[fiction] Falling Rose 11/?

posted on 07 Dec 2011 23:40 by woohoney in JunsuPanda, OkCat, SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 
 
 
 
 
 
 

แทคยอนเคาะประตู ไม่นานก่อนที่ประตูบานนั้นจะเปิดออก

 

“นายมีเรื่องไม่ได้บอกฉัน”

 

“เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องทักทายกันแล้วใช่มั้ย” เจ้าของห้องเอ่ย เหยียดยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะหันหลบสายตา

 

แทคยอนมองแผ่นหลังที่เดินนำเขาไป ห้องพักขนาดใหญ่หรี่ไฟมืดสลัว เสื้อผ้าถูกถอดกองไว้บนพื้น บ้างก็พาดไว้ตามเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อมาอย่างเข้าชุด ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นคอนโดหรูที่ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดี แต่เจ้าของห้องดูจะไม่สนใจที่จะเก็บมันไว้ในสภาพนั้น กลิ่นเหล้ายังคงคละคลุ้ง จากขวดเปล่าที่วางเรียงบนโต๊ะหน้าทีวี มือใหญ่คว้าข้อมือนั้นไว้ ก่อนจะดึงตัวมาในอ้อมแขนของตัวเอง

 

“นายเป็นยังไงบ้าง”

 

คนๆนั้นหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ห่วงใย “ก็เหมือนเดิมแหละ แทคยอน ชีวิตฉันก็ยังเป็นอยู่เหมือนเดิม”

 

 

 

 

-------------------------------------------------------

 

 

เขาตื่นขึ้นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคย ตอนนั้นเขายังเด็กเป็นนักศึกษาปีสอง เป็นนักกีฬาที่เพิ่งชนะการแข่งขัน มันจบลงด้วยการเลี้ยงฉลอง เขาเริ่มเมาตอนที่เขาชวนเด็กหนุ่มที่ดูท่าทางเนิร์ดๆคนหนึ่งให้ดื่ม เด็กนักศึกษาแพทย์ที่ใส่แว่นหนาเตอะ คนที่คอยเดินตามเขาอยู่ห่างๆมาเกือบปี อย่างกับว่าเขาจะไม่รู้ตัวงั้นแหละ พวกเขาชนแก้ว ขยั้นขยอให้อีกฝ่ายดื่ม เขาไม่แน่ใจ ...จำมันได้ไม่ดีนัก ตอนที่ริมฝีปากเขาประกบลงบนริมฝีปากของอีกคน เคล้นคลึงกลีบปากจนร่างผอมบางนั้นหายใจขาดห้วง

 

“เมื่อคืนเมิงหายไปไหนมาวะ” นิชคุณทักเขา เมื่อเขากลับมาที่ห้องพักของตัวเองในตอนเช้า นิชคุณเป็นรูมเมท เป็นเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่มัธยม ไม่เคยมีความลับ ไม่มีอะไรต้องปิดบัง

 

แทคยอนยืนหายใจหอบด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ไม่ใช่อะไรที่นิชคุณจะไม่สังเกตถึงความผิดปกติ

 

“เกิดอะไรขึ้นวะ”

 

“เมิงจำไอ้คนที่ชอบเดินตามกูได้มั้ย”

 

“แฟนบอยเมิงอะนะ” นิชคุณยิ้มที่มุมปาก เขาจำได้ เพราะเขาเป็นคนสังเกตเห็นก่อนแทคยอนด้วยซ้ำ ชายหนุ่มร่างบางที่สวมแว่นกรอบหนาคอยแอบมองแทคยอนอยู่ห่างๆเสมอ “ทำไมวะ”

 

“จุนซู มันชื่อคิมจุนซู” แทคยอนสูดลมหายใจลึก “กูเพิ่งกลับมาจากห้องมัน”

 

เขาหันไปมองตามเสียงตบเข่าของนิชคุณ ดวงตาคมมองปลาบแบบไม่เล่นด้วย ทำให้เพื่อนหน้าหล่อยั้งเสียงหัวเราะไว้ได้ทัน

 

“นี่พวกเมิง...”

