[SF] Dream Of Tomorrow

posted on 24 Nov 2012 16:57 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney

 

Dream Of Tomorrow

Pairing: KhunWoo
Genre: เอิ่มมม.. ไม่รู้ ไม่รู้สิ = ='
Rate : NC-17

 

 

 

                เมื่อถึงจุดจบของโลก สิ่งของฟุ่มเฟือยหรูหราเหล่านี้ ไม่มีค่าอะไรเลย เมื่อมีเพียงกลิ่นของความตายที่ลอยฟุ้งในอากาศ คฤหาสน์โอ่อ่าใหญ่โตก็ไร้ความหมาย จุนโฮย่างเท้าบนพื้นครัวที่ถูกปูด้วยหินอ่อนราคาแพง ไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้ว เมื่อพวกเขามาถึง ประตูหน้าที่มีลูกบิดทำด้วยทองเหลืองถูกพังเข้ามา ข้าวของล้มระเนระนาดราวกับถูกพายุแห่งความตายกระหน่ำโจมตีอย่างรวดเร็วในค่ำคืนที่เงียบสงบ มีรอยเลือดลากยาวในห้องรับแขกที่ครั้งหนึ่งพรมชุ่มเลือดนั้นเป็นผืนพรมนุ่มที่สั่งนำเข้าจากประเทศตะวันออกกลาง เส้นไหมพรมแห้งกรังด้วยของเหลวสีดำคล้ำ โคมไฟระย้าบนเพดานสูงยังถูกเปิดสว่างไสว แต่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิต... หรือสิ่งไร้ชีวิต... อยู่แถวนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถวางใจได้ พวกมันมีอยู่ทุกที่ ออกล่า และพร้อมจะพุ่งเข้าจู่โจม จุนโฮเปิดตู้ด้านบนเคาต์เตอร์ครัว และกวาดอาหารกระป๋องพวกนั้นใส่ในถุงใบใหญ่ที่เขาเตรียมมา เขาไม่สามารถเรียกมันว่าการขโมยได้ในเมื่อเจ้าของบ้านคงไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกแล้ว

 

                “อูยอง..” เขาตะโกนเรียก เมื่อเขาตุนเสบียงได้มากพอกับที่ต้องการ

 

                “อูยอง เราควรไปได้แล้ว”

 

                พวกเขาแยกกันตอนที่เข้ามาถึง เขามาหาอาหาร และอูยองจะหาเสื้อผ้า และถ้าโชคดีพวกเขาอาจจะเจอยาและอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ซึ่งมันจะช่วยพวกเขาได้มากในระหว่างการเดินทาง

 

                ความเงียบของอูยองทำให้หัวใจของเขาเต้นถี่เร็ว เขายังไม่ได้สำรวจบ้านนี้ให้ทั่ว ความสะเพร่าของเขา เขาไม่น่าปล่อยให้อูยองไปคนเดียว ความหวั่นกลัวทวีขึ้นทุกขณะที่เขาตะโกนเรียกพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง มือของเขากำแน่นที่ด้ามปืนซึ่งถูกเหน็บไว้ที่เอว

 

                “อูยอง ให้ตายเถอะ ตอบสิ!!”

 

                เขาเห็นมันแล้ว...

 

                ที่นอกหน้าต่างนั่น พวกมันตัวหนึ่งกำลังยืนมองอย่างหิวโหยในมุมมืดของบ้านฝั่งตรงข้าม ร่างกายที่บิดเบี้ยวจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของมนุษย์ ดวงตาลึกโบ๋ มันเงยหน้าขึ้นใช้ปลายจมูกอันน่าสะอิดสะเอียดสูดกลิ่น ก่อนจะแยกเขี้ยวที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำลายเหนียว พวกเขาต้องรีบไปจากที่นี่ ถ้าความมืดโรยตัวลงมาเมื่อไหร่ พวกมันต้องพากันยกโขยงกันมาที่นี่แน่

 

                “จุนโฮ” มือข้างหนึ่งจับแขนของเขาเอาไว้

 

                “อูยอง นายหายไปไหนมา พวกมันอยู่ที่นี่ อยู่อีกฝั่งนึง” จุนโฮถอนหายใจเมื่อเห็นหน้าอูยอง ก่อนจะรีบกระซิบกระซาบ จนไม่ทันสังเกตเห็นแววตาของคนพี่

 

                “จุนโฮ”

 

                “เราต้องรีบไปแล้ว ไปเถอะ”

 

                “จุนโฮ” อูยองรั้งแขนของเขาไว้

 

                “มีคนอยู่ที่นี่” อูยองสบตาของเขา “เขายังไม่ตาย”

 

 

                “นายต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ” จุนโฮสบถ หลังจากที่พวกเขากลับขึ้นมาในรถเก๋งคันเก่าที่พวกเขาเจอมันถูกจอดทิ้งเมื่อวันก่อน ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่อูยองแบกออกมาจากบ้านหลังนั้นนอนขดอยู่ที่เบาะหลัง

 

                “แต่เขายังไม่ตาย”

 

                “ยังไม่ตาย แต่กำลังจะ.. และก็กำลังจะฆ่าพวกเราได้ด้วย” จุนโฮพยายามคุมสติ หลังจากเหวี่ยงพวงมาลัยรถจนเกือบจะพาพวกเขาออกนอกเลนถนน ถึงแม้ว่ามันแทบไม่มีโอกาสที่จะมีมนุษย์คนไหนขับรถมาในฝั่งตรงข้ามก็เถอะ

 

                “เขาโดนมันกัด อูยอง เขาโดนกัด และเขาจะกลายเป็นเหมือนพวกมัน”

 

                “แต่ตอนนี้เขายังเป็นมนุษย์” อูยองสวนกลับ เขาน่าจะรู้ น่าจะรู้อยู่แล้ว พวกเขาใช้ชีวิตทั้งชีวิตมาด้วยกัน แต่อูยองก็น่าจะรู้บ้างว่ามันมีความต่างระหว่างลูกหมาหลงทาง กับคนที่กำลังจะกลายเป็นซอมบี้

 

“เขายังเป็นมนุษย์เหมือนพวกเรา”

 

                แววตามุ่งมั่นของอูยอง ทำให้เขาไม่สามารถเถียงอะไรได้อีก เขาเหลือบมองกระจกหลังที่ร่างของชายคนนั้นนอนขดอยู่ ผิวของเขาซีดเผือด ดวงตาลึกโหลหลับสนิท เขาแต่งกายดี แน่ล่ะจากในบ้านหลังใหญ่ขนาดนั้น แต่ความร่ำรวยช่วยเหลืออะไรใครไม่ได้เมื่อความตายมาถึง ชายหนุ่มคนนี้ดูอายุไม่น่าจะห่างจากพวกเขาเท่าไหร่นัก ใบหน้าอิดโรยดูคมคาย และหล่อเหลาอย่างที่คาดเดาได้ไม่ยากว่าก่อนหน้านี้ชายคนนี้เป็นผู้ชายที่ดูดีมากทีเดียว

 

                พระอาทิตย์เลื่อนคล้อยต่ำมากขึ้นทุกที จุนโฮเหยียบคันเร่งแข่งกับเวลาที่ไล่ตามมา เขาจะต้องออกจากตัวเมืองก่อนมืด มันไม่มีที่ไหนที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นหรอก แต่ยิ่งที่ๆเคยมีมีคนอยู่มากเท่าไหร่ ก็คือแหล่งอาหารของพวกผีดิบพวกนั้นมากขึ้นเท่านั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากโรคระบาดปริศนาที่คร่าชีวิตคนไปกว่าร้อยคน ก่อนที่จะทันมีพิธีศพให้คนเหล่านั้น พวกคนที่ตายไปแล้วราวกับได้ปฏิเสธพรจากสวรรค์และรับคำลวงอันหอมหวานจากซาตาน พวกเขาฟื้นกลับขึ้นมาบนโลกในร่างของปีศาจร้าย กัดกิน และแพร่เชื้อ จนในเวลาเพียงไม่ถึง 48 ชั่วโมง โซล... เมืองหลวงของสาธารณะรัฐเกาหลีใต้ กลายเป็นเมืองร้าง ในยามกลางวัน พวกมันหลบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบที่มืดมิด ตอนกลางคืนพวกมันออกเดินพล่านราวกับที่นี่คือนรกบนดิน

 

                “เราจะพักที่นี่” จุนโฮดับเครื่อง พวกเขามาถึงลานกว้างแห่งหนึ่งปกคลุมด้วยหญ้าสั้นๆที่ชื้นด้วยไอน้ำค้าง คืนนี้ฟ้าโปร่ง มีลมพัดโชยอ่อนๆ เมฆบางเบาเคลื่อนผ่าน ไม่มีที่ให้ผีดิบพวกนั้นซ่อนตัว ไม่มีทางที่พวกมันจะโผล่มาโดยที่พวกเขาไม่เห็น

 

