[fiction] Falling Rose 13/?

posted on 06 Jan 2012 01:15 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 
 

เสียงเบสทุ้มต่ำดังมาจากลำโพงเครื่องเสียงที่มุมห้อง ร่างเล็กขยับกายอย่างรวดเร็วตามจังหวะดนตรี ร่างกายของเขาชุ่มด้วยเหงื่อ เหนื่อยจนหายใจแทบไม่ทัน และเขายังคงเต้นต่อไป ดนตรีเล่นจนจบแทร็คและวนขึ้นรอบใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาพยายามไม่มองกระจก ไม่สนใจตัวเอง ไม่สนใจอะไร เขาเต้นต่อไป ถึงแม้เขาจะล้มลง มีรอยช้ำที่ข้อเท้า รอยถลอกที่หัวเข่า แต่เขาลุกขึ้นยืน และเต้นต่อไป มันไม่มีเวลา ไม่มีตัวเขา ไม่มีความเจ็บปวด

 

ไม่มีอะไรเลยนอกจากความทรงจำ ... ความทรงจำที่คอยหาทางแทรกขึ้นมาสะกิดหัวใจที่ควรจะด้านชาของเขาให้เจ็บแปลบ เขาฟังเสียงเพลงตั้งใจฟังมันจนเสียงแห่งความทรงจำนั้นแผ่วหายไป เขาเริ่มเต้นอีกครั้ง ไม่สนใจภาพสะท้อนในกระจกที่จ้องมองมา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องในทุกท่วงท่าที่เขาขยับกาย

 

เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะตั้งสมาธิใหม่อีกครั้งแต่มันล้มเหลวไม่เป็นท่า

 

อูยองสาวเท้าไปปิดเพลง เมื่อเพลงที่ควรทำให้เขาลืมทุกอย่างกลายเป็นเพลงที่ชวนหงุดหงิด เขาหยิบผ้าขนหนูซับเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะหันไปสบตาคนที่ยืนพิงอยู่ที่มุมห้อง คนที่จับจ้องจนไม่อาจจะมีสมาธิต่อไปได้

 

“มาทำไม”

 

น้ำเสียงของเขาเย็นชา และหางเสียงก็กระชากห้วน ใบหน้าที่เย้ยหยันและแข็งกร้าว

 

“ฉันมารับนาย” เขาเกลียดรอยยิ้มนั่น รอยยิ้มที่อบอุ่น และเจิดจ้า รอยยิ้มที่ทำให้เขากลายเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆที่ยังต้องการให้อีกฝ่ายอยู่เคียงข้างเขา ไม่อาจปฏิเสธและผลักไส ศักดิ์ศรีของเขา ทิฐิของเขาถูกวางลงอย่างไร้ค่า เขาปล่อยให้อีกคนเดินเข้ามาจูงมือ รู้สึกถึงอุ้งมือใหญ่ซึ่งกุมมือที่ชาแปลบของเขาเอาไว้

 

พวกเขาเดินกลับบ้าน นิ่งเงียบ ข้างนอกห้องซ้อมมืดสลัว เขาเดินตามคนพี่จนถึงห้องพัก อาบน้ำอย่างเร่งรีบเพราะกลัวว่านิชคุณจะหายไปอีกครั้ง นิชคุณนั่งรอเขา เช็ดเส้นผมชื้นของเขาด้วยผ้าขนหนูอย่างเบามือ พาเขาเข้านอน พวกเขาทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติเพียงแต่ไม่พูดกัน มือที่อบอุ่นทำแผลให้เขา และเขาก็หวั่นกลัวเกินกว่าจะพูดอะไรออกไป ความเงียบที่กลายเป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาจะต้องเคารพมัน

 

นิชคุณห่มผ้าให้เขา ลูบศีรษะของเขาเบาๆ ก้มลงจูบบนหน้าผากเหมือนเช่นเคย

 

“ฮยองทำแบบนี้ทำไม”

 