 

แทคยอนมองสีหน้าของนิชคุณก็พอเดาออกว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร “ไม่”

 

“กูคิดว่าไม่ กูจำไม่ได้” แทคยอนเว้นอย่างลังเล “กูจำได้ว่ากูเมา.. แล้วกูก็จูบมัน.. แต่.. สัส.. กูไม่รู้เว้ย”

 

นิชคุณอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว ขณะพยักหน้าออกมาช้าๆ

 

“เมิงก็รู้ว่ากูไม่ใช่เกย์” คราวนี้น้ำเสียงคนพูดราวกับจะร้องไห้ ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่ได้คบใครแต่เขาแน่ใจว่าเขาชอบผู้หญิง ไม่เคยมีอารมณ์ ไม่เคยแม้แต่จะคิดอะไรกับผู้ชายด้วยกันเอง

 

“นี่เมิงเสร็จมัน หรือมันเสร็จเมิงวะ” นิชคุณเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะกลับมาทำสีหน้าจริงจัง เมื่อเห็นหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่าย

 

พวกเขานั่งกันเงียบๆอยู่สักพัก ก่อนที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของแทคยอนจะส่งเสียงร้องทำลายความสงบที่แทคยอนเกือบจะเรียกกลับคืนมาได้ มือไม้สั่นเทาหยิบมันขึ้นมา ใบหน้าซีดเผือดจนนิชคุณต้องเอ่ยถาม

 

“อะไรวะ”

 

แทคยอนเดินวนไปวนมาเป็นแมวติดจั่น ปากสบถออกมาเป็นภาษาที่ฟังคล้ายๆฝรั่งเศษที่นิชคุณไม่รู้ว่าไอ้บ้านี่มันไปหัดพูดมาตอนไหน

 

“มันส่งแมสเสจมา...”

 

“ว่า?”

 

เมื่อเห็นว่าอีกคนดูจะไม่มีสติพอจะตอบ นิชคุณแย่งมือถือไปจากมือของแทคยอน ก่อนจะอ่านออกมาเสียงดัง “เย็นนี้มาเจอฉันหน่อยได้มั้ย...”

 

แทคยอนขยำเส้นผมบนศีรษะตัวเองก่อนจะนั่งลงกับพื้น เขาแค่คิดว่ามันคงสนุกดีถ้าได้แกล้งเสียหน่อย แกล้งเด็กที่เอาแต่เรียนให้ได้ดื่ม แกล้งคนที่แอบตามเขาด้วยการเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา แกล้งดวงตาที่มองเขาอย่างเขินอายด้วยการเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ แกล้งแก้มที่แดงจัดด้วยการจูบ แล้วอะไรทำให้เขาไม่หยุด พวกเขารีบร้อนออกจากผับ โบกเรียกแท๊กซี่คันแรกที่ขับผ่านมา...

 

“เมิงจะไปมั้ยวะ”

 

 “ไม่ ไม่มีทาง”

 

และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขามีความลับกับนิชคุณ... เย็นนั้นเขาไปหาจุนซู

 

 

 

--------------------------------------------------------

 

 

“เจย์เป็นไงบ้าง” จุนซูนั่งลง ผายมือเชิญให้อีกฝ่ายนั่งที่ฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงเจือแววประชดประชันทั้งที่ไม่ตั้งใจ

 

เขาแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า โง่มั้ยล่ะ และมันจะฟังดูงี่เง่าเข้าไปใหญ่ เมื่อการเจอกันครั้งแรกของพวกเขา มีเพียงเขาที่มองเห็นอีกฝ่ายอย่างไม่อาจถอนสายตาได้ ในขณะที่คนๆนั้นไม่เคยสังเกตเห็นเขาเลย เขาเคยพอใจกับมัน การได้แอบมองอยู่ห่างๆ ใช่ เพราะเขารู้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่มีทางหันมามองเขา ไม่มีทางสังเกตคนที่น่ารังเกียจเช่นเขา แต่วันหนึ่ง... วันหนึ่งที่อากาศชื้นและมีกลิ่นดินจากสายฝนที่เพิ่งโปรยปรายในช่วงหัวค่ำ พวกเขาจูบกัน หัวใจของเขาเป็นเหมือนบอลลูนที่ถูกปล่อยให้ลอยขึ้นจนสุดฟ้า เขาบอกตัวเองเตือนตัวเองว่ามันไม่จริงหรอก แทคยอนนี่นะ คนอย่างแทคยอนจะมาคิดอะไรกับเขา แต่ในขณะที่สมองเขาพยายามคิดหาเหตุผล ใจของเขาคิดเข้าข้างตัวเอง อย่างน้อย... อย่างน้อยเขามีความหวังลึกๆในใจ ความหวังที่เขาสร้างขึ้นให้กับตัวเอง ความหวังที่ทำให้ดวงตาของเขามืดบอดเมื่อเช้าวันต่อมาเขาตื่นขึ้นเพียงลำพัง ที่นอนข้างๆยังอุ่นจากไอของร่างกายของใครอีกคนที่เพิ่งจากไป ความหวังเล็กๆเมื่อเข้าส่งแมสเสจไปหาแทคยอนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อแทคยอนมาพบเขา ความหวังทำให้เขาสารภาพรักไปอย่างน่าสมเพช และความผิดเดียวของแทคยอนคือทำตามสิ่งที่เขาสร้างทิ้งไว้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่เขายึดติด สิ่งที่เขาเชื่อว่ามันเป็นความหวัง หากเขาจะมองมันจริงๆสักครั้ง เขาคงมองเห็นได้ไม่อยากเลย ตลอดเวลาแทคยอนให้เขาได้เพียงแค่ความสงสารเท่านั้น