                อูยองคลานเข้าไปที่เบาะหลัง สะกิดเรียกบนผิวเย็นเฉียบที่ชื้นเหงื่อ

 

                “นายเป็นไงบ้าง”

 

                ร่างสูงขยับตัว พร้อมส่งเสียงครางออกมาเบาๆ

 

                “เราจะแวะพักกันที่นี่ ไปเถอะ”

 

                จุนโฮมองดูอูยองพยุงร่างนั้นออกมาอย่างไม่ค่อยจะสบายใจนัก เขารู้ว่าชายคนนั้นยังเป็นมนุษย์ แต่เมื่อไหร่ล่ะ ที่พวกเขาจะถูกมองว่าเป็นอาหารแทนที่จะเป็นผู้ช่วยชีวิต

 

                “นิชคุณ” เขาได้ยินเสียงอูยองเรียกชื่อชายคนนั้น เอาล่ะ อย่างน้อยก็ยังมีชื่อ

 

                “ทานซุปหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมอุ่นให้” อูยองเปิดกระป๋องซุป อุ่นมันเหนือกองไฟที่พวกเขาช่วยกันจุดขึ้น

 

                นิชคุณนั่งชันเข่าในผ้าห่ม ริมฝีปากแห้งผากค่อยๆละเลียดซุปข้าวโพดที่อูยองเป็นคนป้อนให้ ใบหน้าที่ซีดเซียวซับสีเลือดขึ้นทีละน้อย ทำให้อูยองใจชื้น และยิ้มออกมา เขาขึ้นไปเอาเสื้อผ้าที่ชั้นบน ตอนที่จุนโฮหยิบอาหารอยู่ในครัว ในห้องที่สองที่เขาเข้าไป ที่พื้นข้างเตียง เขาเจอนิชคุณ เสียงแห้งพร่ากระซิบเรียกเขา เต็มไปด้วยความหวั่นกลัว และตื่นตระหนก

 

                “ขอผมดูแผลคุณหน่อย” อูยองรั้งแขนที่นิชคุณพยายามฝืนหนี เขาถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นผิวขาวจัด รอยเลือดเกรอะกรังผสมกับน้ำเหลืองซึมชื้นเหนียวติดอยู่บนปากแผล มันเป็นรอยกัด ไม่ลึกนัก แต่ก็ติดเชื้อรุนแรง รอบๆรอยแผลเป็นรอยช้ำสีม่วงขนาดใหญ่จนน่ากลัว

 

                “ผมจะทำแผลให้คุณนะ”

 

นิชคุณเบือนหน้าหนีเขา อูยองถือว่ามันเป็นคำอนุญาต

 

 

                แขนซ้ายของเขาไม่ค่อยมีความรู้สึกนัก หรืออาจเป็นเพราะมันปวดจนเขาสับสน บางทีมันเจ็บจนเขารู้สึกเหมือนเนื้อหนังกำลังจะหลุดออกจากกระดูก บางทีมันชาจนเขาไม่รู้สึกอะไร จนเมื่อนิ้วมือเล็กๆนั้นค่อยๆทำแผลให้เขาอย่างเบามือ นิชคุณรู้สึก มือของอูยองอุ่น ผิดจากความหนาวเย็นที่แทรกผ่านมาจากด้านในกระดูกของเขาเอง ความอุ่นนั้นทำให้อาการปวดของเขาน้อยลง แผลของเขาถูกทำความสะอาด และพันผ้าปิดไว้อย่างเรียบร้อย อูยองอมยิ้มน้อยๆด้วยความภูมิใจในฝีมือของตัวเอง

 

“เสร็จแล้วครับ”

 

                เขาได้ยินเสียงลมหายใจ ลมหายใจเป็นจังหวะลึกและยาว อูยองหันมองร่างที่นอนอยู่ข้างๆ เปลือกตาปิดสนิท เขายังจำดวงตาคู่นั้นได้ ดวงตาที่เงยขึ้นสบตาเขา ดวงตาที่แม้เพียงแวบแรกที่ได้เห็น เขาสาบานว่าเขาไม่เคยเห็นอะไรที่สวยงามเท่านั้นมาก่อน แววตาที่ทำให้เขาเชื่อว่าวิญญาณในร่างนี้ จะไม่มีวันกลายเป็นปีศาจร้าย แววตาที่ทำให้เขาไม่สามารถทิ้งนิชคุณไว้ได้

 

                “ขอบคุณนะ”

 

                อูยองหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกจับได้ว่าเขาแอบจ้องมอง เมื่อนิชคุณกระซิบด้วยเสียงต่ำนุ่มผ่านริมฝีปากซีดเซียว

 

                นิชคุณพลิกกายมาทางเขา เป็นครั้งแรกที่อูยองได้มองเห็นนิชคุณเต็มๆตา จมูกโด่งเป็นสันคม ริมฝีปากหยักอิ่มได้รูป คิ้วเข้มดำดกหนาเหนือดวงตากลมโตสีช็อกโกแลตที่สะกดเขาราวกับมีมนต์วิเศษ

 

                “คุณดูดีขึ้นแล้ว” อูยองพูด แตะมือลงบนหน้าผากของอีกคน “หนาวมั้ย”

 

                นิชคุณพยักหน้า

 

                “คุณโชคดีที่ผมขโมยเสื้อผ้าคุณมาเยอะนะ” อูยองหัวเราะ เขาลุกไปที่รถเพื่อหยิบเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนึ่งจากในกระเป๋า

 

                ร่างที่สั่นเทาขยับเข้าไปในเสื้อที่อูยองสวมใส่ให้ น้ำเสียงที่อ่อนโยน ทำให้เขาไม่กล้าที่จะบอกอูยองว่า เสื้อผ้าไม่สามารถทำให้เขาหายหนาวได้ ความหนาวเย็นที่มาจากตัวเขา ภายในร่างกายของเขา   

 

                “ผมหยิบมาจากห้องคุณ คุณคงไม่ว่านะ” อูยองเอ่ย ชูแขนที่สวมนาฬิกาสีเงินให้นิชคุณดู “มันเป็นของคุณใช่มั้ย”

 

                “แต่นายใส่แล้วดูดีกว่าฉัน” นิชคุณเอ่ย เสียงหัวเราะของเขาเบาและแหบ

 

                “ผมใส่มันได้ใช่มั้ย”

 

                “อื้อ เอาสิ”

 

                “ว้าว.. ผมไม่เคยมีของแพงๆอย่างนี้เลย” อูยองยิ้มอย่างร่าเริง ชูแขนขึ้นจนสุดแขน มองนาฬิกากรอบเงินซึ่งล้อมกรอบหน้าปัดทรงกลมสีดำ มีเพชรเม็ดเล็กฝังอยู่แทนตัวเลขเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าที่มืดสนิท อูยองครุ่นคิด ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นนั่ง นิ้วมือค่อยๆแกะสร้อยคอที่ตัวเองสวมใส่อยู่  จี้ทำจากหินสีดำวาววับในความมืด

 

                “ผมไม่อยากเอาของคุณมาฟรีๆ ผมรู้ว่าราคามันคงสู้กันไม่ได้ แต่มันก็เป็นของมีค่าอย่างเดียวที่ผมมี” อูยองใส่สร้อยเส้นนั้นให้นิชคุณ “มันจะช่วยปกป้องคุณ”

 

                อูยองกระซิบ มือบางทาบบนหน้าอกของนิชคุณเหนือสร้อยเส้นนั้น อุ่น ... จู่ๆความง่วงงุนก็พากันเข้ามาโจมตีให้เปลือกตาของเขาหนักอึ้ง เขาได้ยินเสียงฮัมเพลงเบาๆ เขาอยากจะคุยกับอูยองต่อ แต่เขาไม่สามารถฝืนความง่วงนี้ได้ ความง่วงที่เขาเคยฝืนปฏิเสธด้วยความหวาดกลัว เขากลัวว่าหากเขาหลับตา แล้วเขาจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก ไม่ได้ตื่นขึ้นในสภาพเดิม ด้วยวิญญาณดวงเดิม แต่สัมผัสของอูยองทำให้เขาผ่อนคลาย ทำให้เขาเชื่อว่าพรุ่งนี้จะต้องมาถึง

 

 

                เสียงวิทยุดังซ่าขณะที่อูยองพยายามหมุนเครื่องเสียงเก่าๆเพื่อหาสัญญาณ

 

                “นายน่าจะปิดมันซะ”

 

                “พวกเขาอาจจะใช้มันประกาศอะไรอีกก็ได้”

 

                “หรือไม่อาจจะไม่มี พวกเขา แล้วก็ได้ เราอาจเป็นมนุษย์สองคนสุดท้ายบนโลก ตลอดทางที่ผ่านมานายเห็นใครสักคนมั้ย มีแต่ความตายเท่านั้นแหละ”

 

                อูยองกดปิดวิทยุที่ส่งเสียงซ่าอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะหันไปหาจุนโฮที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ ดวงตาเรียวของคนเด็กกว่ามองตรงออกไปที่ถนน

