[fiction] Falling Rose 12/?

posted on 26 Dec 2011 00:00 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney

 

 

 

 

 

อูยองสะดุ้งตื่นขึ้นในกลางดึก เขาฝันร้าย ฝันร้ายที่ไม่ได้แวะมาหาเขาเลยตั้งแต่นิชคุณกลับมา น้ำตาของเขายังไหลอยู่อาบแก้ม และความรู้สึกหวาดกลัวยังจับอยู่ในหัวใจ เขามองดูกระถางต้นไม้ที่เป็นเงาเลือนๆจากแสงไฟถนนที่ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่าง มันยังอยู่ตรงนั้น เขาย้ำกับตัวเอง เขาแค่ฝันไป.. มันเป็นแค่ความฝัน ความฝันที่เหมือนจริงจนหัวใจบีบรัด และปวดร้าวไปหมด

 

เขาโทรหานิชคุณในขณะที่หัวใจยังคงเต้นถี่เร็ว ความรู้สึกแปลกๆที่ชวนใจหายพาให้เขาหวั่นกลัวจับใจ

 

เขาหลับตาขณะฟังเสียงรอสายที่ดูเหมือนจะยืดยาวไม่สิ้นสุด

 

ถ้าไม่มีคนรับสาย... ถ้าเขาไม่ได้ยินเสียงของนิชคุณอีก... ความคิดเหล่านั้นวนเวียนจนลมหายใจสะดุด ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอที่แห้งแผก

 

“อูยอง มีอะไรรึป่าวครับ”

 

น้ำตาของเขาหยดลงเมื่อได้ยินเสียงอบอุ่นจากปลายสาย เขาสูดลมหายใจ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่อิดโรย

 

“ผมโทรมารบกวนฮยองรึป่าว” อูยองพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ แต่เสียงสะอื้นเบาก็ยังคงดังให้อีกคนได้ยิน

 

“ไม่หรอกครับ เป็นอะไรรึป่าว”

 

อูยองเม้มริมฝีปาก เมื่อนึกถึงเหตุผลที่ทำให้เขาต้องโทรไปหาอีกคนในกลางดึก

 

“ว่าไงครับ ให้พี่ไปหามั้ย”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” อูยองรีบปฏิเสธเมื่อรู้ตัวว่ากำลังทำให้คนรักเป็นห่วงโดยไม่จำเป็นเลย “ผมแค่ฝันร้าย”

 

“คิดถึงฉันล่ะสิ”

 

อูยองยิ้มออกมา นิชคุณรู้ รู้วิธีที่จะทำให้เขาสบายใจ และสามารถทำให้เขายิ้มออกมาได้อย่างง่ายดาย

 

“ผมฝันว่าฮยองหายไป จู่ๆก็หายไป” อูยองเอ่ยเสียงแผ่วเบา

 

นิชคุณเงียบไปสักพัก ความนิ่งเงียบที่ทำให้น้ำตาของอูยองไหลออกมาอีกครั้งอย่างไม่มีเหตุผล เขาเตือนตัวเองว่านิชคุณอยู่นี่ไง อยู่เพียงอีกปลายสาย แล้วทำไมเขายังต้องหวั่นกลัวอะไร

 

“อย่าร้องไห้นะคนเก่ง”

 

“ผมกลัว” เมื่อเขานึกถึง ในฝันนั้นเขาหวาดกลัว หลงทาง และเคว้งคว้าง “มันเหมือนกับ... เหมือนกับว่า ผมจะไม่ได้เจอฮยองอีกแล้ว”

 

“ฉันรักนาย นายรู้ใช่มั้ย”

 

“อื้อ”

 

“เชื่อใจฉันนะ ไม่ว่ายังไงฉันก็รักนาย และฉันก็จะอยู่ตรงนั้น อยู่กับนายเสมอ ไม่มีอะไรต้องกลัวนะครับ”

 

เขายิ้มออกมาบางๆ แม้ว่าคนอีกฝั่งจะไม่เห็น แต่มันเป็นรอยยิ้มที่แทนคำว่าขอบคุณ ขอบคุณที่นิชคุณกลับมาหาเขาอีกครั้ง ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันไป ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างเขามาเสมอ

 