 

พวกเขายังคงพบเจอกันหลังจากนั้น บางครั้งในช่วงสุดสัปดาห์เขาจะซ้อนมอเตอร์ไซค์ของแทคยอน กอดร่างกายใหญ่โตและอบอุ่นนั่นเอาไว้ พวกเขาขับไปอย่างไร้จุดหมาย แวะพักที่จุดชมวิวสักที่และมองพระอาทิตย์ที่ตกดินไปพร้อมกัน เขาเชื่อว่าเขามีความสุข เขาไม่ต้องการความรัก ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ๆ แค่ยังไม่เสียไป ก็คงพอแล้ว แทคยอนไม่ใช่เกย์ แทคยอนไม่มีวันรักเขาอย่างที่เขารัก เขาเข้าใจ...

 

แต่นั่นมันก่อนที่แทคยอนจะเจอกับเจบอม มันก่อนที่แทคยอนจะตกหลุมรัก และบอกกับเขาด้วยคำๆเดียวว่า “ขอโทษ”

 

วันนั้นเขาเพิ่งได้รู้ว่ามันไม่เกี่ยวกับแทคยอนเลย มันเป็นที่ตัวเขา ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจ... ไม่เข้าใจว่าแทคยอนไม่มีวันรักเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิง ตราบใดที่เขายังเป็นคิมจุนซู แทคยอนไม่มีวันรักคิมจุนซู

 

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาเปลี่ยนตัวเอง แทคยอนไม่ติดต่อมาหาเขาอีก พวกเขาสองคนความหวังความฝันทุกอย่างมันจบลง เขาใช้ชีวิตใหม่ ทำตัววุ่นวาย ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองจะทำได้ ราวกับคนโลภ เพียงเพราะเขาอยากมีเวลาสมเพชตัวเองให้น้อยลง เขาอาจเป็นจิตแพทย์ที่รักษาผู้คนมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยรักษาได้ คือ หัวใจของเขาเอง

 

เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว โทรศัพท์โชว์เบอร์ที่ไม่คุ้นตา เขากดรับสาย และเพียงเท่านั้น.. ง่ายๆเพียงเท่านั้น แทคยอนก็กลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง เขาสร้างความหวังให้ตัวเอง เมื่อแทคยอนฝากให้เขาดูแลอูยอง โทรหาเขา มาหาเขา บางทีเขาหลอกตัวเองด้วยซ้ำว่ามันไม่เกี่ยวกับอูยอง และดีใจราวกับคนโง่ เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำของอีกคนผ่านลำโพงโทรศัพท์

 

 

--------------------------------------------------------

 

 

“จุนซู” เขาไม่รู้ตัวว่าเขาร้องไห้ จนเมื่อแทคยอนเดินมากอดเขาไว้ “ฉันไม่ได้มาพูดเรื่องเขา มันไม่เกี่ยวกับเขา โอเคมั้ย”

 

มันไม่เคยเกี่ยว ไม่เกี่ยวกับเจย์ ไม่เกี่ยวกับเขา สิ่งที่ทำให้แทคยอนมาหาเขามันก็เกี่ยวกับอูยองทั้งนั้น เขาควรจะรู้ตัวได้แล้ว คนที่ไม่มีความสำคัญอย่างเขา

 

ริมฝีปากที่เม้มแน่นด้วยความเจ็บใจในตัวเอง ขณะที่แกะอ้อมแขนนั้นออกอย่างใจหาย

 

“นายรู้อะไรมั้ย” จุนซูมองสบตาของแทคยอน มองร่างกายที่น่าเวทนาของตัวเองซึ่งสะท้อนมาจากดวงตาสีดำขลับ “ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนายอีกแล้ว”

 

แทคยอนขมวดคิ้วของเขา วูบหนึ่งของแววตาแสดงความไม่เข้าใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาที่อ่อนลง ฝ่ามือหนาประคองดวงหน้าเรียวไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบน้ำตาออกจากแก้มเนียน

 

“ให้ฉันอยู่กับนายมั้ย คืนนี้ฉันอยู่กับนาย... ดีมั้ย” แทคยอนยิ้มให้เขา ถึงแม้ว่าเขาอยากจะกอดร่างหนาของแทคยอนไว้แค่ไหน แต่เขาทำได้เพียงหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม

