[fiction] Falling Rose 9/?

posted on 22 Nov 2011 20:47 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 
 
 
 
 
 

จุนซูมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ทำให้เขาเลิกงานช้ากว่าปกติมาครึ่งชั่วโมงแล้ว เขาทำงานอาทิตย์ละสามวัน ไม่ได้มีลูกค้ามากนัก ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ประจำ หน้าที่ของเขาคือรับฟัง จ่ายยาหากเห็นว่าจำเป็น แต่คนๆนี้ไม่ต้องการยา ไม่ต้องการการรักษา

 

“นายน่าจะไปหาฉันที่สตูดิโอ ไม่ก็เจอกันที่คลับก็ได้” จุนซูประสานมือไว้ใต้คาง

 

“ฉันก็อยากเห็นมุมนี้ของนายบ้าง”

 

จุนซูยิ้มตอบ ผายมือออก ห้องทำงานของเขา ไม่ใช่ห้องใหญ่มาก จัดห้องอย่างอบอุ่นด้วยโทนสีเบจ มันทำให้คนไข้สบายใจ และลดความหวั่นกลัวได้มากกว่าห้องตามโรงพยาบาลที่เป็นสีขาวและเต็มไปด้วยอุปกรณ์การแพทย์ เขาไม่ใส่เสื้อกาวน์ด้วยซ้ำ มันเป็นคลีนิกส่วนตัว เขาเป็นจิตแพทย์ไม่ใช่หมอผ่าตัด คนมาหาเขาเพราะต้องการที่พึ่งพิงทางใจ คนเหล่านั้นสับสนมากพออยู่แล้ว เขาอยากให้คนไข้ผ่อนคลายเมื่ออยู่กับเขา เหมือนคุยกับเพื่อน คุยกับคนในครอบครัว

 

นิชคุณนั่งบนโซฟาตัวยาว ที่ๆคนไข้ของเขาบางคนนอนหลับตานิ่งขณะเล่าความหนักอกหนักใจให้เขาฟัง เขาไม่ประหลาดใจอะไรที่ได้รับสายจากนิชคุณเมื่อวันก่อน เขารู้ว่าสักวันนิชคุณก็ต้องมาคุยกับเขา สักวันนิชคุณจะต้องรู้ความจริง แต่ที่ประหลาดใจคือสาเหตุที่ทำให้นิชคุณมาหา มันไม่ใช่อย่างที่เขาคิด

 

“ฉันไม่เข้าใจ จุนซู” นิชคุณที่นั่งไขว่ห้างอยูตรงนั้นเอ่ยออกมา หลังจากที่พวกเขาคุยกันจบ

 

จุนซูยิ้มที่มุมปาก “เรื่องอะไร”

 

“ทำไม” นิชคุณสบตาของเขา ในชีวิตเขาเคยสบตาของคนอื่นมามากมาย แววตาบอกความรู้สึก บอกให้เห็นถึงตัวตนลึกๆข้างในที่ไม่มีวันซ่อนได้ วันนี้นิชคุณ... นิชคุณเป็นคนพยายามอ่านใจเขา

 

“เรื่องบางเรื่องก็ไม่มีเหตุผล” จุนซูยักไหล่

 

“นายเป็นหมอ นายควรจะเชื่อในเหตุและผล”

 

“ฉันเป็นจิตแพทย์ ที่บังเอิญเป็นศิลปินด้วยน่ะ” จุนซูมองนาฬิกา “ถ้านายไม่มีอะไรแล้ว ฉันต้องขอตัวนะ”

 

จุนซูลุกขึ้น เขากำลังเก็บของตอนที่นิชคุณพูดขึ้นมาอีก

 

“ทำไมนายถึงยอมดูแลอูยอง ทั้งๆที่..”

 

“นายอยากได้ยินคำตอบงั้นหรอ” จุนซูกระแทกลิ้นชักปิดลง เขาหัวเราะ ส่ายหัวไปมา “ความรักล่ะมั้ง... มันคงเป็นความรัก”

 

“บางครั้งคนเราก็ยอมทำอะไรเพื่อความรัก” จุนซูจับแขนของนิชคุณ “ไปเถอะ ให้ฉันเลี้ยงกาแฟนายสักแก้วมั้ย”

 

“ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สนใจความรู้สึกของนายเลยงั้นหรอ”

 