 

                “เราได้ยินมันเหมือนกันไม่ใช่หรอจุนโฮ พวกเขาบอกว่ามีค่ายพักพิง ที่นั่นปลอดภัย พวกเขาจะช่วยเรา แล้วเขาก็จะมียาเพื่อรักษานิชคุณ”

 

                 “มันไม่มียารักษาสำหรับคนที่ตายไปแล้วหรอก อูยอง”

 

                “แต่นิชคุณยังไม่ตาย”

 

                “เขาติดเชื้อ เขาโดนกัด นายก็เห็นแผลนั่น”

 

                “ใช่ และที่นั่นจะมียารักษา สำหรับคนที่ติดเชื้อ

 

                จุนโฮตบกระปุกเกียร์ โดยไม่พูดอะไร

 

                สองวัน... นั่นมันสองวันที่แล้วที่พวกเขาได้ยินประกาศเรื่องนั้นในวิทยุ พวกเขาจึงออกเดินทาง แต่หลังจากนั้นพวกเขาไม่เคยได้ยินอะไรนอกไปจากเสียงซ่าๆที่ยาวนานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

                “นายจะไปไหน” จุนโฮเอ่ย เมื่ออูยองปลดเข็มขัดนิรภัยออก

 

                “นอน ฉันนั่งเฝ้ายามให้นายทั้งคืนจำได้มั้ย” อูยองปีนไปที่เบาะหลัง “ฉันต้องการการพักผ่อนด้วยเหมือนกัน”

 

                “เฮ้” ร่างเล็กยิ้มทักนิชคุณ “ขอผมนั่งด้วยได้มั้ย”

               

 

 

                เขารู้สึกถึงน้ำหนักที่เอนลงมาที่หัวไหล่ อูยองหลับสนิทจนไม่ว่าใครก็ตามคงไม่กล้ารบกวนใบหน้าที่นิ่งสงบ นิชคุณแอบมองใบหน้าที่ดูเหมือนเด็กตัวเล็กๆ เสียงลมหายใจเบาๆอย่างสม่ำเสมอ

 

                “มันมีจริงหรอ” จุนโฮได้ยินเสียงที่เหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับเขา

 

                นิชคุณสบตาของจุนโฮผ่านกระจกส่องหลัง

 

                “พวกเขามียารักษาจริงหรอ”

 

                จุนโฮเหยียบคันเร่งขณะยิ้มบางๆที่มุมปาก

 

                “อูยองเขาฝันมาตั้งแต่เด็กว่าเขาอยากเป็นนักร้อง เขาอยากยืนอยู่บนเวที อยากได้ยินเสียงเรียกชื่อของเขา มันดูเป็นฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงได้เลยสำหรับเด็กต่างจังหวัดแบบเราสองคน แต่เขาทำงานหนัก หางานพิเศษทำเท่าที่จะทำได้ และเมื่อกลับมาบ้านตอนกลางคืน แทนที่เขาจะนอนหลับเหมือนเด็กปกติทั่วไป เขาซ้อมเต้นอย่างจริงจัง เขาเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง และเขามุ่งมั่นที่จะมาออดิชั่นที่โซล มันดูเป็นความฝันบ้าๆใช่มั้ยครับ มันบ้าจริงๆเมื่อเขามาถึง สองปีที่แล้วก่อนวันออดิชั่นไม่กี่วัน สิ่งที่เขาใฝ่ฝันอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาเข้าโรงพยาบาลไปเป็นอาทิตย์ เขาบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง และหัวเข่า ตอนนี้เขาไม่กล้าขับรถ และที่สำคัญเพราะอาการบาดเจ็บ.. หมอบอกว่าเขาจะเต้นไม่ได้อีก”

                “คุณคิดว่าคนที่เจอเหตุการณ์อย่างนี้จะเป็นยังไงครับ จะเสียใจ จะยอมแพ้ แล้วเดินหันหลังกลับไป? แต่ไม่ใช่อูยอง เขามอบความฝันนั้นแก่ผม ผมที่เต้นไม่เป็นด้วยซ้ำ เขาสอนให้ผมเต้น เขา... ทำให้ผมเชื่อว่าผมจะสามารถทำมันได้ อูยองเต็มไปด้วยความฝัน แล้วเขาก็มีพลังวิเศษที่ทำให้คนอื่นเชื่อในสิ่งที่เขาฝัน ว่ามั้ยครับ”

 

                นิชคุณก้มมองอูยองที่นอนพิงบนไหล่เขา

 

                “คุณมีสิทธิ์จะฝันครับ มีสิทธิ์ที่จะหวัง ตราบใดที่คุณยังเป็นมนุษย์ คุณจะเชื่ออย่างนั้นก็ได้” จุนโฮเว้น ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นต่อ

                “แต่เมื่อไหร่ที่คุณไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว ผมจะเป็นคนฝังลูกตะกั่วลงในกระโหลกของคุณเอง ผมไม่ยอมให้คุณได้เข้าใกล้อูยองหรอกนะครับ”

 

                นิชคุณสบตาของจุนโฮ จุนโฮยักไหล่ก่อนจะพึมพำออกมา

 

“ผมคิดว่าผมคงขอให้คุณทำอย่างนั้นเหมือนกัน ถ้าผมจะกลายเป็นพวกมัน คุณช่วยยิงผมทิ้งทีนะครับ”

 

                นิชคุณมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพสองข้างทางเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตามความเร็วรถที่จุนโฮแทบจะเหยียบจนมิดคันเร่ง พวกมันบุกเข้ามาตอนกลางดึก ใบหน้าของคนที่เขาเคยรู้จัก เพื่อนบ้าน พวกเขาเคยเป็นเพื่อนบ้านกัน เคยพูดคุยทักทายในยามเช้า และถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ มันแสยะริมฝีปากออก ดวงตาไร้แววตาของความเป็นมนุษย์ กลิ่นคาวเลือดที่เหม็นโช่ยังติดอยู่ในลมหายใจของเขาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น  เขารู้สึกถึงเลือดในกายที่เย็นเฉียบ ความหนาวเย็นจากไขกระดูกที่ดูเหมือนจะเร่งความปวดขึ้นมาอีกครั้งที่แขนข้างซ้าย รอยแผลที่เต้นตุ้บๆ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงกระซิบ มือเล็กเอื้อมมาจับมือที่เย็นและสั่นเทิ้มของเขา อูยองกระซิบ

 

                “คุณจะต้องหาย คุณจะปลอดภัย”

                อูยองยิ้มให้เขา ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง นิชคุณรู้สึกสงบลง

 

 

 

                สายฝนที่เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้จุนโฮไม่สามารถขับต่อไปได้ เขามองไม่เห็นถนนข้างหน้าด้วยซ้ำ และมันอันตรายเกินไปที่จะขับฝ่าพายุที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พวกเขาวิ่งเข้ามาในซอยเล็กๆในชนบท บ้านหลังเล็กตั้งอยู่ที่สุดทาง มีม้าแคระตัวหนึ่งผูกไว้ใต้ต้นไม้ กำลังตื่นกลัวกับพายุ และส่งเสียงแข่งกับลมที่หวีดหวิว

 

                “ที่นี่น่าจะปลอดภัย” อูยองมองออกไปข้างนอก ม้าตัวนั้นถึงแม้จะดูตื่นกลัวเพราะถูกทอดทิ้งอยู่กลางสายฝน แต่ไม่มีร่องรอยของการถูกทำร้าย หรือถูกกินทั้งเป็น

 

                “ฉันจะเข้าไปดูข้างใน” อูยองกระชับปืนในอุ้งมือ ก่อนที่จุนโฮจะขัดขึ้น

 

                “ให้นิชคุณเข้าไป”

 

                จุนโฮหันมามองนิชคุณที่เบาะหลัง “เขาติดเชื้ออยู่แล้ว ถ้ามีพวกมันอยู่ในนั้น ถ้าเขาจะโดนกัดอีกสักที มันคงไม่ต่างอะไรเท่าไหร่หรอก จริงมั้ย”

 

                นิชคุณสบตาของจุนโฮ

 

                “เอาปืนให้เขา” จุนโฮสั่งเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะหันกลับไป

 

อูยองยื่นด้ามปืนให้นิชคุณ เขาพยักหน้าให้อูยอง และก้าวลงจากรถ

               

                อูยองมองตามร่างสูงซึ่งเดินฝ่าสายฝนเข้าไปในตัวบ้าน แสงไฟถูกปิดขึ้นทีละห้อง และส่องผ่านบานหน้าต่างออกมา ที่ชั้นแรก และชั้นสอง อูยองพยายามเงี่ยหูฟัง แต่เพราะฝนที่ตกหนักเกินไป ทำให้เขาไม่สามารถได้ยินอะไรได้เลย ไม่นานไฟในบ้านทั้งหลังเปิดสว่าง แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สังเกตได้ เขาเฝ้ารอ จนคิดว่าหัวใจของตัวเองอาจจะหยุดเต้นไปเสียแล้ว จนเมื่อประตูบ้านเปิดออก นิชคุณวิ่งเหยาะๆออกมาบนพื้นดินที่แฉะจนเป็นโคลน จุนโฮปลดล็อกประตูรถปล่อยให้อูยองวิ่งออกไป

