิ้มให้เขา พูดราวกับมันเป็นเรื่องง่ายๆที่เขาไม่เข้าใจ เหมือนเมื่อตอนที่พวกเขายังเป็นเด็ก ตอนที่เขาโดนพวกเด็กโตกว่ารังแก อูยองที่ตัวเล็กกว่าพวกนั้นตั้งเยอะก้าวเข้ามาเพื่อปกป้องเขา ดวงตาที่เขียวช้ำ ริมฝีปากที่บวมเจ่อยิ้มให้กับเขา

“นายเป็นน้องชายฉันนะ จุนโฮ น้องชายคนเดียวของฉัน”

 

 

 

“ฮยองเลิกงานรึยังครับ” จุนโฮหนีบหูโทรศัพท์ไว้บนไหล่ ขณะจัดของเข้าตู้เย็น

“ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ แวะซื้อของที่ซุปเปอร์มานิดหน่อย”

“ไม่เอาครับ วันเกิดฮยองทั้งที เราจะมานั่งอยู่บ้านกันได้ไง ผมอุตส่าห์จองร้านไว้แล้วนะ”

“ครับ แล้วเจอกันนะครับ”

เขาวางสายไป แต่รอยยิ้มยังติดอยู่ที่มุมปาก วันนี้เป็นวันเกิดของนิชคุณ และเขาก็อยากจะทำให้มันเป็นวันพิเศษ ชีวิตของพวกเขาผ่านช่วงสะดุดมาแล้ว และตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ดี นิชคุณใส่ใจ และยังคงสุภาพอ่อนโยนเหมือนวันแรกที่พวกเขาเจอกัน ยังทำให้เขาหัวเราะด้วยความตลกอย่างจริงใจ ทำให้เขายิ้มเพราะความน่ารักและอบอุ่นในแบบของนิชคุณ เขาคว้ากระเป๋าและกำลังจะออกไปหานิชคุณ ตอนที่โทรศัพท์ในห้องรับแขกดังขึ้น เสียงของมันดังกังวานในความเงียบ ชั่วครู่หนึ่งเมื่อเขาหันไปมอง โทรศัพท์เครื่องสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย เขารู้สึกราวกับผนังห้องถูกขยายออก เหมือนว่าบ้านหลังนี้ใหญ่เกินไป และไม่มีความอบอุ่นอยู่เลย มันถูกตกแต่งอย่างสวยงาม แต่กลับดูผิดที่ผิดทางไปเสียหมด เสียงนั้นดังนานราวกับไม่มีสิ้นสุด อะไรบางอย่าง ทำให้เขาหวาดกลัว เขาเดินออกจากบ้าน โดยที่เสียงโทรศัพท์ยังไม่หยุดลง

 

นิชคุณออกไปสูบบุหรี่ หลังจากที่พวกเขาทานอาหารเย็นเสร็จ นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากวันนั้นที่อูยองทิ้งพวกเขาไป... มันเป็นอูยองที่ทิ้งพวกเขาไป คนที่เรียกตัวเองว่าพี่ชายคนนั้น เก็บข้าวของแล้วจากไป โดยไม่บอกลาเลยสักคำ มันสองปีมาแล้วที่นิชคุณเริ่มสูบ เขารู้ว่าอูยองเกลียดกลิ่นบุหรี่ยิ่งกว่าอะไรดี และจะไม่ยอมเข้าใกล้โดยเด็ดขาด การเห็นนิชคุณสูบควันเหล่านั้นเข้าปอด มันอาจฟังดูเป็นความคิดที่งี่เง่า แต่มันก็ทำให้เขาสบายใจกว่า มันเหมือนนิชคุณกำลังบอกกับเขา กระซิบปลอบเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิชคุณไม่ได้คิดจะกลับไปหาอูยองอีก

เขามองนิชคุณผ่านกระจกในร้าน เขาเตรียมเค้กวันเกิดไว้ และรอจะเซอร์ไพร้ส์เมื่อนิชคุณกลับเข้ามา ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างนอกหันหลังให้เขา มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง และอีกข้างคีบมวนบุหรี่ไว้ เป็นภาพที่เขาเห็นจนชินตา ในทุกเช้ามืดที่เขาตื่นมาเห็นนิชคุณยืนอยู่นอกระเบียงห้อง พ่นควันพวกนั้นให้ม้วนลอยขึ้นไปในอากาศ เขาไม่ควรจะรู้สึกอะไรเลย แต่เมื่อเขานึกถึงเสียงโทรศัพท์เมื่อตอนเย็น ความกลัวในตอนนั้นกลับมาอีกครั้ง มันโจมตีอย่างรุนแรงจนเขาไม่กล้าหายใจ เขามองแผ่นหลังของนิชคุณ จู่ๆความคิดว่านิชคุณกำลังจะเดินจากไปก็ชัดเจนขึ้นมาจนหัวใจของเขาเจ็บแปลบ เขาเก็บของและลุกขึ้นยืน

“กลับบ้านกันเถอะครับ” เขากอดนิชคุณไว้จากด้านหลัง ซบลงเพื่อให้รู้สึกถึงไออุ่น สูดดมกลิ่นนิโคตินที่ติดอยู่บนเสื้อผ้า มันเป็นเหมือนกลิ่นประจำตัวของนิชคุณตัวไปแล้ว และทำให้เขารู้สึกสบายใจมากกว่าจะรังเกียจ อย่างน้อยมันคือนิชคุณ นิชคุณที่อยู่กับเขา

จางอูยองจากไปแล้ว ทิ้งพวกเขาไปแล้ว คนที่วิ่งหนีไป คนที่ยอมแพ้... ไม่มีสิทธิ์จะมาแย่งอะไรไปจากเขาอีกไม่ใช่หรอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 Third Arc: Wooyoung

 

อูยองยืนมองรูปถ่ายของตัวเอง มันเป็นภาพสีขาวดำ มีเพียงดวงตาที่โผล่พ้นผ้าห่มสีขาว แต่เขาจำภาพนี้ได้ในทันที จำได้กระทั่งกลิ่นอ่อนๆของฤดูใบไม้ผลิ กลิ่นของแสงแดดที่อาบบนหญ้าสีเขียวสดชุ่มน้ำ เขากำลังยิ้มอย่างมีความสุข แววตาที่เปล่งประกายสดใส สัญลักษณ์ของความสุข และความเยาว์วัยที่ได้ผ่านพ้นไป

เขาได้รับบัตรเชิญส่งไปที่ออฟฟิศของเขาเมื่ออาทิตย์ก่อน ให้มาร่วมงานจัดแสดงภาพถ่ายเพื่อการกุศล เพราะงานของเขา และอาจจะชีวิตทั้งหมดของเขา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพ เขาถึงเกือบจะทิ้งบัตรเชิญนั้นไว้ในลิ้นชัก แต่รายชื่อของช่างภาพสะดุดสายตาของเขา ชื่อที่พาให้ความทรงจำของเขาหวนคืนมา ราวกับฉากในภาพยนตร์ ทุกอย่างดูสมจริง จนแม้กระทั่งความรู้สึกอุ่นอวลที่เคยได้สัมผัส ยังหวนกลับมาโอบกอดเขาไว้

 

มันคือการมาแสดงความยินดีกับเพื่อนเก่า..