 

“เราควรเลิกทำอย่างนี้กันสักที”

 

“จุนซู..” มือหนาพยายามจะรั้งเขาไว้ ในขณะที่เขาเดินหนี

 

“นายไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้อง...” เขาเว้นเมื่อมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองจากกระจกเงาบานใหญ่ “สงสารฉันอีกแล้ว”

 

“นายต้องการอะไรจุนซู จะให้ฉันทำยังไง”

 

“ไม่ต้อง ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น” จุนซูส่ายศีรษะ เขาเดินวนไปมา จนสุดท้ายเขาเจอมุมห้องที่พอดีกับการทรุดตัวลงไป มุมห้องที่มืดพอให้อีกฝ่ายไม่ต้องเห็นน้ำตา เขานั่งกอดเข่าและหลับตา

 

นึกถึงคริสมาสต์ปีที่แล้วที่แทคยอนแวะมาหา ใช่ แทคยอนมาเยี่ยมอูยอง แต่เขากลับคิดเข้าข้างตัวเองเหมือนคนโง่ ดีใจ และมีความสุข แทคยอนอยู่จนถึงปีใหม่ คืนวันปีใหม่ที่พวกเขานั่งนับถอยหลังไปพร้อมๆกัน แทคยอนจับมือของเขาโดยไม่พูดอะไร แต่นั่นเป็นสิ่งที่มีความหมายมากพอ ที่เขาจะสมน้ำหน้าตัวเอง เมื่อรู้ว่าในขณะที่เขารอให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง วันหยุดในปีนี้แทคยอนอยู่กับเจย์ เป็นเจย์เสมอที่ได้ความรักซึ่งเขาไม่มีวันได้ ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน

 

 

 

แทคยอนถอนหายใจ เมื่อจุนซูไม่ยอมพูดอะไรอีก เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันทั้งๆที่จุนซูอยู่ข้างเขามาตลอด พวกเขานัดพบกันบ่อยๆในสมัยเรียน แต่เขากลับรักจุนซูไม่ได้ ในขณะที่กับเจบอมเพียงแค่เขาเจอไม่กี่ครั้ง เขาแน่ใจว่ามันคือความรัก

 

มันไม่มีอะไร.. ในคืนนั้น จุนซูยืนยันกับเขาว่าพวกเขาไม่ได้มีอะไรกัน เขาไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบ แต่เขาทิ้งจุนซูไปไม่ได้ ความสงสารหรอ? ไม่ใช่หรอก เพราะเมื่อเขาสบตาที่บอกรักเขาอย่างหวั่นกลัว เขาเป็นห่วงจุนซู เป็นห่วงจริงๆ คนเรามีความผูกพันได้หลายรูปแบบ มันไม่ใช่ในรูปแบบของคนรัก และเขายังหาคำมาอธิบายความสัมพันธ์ของเขาไม่ได้ แต่มันเป็นความรู้สึกผูกพันที่เขาตัดได้ไม่ขาด

 

“นายกลับไปเถอะ” จุนซูพูดขึ้นในที่สุด เข็มนาฬิกาติดผนังบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน แทคยอนยังคงนั่งมองเขาอยู่บนเก้าอี้รับแขก มันน่ากลัวที่เพียงแค่นั้น เขาก็ใกล้จะคิดเข้าข้างตัวเองได้อีกแล้ว

 

แทคยอนยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ปกติเขาคงดีใจที่ได้เห็น แต่ไม่ใช่ตอนนี้

 

“ฉันต้องไปถึงสนามบินตอนแปดโมงเช้า นายจะให้ฉันไปอยู่ไหนหึ” น้ำเสียงที่อ่อนโยนและห่วงใย ทำให้คนที่ได้ยินต้องก้มหนี นิ้วมือเรียวกำแน่น

 

“ไม่เอาน่า” แทคยอนเดินเข้าไปหานั่งลงข้างหน้าจุนซูที่กำลังสั่นน้อยๆจากแรงสะอื้น เขาเชยคางจุนซูขึ้น “นายก็รู้ว่าฉันเป็นห่วงนาย จะให้ฉันทิ้งให้นายอยู่คนเดียวในสภาพอย่างนี้หรอ”

 

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่จุนซูร้องไห้ให้เขาเห็น ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกคนจะน้อยใจ แต่ทุกครั้งไม่นานหรอก แค่เพียงเขาเอาใจอีกคนนิดหน่อย จุนซูไม่เคยโกรธเขานานเลย

 

“นายไม่ได้ห่วงฉันหรอก นายมาที่นี่เพราะห่วงเรื่องอูยองเท่านั้น ไม่ใช่หรอ” จุนซูมองสบดวงตาท