               

 

                กลิ่นอาหารที่เพิ่งปรุงสุกส่งกลิ่นหอมอบอวล เร่งความอยากอาหารหลังจากที่พวกเขามีเพียงอาหารแห้ง และอาหารกระป๋องตกลงท้อง พวกเขาจุดไฟที่เตาผิง อากาศภายในบ้านหลังเล็กอุ่นสบาย ในตัวบ้านไม่มีร่องรอยของการถูกจู่โจม มีเพียงข้าวของที่ถูกเก็บไปอย่างเร่งรีบ เจ้าของบ้านหลังนี้แค่หนีไป

 

                “เราอยู่ไม่ไกลจากที่นั่นแล้ว” อูยองเอ่ย ขณะที่กางแผนที่ลงบนโต๊ะอาหาร “จากนี้ไปทางตะวันออก ประมาณสองชั่วโมง.. มีค่ายทหารอยู่ ฉันคิดว่าน่าจะเป็นที่นั่น”

 

                “ฉันคิดว่าคนในบ้านนี้ก็คงออกไปที่ค่ายเหมือนกัน” ร่างเล็กพึมพำ ขณะไล่นิ้วไปบนแผนที่ เพราะพวกเขาต้องหลีกเลี่ยงตัวเมือง เขาเลยต้องใช้เส้นทางที่อ้อมกว่าเดิม การเดินทางไม่ควรต้องใช้เวลานานขนาดนี้ ถ้าพวกเขาสามารถใช้เส้นทางหลวงได้

 

                เสียงครืดบาดหู ของขาเก้าอี้ที่ลากไปกับพื้นไม้ ทำให้เขาเงยขึ้นมอง นิชคุณใบหน้าซีดเผือด ยืนโซเซ ก่อนจะล้มลงคุกเข่ากับพื้นไม้

 

                “นิชคุณ..” อูยองวิ่งเข้าหาร่างที่กำลังคุดคู้เพื่อขย้อนของเหลวข้นขลักออกจากร่างกาย ก่อนที่เขาจะได้แตะตัวของนิชคุณ ปากกระบอกปืนจ่อมาที่เขา

 

                “ถอยไปอูยอง อยู่ห่างๆเขาไว้” จุนโฮเค้นเสียง ก่อนจะจรดกระบอกปืนที่หน้าผากของนิชคุณ

 

                “เขากำลังจะกลายเป็นพวกมัน”

 

                นัยตาของนิชคุณแดงก่ำ เงยขึ้นเพื่อสบสายตาเจ้าของปืนซึ่งจ่อจะปลิดชีวิต ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่กลับสงบนิ่ง ของเสียปนด้วยน้ำลายและเลือดไหลหนืดลงมาที่มุมปาก

 

                “ไม่ จุนโฮ นิชคุณจะไม่เป็นอะไร” อูยองจับแขนของนิชคุณ “พอฝนหยุดตก เราจะไปที่ค่าย และเขาจะมียารักษา อีกนิดเดียวเอง เราจะไปถึงอยู่แล้ว”

 

                “มันไม่มียาบ้าๆนั่นหรอก” จุนโฮตะโกนอย่างเหลืออด มันจะมากไปแล้ว จะบ้าไปแล้ว พวกเขาใช้ชีวิตโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านาทีข้างหน้าตัวเองจะมีลมหายใจอยู่มั้ย แล้วทำไมอูยองต้องทำให้วุ่นวาย ด้วยการลากเอานิชคุณขึ้นรถมาด้วย

 

                “ฉันน่าจะทิ้งมันให้เน่าตายอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรก”

 

                “นิชคุณไม่เหมือนคนอื่น ไม่เหมือนคนพวกนั้น”

 

                จุนโฮชะงัก.. นั่นน้ำตาหรอ ที่ดวงตาของอูยอง อูยองกำลังร้องไห้ให้ผู้ชายคนนี้หรอ

 

                “นายมันบ้าไปแล้ว อูยอง” จุนโฮตะคอกใส่อูยอง ก่อนจะเดินออกไป

 

                อูยองลูบหลังของนิชคุณจนร่างสูงอาเจียนจนหมด เขาได้ยินเสียงสตาร์ทรถ เสียงล้อรถที่วิ่งบดบนพื้นถนนที่เจิ่งนอง เขาพยุงนิชคุณให้ลุกขึ้น เมื่อเสียงเครื่องยนต์วิ่งห่างไปจนไม่อาจได้ยินเสียงได้อีก

               

 

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวเขาก็กลับมา” อูยองพูดขึ้น พยายามยิ้มอย่างสดใส หลังจากที่จุนโฮขับรถออกไป พวกเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า จัดพื้นที่ที่หน้าเตาผิงเป็นที่นอนพักพิง ฝนยังคงตกหนักกระทบกับหลังคาบ้านเป็นเสียงทึบต่ำ

 

               “นายน่าจะปล่อยให้เขาฆ่าฉันซะ” นิชคุณเอ่ย แสงไฟจากเตาผิงเป็นเงาวูบไหว ฟืนที่ไหม้ไฟส่งเสียงดังเปรี๊ยะพร้อมประกายไฟที่แวบขึ้นมา “นายน่าจะฆ่าฉันตั้งแต่วันนั้น”

 

                เขาก้มลงเพื่อมองดูฝ่ามือซีดขาวของตัวเอง รอยช้ำที่แผลแผ่วงกว้างเลยจากผ้าที่อูยองพันปิดไว้ เส้นเลือดสีเขียวและม่วงแผ่กิ่งก้านออกมาบนท่อนแขนซ้าย ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองห่างไกลความเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกที

 

                “ฉันไม่อยากกลายเป็นปีศาจ” นิชคุณกระซิบเสียงต่ำ มือที่ไร้สีเลือดของเขาสั่นเทา

 

                อูยองสอดมือของตัวเองลงในอุ้งมือใหญ่ มือเรียวบางที่อบอุ่น เต็มไปด้วยเลือดเนื้อ และชีวิต กุมมือของเขา จนเขาเริ่มรู้สึกถึงความอุ่นที่ซึมผ่านเข้ามา นิ้วมือเล็กสอดประสานกับนิ้วมือของเขา ยกมือของเขาขึ้น พวงแก้มและลมหายใจร้อนไหลรินคลอเคลียอยู่แนบหลังมือ เรียวปากอ่อนนุ่มกระซิบด้วยลมหายใจร้อนผ่าว

 

                “คุณจะไม่เป็นอย่างนั้น คุณดีกว่าที่จะเป็นอย่างนั้น”

 

                นิชคุณมองเข้าไปในดวงตาของอูยอง เขามองเห็นความหวัง มองเห็นความเชื่อมั่น เชื่อมั่นในตัวเขา

 

                ริมฝีปากบางกดจูบนุ่มที่หลังมือของเขา ดวงตาเรียวหลุบลง ขณะที่เคลื่อนไล้กลีบปากลงบนมือเย็นชื้น จูบละเลียดละไมราวกับว่าอูยองกำลังจุมพิตสิ่งที่น่าทะนุถนอม ไม่ใช่มือผีดิบที่น่าขยะแขยงของเขา

 

                ร่างเล็กจูบเม้มดูดดึงบนผิวขาวซีด ก่อนจะเงยขึ้นสบตาของนิชคุณ ริมฝีปากอุ่นชื้นเคลื่อนใกล้ริมฝีปากที่แห้งผาก

 

                “นายไม่อยากทำอย่างนี้หรอกอูยอง” นิชคุณยึดไหล่ของอูยองไว้ อูยองยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะประกบริมฝีปากลง ดูดดื่มกลีบปากที่แห้งแตกไร้สีเลือด เรียวลิ้นร้อนสอดเข้าไปโพรงปากขมปร่า มือข้างนึงพาฝ่ามือหนาให้สัมผัสผิวกายที่ร้อนผ่าวของตนเอง นิ้วมือใหญ่สากเคลื่อนผ่านผิวอ่อนนุ่มจากลำคอ แผงอกที่ไหวขึ้นลงตามลมหายใจหอบกระชั้น หน้าท้องแบนราบชื้นและอุ่น ดวงตาชุ่มฉ่ำดำขลับปรือขึ้นราวกวางป่าสบสายตาของนิชคุณ มือเล็กพามือของอีกคนให้เคลื่อนลงต่ำ ส่งเสียงครางฮือ เมื่อส่วนอ่อนไหวถูกกอบกุมด้วยมือซีดขาว สองมือเล็กยึดบ่าร่างหนา เล็บจิกเกร็งบนแผ่นหลังเมื่อเรือนร่างบิดเร้า เหงื่อชื้นซึมที่ขอบไรผม อูยองหลับตาลง กุมมือของนิชคุณไว้ ร่างบางยกสะโพกโค้งมน เคลื่อนมือของนิชคุณลงต่ำ ริมฝีปากบางเม้มแน่น เมื่อกดนิ้วมือใหญ่ลงบนจุดเสียวซ่าน เสียงครางอื้อในลำคอ ก่อนที่ริมฝีปากจะเผยอออกเปล่งเสียงกระเส่าเมื่อรู้สึกถึงนิ้วมือแข็งแกร่งภายในกาย  