และเมื่อเขาเลือกจะทำลายความเงียบนั้น เขาทำลายความศักดิ์สิทธ์ของมันไป และไม่มีอะไรจะปกป้องพวกเขาจากอาการปวดหนึบในหน้าอกนี้ได้อีก นิชคุณสบตาของเขา มุมปากพยายามจะส่งยิ้มให้เขา

 

ในแววตาของนิชคุณ อีกครั้งที่เขาเห็นรอยร้าวที่ปริแตก เห็นนิชคุณที่อ่อนแอ นิชคุณที่แหลกสลาย

 

“จุนโฮบอกว่านายไม่ยอมกลับบ้าน” นิ้วมือนั้นเคลียแก้มของอูยอง ทั้งอบอุ่นและห่วงใย

 

“มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันคืออะไร ทั้งหมดนี่มันคืออะไร” อูยองเอ่ยด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา หัวใจของเขาสับสน หวั่นกลัว ริมฝีปากของเขาสั่นเทา ขณะที่ค่อยๆเอ่ยมันออกมา

 

“ทำไมฮยองถึงพูดไม่ได้ บอกกับผมสิครับ บอกกับผมว่ามันไม่จะไม่มีอะไร”

 

“ยกโทษให้ฉันได้มั้ย”

 

แม้ว่าเขาต้องการคำตอบแค่ไหน แต่เมื่อได้ยินคำที่นิชคุณเอ่ย เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่จับอยู่ในหัวใจ เขารู้ตัวว่าเขาไม่ควรพูดอะไรออกไปเลย เขาควรหลับตาลงในขณะที่นิชคุณยังคงกุมมือของเขา หลับตาลงในขณะที่นิชคุณยังอยู่ข้างเขา

 

“ถ้าฉันทำผิดสัญญา อย่าร้องไห้ อย่าเจ็บปวด เพราะฉัน”

 

อูยองมองหน้านิชคุณนิ่ง เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ดวงตาร้อนผ่าวแต่ปราศจากหยดน้ำตา

 

เขาจะทำได้ยังไง จะอยู่ได้ยังไง.. คำถามที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา นิชคุณพูดมันออกมาง่ายๆได้ยังไง

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะไม่เสียน้ำตาให้ฮยองอีกแม้แต่หยดเดียว”

 

นิชคุณยิ้มออกมาอย่างอ่อนบาง ยกมือเล็กไปจดริมฝีปาก น้ำตาร้อนหยดลงบนหลังมือของอูยอง

 

“ฉันรักนายนะ”

 

“อย่า” อูยองตะโกนออกมาอย่างเจ็บปวด “อย่าแม้แต่จะคิดที่จะพูดมันอีก”

 

ในเสียงตะโกน เขาได้ยินเสียงแกรกที่ลากยาวของลานนาฬิกา เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นหมุนอย่างรวดเร็ว เสียงเข็มที่ดังติ้ก พร้อมกับความพยายามของเขาที่พยายามฝืนมันไว้ทลายลง มันกำลังวิ่งไปอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกเหมือนคนที่ใกล้ตาย คนที่ถูกปืนจ่ออยู่ที่หัวใจพร้อมจะลั่นไก หากมันเป็นความรัก มันก็เป็นความรักที่ผิดพลาด ความรักที่ไม่ควรได้ถูกเอ่ยออกมาตั้งแต่แรก เขาตักตวงเวลาที่หยุดนิ่งในความเพ้อฝันมานานเกินไป วันนี้ทุกอย่างกำลังวิ่งกลับไปในทางที่มันควรเป็น เขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูป และไม่เหลืออะไร ไม่เหลือเรี่ยวแรงอะไรจะฝืนมันไว้อีกแล้ว

 

“ได้โปรด มีความสุข หากว่ามันหมายถึงว่านายจะต้องลืมฉัน ได้โปรด... ลืมฉันไป แต่อย่าหยุดรอยยิ้มของนาย เพราะมันเป็นสิ่งที่ฉันรักที่สุด”

 

นิชคุณก้มลงจุมพิตบนแก้มของอูยองที่หันหนีไปสะอื้นอย่างแผ่วเบา เพราะสัญญาไปแล้ว สัญญาว่าจะไม่ทำร้าย ไม่ทำให้เสียใจ ก่อนที่รอยยิ้มน่ารักของคนตัวเล็กจะถูกพรากไป ก่อนที่น้ำตาจะต้องรินไหล ก่อนที่หัวใจจะต้องเจ็บปวด ...

