[fiction] Falling Rose 15/?

posted on 15 Feb 2012 00:13 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney directory Fiction, Asian
 
 

 

เขาไม่มีถ้อยคำอะไร ที่จะปลอบใจ หรือบรรเทาความเจ็บปวด แทคยอนโอบกอดร่างที่สั่นเทิ้ม ฟังเสียงสะอื้นไห้ที่ดังสะท้อนราวกับไม่มีที่สิ้นสุด กลืนคำพูดปลอบประโลมลงไปในลำคอที่แห้งผาก ปรารถนาเหลือเกินว่าเขาจะสามารถพูดออกไปได้ บอกกับอูยองว่านิชคุณจะไม่เป็นไร ยืนยันให้อูยองมั่นใจว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น สิ่งเดียวที่เขาทำได้ คืออยู่เคียงข้างอูยองในคืนนี้  และภาวนาให้อูยองเข้มแข็งขึ้นเมื่อพระอาทิตย์จะทอแสงใหม่อีกครั้ง

 

 

อูยองยิ้มให้เขา…

 

เขาตื่นขึ้น และพบว่าที่นอนข้างๆว่างเปล่า ได้ยินเสียงเบาๆจากในครัว อูยองนั่งอยู่หลังเค้าเตอร์ จิบนมสดแก้วโต และยิ้มให้เขา รอยยิ้มสดชื่นไม่เหลือวี่แววของคนที่นอนร้องไห้มาทั้งคืน

 

“ตื่นแต่เช้าเชียว”

 

อูยองอมยิ้มเล็กๆ สีจางๆแต้มบนพวงแก้ม “ผมไม่อยากให้คุณฮยองต้องรอน่ะครับ”

 

“งั้นรอแป๊ปนะ ขอฉันแต่งตัวก่อน”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไปเองก็ได้”

 

แทคยอนยิ้มให้อูยอง “รอห้านาทีเถอะนะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

 

 

 

 

ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีนัก แต่แสงอาทิตย์ก็ลอดผ่านกลุ่มเมฆหนาพอให้เห็นเป็นริ้วแสง อูยองเดินเข้าไปห้องผู้ป่วย คาดหวังจะได้เห็นคนพี่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง แต่เสียงพูดคุยทุ้มต่ำเป็นภาษาไทยที่ฟังแปร่งหูทำให้เขาประหลาดใจ อูยองนั่งลงบนโซฟาอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นว่านิชคุณกำลังคุยโทรศัพท์ นิชคุณหันมายิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบคนที่ปลายสาย

 

“ครับแม่ แล้วเจอกันครับ” ชายหนุ่มจบด้วยภาษาอังกฤษ เพื่อคลายความสงสัยของคนที่แอบนั่งขมวดคิ้วเล็กๆอยู่คนเดียว

 

“เป็นยังไงครับ เมื่อคืนนอนหลับสบายมั้ย” นิชคุณหันมายิ้มกว้างให้น้อง

 

“ครับ” อูยองยิ้มตอบ ขณะที่ลุกเดินไปข้างเตียงของคนพี่ “แต่ก็คงดีกว่าถ้าฮยองอยู่ด้วย”

 

นิชคุณหัวเราะ ขยับตัวให้มีที่ว่างพอให้อูยองแทรกตัวลงมานอนด้วย “ฉันว่าเราควรไปบอกแทคยอนเรื่องนี้นะ ว่าฉันควรจะได้นอนกอดนาย และเราจะได้นอนหลับสนิทๆกัน”

 

อูยองซุกเข้าไปอ้อมแขนที่ดูจะกลายเป็นที่นอนประจำของเขาซะแล้ว

 

“แล้วนี่มันไปไหนแล้วเนี่ย อย่าบอกนะว่ามันปล่อยให้นายออกมาคนเดียว” น้ำเสียงที่ดุนิดๆ และแฝงความเป็นห่วง ทำให้อูยองหัวเราะออกมา