 

                ดวงตาพร่าเบลอ ดึงมือของนิชคุณออก ดูดกลืนนิ้วมือยาวเรียวด้วยโพรงปากเร่าร้อน ขณะปลดกางเกงของนิชคุณลง กล้ามเนื้อบิดเกร็งลากมือที่เปียกชื้นของนิชคุณให้สัมผัสเรือนร่างของตนเอง เรียวแขนโน้มร่างของนิชคุณลงทาบทับ กระซิบเสียงอ่อนหวาน

 

“คุณต้องไม่เป็นอะไร”

 

               นิชคุณรู้สึกถึงไอร้อนที่แนบชิด น้ำเสียงของอูยองปลอบประโลม และอบอุ่น  อูยองดูดกลืนเรียวปากของนิชคุณไล้เรียวปากเคล้นคลึงบนผิวขาวซีด นิ้วมือเล็กกุมประสานบนฝ่ามือหนา นิชคุณสอดแก่นกายในเรือนร่างบาง รู้สึกถึงความแข็งเกร็งยากจะฝืน ร่างกายที่เคยหนาวเย็นร้อนผะผ่าว กดจูบลุ่มลึกลงในโพรงปากชุ่มชื้น ดื่มกลืนเสียงร้องครางอ่อนหวาน หลงลืมความหวั่นกลัวที่เกาะกุมในจิตใจ

 

                แสงแดดอ่อนส่องผ่านกิ่งไม้ที่มีหยดน้ำเกาะพราว ทุกอย่างนิ่งสงบ อากาศอ่อนหวานด้วยกลิ่นไอดินหลังฝนตก อูยองลุกขึ้นจากเบาะโซฟาที่พวกเขานอนเบียดแนบพิงหาไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน รอยยิ้มอ่อนหวานระบายบนใบหน้าอย่างช่วยไม่ได้ พวงแก้มเรื่อสีจางเมื่อเจ้าตัวนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ราวกับผีเสื้อนับพันกำลังขยับปีกเพื่อโผบินในร่างกายของเขา เขาคว้าเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งไว้บนพื้นและเดินขึ้นไปอาบน้ำที่ชั้นบนของตัวบ้านเพื่อชำระล้างคราบเหนียวที่หว่างขาและท้องน้อย น้ำเย็นจัดในเช้านี้ เมื่อสายน้ำจากฝักบัวกระทบผิวขาวซีดร่างกายของอูยองจึงเริ่มสั่น ริมฝีปากบางสั่นระริก จนทนแทบไม่ไหว

 

                ใบหน้าซีดขาวนั่งลงกับพื้นกระเบื้อง มือหมุนปิดฝักบัว เขาดึงผ้าขนหนูมาห่มร่างที่สั่นเทิ้มของตัวเองไว้ ขณะพยายามโอบกอดร่างกายที่เย็นเฉียบ

 

                นิชคุณลืมตาขึ้น ศีรษะของเขาหนักอึ้ง เมื่อลุกขึ้นนั่ง ภาพของตัวบ้านหมุนวน จนชวนคลื่นไส้ เสียงร้องแหลมของเจ้าม้าแคระที่ผูกไว้หน้าบ้าน เรียกสติเขาให้ตื่นเต็มตา เสียงร้องที่ตื่นตระหนก และบ้าคลั่ง นิชคุณหยิบกางเกงขึ้นสวม ก่อนจะคว้าปืนที่อูยองวางทิ้งไว้ ไม่ว่าอะไรที่อยู่ข้างนอกนั่น เขามีความรู้สึกว่าเขาจะต้องใช้มัน

                ด้ามปืนให้สัมผัสเย็นในมือซีดขาวที่เย็นชื้น

 

                “อูยอง” เขาตะโกนเรียก “นายอยู่ไหน”

 

                เขาได้ยินเสียงอูยองขานรับจากด้านบน นั่นทำให้เขาเบาใจลงเล็กน้อย ร่างสูงเคลื่อนตัวใกล้กับบานประตูหน้าบ้าน มือของเขาจับที่ลูกบิด เขาปลดล็อกไกปืน กระชากประตูให้เปิดออก

 

                จุนโฮยืนอยู่ตรงนั้น ห่างจากประตูบ้านประมาณห้าหลา

 

                ศีรษะก้มต่ำ หยุดยืนนิ่ง ร่างกายเปรอะด้วยเลือด ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ มองจ้องมาอย่างแข็งกร่าว

 

                “จุนโฮ..”

 

                 นิชคุณกางแขนออกเพื่อกันไม่ให้อูยองวิ่งออกไป

 

                “จุนโฮ” น้ำเสียงสั่นเทาสะอื้นไห้ ขณะที่หัวใจแทบหยุดเต้น มือบางยึดแขนนิชคุณไว้ จ้องมองสายตาที่ไร้ชีวิตของน้องชายฝาแฝด

 

                ของเหลวสีคล้ำไหลออกทางมุมปากที่แสยะออก

 

                “ผมคิดว่าผมคงขอให้คุณทำอย่างนั้นเหมือนกัน ถ้าผมจะกลายเป็นพวกมัน คุณช่วยยิงผมทิ้งทีนะครับ” 

 

                ก้าวเดินที่บิดเบี้ยวเคลื่อนใกล้เข้ามาอย่างหิวโหย เขาไม่ใช่จุนโฮอีกต่อไปแล้ว..

 

                 เขาไม่ได้กลับมาเพื่อทำร้าย แต่กลับมาเพื่อขอให้นิชคุณทำตามความปรารถนาสุดท้ายของเขา

 

                อูยองกรีดร้องอย่างปวดร้าว เมื่อเขาลั่นไกออกไป ลูกกระสุนพุ่งตรงเข้าไปในร่างของจุนโฮ เขากระตุกก่อนจะส่งเสียงคำรามที่น่าขนลุก ร่างที่ไร้วิญญาณยังคงลากเท้าเข้ามาใกล้ นิชคุณยิงอีกนัด เลือดเหนียวสีดำคล้ำไหลออกจากรูกระสุนบนลำตัว ดวงตาเลื่อนลอยมองจ้องมาที่เขาราวกับจะท้าทาย นิชคุณกำอาวุธในมือ ปล่อยกระสุนนัดที่สามพุ่งเข้ากลางศีรษะ เศษมันสมองเลอะเปรอะออกมาจากรูเล็กๆนั้น เขาคิดว่าเขาได้เห็นรอยยิ้มของจุนโฮ ก่อนที่ร่างที่เต็มไปด้วยเลือดนั้นจะล้มลง

 

                ใบหน้าของอูยองซีดเผือด ร่างเล็กยืนนั่งสั่นเทา น้ำตาไหลนองอาบแก้ม ขณะจ้องมองร่างของจุนโฮ

 

                นิชคุณจับมือของอูยอง “ไปเถอะ”

                “เราต้องรีบไปจากที่นี่”

 

                พวกเขาเก็บของไปเท่าที่จะทำได้ อูยองขุดดินที่อ่อนนุ่มซึ่งอุ้มน้ำฝนจากเมื่อคืนไว้ วางร่างของจุนโฮลงนอนในพื้นดินที่เงียบสงบ พวกเขาช่วยกันกลบหลุมศพของจุนโฮ  ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มวิ่ง ทิ้งเนินดินเล็กๆนั้นไว้เบื้องหลัง ให้ผืนดินโอบกอดเขาไว้ ให้พระเจ้าได้ดูแลดวงวิญญาณของเขา

 

                นิชคุณกุมมือที่เย็นซีดของอูยองไว้ ยิ่งเมื่อเขารู้สึกว่ามันเหน็บหนาวเกินไป เขาจะจับมือเล็กคู่นั้นให้แน่นขึ้น ราวกับว่ามันคือความอบอุ่นเดียวที่เขาสามารถพึ่งพิงได้ อูยองจะบีบตอบกลับเขา ถ้าเขาสังเกต ถ้าเขารู้สึก เขาคงจะรู้ว่ามือของอูยองไม่ได้อุ่นอีกแล้ว และอูยองไม่ปล่อยมือเขา เพราะเขาเป็นเพียงความอบอุ่นเดียวของอูยองเช่นกัน ต้นไม้สองข้างทางเหมือนจะสูงใหญขึ้น เบียดกันอย่างแน่นขนัดขึ้น เหมือนจะระแวดระวัง และกำลังจับตามอง ถนนว่างเงียบสนิท ไม่มีเสียงของอะไรทั้งสิ้น แม้แต่เสียงนก หรือพวกสัตว์ตัวเล็กๆ เสียงของแมลงที่ควรจะบินออกมาหลังฝนตก ทุกอย่างเงียบสงัด จนพวกเขาสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