เขาบอกกับตัวเองอย่างนั้น ตอนที่เขายืนอยู่หน้ากระจก พยายามเลือกเสื้อที่ดูดีที่สุดจากกระเป๋าเดินทาง หงุดหงิดที่เขาพับมันมาไม่เรียบร้อยพอและทำให้มีรอยยับ เขาเปลี่ยนจากเสื้อเชิ๊ตลายทาง เป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาว และสวมทับด้วยสเวตเตอร์สีน้ำเงิน เขาเบ้ปาก และถอนหายใจเมื่อมองดูตัวเองในกระจกเงา หน้าของเขาบวมอีกแล้ว นิ้วมือขาวยกขึ้นดึงแก้มยุ้ยของตัวเองไปมา ก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ เขาจะอยากดูดีไปเพื่อใครกัน นิชคุณอาจจะเชิญเขาแค่พอเป็นมารยาท หรือไม่ก็อาจไม่ใช่นิชคุณที่ส่งบัตรเชิญไปให้เขาตั้งแต่แรก มันอาจเป็นใครก็ได้ มีรายชื่อช่างภาพที่รวมอยู่ในงานนั้นเป็นสิบ และเขายังไม่ได้ดูเลยว่าในรายชื่อของผู้สนับสนุน อาจจะมีในนั้นสักคนเป็นคนที่เขารู้จัก หรือจะเป็นองค์กรการกุศลอะไรสักอย่างที่สุ่มแจกบัตรเชิญออกไปเพื่อให้คนมาร่วมงาน ถึงแม้ว่ามันจะแปลกอยู่สักหน่อยที่จะส่งบัตรเชิญออกไปนอกประเทศแต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นี่ หลังจากเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง เขาก็พาตัวเองมายืนอยู่ในงาน ด้วยความตื่นเต้นแบบไร้เหตุผล

ขณะที่เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเด็กหนุ่มในภาพคนนั้นทำไมช่างโง่เขลานัก จนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมีความรัก ทั้งๆที่ทุกอย่างแทบจะแสดงออกมาจากแววตาเปี่ยมสุขคู่นั้น มันจะเปลี่ยนไปมั้ย ทุกอย่างจะแตกต่างจากนี้มั้ย ถ้าเขารู้ตัวตั้งแต่วันนั้น ถ้าเขาได้บอกรัก ได้ทำทุกอย่างเพื่อฉุดรั้งความรักของเขาไว้ เขาส่ายศีรษะ มันไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก การจะคิดย้อนกลับไป ในเมื่อทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ผ่านมานานเหลือเกิน

“อูยอง” เสียงเรียกจากข้างหลัง ทำให้เขาหันกลับไป เพื่อพบว่าเวลาที่ผ่านพ้นไปกว่าสิบปี นิชคุณยังคงส่งผลต่อตัวเขามากเพียงใด หัวใจของเขาเต้นแรงจนน่าหวั่นกลัวว่ามันจะหยุดลง เมื่อสบดวงตาสีเข้มราวห้วงท้องทะเล สงบนิ่งแต่กลับทรงพลัง สวยงาม และน่าหลงใหล เขาที่ตอนนี้อายุยี่สิบแปดปีบริบูรณ์ ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ตกหลุมรักหัวปักหัวปำกับรูมเมทของตัวเองอีกต่อไป

นิชคุณยิ้มให้เขา

“ฉันดีใจที่นายมานะ”

เขาพยายามที่จะหาคำพูดอะไรเพื่อตอบกลับไป แม้แต่คำพูดทักทายโง่ๆแบบที่ใช้เวลาเจอเพื่อนเก่าที่น่ากระอักกระอ่วน เขาก็ยังไม่สามารถเปล่งเสียงออกไป สุดท้ายเขาถึงทำได้เพียงยิ้มให้นิชคุณก็เท่านั้น

“นายเป็นยังไงบ้าง” นิชคุณพาเขาเดินชมในงาน มีภาพถ่ายฝีมือของนิชคุณอยู่ห้าหกภาพ ล้วนแต่เป็นรูปวิว ถนนตอนกลางคืนของมุมหนึ่งในกรุงโซล แมวที่นอนหมอบบนกำแพง พระอาทิตย์ดวงกลมที่โผล่พ้นเส้นที่ตัดระหว่างผืนน้ำและท้องฟ้า ผลงานที่นิชคุณใช้เวลาสะสมมาทั้งชีวิต ความทรงจำ นิชคุณเรียกมันว่าอย่างนั้น ภาพทุกภาพมีเรื่องเล่าของมันเอง เหมือนที่ท้องถนนบันทึกการเดินทางของเขา แมวตัวอ้วนสีส้มบอกเล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวที่ชวนให้เขาอมยิ้มเมื่อนึกถึง พระอาทิตย์ที่ให้ความหมายของการเริ่มต้น รูปถ่ายของเขา...

“ความสุข...” นิชคุณเอ่ย เมื่อพวกเขาวนกลับมาหยุดที่ภาพถ่ายของเขาอีกครั้ง

อูยองหลับตาลง และใช่ เขามองเห็นความทรงจำเหล่านั้น กำลังเล่าเรื่องราวของมันเอง

 

 

“ไม่เอา ไม่ถ่ายน่า” เขาพลิกตัวหนีนิชคุณที่แอบส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ขณะที่พยายามจะถ่ายภาพของเขาให้ได้

เขาซุกใบหน้าลงในผ้าห่ม ก่อนจะเปล่งเสียงอู้อี้

“ฉันเพิ่งตื่นนะ นิชคุณ นายจะช่วยถ่ายตอนฉันสภาพดีๆไม่ได้หรอไง”

นิชคุณส่ายศีรษะ พร้อมกับเสียงกดชัตเตอร์

“มันไม่สมจริง”

“สมจริง?”

“จะถ่ายรูปจางอูยองทั้งที ก็ต้องถ่ายตอนที่หน้าบวมๆสิ”

เขาคว้าหมอนขึ้นโยนใส่คนที่หัวเราะร่วน ก่อนที่นิชคุณจะกระโดดขึ้นมาคร่อมร่างของเขาไว้ ดึงผ้าที่ปิดใบหน้าของเขาออก เม้มบนริมฝีปากของเขาเบาๆพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ “มันน่ารักนี่”...