 

“แทคยอนออกไปซื้อกาแฟครับ”

 

นิชคุณหลับตาลง เขาซบหน้าลงสูดกลิ่นหอมอ่อนๆจากซอกคอของน้อง รู้สึกถึงไออุ่นจากร่างเล็กที่โอบกอดอยู่ ขณะที่พึมพำ “ฉันคิดถึงนายจัง”

 

อูยองอมยิ้มบนพวงแก้ม ก่อนจะกระซิบตอบ “ผมก็คิดถึง”  

 

นิชคุณยิ้มเมื่อได้ยิน ทั้งๆที่ยังหลับตา เขาประทับริมฝีปากอย่างแผ่วเบาบนผิวเนื้อที่ลำคอ ขบเม้มเบาๆ ให้คนน้องหัวเราะคิกคัก ก่อนที่อูยองจะผลักนิชคุณออก ดวงตามองเหมือนจะต่อว่า แต่สุดท้ายก็ได้แต่ส่งเสียงชิชะในลำคอ นิชคุณหัวเราะ ก่อนจะดึงตัวอูยองกลับมากอดไว้อย่างเดิม แนบชิดจนรู้สึกถึงหัวใจอีกดวงที่เต้นอยู่แนบอก

 

“ทำไมฮยองถึงตื่นแต่เช้าจัง” อูยองเอ่ยพลางถอนหายใจเสียยาว จนคนมองอดจะหมั่นเขี้ยวแล้วดึงแก้มยุ้ยๆเข้าให้

 

“ทำหน้าอะไรแบบนั้น”

 

“ก็ผมกะว่าจะมาถึงก่อนที่ฮยองจะตื่นนี่ครับ อุตส่าห์รีบออกมาแล้วเชียว”

 

แก้มกลมๆที่ทำหน้ามุ่ยๆน่ะ ไม่รู้จะรู้ตัวหรือเปล่า ว่ากริยาอย่างนั้นมันน่ารัก จนอยากจะฝังจมูกลงหอมแก้มรัวๆ และนิชคุณก็ไม่เสียเวลาทบทวนอะไร ก่อนที่เขาจะทำตามอย่างที่ใจคิด

 

“ฉันไม่อยากโทรไปรบกวนแม่ตอนดึกๆนี่นา เวลาที่นั่นต่างกับที่นี่ตั้งสิบสองชั่วโมงนี่ครับ”

 

แก้มกลมเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดเมื่อเป็นอิสระจากปลายจมูกโด่งที่กดลงหอมแก้มเขาซ้ำอีกทีเป็นการส่งท้าย

 

“แม่ฮยองว่ายังไงบ้างครับ เขาจะมาที่นี่รึเปล่า”

 

นิชคุณลูบศีรษะของอูยอง มองดวงตากลมใสที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกอันบริสุทธิ์ เขาขโมยจูบบนริมฝีปากสีแดงเรื่อนั้น

 

“ออกไปเดินเล่นกันมั้ย”

 

อูยองช้อนสายตาขึ้นมองอย่างแปลกใจ

 

“น่า.. ฉันเบื่อห้องสี่เหลี่ยมนี่จะแย่แล้ว”

 

“แต่ฮยองเดินไหวหรอครับ ฮยองควรจะพักผ่อน ถ้าเกิดว่า...”

 

นิชคุณหัวเราะ ขณะมองดูคนน้องบ่นออกมายืดยาว ก่อนที่เขาจะออกแรงอุ้มอูยองลงจากเตียง อูยองเบิกตาคู่เล็กมองหน้าเขา

 

“เห็นมั้ย ว่าฉันไม่เป็นไรหรอก”

 

นิชคุณฉีกยิ้ม ยื่นมือให้อูยองจับ

 

 

 

 