 

              “ผมจะพาคุณไปให้ถึง” เขาได้ยินเสียงอูยองพูดขึ้น ร่างเล็กหันมายิ้มให้เขา “คุณจะต้องหาย”

 

              นิชคุณพยักหน้า เขายิ้มตอบให้กับอูยอง บีบกระชับมือคู่เล็กที่เขากุมไว้

 

               “เล่าให้ผมฟังหน่อยสิครับ” อูยองเอ่ยขึ้น “คุณบอกว่าคุณมาจากประเทศไทย เล่าเรื่องประเทศไทยให้ผมฟังหน่อยสิครับ”

 

                “ที่นั่นมีแสงแดด และก็อบอุ่นใช่มั้ยครับ”

 

        “อื้ม ใช่ ที่นั่นมีแสงแดดตลอดปี”

 

“ถ้าอย่างนั้นพวกซอมบี้คงไม่อยู่ที่นั่นแน่” อูยองหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“ถ้าคุณหายดีแล้ว เราไปที่นั่นกันนะครับ ได้มั้ยครับ”

 

อูยองเขย่ามือเขาเหมือนเด็กที่เอาแต่ใจ ดวงตากลมใสเงยขึ้นจับจ้องเอาคำตอบ

 

“ได้สิ”

 

นิชคุณยิ้ม เมื่อเห็นอูยองฉีกยิ้มกว้างออกมา

 

               พวกเขากำลังสร้างความฝัน ในขณะก้าวเดินบนถนนที่ทอดยาวอย่างไม่มีสิ้นสุด พูดคุย และหัวเราะทำลายความเงียบสงัดที่ห้อมล้อมเข้ามา พวกเขาอาจเป็นมนุษย์คู่สุดท้ายบนโลก พรุ่งนี้อาจจะไม่มีวันมาถึง ความหวังความฝันเหล่านั้น อาจจะไม่มีวันเป็นจริง แต่มันช่างสวยงามจนเขาอดจะนึกถึงมันไม่ได้ เหมือนภาพที่ส่งกลิ่นหอมหวานอยู่ในความคิด เขาอยากจะคว้าเอื้อมมา เมื่อนิ้วมือเล็กๆของอูยองอยู่ในอุ้งมือของเขา เมื่อเสียงหัวเราะของอูยองยังส่งเสียงกังวานใสอยู่เคียงข้างเขา เขามีความเชื่อ

 

               “เราพักกัน.. พักกันหน่อยเถอะ” อูยองกระซิบ

 

                นิชคุณดึงร่างของอูยองมาโอบกอดไว้ เปลือกตาที่หนักลงทุกที ความหนาวเย็นกำลังทำให้เขาง่วงงุน เขาไม่ได้หวั่นกลัว ไม่ได้หวาดกลัว ความมืดที่โรยตัวลงมาใกล้ นั่งลงข้างๆพวกเขา ลมหายใจเย็นยะเยือกของมันรดอยู่ที่ท้ายทอย กระซิบถ้อยคำถึงความตาย และกาลอวสาน อูยองซุกกายเข้ามาในอ้อมกอดของเขา ความอุ่นแผ่ซ่านจากในหัวใจ เขากระซิบตอบความมืดเหล่านั้น เขาไม่กลัว ไม่กลัวเลย เขาอาจจะหลับไปแล้ว ตอนที่แสงสว่างสาดมาทางพวกเขา เขาได้ยินเสียงพูด เขาหรี่ตาหลบแสงไฟที่สาดมา

 

 

               เมื่อสามวันก่อน เขาเป็นเพียงแค่แพทย์ฝึกหัดประจำในโรงพยาบาลทหาร มีคนไข้อาเจียนจนล้มลงและเริ่มชัก คนไข้รายนั้นเสียชีวิตในทันที พวกเขากำลังจะชันสูตรเมื่อพวกเขาได้รับโทรศัพท์ คำสั่งให้กำจัดศพของคนไข้รายนั้นในทันที และตรวจหาผู้ป่วยซึ่งมีอาการเดียวกัน ความวุ่นวายเริ่มขึ้นหลังจากนั้น กลิ่นของความตายบินวนอยู่รอบตัว โรงพยาบาลทำหน้าที่คัดแยก และกักกันผู้ติดเชื้ออยู่สักพัก ก่อนที่พวกเขาแพทย์เพียงยิบมือที่ยังเหลืออยู่ จะต้องเป็นฝ่ายหนี จากผู้คนที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือ

มันคือนรกบนดินอย่างแท้จริง เมื่อผู้คนหันหลังให้กัน และดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง

 

                แทคยอนวางแฟ้มการตรวจลง คนไข้รายนี้ติดเชื้ออย่างไม่ต้องสงสัย ปกติพวกเขาไม่รับผู้ติดเชื้อเข้ามาในค่ายอีกแล้ว ผู้ติดเชื้อจะต้องถูกทำลายทิ้ง โดยไม่มีข้อยกเว้น 

 

                “อูยองอยู่ที่ไหน” ชายคนนั้นพูด เมื่อแทคยอนแกะผ้าซึ่งมัดข้อมือ และข้อเท้าของเขาเอาไว้เพื่อความปลอดภัย มันผิดกฏ เขารู้ แต่ชายคนนี้ยังคงมีสติ มีจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ

 

“คุณได้รับเชื้อเมื่อไหร่”

 

“อูยอง...”

 

“ผมขอให้คุณร่วมมือกับผมด้วยนะครับ คุณชื่ออะไร”

 

“นิชคุณ” นิชคุณเอ่ย ยกมือขึ้นลูบใบหน้าซีดเซียวของตัวเอง

 

“คุณนิชคุณ คุณโดนกัดเมื่อไหร่”

 

“สามวัน.. ประมาณสามวันที่แล้ว”

 

แทคยอนกดปากกาดังคลิ้ก จดลงในแฟ้ม ผลการตรวจเลือด และคลื่นสมอง ออกมาอย่างน่าแปลกใจ

 

“คุณโชคดีมาก ที่เจอกับหน่วยลดตระเวนของเรา.. ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง มีการปวดหัว คลื่นไส้ หรือหนาวสั่นบ้างมั้ย”

 

 “อูยองอยู่ที่ไหน”

 

แทคยอนสบตาของนิชคุณ เขาเหมือนคนที่หลงทาง และตื่นกลัว คนหลงทางที่ได้รับพรจากพระเจ้า

 

              “โดยปกติแล้วผู้ติดเชื้อจะเสียชีวิตภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อที่ได้รับ เชื้อจะเข้าไปทำลายสมอง และกระตุ้นการหลั่งสารให้สมองทำงานผิดปกติหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว แต่ร่างกายของคุณสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก คุณรู้มั้ยครับ ว่าพวกเรากำลังเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับความตาย แต่คุณสร้างความหวังให้กับเรา” แทคยอนยิ้มน้อยๆ

               “ผมฉีดยาต้านไวรัสให้คุณ มันจะช่วยกดอาการลง คุณอาจจะมีอาการปวดศรีษะ หรือหนาวสั่นอยู่บ้าง ขอให้คุณบอกผมนะครับ ถ้าคุณมีอาการอะไรขึ้นมา ผมคิดว่าในอีกสองสามวัน ถ้าคุณอาการดีขึ้น คุณจะสามารถออกไปข้างนอกได้ คุณสามารถใช้ชีวิตปกติได้ เพียงแต่คุณจะต้องระมัดระวัง และไม่ลืมว่าในร่างกายของคุณยังคงมีเชื้อไวรัสนี้อยู่”

 

นิชคุณสบตาของแทคยอน ดวงตาของเป็นประกายวาวด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ

 

              “เชื้อไวรัสสามารถถ่ายทอดได้ทางน้ำลายจากการกัด ทางเลือด และสารคัดหลั่งต่างๆ อูยอง.. เพื่อนของคุณ ร่างกายของเขาเราไม่พบบาดแผลใดๆ เขาเป็นคนบอกให้เราช่วยคุณ ยืนยันให้เราช่วยคุณ โชคร้ายที่เขาได้รับเชื้อไม่ว่าโดยทางใดทางหนึ่ง และร่างกายของเขาไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานได้เหมือนคุณ เรารับเขาไว้ และแยกไว้ในห้องกักกันผู้ติดเชื้อ เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือเขา”

 

 

                 ร่างของอูยองถูกมัดไว้กับเตียงผู้ป่วย ดวงหน้าที่อิดโรยค่อยๆลืมตาขึ้นและยิ้มให้เมื่อเขาเข้าไปหา นิชคุณเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากของอูยอง

 