“คุณฮยอง”

 

“หืม”

 

“อย่าเพิ่งวางสายนะ”

 

เสียงทุ้มต่ำหัวเราะเบาๆ “ครับ พี่อยู่ตรงนี้แหละ นอนต่อเถอะครับ”

 

นิชคุณรอจนเสียงสะอื้นนั้นสงบลง รอจนลมหายใจนั้นดังแผ่วอย่างสม่ำเสมอ เขาเอ่ยเรียกชื่อของอูยองเบาๆ ยิ้มเมื่อเด็กน้อยของเขาหลับไปซะแล้ว เขาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงเปล่งแสงในความมืดหลังจากวางสายไป ภาพของอูยองที่หันมาส่งยิ้มให้ทำให้เขายิ้มตอบกลับไปทุกครั้งที่เห็น อูยองเป็นหัวใจ เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง... เป็นมากกว่าทั้งชีวิตของเขาเอง อาจฟังดูเห็นแก่ตัว อาจเหมือนว่าเขาเป็นคนใจร้าย... แต่เขาต้องการอูยอง ต้องการมากจนเขายอมได้ทุกอย่างถึงแม้ว่ามันจะหมายความว่าเขาต้องปิดบังความจริงจากอูยองไปด้วยก็ตาม

 

 

 

 

 

อูยองตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อแสงแดดสะท้อนหิมะข้างนอกเข้ามาภายในห้อง เขาพบโทรศัพท์มือถือหล่นอยู่ข้างหมอน เขานอนหลับสนิทไม่มีฝันร้ายอีก อันที่จริงเขาไม่ได้ฝันเลย เขาหันมองนาฬิกาที่ข้างเตียง ขมวดคิ้วเล็กๆเมื่อเวลายังหยุดอยู่ที่เดิมเหมือนตอนที่เขาตื่นขึ้นในกลางดึก เสียงเคาะประตูถี่รัว ตามด้วยเสียงเรียกของชานซอง ยืนยันข้อสงสัยของเขาได้ว่า นาฬิกาของเขาหยุดเดิน และเขากำลังจะไปเรียนสายหากเขายังไม่รีบลุกออกจากที่นอน

 

เขาใช้เวลาสามชั่วโมงในห้องเรียนพยายามในการตั้งใจฟังอาจารย์ที่บรรยายอยู่หน้าห้อง และพบว่ามันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เมื่อเขาไม่สามารถจดเลคเชอร์อะไรลงไปในสมุดได้เลย โชคดีที่หลังจากนั้นตอนที่พวกเขานั่งทานอาหารกลางวันด้วยกันเขายืมสมุดของจุนโฮมาได้ สมุกโน๊ตทำมือที่หุ้มปกด้วยหนังสีน้ำตาลจดไว้ด้วยลายมือที่ดูเป็นผู้ใหญ่ พวกเขานั่งคุยกันอยู่สักพัก ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปในตอนบ่าย จุนโฮแยกไปซ้อมร้องเพลง ความสนใจใหม่ของจุนโฮที่อยากเป็นนักร้อง ในขณะที่ชานซองลงเรียนวิชาการวาดภาพเหมือน หลังจากไปเป็นนายแบบให้มานานพอสมควร ส่วนเขาว่างตลอดช่วงบ่าย อูยองหยิบสมุดของจุนโฮ และตัดสินใจเข้าไปในห้องสมุด และพยายามอีกครั้งที่จะทบทวนว่าเมื่อเช้าเขาเพิ่งเรียนเรื่องอะไรไป

 

บรรยากาศในห้องสมุดไม่ได้ช่วยเขาเท่าไหร่นัก เขาอ่านโน๊ตของจุนโฮ จดลงในสมุดของตัวเอง และเปิดหนังสืออ่านสองสามเล่ม ก่อนที่เขาจะลุกขึ้น และเดินกลับบ้าน

 

ยังไม่มีใครกลับมาถึงตอนที่เขาไขกุญแจเข้าไปในอพาร์ทเม้น เขาวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ก่อนจะนั่งลง มือเล็กสีขาวซีดยกขึ้นนวดหัวคิ้วของตัวเอง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา โทรศัพท์ที่ไม่มีใครโทรเข้ามาเลยตั้งแต่เช้า และมันเป็นครั้งแรกตั้งแต่พวกเขาคบกันที่อูยองจะไม่กล้าโทรหานิชคุณ