 

 

“อย่างน้อย ฉันก็ต้องขอบคุณนายที่ไม่เลือกรูปที่เห็นแก้มบวมๆของฉันนะ”

นิชคุณหัวเราะเบาๆ

“น่าเสียดายนะ แต่แก้มนายที่น่ารักขนาดนั้น ฉันไม่อยากให้คนอื่นได้เห็นมันน่ะ”

“นายส่งบัตรเชิญไปให้ฉันทำไม” เขาตัดบท เมื่อรู้ว่าใบหน้าของเขาใกล้จะร้อนผ่าวเต็มทีกับทิศทางที่บทสนทนากำลังดำเนินไป

นิชคุณยักไหล่ “อย่างที่นายเห็น... มันเป็นภาพของนาย”

“ฉันน่าจะฟ้องนายที่เอารูปภาพฉันมาแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต”

“นายรู้มั้ยว่ามันไม่ใช่ง่ายๆนะที่ฉันจะตามหาตัวนาย” นิชคุณถอนหายใจ และอูยองอยากจะขอร้องให้ตัวเองไม่ได้หันไปมองเห็นสายตาที่ออดอ้อนขนาดนั้น

“เพราะนายไม่ควร... ที่จะตามหาฉัน” ... เพราะมันไม่ง่าย ไม่ง่ายเลยสำหรับเขาเช่นกัน เขาได้รับทาบทามจากบริษัทให้ไปประจำในตำแหน่งที่ว่างอยู่ของสาขาที่ญี่ปุ่นได้สักพัก แต่เขาก็บอกปัดมาตลอด เขามีน้องชาย มีครอบครัวที่ต้องดูแล

“....ทำไมต้องเป็นนิชคุณ ผมขอแค่เขาคนเดียว ผมขอไม่ได้หรอครับ”

เพราะคำขอร้องจากดวงตาที่ปริ่มไปด้วยความเจ็บช้ำ เขาคิดว่ามันเป็นทางออกที่เขาจะทำได้ เขาตกลงรับงานและบินมาอย่างกระทันหัน  

“นายมีสิทธ์เลือกนะ” นิชคุณเอ่ยขึ้นเบาๆ เขามองเข้าไปในดวงตาของเขาเองในภาพถ่าย เขามีสิทธิ์ที่จะวางบัตรเชิญใบนั้นทิ้งไว้ และใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป แต่ทำไมล่ะ เขามองเห็นทางออก แต่อะไรทำให้เขาจองตั๋วเครื่องบินเพื่อบินกลับมา อะไรที่ทำให้เขาพบว่าตอนนี้เขาวนกลับมายืนอยู่ตรงที่เดิม

 

 

 

“ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าฮยองจะแต่งงาน” จุนโฮเบิกตาโตอย่างประหลาดใจ ก่อนจะส่งเสียงหยอกล้อร่าเริง

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครครับ”

“เพื่อนร่วมงานน่ะ เป็นคนเกาหลีเหมือนกัน” อูยองตอบพลางจิบน้ำ เหตุผลอะไรบางอย่างทำให้เขากดเสียงลงราวกับกลัวว่าคนที่ง่วนอยู่ในครัวจะได้ยิน

“ฮยองหายไปตั้งห้าปี พอกลับมาฮยองก็กลับมาพร้อมการ์ดแต่งงาน นี่มันเป็นไงมาไงกันครับ” จุนโฮอดไม่ได้หรอกที่จะซักถาม อูยองรู้จักจุนโฮดี น้ำเสียงที่ยังคงตื่นเต้นแบบเด็กปกปิดความอยากรู้ไว้ไม่มิด เขาเล่าให้จุนโฮฟัง เรื่องอึนจี เธอเป็นเพื่อนร่วมงานที่ญี่ปุ่น มันไม่ได้มีคนเกาหลีให้คุยด้วยมากนัก พวกเขาเริ่มสนิทกัน อึนจีเป็นคนน่ารัก มีความร่าเริง และสดใสในแบบของเธอเอง เป็นสเน่ห์ที่ทำให้เขาสบายใจเวลาที่อยู่ด้วยกัน

นิชคุณยกอาหารมาวางบนโต๊ะ ต๊อกบอกกีผัดร้อนที่ส่งกลิ่นหอมน่าทาน ไข่ตุ๋นเนื้อฟู แกงกิมจิแบบคนเกาหลีแท้ๆ อูยองมองตามนิชคุณที่ยกอาหารที่เจ้าตัวเป็นคนลงมือเข้าครัวมาวางบนโต๊ะโดยไม่พูดอะไร ใบหน้าคมคายที่นิ่งสงบ สิปปีไม่ใช่เวลาสั้นๆเลย ไม่มีเค้าของชาวต่างชาติที่หลงมาเรียนในมหาวิทยาลัยในกรุงโซล คนที่แม้แต่จะกินอาหารเกาหลียังกินไม่เป็นด้วยซ้ำ นิชคุณกลายเป็นคนที่นี่ คนที่จะอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่หวั่นกลัวความผูกพันอีกแล้ว ไม่มีกฏบ้าๆที่จะใช้เพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดของการจากลา นิชคุณจะไม่จากไป ไม่จากไปเพราะความหวาดกลัวอีกแล้ว

 

 

 

ระเบียงห้องนอนเป็นส่วนเชื่อมกับห้องนั่งเล่น เขาตื่นขึ้นเมื่อเขาได้กลิ่นควันอ่อนๆลอยมาตามลม เงาร่างที่ยืนอยู่ริมระเบียงที่เขาจำได้ในทันทีแม้จะมองไม่เห็นใบหน้า เขาก้าวลงจากเตียงที่เขาแบ่งกันกับจุนโฮ จุนโฮขอร้องให้เขาอยู่ด้วย เมื่อเขาจะขอตัวกลับไปที่โรงแรม

ถ้าฮยองแต่งงาน ฮยองก็จะอยู่ที่ญี่ปุ่นเลยใช่มั้ยครับ ถ้าฮยองจะไม่กลับมา วันนี้ฮยองต้องนอนกับผมนะครับ”

บางทีจุนโฮก็ยังเหมือนเมื่อตอนเด็กๆไม่มีผิด สายตาที่ออดอ้อน รอยยิ้มดีใจจนตาเป็นเพียงขีดเส้นเล็กๆเมื่อเขาตกปากรับคำชวน

เท้าเปลือยเปล่าสัมผัสความเย็นของพื้นห้อง เขาก้าวไปที่ระเบียง แง้มประตูออกเพียงเล็กน้อยและแทรกตัวออกไป

“นายยังไม่นอนหรอ”

นิชคุณคีบมวนบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้วและยกมันขึ้นจดริมฝีปาก โดยไม่พูดอะไร

“นายไม่ควรสูบมัน..”

เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงนิชคุณหัวเราะ แต่เขาไม่แน่ใจ ในเมื่อสิ่งที่เขาพูดมันไม่ได้ตลกตรงไหน มันไม่ใช่เรื่องตลกเลย

“นั่นสินะ..” นิชคุณเอ่ยออกมาหลังจากเงียบไปสักพัก ก่อนจะขยี้มวนบุหรี่ให้ดับลง แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าที่หล่อเหล่าอย่างสมบูรณ์แบบของนิชคุณยังคงทำให้ลมหายใจเขาติดขัด และให้ตายสิ.. หัวใจของเขา มันกำลังเต้นแรงจนเขาได้ยินเสียงของมัน

“มันไม่ดีต่อสุขภาพของนาย และก็.. จุนโฮด้วย”

“รู้มั้ยทำไมฉันถึงสูบมัน” นิชคุณเอ่ยขึ้น คิ้วเข้มเลิกสูงเป็นคำถาม

“มันทำให้ฉันคิดถึงนาย นายเชื่อมั้ย ฉันแทบจะได้ยินเสียงนายบ่นอยู่ข้างๆเลยล่ะ ว่านายเกลียดกลิ่นของมันยังไง”

นิชคุณหัวเราะด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก

“คุณ..”

เขาหยุดนิ่งราวกับถูกสะกดด้วยดวงตาคู่นั้น เขาไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขาอยู่ใกล้กันขนาดนี้  จนเมื่อนิชคุณขยับเข้ามาใกล้ และนิ้วมือของนิชคุณก็ทิ้งสัมผัสอุ่นลงบนพวงแก้มของเขา เขารู้สึกถึงสัมพัสที่เกลี่ยเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆที่มีกลิ่นชวนเวียนหัวรดบนใบหน้าเขา

“นายกลับมาแล้ว”

เขากลับมาเพื่อบอกลา... อูยองหลับตาลง ก่อนจะหันหนีจากแววตาที่เว้าวอนคู่นั้น

“ฉันกำลังจะแต่งงาน”

“ไม่ นายจะไม่แต่งหรอก นายจะอยู่ที่นี่” มันคือคำสั่ง เขาลืมตาขึ้น ลำคอของเขาตีบตัน เมื่อสบดวงตาของนิชคุณที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

“ฉันไม่ให้นายแต่ง”

 “คุณ... ฉันต้องมีชีวิตของฉัน...” เป็นเขาเองที่เอ่ยออกไปอย่างอ้อนวอน เสียงที่แผ่วเบา จากริมฝีปากที่สั่นระริก

“นายรักเขาหรอ” นิชคุณสวนขึ้น

“เขาดีกับฉัน” อูยองเอ่ย “เขาดีกับฉันมาก และเขาก็ทำให้ฉันมีความสุข”

“นั่นไม่ได้แปลว่ารัก” นิชคุณจ้องเข้าไปในตาของเขา ราวกับพยายามคาดคั้นหาคำตอบ “ฉันถามว่านายรักเขารึเปล่า”

“เรากำลังจะแต่งงานกัน...”

นิ้วมือที่สากกร้านเลื่อนมาจรดริมฝีปากของเขา สัมผัสอุ่นลูบบนกลีบปากล่างอย่างอ่อนโยน และยั่วเย้าอยู่ในที

“นายรักเขามากกว่าฉันหรอ เขาทำให้นายมีความสุขได้มากกว่าฉันหรอ”

การเงียบของเขาแทนคำตอบที่พวกเขาต่างก็รู้ความหมาย ไม่เลย ... ช่วงเวลาที่อยู่กับนิชคุณ เขามีความสุขที่สุดในชีวิต เขาจะบอกนิชคุณได้ยังไง ว่าแม้แต่ตอนนี้ เพียงแค่นิชคุณยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ก็ทำให้เขาตกหลุมรักนิชคุณได้อีกครั้ง อย่างง่ายดายเหลือเกิน เพราะนั่นต่างหากที่ทำให้ทุกครั้งที่เขานึกถึงมันได้เพียงภาพความทรงจำ ถึงทำให้มันทรมานนัก เขาไม่อยากจะเดินวนอยู่ในวงเวียนที่ไร้ทางออกนี้อีกแล้ว

“นายรักฉัน” นิชคุณเชยคางเขาขึ้น ช่วงชิงลมหายใจของเขาด้วยรสจูบรุกเร้าอย่างดื้อรั้น ยิ่งเมื่อเขาพยายามขืนตัวออกจากอุ้งมือหนาที่จับร่างเขาไว้ ริมฝีปากหยักจึงยิ่งกดจูบลงอย่างดึงดัน

“นิชคุณ” เขาร้อง และอ้อนวอน “ปล่อยฉันไปเถอะ”

“นายอยากแต่งงานมากนักหรอ” นิชคุณกดเสียงต่ำ เขารู้ว่านิชคุณกำลังโมโห กำลังหัวเสีย

“........”

“อูยอง!” นิชคุณตะโกน เมื่อเขาหันหน้าหนี สองแขนล็อกตัวเขาไว้ให้ชิดผนัง “ตอบสิ”

“ฉัน...”

“แต่งกับฉันสิ! ถ้านายอยากแต่งงานนัก ก็แต่งกับฉัน”

ริมฝีปากของเขาถูกฉกฉวยไปอีกครั้ง ด้วยแรงอารมณ์ที่ดุดันรุนแรง เขาได้รสเลือดเมื่อนิชคุณกัดริมฝีปากล่างของเขา เพื่อสอดลิ้นเข้าไปโรมรันในโพรงปาก เรียวลิ้นของเขาถูกดูดดึง กรามถูกบีบแน่นด้วยฝ่ามือหนา

“นายเป็นของฉัน นายเป็นเมียฉัน อูยอง”

นิชคุณไม่รู้ตัวเลย ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่...