 

“ลาก่อน” เขาพูดมันออกไป พร้อมกับปล่อยมือเล็กที่กุมไว้ ปล่อยความรักของเขาให้บินจากไป  

 

 

 

 

 

 

มันกำลังจะตาย.. ต้นไม้ในกระถางนั้นกำลังจะตาย

 

เขาเฝ้ามองดูมัน ใบสีเขียวของมันที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล กลีบดอกสีแดงที่ร่วงโรยและเหี่ยวเฉา

 

เขายังคงใช้ชีวิต เขาไปเรียน ซ้อมเต้นกับจุนโฮ ไปทำงานที่คลับ กลับบ้าน และนั่งมองต้นไม้ที่กำลังจะตาย นอนหลับไป ไม่.. ไม่มีน้ำตา ถึงเขาจะฝันร้าย และสะดุ้งตื่นขึ้นมาในกลางดึก แต่เขาไม่ได้ร้องไห้ ไม่เลยสักครั้งเดียว ความจริงแล้วเขายังแปลกใจในตัวเอง ที่คราวนี้เขาเก็บของทุกอย่างที่ทำให้เขานึกถึงนิชคุณทิ้งไป แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่ยอมทิ้ง คือ กระถางกุหลาบที่ริมหน้าต่าง

 

“ความรัก ก็เหมือนดอกไม้..”


เขายิ้มขำออกมาอย่างขื่นขม เมื่อนึกถึงคำพูดนั้น ดอกไม้ที่กำลังร่วงโรย กลายเป็นสิ่งเดียวที่เขาทิ้งไม่ลง เขาอาจจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่สามารถลืมได้ คือ เขามีความรัก เขาเคยรัก เหมือนที่ต้นไม้นั้นยังวางอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่อยากยอมรับมันสักเพียงไหน... ความรักของเขายังอยู่ มันจะยังคงอยู่

 

 

เขากลับมาที่ห้องพักในตอนเย็น หิมะละลายเป็นแอ่งน้ำเฉอะแฉะอยู่บนพื้นถนน ฤดูหนาวกำลังจะจากไปแล้ว และโลกของเขากำลังจะพลิกกลับด้านไปอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นคนที่ยืนรอเขาอยู่หน้าประตูไม้สีเขียวบานนั้น

 

วิคตอเรียยิ้มให้เขา “คุยกันหน่อยได้มั้ย”

 

 

 

 

 

 

 

“มีอะไรรึป่าวครับ” อูยองเอ่ยขึ้น หลังจากที่พวกเขามานั่งในร้านกาแฟเล็กๆที่หัวมุมถนน ไม่ไกลจากอพาร์ทเม้นต์ของเขาเอง พนักงานเสิร์ฟเพิ่งยกเครื่องดื่มของพวกเขามาวางบนโต๊ะพร้อมกับขนมสโคน

 

พวกเขาคนแก้ว แต่ไม่มีใครยกมันขึ้นดื่ม

 

วิคตอเรียจ้องมองหน้าเขา ราวกับกำลังพยายามค้นหาคำตอบของอะไร ก่อนที่เธอจะยิ้มออกมา

 

“คุณเขารักเธอมากนะ”

 

อูยองสบสายตาของเธอ มองเห็นความเศร้าสร้อยในแววตาของเธอ เขารู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้ง ถูกถ่วงลงด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้นออกมามากมายเหลือเกิน เขามองเห็นความเจ็บช้ำของหญิงสาวในดวงตาของเธอ การยอบรับในความพ่ายแพ้  ความเข้มแข็งที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง ถ้าเทียบกันแล้ว... เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเจ็บปวดเลยสักนิดเดียว

 

“ผมขอโทษ” อูยองเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ และหนักแน่น “ขอโทษจริงๆนะครับ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง”

 

“มันไม่ใช่ความผิดของเธอ” หญิงสาวมองออกไปด้านนอก มองผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมา และรถที่ขยับไปอย่างช้าๆบนท้องถนน

 

“ฉันรู้ว่านิชคุณจะต้องมาหาเธอ ฉันฝากให้แทคยอนมาตามหาเขา และเขาก็อยู่ที่นี่จริงๆ...”