 

เพราะเขากลัวว่าจะไม่มีใครรับสาย


อูยองถอนหายใจ และบอกตัวเองว่าเขาควรจะลุกไปหาทำอะไรทำเสีย เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันทำให้เขานึกถึงความฝันเมื่อคืนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

 

เขากำลังจะหลับตอนที่ประตูห้องเปิดออก นิชคุณนอนลงข้างเขา และกอดเขาไว้

 

“ฮยองหายไปไหนมา”

 

เขารู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นๆ กดจูบลงบนหน้าผาก ขณะที่อ้อมแขนโอบกอดเขาให้แน่นกว่าเดิม ไม่มีคำตอบของคำถามนั้น สิ่งที่ทำให้เขาหวั่นกลัวที่สุด คือ เขารู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเองก็ไม่ต้องการจะรู้คำตอบของมันเช่นเดียวกัน เขาอยู่ในอ้อมกอดของนิชคุณ แอบอิงอยู่ในวงแขนที่อบอุ่น ฝ่ามือหนาลูบศีรษะของเขา เขาหลับตา สูดดมกลิ่นกายที่ชวนให้นึกถึงแสงแดดในฤดูร้อน คลื่นทะเลที่ซัดเบาๆบนชายหาด ความอบอุ่น ความสว่างไสว...  

 

เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด อากาศอุ่นขึ้น แต่ท้องฟ้ายังคงสลัวและขมุกขมัว เขาตื่นขึ้นเพียงลำพัง เขาหันมองนาฬิกา และมันยังหยุดอยู่ที่เดียวกับเมื่อวาน

 

 

หลังจากนั้นนิชคุณหายไป..  ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีข้อความ ไม่มีนิชคุณที่เดินเข้ามากอดเขาไว้ในกลางดึก ไม่มีอะไรเลย... สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจ คือ เขาไม่ได้เสียใจ จริงๆแล้ว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาควรรู้สึกยังไง เขารู้ว่านิชคุณรักเขา เขายังรู้สึกถึงความรักที่โอบกอดเขาไว้ ลมหายใจร้อนที่กระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำบอกรักเขา ริมฝีปากอุ่นที่ประทับรอยจูบอ่อนโยนลงบนริมฝีปากของเขา เสียงหัวเราะในลำคอเมื่อเจ้าตัวเล่ามุกตลกเล็กๆให้เขาฟัง รอยยิ้มเย้ายวนที่ระบายบนใบหน้าทุกครั้งที่ทำให้เขาเขินอายได้ ทุกครั้งที่เขานึกถึงมันยังเป็นความสุข เหมือนว่านิชคุณยังอยู่กับเขาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยที่เขายังไม่แน่ใจในตัวเอง เขาเดินไปหานิชคุณที่โรงแรม เขาแวะซื้อสตรอเบอร์รี่ติดมือไปด้วยหนึ่งแพ็ค เผื่อว่ามันจะช่วยแก้ความกระอักกระอ่วนเมื่อพวกเขาเจอหน้ากัน เหมือนที่แม่ของเขาเคยบอกว่าเมื่อเราไปหาใครก็ควรมีของติดมือไปด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าในกรณีนี้มันจะเข้าข่ายนั้นด้วยหรือไม่ก็ตาม

 

เขาเลี้ยวที่หัวมุมถนน นิชคุณเลือกพักในโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลมาก พอให้เขาสามารถเดินไปได้ และพอให้เขาได้มีเวลาถามหัวใจของตัวเองด้วยคำถามเดิมอีกครั้ง เขาคิดถึงนิชคุณ ไม่ว่าเขาจะพยายามปฏิเสธ พยายามที่จะควบคุมหัวใจของตัวเอง ไม่ให้ต้องการอีกฝ่ายมากเกินไป แต่เขากลับพบว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆเลย คำตอบของหัวใจที่ตอนนี้เขาไม่อาจปฏิเสธที่จะรับฟัง เขาคิดถึงนิชคุณ ในทุกๆก้าวที่เดิน หัวใจของเขาเต้นแรง เขาคิดถึงคำพูดที่เขาจะพูด เขาอาจจะเดินไปเคาะประตูห้อง ถามว่าทำไมคุณฮยองถึงไม่ไปหาเขาเลย หรือบางทีเขาอาจจะแค่กอดร่างสูงไว้ บอกว่าเขาคิดถึง และเขารัก... รู้สึกเหมือนตกหลุมรักครั้งแล้วครั้งเล่าทุกๆครั้งที่ลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า และเขานอนหลับไปพร้อมกับความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ

 

เขาหยุดอยู่หน้าประตู พนักงานเปิดประตูยิ้มให้เขา ที่หน้าล้อบบี้มีโต๊ะรับรองแขกจัดไว้สองสามชุด โรงแรมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เรียบง่าย ทันสมัย เขากำลังลังเลว่าเขาควรจะเดินไปที่ล็อบบี้ หรือหันหลังแล้วเดินกลับบ้านไปซะ ตอนที่เขามองเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังโอบกอดกันอย่างสนิทสนม ชายหญิงที่ดูสวยงามและเหมาะสม เขานึกถึงต้นไม้ในกระถางที่เขาเพิ่งรดน้ำในตอนเช้า ดอกกุหลาบดอกหนึ่งกำลังร่วงโรยไป และอีกหนึ่งดอกตูมเล็กๆ เขานึกถึงนาฬิกาตายที่ข้างหัวเตียง นึกถึงไออุ่นที่กอดเขาไว้ในคืนก่อน นึกถึงความเงียบที่เขาไม่กล้าทำลายมัน เขาปรารถนาให้นาฬิกาของเขาหยุดเดิน ก่อนที่ชายคนนั้นจะหันมา ก่อนที่โลกของเขาจะผลิกกลับด้าน ก่อนที่หัวใจของเขาจะไม่มีทางรักษาให้มันกลับมาดีดังเดิม

 

 

 

 

“อูยอง” เขาได้ยินเสียงเรียกจากข้างหลัง เสียงฝีเท้าที่วิ่งตาม ในขณะที่เขาเองก้าวเดินอย่างเร่งรีบ เขาเดินผ่านผู้คนที่เดินสวนทาง เสียงสบถเบาๆเมื่อถูกเขาเดินชนโดยไม่ตั้งใจ เขาอยากจะเอ่ยขอโทษ แต่เขาไม่สามารถพูดอะไรออกไป หูของเขาอื้อ และภาพที่ไหลผ่านก็ดูพร่าเบลอ เสียงเรียกจากข้างหลังแผ่วเบาลง เขาวิ่งเข้าไปในห้องพัก จับบนลูกบิดที่เย็นเฉียบ ประตูห้องนอนที่เขาปรารถนาจะปิดมันลง แต่ฝ่ามือคู่นั้นดึงรั้งเขาไว้ ดึงเขาเข้าไปในอ้อมกอด

 

อ้อมกอดที่เขาคิดถึง และในขณะเดียวกัน...อยากจะหนีไปให้ไกล

 

“ปล่อย”

 

ราวกับไม่มีความหมาย วงแขนนั้นกระชับกอดเขาให้แน่นกว่าเดิม

 

“ปล่อย!” เขาตกใจที่เขาสามารถตะโกนออกมาได้ ทั้งๆที่เขารู้สึกราวกับไร้เรี่ยวแรง

 

“ฟังฉันก่อน..ฟังฉันก่อนนะ”

 

น้ำเสียงนั้นขอร้องเขา

 

“ครับ พูดมาสิครับ” อูยองหันกลับไปมองสบตาของนิชคุณ

 

 

 

“เขามาทำอะไรที่นี่”

 

อูยองหวังว่าตัวเองจะไม่ได้ถามออกไป เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องรู้ว่านิชคุณกำลังโกหก

 

“เราแค่บังเอิญเจอกัน”

 

“บังเอิญเจอกันในโรงแรมที่ฮยองพักอยู่ใช่มั้ยครับ บังเอิญจริงๆเลยนะครับ” เขาประชดประชันอย่างที่เขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำ เขาโกรธ เขาเสียใจ ผิดหวังและที่แย่ที่สุด คือเขาผิดหวังในตัวเอง