“อย่าพูดอย่างนั้นอีก” เขาเงื้องมือขึ้นตบหน้าคนที่พูดง่ายๆ พูดบ้าๆออกมาง่ายๆ

“นายเคยบอกฉันว่านายรักเขา นายเคยบอกฉันว่านายจะไม่ทำให้จุนโฮเสียใจ”

“แล้วตัวนายเองล่ะ ไม่เสียใจหรอไง” นิชคุณสบตาของเขา เหมือนพยายามอ่านใจของเขา เขารู้ว่าเขาปกปิดมันไม่ได้ เขารู้ว่านิชคุณอ่านมันได้อย่างง่ายดาย

เขาสูญเสียความรักไปแล้ว เมื่อสิบปีที่แล้ว ทุกข์ทรมาณกับการที่ต้องตื่นมาเพียงลำพังในทุกๆเช้า เพื่อพบว่าที่นอนข้างกายว่างเปล่า โอบกอดตัวเองให้นอนหลับลงไปในทุกๆคืนที่ต้องทนเหน็บหนาว เสียใจงั้นหรอ ความสุขของเขาจากไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน มันเป็นเพียงอดีตที่ไม่ว่าเขาจะกรีดร้องหามันเท่าไหร่ มันก็ไม่อาจจะกลับคืนมาได้อีก

“ฉันจะเสียใจที่สุด... ถ้าฉันเป็นคนทำร้ายน้องชายของฉันเอง”

 

 

 

“ฮยองน่าจะอยู่ต่ออีกหน่อย” เขาหันไปยิ้มให้จุนโฮที่อาสาขับรถมาส่งเขาที่สนามบิน

“ฉันต้องกลับไปเคลียร์งานน่ะ” อูยองตอบเรียบๆ  ก่อนจะหันหลบสายตาของน้อง เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงแจ่มชัด ถ้าเขาอยู่นานกว่านี้... เขาอาจจะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะถอยออกมาอีกเลย

“ขอบใจที่มาส่งนะ” อูยองเอ่ยเมื่อจุนโฮหยุดรถที่จุดส่งผู้โดยสาร “นายจะไปงานแต่งของฉันใช่มั้ย”

“แน่นอนสิครับ”

เขากำลังจะเปิดประตูรถ ตอนที่จุนโฮพูดขึ้นมา

“ฮยองจะเปลี่ยนใจมั้ยครับ”

“.....”

“ผมจะเลิกกับเขาครับ”

จุนโฮยิ้มให้เขาอย่างอ่อนล้า

“ผมเหนื่อยแล้วล่ะครับ เหนื่อยที่จะเป็นตัวแทนของใคร”

น้ำตาของจุนโฮไหลออกมา แต่เจ้าตัวก็รีบเช็ดมันออกไป ก่อนจะยิ้มให้เขาอีกครั้ง เอ่ยพร้อมเสียงหัวเราะที่บางเบา

“ผมอยากให้ฮยองอยู่ที่นี่ ผมอยากให้ฮยองอยู่ข้างๆผมเหมือนเมื่อก่อน ฮยองจะเปลี่ยนใจมั้ยครับ ถ้าผมเลิกกับเขา ฮยองจะไม่ไปไหน ได้มั้ยครับ”

มือที่จับหูกระเป๋ากำแน่น เขาเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นบาง ก่อนจะเอื้อมไปจับมือของคนน้อง เขาบีบมือของจุนโฮ และยิ้มให้

“ไม่เอาน่า จุนโฮ พวกนายคบกันมาตั้งห้าหกปี..”

จุนโฮปล่อยน้ำตาให้ร่วงพรูออกมา ส่ายศีรษะ มือขาวปัดป่ายน้ำตาบนใบหน้า จนดวงตาคู่เล็กช้ำไปหมด ร้องไห้เหมือนตอนเด็กๆไม่ผิดเลย

“เพราะฮยองไงครับ เขายังอยู่กับผมก็เพราะฮยอง เขาคอยดูแลผมก็เพราะฮยอง แต่เขาไม่ได้รักผม.. ไม่เคยเลย ผมเคยคิดว่าผมคงทนไม่ได้ถ้าผมต้องเสียเขาไป แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่ามันเจ็บยิ่งกว่า เมื่อเขายังอยู่ข้างๆผม... เพราะเหตุผลเพียงข้อเดียว เพราะว่าเขารักฮยอง”

ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาสบตาของเขานิ่ง

“ผม.. ไม่อยากทนอยู่อย่างนี้อีกแล้วล่ะครับ ผมก็อยากมีชีวิตของผมเองเหมือนกัน”

 

 

มันเป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรก ฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้รองเท้าของเขาเปรอะน้ำที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นถนน การปฐมนิเทศสำหรับนักศึกษาใหม่ควรเริ่มตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่เพราะการจราจรในวันที่เฉอะแฉะอย่างนี้ ทำให้ทุกอย่างล่าช้าออกไป เขาเปียกฝน แต่เขาก็มาถึงห้องประชุมและนั่งรอจนตัวเริ่มแห้ง จนเมื่อชายร่างท้วมคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์เริ่มกล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่ ประตูห้องประชุมก็เปิดออก เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา ก้มหัวเป็นเชิงขอโทษที่เข้ามาช้าและขัดจังหวะการบรรยาย หยดน้ำหยดลงมาจากเส้นผมที่เปียกซ่ก เด็กหนุ่มคนนั้นวิ่งมานั่งข้างเขา

“ขอโทษนะ มีคนนั่งมั้ย” เป็นภาษาเกาหลีที่สำเนียงแปร่งหูอย่างที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

เขาส่ายศีรษะ คนๆนั้นยิ้มให้เขา ก่อนจะนั่งลง

“ฉันชื่อ นิชคุณ”

เขาจับมือที่ยื่นมา

“ฉันชื่อ อูยอง จางอูยอง”

 

ถึงแม้ว่าการเดินทางระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่นจะเป็นแค่ไฟลท์สั้นๆ แต่เขากลับรู้สึกเหนื่อยอ่อน เขาหลับตาลง ปฏิเสธความร้อนผะผ่าวเบื้องหลังนัยตา เขาถามตัวเอง ถามตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน จะเป็นยังไง ถ้าหากว่า.. ถ้าหากว่า.. คำถามมากมายที่ขึ้นต้นด้วยคำๆนี้ จะเป็นยังไงถ้าเขาไม่เคยรู้จักนิชคุณเลย จะเป็นยังไงถ้าพวกเขาเป็นเพียงแค่เพื่อนกัน ถ้าเขาไม่ก้าวข้ามเส้นกั้นที่ปลอดภัย ไม่จูบ และหลงใหลในรสของมัน จะเป็นยังไงถ้าพวกเขาไม่ได้ทำตามความปราถนาที่เพิ่มมากขึ้น จะเป็นยังไงถ้าพวกเขาจบมันก่อนที่จะถลำลึกในความสัมพันธ์ที่ไม่ควรเริ่ม ถ้าเพียงแต่เขาใช้ชีวิตของเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าเพียงแต่เขาไม่ได้ทำลายกฎที่ตั้งขึ้น ถ้าเขาไม่ตกหลุมรัก ถ้าเขาไม่เจ็บปวด... เขาไม่เคยต้องการจะทำร้ายใคร ไม่ต้องการจะทำร้ายใครอีกแล้ว เขารู้ว่าการตั้งคำถามพวกนั้นมันไร้ประโยชน์ เพราะเขาไม่สามารถเดินย้อนกลับไป เขาตั้งคำถามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เครื่องจะลงจอด คำถามที่ทำให้หัวใจเจ็บปวดที่สุด จะเป็นยังไงถ้าหากว่าเขาจะหยุดรักนิชคุณเสียที