“พวกเขา... รักษาคุณได้มั้ย มียา รักษาคุณใช่มั้ย”

 

นิชคุณพยักหน้า

 

               “ดีจัง” อูยองยิ้มออกมาบางๆ ดวงตาหรี่เพื่อหลบสายไฟ ตาเขาสู้แสงไม่ได้อีกแล้ว มันแสบและพร่าเบลอ

 

               “ฉันขอโทษ” นิชคุณก้มลง แนบหน้าผากลงบนหน้าผากมน เสียงสะอื้นไห้ที่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

 

               “คุณไม่ผิดอะไรนี่ครับ นิชคุณ ความตายพรากชีวิตคนไปมากมาย ไม่ว่ารวย หรือจน คนดี หรือคนชั่ว พวกเขาไม่มีทางหลีกหนี ไม่มีโอกาสได้เลือกชีวิตของเขาเอง บางคนที่โชคดีพวกเขาเสียชีวิตในทันที คนที่โชคร้ายยังคงเดินอยู่บนผืนดินแต่หลงลืมตัวตนของตัวเองอย่างสิ้นเชิง บางคนยังวิ่งหนีซุกซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งด้วยความหวาดกลัว”

 

              “คุณจะกล้าฝันถึงอะไรครับ ในเวลาแบบนี้ เมื่อความตายยืนรอเราอยู่ทุกซอกมุม พร้อมจะโผล่ขึ้นมาเซอร์ไพร้ส์แล้วลากเราไปปาร์ตี้กับมัน คุณจะมีความหวัง มีความเชื่อขึ้นได้ยังไง จนกระทั่งผมพบคุณ ดวงตาของคุณ ที่เหมือนเก็บงำความลับเล็กๆที่น่าตลกของโลกใบนี้ไว้ คุณคือความหวัง คุณคือความฝันของผม”

 

              “มันต้องมีทางรักษานาย” นิชคุณกระซิบ เขาหันไปทางแทคยอน “คุณมียารักษาเขาได้ใช่มั้ย คุณมียาต้านไวรัสอะไรนี่ ฉีดให้เขาสิ”

 

               “ร่างกายเขาไม่ตอบสนองต่อยาเหมือนคุณ เสียใจด้วยครับ” แทคยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ การสอบเข้าแพทย์ การเป็นหมอ สิ่งที่ยากที่สุดคือการเผชิญหน้ากับญาติของคนไข้ คนที่หัวใจกำลังจะแตกสลาย เขาจะต้องเป็นคนบอกข่าวร้ายพวกนั้น

 

                “พวกเขา... “ อูยองเอ่ยด้วยเสียงแห้งพร่า “พวกเขาบอกว่า จะฉีดยาเพื่อทำลายเส้นประสาทของผม ยาจะหยุดการทำงานของสมอง ผมจะแค่หลับไป ผมจะหลับไป”

 

                นิชคุณจับมือของอูยองไว้ มันอุ่น มือของอูยองยังอุ่น

 

                 “คุณอยู่ข้างๆผมได้มั้ย”

 

                อูยองหลับตาลง เขาหัวเราะเบาๆ “คงตลกน่าดูถ้าผมกลายเป็นซอมบี้ ดูไม่จืดเลยนะครับ”

 

                นิชคุณถอดสร้อยคอที่อูยองเคยสวมให้กับเขา วางจี้หินนั้นในมือของอูยอง เขากุมมือเล็กไว้

 

                “นายจะไม่เป็น นายดีเกินกว่าที่จะเป็นอย่างนั้น”

 

                แทคยอนวางปลายเข็มลงบนผิวขาวซีด เขาฉีดของเหลวที่ท้องแขนของอูยองเข้าไปในเส้นเลือดใหญ่ ยาจะหยุดการทำงานของสมอง อูยองจะจากไปอย่างสงบ เขาแกะผ้าที่รัดอูยองไว้ออก ร่างที่เบาหวิวถูกนิชคุณอุ้มชึ้นไปกอดไว้ทันทีที่เป็นอิสระจากพันธนาการ แทคยอนถอยออกมา เขาคิดว่าเขาควรปล่อยให้นิชคุณได้ใช้เวลากับอูยองเพียงลำพัง แม้เพียงเวลาสั้นๆ แต่ในโลกที่กำลังจะถึงกาลอวสาน เวลาเพียงชั่ววินาทีที่หัวใจสามารถสัมผัสความรักก็มีค่าอย่างมหาศาล

 

 

 

 

               

               

 

 

 

 

 

The End.

 

 

 

 

 

Talk{};

เราคิดว่าหลังจากอัพฟิคเรื่องนี้ เราไม่ควรเข้าบล้อกสักสองสามวันนะ
เราเริ่มแต่งตอนฮัลโลวีนน่ะ = =

 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่รู้จะพูดยังไง คือจะบอกว่าเหมือนซื้อป็อปคอร์นแล้วเข้าไปนั่งดูหนังฮอลลีวูดดีๆซักเรื่อง แต่งเก่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อ่านแล้วปวดหัวใจ จบ!

#21 By prae-popo on 2013-07-14 15:07

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด 
ไม่ไหวแล้วววว เศร้ากว่านี้มีอีกมั้ย ถ้าเศร้ากว่านี้มาเลยจ้าาา
เรามีภูมิต้านทานจากเรื่องนี้แล้ว  แบบว่ามันบาดจิตก่อนนอนมากอ่ะ (สะอื้นนน)
ฉ้านนนยังไม่ได้เตรียมใจ อร๊ากกกก
แล้วนี่อาร๊ายยยยย หัวใจนิ่งสงบ และสตั๊นไป 5 วินาที
.
.
ไว้อาลัยให้ความรู้สึกตอนนี้ 55555

#20 By MissNight (103.7.57.18|124.121.221.250) on 2013-02-25 01:00

หลับให้สบาย..สุดท้ายอาจจะฟื้นขึ้นมาเพราะแรงแห่งรักก็ได้นะ

#19 By ponnee (103.7.57.18|10.133.243.81, 1.20.0.145) on 2012-12-23 01:59

ว่าแล้ว ว่่าแล้ว ตรูว่าแล้วววว
ว่าแล้วว่าเห็นน้องเรียมเกริ่น nc17 มามะไหร่ อย่าหวังอย่าหวังจะเห็นฉากวาบหวามโรแม๊นนนติก มันต้องทำร้ายหัวใจบีบตับม้ามมดลูกบิดแน่ๆๆ
แล้วมันก็จริงงงง (ว่าแล้วววววอีกรอบ)
โฮววว ตอนแรกคิดว่าอิพี่จะตาย แต่ตอนจบกลับพลิกให้อิน้องตายซะง้านนนน (นี่รัก? !!)
พี่จะบอกว่า น้องเรียมยิ่งเขียนยิ่งเก่งน๊า บรรยายฉากโลกที่สามมีซอมบี้ออกมา โลกเลวร้ายเหมือนดูหนังเรื่องที่วิลสมิธรอดมาจากเมืองร้างมีแต่ซอมบี้เลยอ่ะ (จำชื่อเรื่องไม่ได้ล่ะ) -*-
บ้านเมืองเลวร้ายพอแล้วยังต้องให้น้องมาตายอี๊กกกก
สรุปอิุจุนน้องเนี่ยมันก็ไปติดเชื้อซอมเบ้มาจากข้างนอกใช่มั้ยเีนี่ย โดนยิงจมกองเลือดเลยลูกเอ๋ยยย >< (ปาดเหงื่อ)
เวลาเห็นน้องเรียมบ่นในทวิตว่าจะไปเขียนฟิคๆๆๆ ไอเราก็รอนึกว่าฟิคยาวน้องจะโผล่มาซะที ที่ไหนได้เป็นฟิคแบบเน้?? sad smile
เอาน่ะยังไงพี่ก็จะรอนะจ๊าา จุฟจุฟ

#18 By LeeLaYa on 2012-12-10 15:16

ร้องไห้ ร้องไห้แบบไม่มีเสียง อยู่ดีๆน้ำตาหยดแหมะT__T!!
อยากบอกว่าชอบ ชอบมากๆเลยค่ะ อธิบายไม่ถูก รู้แค่ที่ร้องไห้มันไม่ได้มีแต่ความเสียใจที่เขาต้องตายจากกันอ่า มันมากกว่านั้น . ..
ขอบคุณสำหรับฟิคเรียกน้ำตาอีกเรื่องค่ะ ^^

#17 By anywoo.{ bizthc } on 2012-12-05 02:51

T^T
เป็นฟิคที่กินใจมาก ชอบมากเลยค่ะ คนเราจะเสียสละเพื่อคนที่เพิ่งเจอได้ขนาดนี้เลยหรอ เนื้อเรื่องชวนติดตามมากค่ะ แล้วก็ไม่คิดว่ามันจะจบแบบนี้ 
บีบหัวใจมากๆ TT^TT