 

“ผมจะไม่ยุ่งกับเขาอีก ไม่ต้องห่วงนะครับ เราจะไม่เจอกันอีก”

 

วิคตอเรียส่ายศีรษะ ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

 

“อูยอง” เธอจับมือของอูยองไว้หลวมๆ “ที่ฉันมาหาเธอในวันนี้...เพราะ ฉันอยากให้เธอกลับไปหาเขา”

 

“นิชคุณเขาต้องการเธอ” มันคือคำขอร้องคำอ้อนวอนจากใจของผู้หญิงคนหนึ่ง

 

อูยองมองหน้าของวิคตอเรียด้วยความสับสน หญิงสาวยิ้มตอบเขาแต่ดวงตาชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา น้ำเสียงของเธอสั่นเทา

 

“เขามาที่นี่ เพราะเขารู้ว่าเขาขาดเธอไม่ได้ ทั้งๆที่...”

 

ไหล่ที่งามสง่าของเธอสะอื้นสั่นโยน “นิชคุณเขารักเธอยิ่งกว่าชีวิตของเขาเอง”

 

อูยองรู้สึกถึงบางสิ่งที่เสียดแทนอยู่ในปอด ไม่ยอมให้เขาได้หายใจ เขาพยายามเปล่งเสียงจนมันดังออกมาอย่างติดขัด

 

“หมายความว่ายังไงครับ”

 

“อูยอง นิชคุณน่ะ...”

 

“คุณฮยองเป็นอะไรครับ เกิดอะไรขึ้นครับ”

 

เขาได้ยินเสียงตัวเองเอ่ยถามออกไป รู้สึกถึงก้อนเนื้อในอกที่กำลังบีบรัดอย่างตื่นกลัว

 

“นิชคุณตรวจพบเนื้องอกในสมองเมื่อปีที่แล้ว” วิคตอเรียพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบลง แต่เสียงของเธอกลับแตกพร่าอย่างล้มเหลว

 

“พ่อแม่เขาพยายามเกลี่ยกล่อมให้เขากลับไปรักษาที่ไทย แต่นิชคุณไม่ยอม เขาไม่ยอมไปจากเกาหลี ไม่ยอมไปจากห้องที่พวกเธอเคยอยู่ด้วยกัน เพราะเขากลัวว่าถ้าเธอกลับไป เธอจะไม่เจอเขา ตอนนั้นเขาไม่เหลือใครที่เกาหลีเลย พ่อแม่เขาขอให้ฉันกลับมาดูแลเขา ในฐานะที่ฉันเป็นภรรยาของเขา ในตอนนั้นฉันคิดแต่เพียงว่า อย่างน้อยฉันก็เคยแต่งงานกับเขา ไม่มีใครรู้ว่าเราหย่ากัน เราตกลงให้เรื่องเงียบไปเองขณะที่เราแยกกันอยู่ เธอต้องเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของชื่อเสียงของเราด้วย ครอบครัวของเราทำธุรกิจ และมีคนรู้จักมากมาย แต่ฉันขอยืนยันกับเธอ ว่าฉันกับเขาเรามีเพียงมิตรภาพที่ดีต่อกัน”