 

 

 

 

 

 

 

Talk{};

สำหรับเรื่องนี้เป็นภาคต่อของฟิครักสามเส้า The triangle น้า
ใครเปิดมาอ่านแล้วงงแล้วเงิบ กลับไปอ่านเรื่องเก่าด่วนๆ
พาร์ทที่แล้วมันจะให้ความรู้สึกเป็นสามเหลี่ยมที่ติดขัดน่าอึดอัดไปหมดใช่ม๊า
พาร์ทนี้ก็เป็นวงกลมที่ซอฟต์ลงผ่อนคลายขึ้น แต่ก็เป็นวนเวียนที่เหมือนจะหมุนกลับมาเสมอ
(คนอ่านบอก ตรูเครียดทุกเรื่องอ่ะ ฮ่าา)

คนชอบถามว่าฟิคเราจบจริงๆมั้ย จบแค่นี้จริงๆมั้ย มีต่อมั้ย
ถามว่าเท่านี้จบมั้ย ก็จบนะ มันก็จบในแบบของมันในแต่ละตอนอยู่แล้ว
อ่านแต่พาร์ทแรก ก็จบ ไม่ต้องอ่านต่อ มันก็มีตอนจบในแบบของมัน
อ่านมาถึงตอนนี้ ก็คือจบแบบนี้


แต่ถ้ายังไม่พอ ยังไม่ฟิน... ซีรี่ย์เรื่องนี้มีสามตอนจ้ะ
เป็นตอนพิเศษที่จะอยู่ในเล่มโปรเจ็คฟิคดาร์ก ฟิคบีบ... ก็ติดตามกันไปเรื่อยๆก่อนนะคับ

ทำไมตอนจบเหมือนขายของ ฮ่าาา นิดนึงๆ
อยากให้การรวมเล่มครั้งนี้มีอะไรที่พิเศษๆ ให้คนที่อุดหนุนกันนะ
แต่ยังไงอัพฟิคในบล็อกเรื่อยๆ(เมื่อมีเวลา) อยู่แล้วล่ะ :))

 

Comment

Comment:

Tweet

เอิ่ม..จะมีต่อมั๊ยเนี่ย ยังอึนๆอยู่เลยอ่ะ

#15 By ponnee (103.7.57.18|10.133.243.81, 1.20.0.145) on 2012-12-23 01:40

พาร์ทนี้ก็เป็นวงกลมที่ซอฟต์ลงผ่อนคลายขึ้น ====> ตรงหนายยยย????? ผ่อนตรงหนายยยย อธิบายซริ
ถามว่าเท่านี้จบมั้ย ก็จบนะ มันก็จบในแบบของมันในแต่ละตอนอยู่แล้ว ======> พูดเองเออเองอ่าน้องเรียมมม 555 จบที่หน๊ายยยยยยย ไม่ตาย ไม่จาก ไม่สมหวัง มันจะจบได้ง๊ายยย ไม่ยอมๆๆๆๆๆ 
แต่ก็ยังดีใจที่น้องเอาตอนต่อมาแปะจนได้นะ เอาให้มันบีบกันเข้าไป ตอนแรกสามคนก็เจ็บทุกคนแล้ว มาตอนนี้ก็ยังคงจะเจ็บกันทุกคนเข้าไปอีก 
สรุปให้น้องถอยออกมาสินะ ออกมาอย่างเจ็บปวด แต่ก็ต้องทำเพื่อเสียสละ  
นิชคุณก็ดูแลน้องโฮ  ทั้งๆที่ใจก็รู้ ว่ารักใคร แต่เพราะหน้าที่นี้ ที่ต้องทำ 
จุนโฮ อยู่กับนิชคุณสมใจ แต่แล้วไง ได้แต่ตัว ไม่มีสิทธิได้ใจ สุดท้าาย ก็ยอมถอยออกมาดีกว่า  แล้วไงอ๊ะ?? จะตัดใจได้มั้ย? 
น้องยองจะแต่งงาน??? แต่งจริงหรอ? แล้วในขณะที่รู้ทั้งรู้ว่าน้องชายตัวเองจะหยุดกับนิชคุณแล้ว จะให้สองคนนี้มาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือไงหือน้องเรียม!! แง๊ พี่ไม่ยอมอ่ะะะ

ถามว่าเท่านี้จบมั้ย ก็จบนะ มันก็จบในแบบของมันในแต่ละตอนอยู่แล้ว ====>> ตอบซ้ำ ไม่จ๊บบบบบบบบบ อ่านยังไงก็ไม่จ๊บบ 55 หาตอนจบไม่เจอจริงๆนะ ปล่อยหมีมาเหอะ ได้โปร๊ดดด (หมีบอก ตรูกำลังเขียนเรียงความ ไม่ว่าง 555)
อ่านแต่พาร์ทแรก ก็จบ ไม่ต้องอ่านต่อ มันก็มีตอนจบในแบบของมัน อ่านมาถึงตอนนี้ ก็คือจบแบบนี้ ====> อ้าววววว มันบังคับคนอ่านชัดๆๆ 555

สรุปฟิคดาร์คจะเกิดจริงๆสินะ ??? เตรียมใบบัวบก ยาแก้ช้ำใน โสมจีน รอเลยนะคะน้องเรียมที่รัก (งือ)

#14 By LeeLaYa on 2012-12-22 23:36

เฮ้ออออออออออออ~~~~~~ ปวดใจ...
ทำไมมันถึงเศร้าขนาดนี้ สุดท้ายแล้วคือทุกคนต่างก็เสียใจสินะ.. TAT
สงสารทุกคนเลย เข้าใจอารมณ์ของทุกคนนะ ถึงอูยองจะรักนิชคุณมากแค่ไหน แต่ยังไงความสุขของน้องก็ต้องมาก่อนเสมอ
ชอบคำพูดที่ว่า "นายเป็นน้องชายฉันนะ จุนโฮ น้องชายคนเดียวของฉัน" มันดูอบอุ่นมากสำหรับความรักของพี่ชายคนนึงจะมีให้น้องคนนึง...
จุนโฮก็น่าสงสารไม่แพ้กัน จะให้ทำไงได้ล่ะ คนนึงก็แฟน คนนึงก็พี่ชาย
ความรู้สึกที่แบบเหมือนเป็นตัวแทนของใครนี่ก็อีก
คงอึดอัดน่าดู.. YoY
ส่วนพี่คุณ ยังคงรักมั่นอูยองเสมอมา แต่ก็ต้องยอมรับกับการตัดสินใจของอีกฝ่ายทั้งที่รู้แก่ใจว่าต่างต้องการกันและกันทั้งคู่ รักแต่ทำอะไรไม่ได้...อยู่ด้วยกันก็ไม่ได้..แล้วยังต้องมารับรู้อีกว่าคนที่รักกำลังจะมีคัยอีกคน...
ฮือววววววววววววววววววววววววว
บีบตับจริงๆๆๆ นี่ซอฟต์แล้วใช่มั้ย??
ไรเตอร์แต่งดีมาก สื่อถึงอารมณ์ของแต่ละคนได้ดีจริงๆ จัดมาอีกพาร์ทไวๆนะคะ^^
ขอบคุณมากค่ะsurprised smile