นิชคุณจูงมืออูยอง กุมมือเล็กไว้ให้อุ่นอยู่ในอุ้งมือของเขา ท้องฟ้าสว่างขึ้นแล้ว เสียงของเช้าวันใหม่เริ่มขึ้นเฉกเช่นทุกวัน พวกเขาเดินผ่านวอร์ดคนไข้ ที่เริ่มมีคนทยอยเดินเข้ามา มองเห็นหญิงชายชราคู่หนึ่งนั่งอยู่เคียงข้างกัน รอยยิ้มที่ระบายบนใบหน้า และดวงตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความผูกพัน อูยองอดจะหันไปมองคนข้างกายไม่ได้ ความรู้สึกปรารถนาอย่างท่วมท้น มากมายเพียงใด ที่เขาต้องการให้นิชคุณอยู่เคียงข้างเขา แก่เฒ่าไปพร้อมกับเขา ได้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตร่วมกัน นิชคุณหันมายิ้มให้เขา ร่องรอยอันเหนื่อยอ่อนปรากฎให้เห็นในดวงตาคู่สวยที่ทอดมองอย่างอบอุ่น ความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นถี่เร็ว และสั่นไหว เขากระชับมือหนาที่จับจูง ก่อนจะยิ้มตอบกลับไป

 

ที่ชั้นล่างของโรงพยาบาลมีสวนหย่อมเล็กๆ พอให้เป็นที่พักผ่อนของคนไข้ และญาติผู้ป่วย พวกเขานั่งลงบนม้านั่ง มองดูเมฆที่ค่อยๆเคลื่อนหลบ สายลมที่พัดอ่อนๆ พอให้เขาต้องขยับเสื้อคลุม และนิชคุณจะโอบตัวอูยองให้ใกล้กว่าเดิม อูยองพิงศรีษะบนไหล่ของคนพี่ หายใจเอาอากาศยามเช้า กลิ่นของน้ำค้างที่ต้องไอแดด อมยิ้มเล็กๆ เมื่อได้ยินเสียงนิชคุณฮัมเพลงเบาๆ เขาดึงมือของนิชคุณให้กอดเอวตัวเองไว้ ในขณะที่เอนตัวลงพิงอยู่ในอ้อมแขน ทุกอย่างดูสงบสุข ดู...สมบูรณ์แบบ จนอูยองไม่ทันได้เตรียมตัวที่จะสูญเสียมันไป

 

“ฉันบอกให้แม่เตรียมห้องไว้ให้นาย” นิชคุณกระซิบที่ข้างใบหู ขณะที่จับมือเขาไว้บนตัก นิ้วมือเรียวยาวประสานกับนิ้วมือเล็กของเขา

 

“ฮยองจะกลับไปรักษาที่ไทยหรอครับ”

 

อูยองรู้สึกถึงลมเย็นวูบหนึ่งที่พัดมาและไม่ยอมจากไป ร่างกายของเขาเย็นเฉียบ เมื่อนิชคุณคลายอ้อมกอด ความเงียบเพียงชั่วขณะทำให้ใจสั่นไหว

 

เหมือนอยู่ๆเขาก็ลืมวิธีหายใจ นิชคุณดึงตัวเขาไปกอดไว้ และร่างกายของเขาก็ไม่กล้าจะขยับ มือหนาลูบศีรษะของเขาไปมา

 

“อะไรกันครับ” อูยองกระพริบตาถี่เร็วไล่น้ำตาที่เอ่อออกมาอย่างไร้เหตุผล

 

“......”

 

นิชคุณโคลงร่างของอูยองไปมาอย่างช้าๆ เขาปิดเปลือกตาลง เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวด ไม่ใช่เพราะอาการป่วย แต่ที่หัวใจ เขาปวดหัวใจยิ่งกว่า

 

ริมฝีปากของอูยองสั่นเทา ขณะพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง “ฮยอง..”