“นิชคุณทำเคมีบำบัด เขาทรุดลงมาก จนเขากลัว... กลัวว่าเขาจะไม่ได้เห็นหน้าเธออีก เขาถึงไม่ยอมรับการรักษาต่อ และเขาหนีออกมาไม่ยอมบอกใครว่าจะไปไหน ฉันเป็นห่วงเขา เราทุกคนเป็นห่วงเขา ฉันติดต่อหาแทคยอนจนสำเร็จ และเขาก็เจอนิชคุณอยู่ที่นี่จริงๆ เขาพยายามคุยกับนิชคุณ แต่เธอก็รู้ว่าถ้าบทจะดื้อแล้วนิชคุณเขาก็ไม่ฟังใคร ทั้งๆที่อาการของเขาเริ่มแย่ลง อูยอง ฉันไม่ได้ตั้งใจจะนำตัวนิชคุณไปจากเธอ แต่เขาต้องได้รับการรักษา ฉันบินมาที่นี่ เจอว่าเขาพยายามกินยาแก้ปวดจนเกินขนาดเพื่อที่เขาจะได้ออกมาพบเธอได้ นั่นเป็นตอนที่เธอไปเจอฉันกับเขาที่โรงแรม ฉันพยายามห้ามเขา ขอร้องเขา ให้เขาไปที่โรงพยาบาล ให้เขาได้กลับไปรักษา มันเป็นสิ่งที่ฉันคิดในตอนนั้น แต่... เธอก็รู้ว่าโรคของเขา สิ่งสำคัญก็คือกำลังใจ เธอคงนึกภาพไม่ออกว่าภายในหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่เขามาลาเธอ อาการของเขาทรุดหนักลง จนเขาไม่สามารถลุกไปไหนมาไหนเองได้ด้วยซ้ำ ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่เคยแข็งแรง ที่เราเคยเห็น.. ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ”

 

วิคตอเรียจบเพียงเท่านั้น ก่อนที่เธอจะหันหนีสายตาของเขา ริมฝีปากอิ่มของเธอเม้มแน่นจนเป็นเส้นบาง ดวงตามองออกไปข้างนอก เอ่อรื่นด้วยน้ำตาที่เจ้าตัวไม่ยอมให้มันไหล อีกครั้งที่เธอพยายามสร้างเกราะที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องหัวใจที่อ่อนแอของตัวเอง

 

 

“เขาอยู่ที่ไหนครับ” อูยองได้ยินเสียงของตัวเองเอ่ยออกมาหลังจากความเงียบอันยาวนาน มันสั่นเทา หวาดวิตก แต่ถึงอย่างนั้นในหน้าอกของเขาสิ่งมีชีวิตเล็กๆนั้น กำลังขยับ และส่งเสียงร้องด้วยพลังทั้งหมดที่มี มันกำลังมีชีวิต จนเขารู้สึกได้ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใด

 

“ตอนนี้นิชคุณอยู่ที่ไหนครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk{};

ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่มิตรรักแฟนฟิค(?)ทุกท่าน ><
แล้วเราก็เลทจากช่วงปีใหม่มาจริงๆ เอาน่า ไม่กี่วันเองน๊าาาา
พาร์ทนี้ก็แบบ.. หลายคนคงเขวี้ยงเม้าส์ แล้วบอกว่า กุว่าแระ ฮ่าาาาาา
เราขอยืนยันว่าฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความหมั่นไส้นิชคุณ (และอ๊กแทคยอนอีกนิดหน่อย)

ตอนนี้คิดว่าอีกไม่เกินสี่ตอนจะจบแล้ว เย้!!
เพราะฉะนั้นเตรียมตัวเก็บตังค์ให้พร้อม เค้าต้องการค่าบัตรคอน กร้ากกกกก
คิดว่าหลังคอนคงได้รวมเล่มกันสักทีกับมหากาพย์เรื่องนี้ (เวดดิ้ง+ฟอลลิ่ง)
มันยาวจริงจังแล้วล่ะ ใครจะเปลี่ยนใจแบ่งเป็นสองเล่มมั้ย เอาทีละเรื่อง? ฮ่าๆ
ใครอยากรู้ว่านิชคุณกระทำอะไรกับอูยองในท่าไหน ติดตามได้ในรูปเล่มเร็วๆนี้ กร้ากกกกกกกก

ส่วนคนที่ติดตามในบล็อคก็ไม่ต้องห่วง เราไม่จบแบบค้างเติ่ง แบบ ห๊ะ? อะไรนะ แน่นอน
ลงให้จนจบค่ะ ไม่ทิ้งแน่ๆ ^^