#13 By Khunwoo (103.7.57.18|171.7.8.178) on 2012-12-17 19:43

อ่อยยย น้ำตาไหล T____T
เจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก ดราม่าไปหลายรอบ
ร้องทุกพาร์ท ฮืออออ เศร้า อึนๆ หน่วงๆ
เจ็บแปล๊บๆ สงสารทุกคน ไม่รู้จะอธิบายยังไง
อ่านจบแล้วตื้อๆ กระซิกๆ แต่ชอบมากค่ะ
แอบสงสารน้องโฮมากหน่อย รู้ว่าเค้าไม่รักเราแต่ก็ทำใจปล่อยเค้าไปไม่ได้
สุดท้ายก็เป็นตัวเอง ที่ทนไม่ได้ เพราะรู้ว่าทุกอย่างที่เค้าทำ ไม่ใช่เพราะเราเลย
เจ็บปวดดดด ;___; สงสารพี่คุณกะน้องยอง รักกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้
เข้าใจน้องยอง ก็น้องทั้งคน ฮืืออ เศร้าอะ เวิ่นเว้อมาก หาสาระไม่ได้ ขออำภัย 555
คุณเรียมเขียนแนวนี้ได้ดีจริงๆนะคะ มาถูกทาง 5555
แต่แบบหวานๆน่ารักชอบนะ หวานแบบอมยิ้มบิดผ้าห่ม
หรือจะดราม่าจัดหนักบีบหัวใจ หน่วงไม่ไหวแล้วก็เริ่ด
สรุปชอบหมด ทุกเรื่อง ทุกแนว 5555
รอพาร์ทสุดท้ายในหนังสืออนะค้า ไม่พลาดๆ

#12 By Pingping (103.7.57.18|223.204.97.3) on 2012-12-17 14:25

โอยยยยยยยยยยยย
เจ็บปวดค่ะ เจ็บปวดมาตั้งแต่พาร์ทแรกเพราะโดนสามเหลี่ยมทิ่มแทง
พาร์ทนี้เป็นวงกลม(?)เลยคิดว่าไม่น่าจะเจ็บซักเท่าไร
แต่ที่ไหนได้ มันยิ่งกว่าพาร์ทแรกอีก ฮืออออออออ
ไม่มีใครที่ไม่เจ็บเพราะรักครั้งนี้
ชอบฉากแรกค่ะที่นชค.อยู่ห้องกับอูยอง bittersweet หวานแต่ก็ขม 
เป็นกำลังใจให้ในเรื่องต่อๆไปนะคะ 
ป.ล.สนใจโปรเจ็คฟิคดาร์กฟิคบีบมากค่ะ ชอบเสพดราม่าคุณวู แอร้ยยยย
ชอบบบ ชอบมากจริงๆค่ะ ทั้งภาษาและเนื้อหา แต่มันบีบมากจริงๆอะโอย T T เรายังจำ Triangle ได้นะคะเพราะประทับใจไม่แพ้เรื่องนี้เลย นึกถึง Triangle ตั้งแต่อ่านต้นเรื่องเลยด้วย ไรเตอร์เก่งมากเลยค่ะที่เขียนสามตอนแยกกันให้เกี่ยวกันได้ และแต่ละตอนก็เหมือนจะจบในตัวเองได้(?) (แต่รู้สึกไม่จบบริบูรณ์ อยากให้มีต่อ ฮ่าๆ) "อยากโอบกอดและทะนุถนอม อยากเก็บเอาไว้" ประโยคนี้มันใช่เลย ในความรู้สึกเราน้องยองน่าทะนุถนอมจริงๆ จุนโฮก็น่ารักมาก ที่อ้อนพี่ชายตั้งแต่เด็กจนโต ตอนที่น้องมาขอร้องให้พี่อยู่ต่อแล้วตัวเองจะเลิกกับคุณ รู้สึกว่าโฮคิดถึงพี่ชายมากๆ เป็นอะไรที่เศร้าและบีบและฟินค่ะ TwT

#10 By ~iii~ (103.7.57.18|110.168.176.254) on 2012-12-17 00:29

กรีดร้องงงงงงงงงงงงงงง
อึดอัดเกินไปมั๊ย!!! คือแบบ เฮ้ยยย อีกแล้ว กดอีกแล้ว
กดดันกันเข้าไป!!

#9 By mei (103.7.57.18|14.207.36.143) on 2012-12-16 21:32

เอาอีกแล้ว เอาอีกแล้ว  มันมาอีกแล้ว!!! 
อ่านไปเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจ  มันอึดอัดมาก  บีบกว่านี้มีอีกมั้ย  ถ้ามีก็รีบๆ จัดมา ให้สาแก่ใจทั้งคนอ่านและคนเขียน  เฮ่อ! เหนื่อยจริงๆ นะเนี่ย  บ่นๆ เนี่ยชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกนะจ๊ะขอบอก
ตัวละครทุกตัว เขียนออกมาได้อารมณ์มากๆ  
น่าสงสารทุกคนเลยอ่ะ  ชอบอูยอง หนูช่างเป็นคนดีจริงๆ เลยเนอะ   
ขอชมคนเขียนจากใจจริงๆ ค่ะ  รีบๆ มาต่อนะคะ please

#8 By KhunHomie on 2012-12-16 21:00

เอาอีกแล้ว เอาอีกแล้ว  มันมาอีกแล้ว!!! 
อ่านไปเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจ  มันอึดอัดมาก  บีบกว่านี้มีอีกมั้ย  ถ้ามีก็รีบๆ จัดมา ให้สาแก่ใจทั้งคนอ่านและคนเขียน  เฮ่อ! เหนื่อยจริงๆ นะเนี่ย  บ่นๆ เนี่ยชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกนะจ๊ะขอบอก
ตัวละครทุกตัว เขียนออกมาได้อารมณ์มากๆ  
น่าสงสารทุกคนเลยอ่ะ  ชอบอูยอง หนูช่างเป็นคนดีจริงๆ เลยเนอะ   
ขอชมคนเขียนจากใจจริงๆ ค่ะ  รีบๆ มาต่อนะคะ please