 

“คุณฮยอง..” และเสียงที่แผ่วเบาของเขาก็เอ่ยออกไปได้เพียงแค่นั้น

 

 

“หมอบอกว่าฉันไม่ตอบสนองต่อการรักษา”


 

“ม..หมายความว่ายังไงครับ” อูยองแทบไม่ได้ยินเสียงตัวเองด้วยซ้ำ ไม่ได้ยินว่ามันสั่นพร่าและแหบแห้งสักเพียงใด ทุกอย่างดูจะอื้ออึงและหนักอึ้ง นิชคุณกระซิบอย่างอ่อนหวาน จูบเบาๆที่แก้มข้างนั้น

 

“ไปกับฉันนะ กลับไปที่ไทยด้วยกัน.. ฉันมีที่ที่อยากจะพานายไป”

 

“ฮยองจะต้องหาย... ฮยองต้องไม่เป็นไรสิครับ”

 

อูยองส่ายศีรษะ ผละออกจากอ้อมกอด เขาหรี่ตามองนิชคุณ สับสน และไม่อยากยอมรับ มือของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาร้อนผ่าว แต่ปราศจากหยดน้ำตา

 

“เราไปหาหมอที่อื่นกัน ต้องมี.. ต้องมีทางรักษาได้”

 

“อูยอง..” นิชคุณเอ่ยเรียก รวบตัวของร่างบางเข้าไปกอดแน่น

 

“มันจะต้องมีทางสิ” อูยองพึมพำซ้ำไปซ้ำมา “จะต้องมีทางรักษา ฮยองจะต้องหาย”

 

“อูยองครับ พี่รักอูยองนะ รักที่สุด อูยองรู้ใช่มั้ยครับ” นิชคุณพูดอย่างหนักแน่น วางมือบนไหล่บาง และมองจ้องเข้าไปในแววตาที่วูบไหว

 

เขายิ้มให้อูยองที่พยักหน้าลงช้าๆ ลมหายใจหอบลึกที่ค่อยๆนิ่งลง เขาดึงตัวอูยองกลับมากอดไว้ กระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนคุยกับเด็กตัวเล็กที่เขามีหน้าที่ต้องปกป้องดูแล

 

“ฉันอยากกลับไปที่บ้าน และฉันอยากให้นายไปด้วยกัน นายบอกเองไม่ใช่หรอ ว่าถ้าฉันไปไหนนายก็จะไปด้วย?”

 

“แต่ว่า.. ฮยองต้องรักษา”

 

“ฉันติดต่อหมอที่นั่นไว้แล้ว และเขาจะช่วยดูแล และจ่ายยาให้ฉันตามอาการ ฉันจะยังอยู่ได้ ฉันยังไม่เป็นไร เห็นมั้ย ตอนนี้ฉันก็ยังแข็งแรง”

 

นิชคุณลูบผมของอูยอง จูบขมับของน้องอย่างอ่อนโยน เขารัก และยังห่วงอูยองมากเหลือเกิน ความคิดที่ว่าเขาจะต้องจากคนตัวเล็กคนนี้ไป มันบีบหัวใจของเขา

 

“มันไม่มีทาง.. ไม่มีทางเลยหรอครับ” เสียงของอูยองสั่นพร่าขึ้นมาอีกครั้ง นิชคุณกอดร่างเล็กให้แน่นกว่าเดิม

 

“ถ้าฉันผ่าตัด... หมอบอกว่ามันเป็นทางเดียวที่จะรักษา แต่มันจะเสี่ยงมากๆ และฉันรับความเสี่ยงนั้นไม่ได้” เสียงของเขาแตกพร่าอย่างเจ็บปวดเมื่อจบท้ายประโยค “ฉันยังไม่อยากจะจากนายไป ฉันเลยคิดว่า ถ้าเราทำอย่างนี้ ฉันจะยังมีโอกาส ..เราจะยังมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน”

 

“แต่มันจะนานแค่ไหน” ปอดที่แทบไร้อากาศ เสียงของอูยองจึงดังไม่ต่างจากเสียงกระซิบ

 

นิชคุณนิ่งไป ก่อนที่ริมฝีปากจะพยายามยิ้มให้น้องอีกครั้ง

 

“อูยองรู้ใช่มั้ย ว่าพี่อยากจะอยู่กับอูยองให้นานที่สุด และฉันยอมแลกทุกอย่างหากมันจะทำให้พี่ได้อยู่กับอูยองตลอดไป”

 

“นานแค่ไหนครับ” อูยองเอ่ยซ้ำด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับขนนก

 

“สองสามเดือน หรือมากกว่านั้น อาจจะเป็นปีก็ได้...”