 

“อูยอง” นิ้วมือเรียวยาวของนิชคุณ ประคองใบหน้าของอูยองไว้ ลมหายใจร้อนผ่าวกระซิบใกล้ “ฉันรักนายนะ ฉันรักนาย”

 

“ฮยองเลิกกับเขาแล้วจริงๆรึป่าวครับ”

 

เขาได้ยินความเงียบ ความเงียบที่ทำให้เขาตะโกนออกมาอีกครั้งเพราะไม่อยากยอมรับมัน

 

“บอกผมมาสิครับ บอกผมมาสิ เขามาที่นี่ทำไม”

 

อูยองกำลังร้องไห้ ร้องไห้อย่างไม่สามารถควบคุมได้ เขาตะโกน เขาเหมือนคนบ้า เหมือนคนโง่ คนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย

 

นิชคุณเพียงแต่กอดเขาไว้ โอบกอดแน่นในขณะที่เขาพยายามดิ้นรนอย่างอ่อนแรง

 

เขาสะอึกสะอื้น กระซิบกระซาบอ้อนวอน

 

“บอกความจริงผมมาสิครับ เถอะนะ...นะครับ..”

 

“มันไม่มีอะไรหรอกอูยอง เชื่อฉันนะ”

 

“ผมจะเชื่อฮยองได้ยังไง.. ในเมื่อผมไม่รู้อะไรเลย” อูยองหลับตาลง เหนื่อยอ่อน “ปล่อยผมเถอะครับ ออกไปนะ อย่าทำให้ผมต้องเสียใจอีกเลย”

 

เขารู้สึกถึงสัมผัสของนิ้วมือที่ลากเช็ดน้ำตาบนใบหน้า เขาได้ยินเสียงสะอื้นสั่นเครือ รู้สึกถึงลมหายใจร้อนเหนือริมฝีปาก ชั่วขณะหนึ่งเขาอยากให้นิชคุณจูบเขา จูบจนเขาลืมทุกอย่าง บอกกับเขาอีกครั้งว่ารักเขามากแค่ไหน ปฏิเสธทุกอย่าง บอกกับเขาว่ามันไม่มีอะไร บอกกับเขาว่าจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป และเขาจะยอมเชื่อทุกอย่างทุกคำพูดที่นิชคุณเอ่ย แต่ยิ่งเข้าปรารถนาต่อมันมากเท่าไหร่ไออุ่นนั้นผละออกไป เสียงฝีเท้าที่เดินออกห่างไปทุกที บานประตูที่ปิดลงเบาๆ ดึงลมหายใจของเขาไปพร้อมกัน

 

เสียงคลิกเบาๆ และเขาไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว...

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Talk{};
เมอร์รี่คริสมาสค่ะ ทุ้กกกกกกกคน ^^
ทำไมของขวัญวันคริสมาสมันเคล้าน้ำตาขนาดนี้ 55555
 
ขออภัยที่นาน และจริงๆมันควรจะนานกว่านี้ แต่ก็กลัวรีดเดอร์จะคิดว่าอิคนเขียนมันตายไปแล้วป่าวฟระ = =
ก็เลยแบ่งเป็นสองพาร์ทดีกว่า เอาไปครึ่งนึงก่อน เดี๋ยวมาต่อ เป็นของขวัญปีใหม่อีกตอน
(แต่ถ้าไม่มาอย่าเพิ่งโกรธเค้านะ เค้าต้องทำงาน เค้าต้องทำโปรเจ็ค เค้าต้องแต่งฟิคอีก คิดสามอย่างพร้อมกันก็เหนื่อยบ้างไรบ้าง ไหนจะดูคลิป มุดท่อ ลงทัมเบล่อ เล่นทวิตเตอร์อีก เยอะค่ะเยอะ เข้าใจกันนะ? โอเค๊?)
 
จะบอกว่าหลังจากแต่งตอนนี้จบ เรานอนฝันร้ายแล้วตื่นมาร้องไห้สองคืนติดแล้วอะ จำก้ไม่ได้ว่าฝันว่าอะไร
สงสัยอินกับน้องยองนะ ฮ่าๆ

 

Comment

Comment:

Tweet