#7 By KhunHomie on 2012-12-16 21:00

เห็นพูดไว้ในเพจเรียกน้ำย่อยเฉยๆซะอีก สักพักมาเปิดบล๊อคก็เจอเรื่องนี้เข้าให้ บีบจริงๆๆ ค่ะ ค้างคานะเนี้ย จบให้ได้อ่านต่ออีกสินะ ขอบคุณ คุณเรียบนะค่ะมีมาให้อ่านอย่างต่อเนื่อง เล่าเรื่องเป็นวงกลมสมชื่อจริงๆ คนอ่านได้ใช้ความคิดเรียบเรียงเนื่้อเรื่องได้ดีมากๆๆ งงนิดหน่อยสุดท้ายก็สงสารทั้ง น้องคุณ อูยองและจุนโฮ ตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าต้องจบลงแบบไหน เนื่้อหามันบีบจริงๆๆค่ะ จะมีรวมเล่มฟิคอีกเหรอค่ะ ว่าแต่เนื่อหาตอนจบขอแฮปปี่นนะ กลัวอ่านแล้วเหนื่อยนะ เพราะว่าลุ้นทั้งเรื่อง

#6 By l_u_c_k_y (103.7.57.18|124.120.243.65) on 2012-12-16 19:13

รู้สึกไม่จบ มันน่าจะมีต่อเนาะไรท์เตอร์เนาะ อิอิ
เรื่องนี้สงสารทั้งสามคนจริงๆ แต่ถ้าเราเป็นอูยอง เราก็คงทำแบบอูยอง คงเดินจากไปเพราะไม่สามารถทนเห็นน้องตัวเองเจ็บปวดได้
ถ้าเราเป็นนิชคุณ เราก็คงทำแบบนิชคุณ เพราะมันเป็นความผิดตัวเองตั้งแต่แรก ที่ไปคบกับจุนโฮ ในฐานะตัวแทนอูยอง นิชคุณก็ควรจะรับผิดชอบในความรู้สึกของจุนโฮ
ถ้าเราเป็นจุนโฮ ณ เวลานั้น เราก็คงทำแบบจุนโฮ คือ รักจนไม่อาจตัดใจ ไม่อาจเสียเค้าไปได้ ถึงแม้จะต้องกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ต้องหลอกลวงตัวเอง ก็ต้องทำ เพราะการสูญเสียคนที่รักไป มันเจ็บเกินจะรับไหว
แต่ท้ายที่สุด ถ้าเราเป็นจุนโฮ เราก็ต้องยอมรับมัน อย่างที่จุนโฮยอมรับนี่แหละ มันไม่มีทางที่เราจะมีความสุขได้ ถึงจะได้อยู่กับคนที่รักทุกๆ วัน เพราะเค้าคนนั้นไม่ได้มีความสุขที่ได้อยู่กับเรา เค้าอยู่แค่ตัว แต่ใจเค้าอยู่กับคนอื่น สุดท้ายก็ต้องปล่อยเค้าไป
ภาคต่อ (ถ้ามี) ขอให้คุณอูยองได้สุขสมหวังซะทีเถอะ สาธุ ส่วนจุนโฮ ขอให้ได้เจอชานซอง confused smile คนที่จะรักจุนโฮอย่างแท้จริง

#5 By Joy (103.7.57.18|183.88.0.195) on 2012-12-16 18:21

ดราม่าาาาาาาาาาาาาาาาา~ แต่ชอบบบบบบบบ TT ไม่รู้ทำไมชอบอ่านดราม่าโดยเฉพาะดราม่าพี่เรียม มันรู้สึกจุกๆดี ไม่ร้องไห้แบบฟูมฟายแต่ร้องไห้แบบไม่รู้ตัว 555555 ชอบความรู้สึกนี้จริงๆน งืิดดดดด TwT รอรวมเล่มนะคะ อยากได้ อยากอ่าน จะเอา 55555 เวลาพี่เรียมลงฟิคทีไร ชอบไปโวยวายใส่ มันแค่รีแอคชั่นหลังจากเจอฟิคพี่เรียมนะคะ อย่าเพิ่งกลัวหนู -u-  // เข้าเรื่องเถอะ - - สงสารอูยองงงงงงงงง TT สงสารพี่คุณ สงสารจุนโฮ สงสารหมดอ่ะ เพราะทุกคนก็อยากได้อย่างหวัง ทุกคนมีเหตุผลที่ทำลงไป โอ้ย ไม่รู้จะปลอบใจใคร 5555555 ขอบคุณฟิคมากเลยนะคะ ^^

#4 By anywoo.{ bizthc } on 2012-12-16 17:34

เหมือนโดนผีหลอก ก่อนหน้าพอเปิดเข้าอ่านฟิค ไอ้ตัวแถบเลื่อนด้านล่างมันหายไป แต่พอเม้นถามหาลิ้งที่จะเข้าไปอ่านเรื่องเก่าจากไรท์ กดเม้นเสร็จกลับมาหน้าฟิค แถบนั้นมันกลับมาแล้ว 555 หวังว่ามันจะอยู่ตลอดไป เพราะก่อนหน้าเหมือนมันหายไปพักนึง ไม่รู้เป็นเฉพาะของรีดคนเดียวรึเปล่า

#3 By khundong (103.7.57.18|124.121.239.128) on 2012-12-16 17:13

สงสารอูยอง อ่านไปน้ำตาซึมไป ทำไมต้องเป็นอูยองที่ต้องเสียสละทุกอย่างด้วย
ทั้งๆที่รักกัน ตอนแรกแอบเคืองจุนโฮ ที่พยายามยื้อนิชคุณไว้กับตัวเอง
แต่สุดท้ายแล้วน้องโฮคงจะรู้แล้วว่า การที่ได้ตัวมาแต่หัวใจไม่ได้อยู่กับตัวเองเลยมันเจ็บปวดแค่ไหน
รออ่านผลงานไรท์อยู่นะคะ ปล.รีดหาลิ้งที่จะจิ้มไปดูฟิคเรื่องก่อนหน้าไม่เจอค่ะ ไม่ทราบว่า มันย้ายไปอยู่ส่วนไหนของหน้าฟิคเหรอคะ

#2 By khundong (103.7.57.18|124.121.239.128) on 2012-12-16 17:10

ยังบีบได้กว่านี้ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย
บีบอีกเซ๊ๆๆๆ เอาอีกกกกก
ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
จะยังไงต่อไป
จะเอายังไง
ไรจะเอายังไงกับเค้าาาาาาาา
*อินี่โวยวาย*
555555555555555
อ่านพาทนี้รู้สึกสงสารน้องโฮนะ
มาหาเค้าม่ะเด่วเค้าปลอบเองๆ #ไม่เกี่ยว

#1 By เควาย (103.7.57.18|180.183.53.117) on 2012-12-16 16:24

Recommend