 

ฝ่ามือของนิชคุณยังคงลูบศีรษะของเขา เสียงนุ่มนั้นยังคงปลอบประโลมเขา แต่เขาไม่ได้ยินอะไรเลย ไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนว่าทุกอย่างเป็นเพียงฝันร้าย ฝันร้ายที่เขาจะต้องวิ่งหนีไป เขาค่อยๆผละออกจากอ้อมกอดที่พยายามจะรั้งเขาไว้ เขาลุกขึ้นยืน มองใบหน้าของนิชคุณที่พยายามพูดอะไรสักอย่างที่เขาไม่เข้าใจ เขาส่ายหน้า ปลดนิ้วมือที่จับข้อมือของเขาไว้ แล้วเดินถอยออกมา

 

 

 

 

 

 

นิชคุณเกลียดยาแก้ปวดที่หมอจ่ายให้ มันทำให้เขาเบลอและคิดอะไรไม่ค่อยออก พยาบาลเดินเข้ามาเก็บถุงน้ำเกลือไปเมื่อเขาทนนอนฟังมันหยดลงทีละหยดจนหมด มือที่มีเข็มปักคาไว้ยังคงปวด และนอกจากอาการมึนเบลอที่ดูจะเป็นผลข้างเคียงของยาที่เพิ่งได้รับ ยานั่นก็ไม่ได้ช่วยให้อาการปวดศีรษะของเขาดีขึ้นสักเท่าไหร่นัก นิชคุณอาจจะหลับ หรือไม่ได้หลับเขาเองก็ไม่แน่ใจ เขาอาจจะหลับไปสักห้านาที ตอนที่เขาได้ยินเสียงประตูเปิดออกช้าๆ เขาพยายามเปิดเปลือกตาขึ้น เพื่อมองดูเจ้าของฝีเท้าที่ก้าวเข้ามา และยิ้ม เมื่อเห็นว่าเป็นอูยองที่หยุดอยู่ตรงปลายเตียง

 

อูยองดูตัวเล็กนิดเดียว เมื่อเทียบกับเสื้อโค้ตตัวหนาที่สวมอยู่ดูก็รู้ว่าคงจะเป็นของแทคยอน ปลายจมูกเป็นสีแดงเรื่อ และดวงตาที่บวมช้ำเหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก อูยองวิ่งหนีเขาไปเมื่อเช้า ในขณะที่เขาอยากจะตามหาน้อง เขากลับต้องมาติดอยู่กับสายน้ำเกลือบ้าๆ เมื่อพยาบาลพบว่าร่างกายของเขาอ่อนเพลียจากการพักผ่อนที่น้อยเกินไปและความเครียด แล้วอาการปวดจนเหมือนกระโหลกจะแตกเป็นเสี่ยงๆนี่อีก ที่ดูจะกำเริบขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แทคยอนโทรมายืนยันกับเขาหลังจากที่เขาพยายามจะหนีออกจากเตียงคนป่วยเป็นครั้งที่สาม ว่าอูยองอยู่กับแทคยอน และขอเวลาให้น้องก่อนที่จะให้อูยองมาหาเขาอีกครั้ง

 

“ผมขออะไรอย่างนึงได้มั้ย...” อูยองพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ดวงตาคู่เล็กดำขลับมองสบตาของเขา ริมฝีปากบางเอ่ยด้วยเสียงเบาแต่ดังชัดเจน คำขอที่ดื้อรั้นอย่างหมดทางสู้