#16 By Miss_Jang on 2012-11-28 21:26

อ่านไปลุ้นไปกลัวอิพี่จะกัดน้อง
แต่สุดท้ายอิพี่ดันรอดซะงั้น สงสารน้องยองมากกกกก
ยอมเสียสละ ยอมเสี่ยง ยอมทุกอย่างเพื่อให้นิชคุณหาย ฮือวววววววววว เศร้าไปปปปปป TAT
แอบสงสารน้องโฮเบาๆ คือรักและเป็นห่วงแฝดพี่มากอ่ะ แต่ก็นะ แฝดพี่มันดื้อ สุดท้ายเลยกลายเป็นแบบนี้... #จับฟาด!
ขอบคุณมากนะคะ^^ สนุกมากเลยยย

#15 By Khunwoo (103.7.57.18|171.7.4.10) on 2012-11-28 20:54

ฮือออออ..... เศร้ามากเลยค่ะ T_T
น่าสงสารทั้งโฮ ทั้งอูยอง ทั้งน้องคุณ
ตอนนี้น้องคุณรอดแล้ว แต่อูยองไม่รอด 
น้องคุณเหลืออยู่คนเดียวก็คงเศร้าน่าดู
เรื่องมันหดหู่มากกกกก..... อูยองดูเป็นคนจิตใจดีสุดๆ
ไม่รู้น้องเห็นอะไรในดวงตาน้องคุณ
น้องดูเป็นความหวังของกันและกันมาก
ให้ความรู้สึกอบอุ่น และหดหู่ในเวลาเดียวกัน
เพราะสถานการณ์ในเรื่องมันน่ากลัวเหลือเกิน ฮือๆๆ
ขอบคุณที่แต่งฟิคคุณด้งมาให้อ่านกันนะคะ

#14 By love-khunyoung (103.7.57.18|76.182.19.176) on 2012-11-28 10:50

แงงงงง ToT เด็กแฝด...ฮืออออ
อูยองหนูรักพี่คุณมากขนาดนั้นเลยเหรอลูก ถึงขนาดยอมตายขอให้ได้ใกล้ชิด TTTTTT คุณคงกลายเป็นคนที่เศร้าที่สุดเพราะอยู่รอดโดยที่คนรักจากไปแล้ว หรือว่าแทคยอนจะรอดด้วยกันแล้วกลายเป็นแทคคุณ...เอ๊ะออกนอกเรื่อง 555 ไรเตอร์ยังคงเรียบเรียงได้สวยงามเหมือนเดิมเลยค่ะ แต่เรื่องหน้าขอแบบน่ารักมุ้งมิ้งได้มั้ยคะ คิดถึงคุณอูหวานๆอ่า

#13 By ~iii~ (103.7.57.18|58.11.181.56) on 2012-11-26 22:57

โอยย เศร้าอะ แต่ซาบซึ้งในความรักของอูยองและนิชคุณมาก ฟิคเข้ากับบรรยากาศช่วงนี้มากเลยค่ะ ทั้งฮัลโลวีน ทั้งทไวไลท์ งืมมม แต่มันเศร้ามาก อยากให้คุณด้งอยู่ด้วยกันตลอดไป

#12 By Joy (103.7.57.18|110.171.107.59) on 2012-11-26 20:35

คนแต่งต้องได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่อง the walking death แน่เลยยย เหมือนเรื่องนี้กำลังฮอต เราดูไปครั้งนึง มั่นใจว่าใช่เลยยย อิๆๆๆ 
ถ้านิชคุณใส่ถุงยางอูยองก็จะไม่ตายยยยยย

#11 By hmm (103.7.57.18|124.122.255.35) on 2012-11-26 15:42

อาห์............
ถ้าโลกนี้กำลังจะดับไปจริงๆ การได้ตายทั้งที่เห็นใบหน้าของคนที่รัก อาจจะดีกว่าทนอยู่แบบไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะตาย หรือเมื่อไหร่จะต้องเห็นคนที่รักตายนะคะ
อย่างน้อย อูยองก็...ก็ไม่เป็นซอมบี้ อูยองเป็นอะไรที่ดีกว่านั้นเยอะ
อย่างมาก...เราก็แค่ร้องไห้เพราะคุณนักเขียนเท่านั้นเอง (กัดผ้าเช็ดหน้า)
นิยมค่ะ ชอบมากๆเลย จะจบยังไงเราก็รับได้ แค่เค้ารักกันเราก็รับได้แล้ว   จริงๆนะคะ ไม่ได้อำนะเออ

#10 By ป้าBB&ลูกชายTP on 2012-11-25 21:51

ฮืออ่านแล้วรู้สึกบีบๆ ยองช่างใจง่าย embarrassed
และเสียสละ(?)
ปล.นึกถึง MV เพลงนี้ค่ะพี่เรียม http://www.youtube.com/watch?v=JnnH3H0gZKQ

#9 By Aommino on 2012-11-25 18:14

โอ้ย! นี่มันอะไรกันนน พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ รีดไม่เข้าใจ อิด้งแกเป็นอย่างเค้าว่าจริงๆ นั่นแหละ ใจง่ายเหลือเกิน เห็น นชค หล่อหน่อยล่ะยอมพลีกายให้เลยเหรอออ อินุ้งโฮนี่ก็อีก จะขับรถออกไปเพื่อ? ฮ่วย! นึกว่าจะกลับมาพร้อมยาดันเป็นซอมบี้ไปแล้ววววว มันกรีดมากกกค่ะไรท์ จัดมาอีกซิ เอาให้รีดหรือไรท์ตายกันไปข้าง ฮึ่ย!

#8 By Khun homie (103.7.57.18|58.10.84.182) on 2012-11-25 17:03

ฮร๊ากกกกกกกกกกกกก!!!!!!!
รู้ละว่าทำไมไรเตอร์ถึงทิ้งไว้ในเฟสแบบนั้น
  อ่านแล้วรู้สึกแย่อ่ะ!!!! แย่มากกกกกก
สงสารอุยอง สงสารพี่คุณ
และเมนของช้านนน จุนโฮวววววว! ขับรถไปแล้วทำไมกลับมาสภาพแบบนั้น? คือแบบ เฮ้ย บีบคั้นมากอ่ะ
โอ๊ยยย ถ้าให้เม้นต่อคงมีแต่เวิ่น    

#7 By mei (103.7.57.18|171.7.216.152) on 2012-11-24 20:54

TTTT รู้ว่าเป็นฟิค
แต่ไม่รู้ทำไมเครียดดดดดดด
ทำไมมันเศร้ายังงี้ TT

#6 By pam (103.7.57.18|125.27.122.122) on 2012-11-24 20:53

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
มันทั้งเครียดและเศร้าไป

#5 By khundong (103.7.57.18|124.120.212.161) on 2012-11-24 19:27

เศร้าอ่าา

#4 By cat (103.7.57.18|192.168.1.213, 180.183.185.47) on 2012-11-24 19:25

ขอบคุณมากๆ คะทื่มาลงฟิคให้อ่านกันอีก เป็ีนอีกเรื่องที่อ่านแล้วตื่นเต้นดีค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตามตลอดค่ะ ตอนจบไม่เศร้าเกินไปหรอกค่ะ ไม่ค่อยได้อ่านฟิคที่อูยองเป็นคนเ่ริ่ม NC ก่อนเลย แปลกดีเหมือนกันแต่ก็ชอบนะค่ะ   เขียนมาให้รีดเดอร์อ่านอีกนะ.....(ปล.น้องยองนี้รับพิษแทนพี่คุณสินะ)

#3 By l_u_c_k_y (103.7.57.18|124.120.230.203) on 2012-11-24 19:19

T_______T
หมอแทค ขอยาหยุดสมองเข็มนึง จะฉีดตัวเอง(หรือคนแต่งดี? 55+)
โอ้ยยยยยยยยยย นิชคุณคนเดี๊ยววววววว!!!
อูยอง จะไปรับมาทำไม ปัดธ่อ เห็นเค้าหล่อหน่อยไม่ได้!
ยอมเค้าง่ายอี๊ก! (ตกลงอิด้งผิด? 5555)
เรื่องหน้าขอสวีทวี้ดวิ้ววมั่งจิค้า อิอิ

#2 By m&m (103.7.57.18|115.67.229.61) on 2012-11-24 18:56

1 2 3!
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
ทำไมพี่เรียมทำกับน้องแบบนี้คะ ทำไมทำกับน้องแบบนี้ ฮือออออออออออออออออ
ใจสลาย*
นึกว่ามันจะพลิกล๊อค นึกว่าจะมีทาง แล้วนี่อะไรแล้วนี่อะไรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
แบบอะไรงะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อึ้งไปหนึ่งงรอบตอนน้องโฮ
อึ้งอีกรอบตอนน้องยอง งื้อออออออออ
ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
ปล.น้องยองหนูใจง่ายไปป่ะลูก? #ว่าน้อง 55555555555

#1 By jangpui (103.7.57.18|183.89.96.98) on 2012-11-24 18:08

Recommend