 

“อย่าตาย”


หัวใจของนิชคุณเหมือนถูกดึงกระชากลงไปพร้อมร่างเล็กที่ทรุดพรวดลงไปนั่งกับพื้น และเริ่มสะอื้นไห้

 

“ผมทำไม่ได้... ผมขอโทษ ที่ผมทำเพื่อฮยองไม่ได้”

 

“อูยอง” นิชคุณยันตัวให้ลุกขึ้น ฝืนอาการปวดที่พร้อมจะดึงเขากลับลงไปบนที่นอนอีกครั้ง เขาไม่สน... ไม่สนว่าเขาจะต้องเจ็บปวด อูยองของเขากำลังร้องไห้ เขาไม่สนว่าน้ำตาของเขาจะไหล เขาปล่อยให้มันไหลไป ปล่อยให้นิชคุณเป็นคนที่บิดเบี้ยว ไม่สมบูรณ์แบบและน่าสมเพช เขานั่งลงข้างอูยอง ดึงตัวร่างเล็กมากอดไว้

 

“ผมจะอยู่ได้ยังไง ถ้าไม่มีฮยองอีกแล้ว ผมจะทนได้ยังไง” อูยองพึมพำด้วยหัวใจที่แตกสลาย เสียงสะอื้นไห้ที่เหมือนจะขาดใจ ขอร้องและอ้อนวอน “ได้โปรด... อย่าทิ้งผมไป”

 

นิชคุณกอดร่างเล็กไว้แนบอก  ร้องไห้ไปพร้อมกับจางอูยองของเขา ทั้งๆที่สัญญาไปแล้ว แต่ทำไมถึงยังเป็นเขา เป็นนิชคุณเสมอที่ทำให้คนตัวเล็กคนนี้ต้องเสียใจ ทั้งๆที่ปรารถนาจะดูแลและปกป้องให้ดีที่สุด แต่กลับไม่สามารถดูแลได้เลย พวกเขาร่ำไห้ ปล่อยให้เสียงสะอื้นเหล่านั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะปลอบประโลมใจของกันและกัน

 

 

 

 

 

อูยองมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของฉากในเมืองกำลังวิ่งผ่านเขาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งคันรถเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจหนักอึ้งของแต่ละคน แทคยอนนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับ ดวงตามองตรงไปตามท้องถนนที่ทอดยาว นานๆจะเงยมองที่กระจกหลังเพื่อดูพวกเขาซึ่งนั่งอยู่ตรงเบาะหลัง นิชคุณหลับไปแล้วจากฤทธิ์ยาและความเหนื่อยอ่อน อูยองวางศีรษะของนิชคุณให้อยู่บนตัก จัดท่าให้นิชคุณนอนได้สบายที่สุดในเบาะที่นั่งแคบๆนี้  พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นที่ริมขอบฟ้า เป็นเวลากว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงที่เขาได้งีบหลับครั้งสุดท้าย แต่ดวงตาของเขาไม่อาจข่มให้หลับลง นิชคุณขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรถเลี้ยวโค้งจนเกิดแรงเหวี่ยง มือใหญ่เอื้อมมาจับมือของอูยอง และเลื่อนไปจดกับริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดที่หลังมือขาว อูยองหลับตาลง พยายามผ่อนคลายประสาทที่ตึงเครียด เขาเอนตัวพิงผนักเบาะ บีบกระชับมือของนิชคุณไว้ พร้อมกับภาวนา


หลังจากการเดินทางเกือบสามชั่วโมง พวกเขาก็มาถึง มันไม่ใช่การเดินทางเพื่อตามหาปาฏิหารย์ พวกเขาต่างรู้ดี เป็นเพียงความหวัง ความหวังเล็กๆที่พอจะหล่อเลี้ยงหัวใจให้สู้ขึ้นมาอีกครั้ง จุนซูเดินออกมารับเขาทันทีที่พ