จุนซูเงยหน้าขึ้นมา “ไม่เอาน่า เราทุกคนต่างก็เคยได้ยินมาทั้งนั้น ว่ารักคือการเสียสละ การได้ทำเพื่อคนที่รัก การได้เห็นเขามีความสุข”

 

เขาตบบ่าของนิชคุณ “นายเองก็ควรเรียนรู้ไว้บ้างเหมือนกันนะ”

 

จุนซูหยิบเสื้อโค้ตที่แขวนไว้ขึ้นมาสวม เขาสวมหมวก ปิดไฟในห้อง เปิดประตูให้นิชคุณ

 

“รู้อะไรมั้ย” นิชคุณกระซิบเมื่อเดินผ่านเขาไป “นายโกหก”

 

จุนซูหัวเราะผลักหลังนิชคุณออกไป “นี่ พวกนายเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมดหรอไงห๊ะ นายทำให้ใบประกอบวิชาชีพฉันดูไร้ค่าไปเลย”

 

 

 

 

 

อูยองย่นจมูกอ่านข้อความที่นิชคุณส่งมาให้เมื่อสองนาทีที่แล้ว

 

อูยองครับ ฝากรดน้ำต้นไม้ของเราด้วยนะ


ต้นไม้ของเรา... ทำอย่างกับว่าเขาเป็นคนไปอุ้มกระถางมาวางไว้ในห้องนี่ ตัวเองยกมาเองคนเดียวแท้ๆ แล้วดันหายหน้าไปสองสามวัน ไม่รู้จักมาดูแล ใช้ไม่ได้... เขาแลบลิ้นให้กระถางต้นไม้ที่แตกกิ่งจากเดิมจนเป็นพุ่มกลม ก่อนจะเทน้ำจากฝักบัวเล็กๆลงไป โทรศัพท์ของเขาสั่น เขามองชื่อคนโทรเข้าที่หน้าจอ ก่อนจะกดตัดสาย

 

“ไม่มาหา ก็ไม่ต้องคุยสิ” อูยองหันไปพูดกับดอกกุหลาบตูมดอกเล็กๆ แอบคิดว่ามันกำลังพยักหน้าเห็นด้วยกับเขา

 

อูยองวางโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องต่อเนื่องไว้ใต้หมอน ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป น้ำอุ่นจากฝักบัวช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี เขาอาบน้ำจนเสร็จ เช็ดตัวจนแห้ง เขาแน่ใจว่ามันใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง

 

เมื่อเขาเปิดประตูห้องน้ำ โทรศัพท์เริ่มดังใหม่อีกครั้ง เขากำลังจะกดตัดสาย ตอนที่เห็นว่ามันเป็นสายจากจุนซู

 

 

 

 

อูยองใช้เวลาปรับสายตาให้ชินกับแสงไฟภายในไนท์คลับ เขามองหาจุนซูที่โต๊ะประจำ แต่โต๊ะนั้นก็มีพวกเพื่อนของจุนซูนั่งอยู่สองสามคน เขาเดินผ่านบาร์เครื่องดื่ม บาร์เทนเดอร์สาวยิ้มทักทายเขา ร้านตอนช่วงหัวค่ำยังไม่ค่อยมีคนมากนัก และบนเวทีที่เป็นเหมือนยกพื้นเตี้ยๆก็ยังปิดไฟนิ่งเพราะไม่มีโชว์อะไร เขากำลังคิดว่าจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาจุนซูอีกครั้ง ตอนที่แสงไฟในร้านดับลง

 

เสียงที่เขาจำได้ในทันทีกำลังร้องเพลง แสงไฟค่อยๆเปิดขึ้นทีละดวง จนมันเพียงพอที่จะทำให้เขามองเห็นจุนซูที่ยืนอยู่ตรงนั้น จุนซูเป็นศิลปินโดยกำเนิด เขามีเสียงร้องที่สะกดผู้คนให้หยุดฟัง เป็นพรสวรรค์ที่ทำให้เขามีเสน่ห์ เนื้อเพลงที่ขับขานอ่อนหวานเล่าถึง... ความรัก


เขาสบตาของจุนซู...  จุนซูโทรเรียกเขาออกมาทำไม

 

เมื่อจบท่อนแรก เสียงเปียโนยังคงบรรเลงคลอ

 

“เพลงนี้ ถูกแต่งขึ้นมา ให้คนที่พิเศษมากคนหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าเขารู้ตัวมั้ย ว่าเขาเป็นทั้งชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง”

 

อูยองหรี่ตา เมื่อแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องลงมาที่เขา เขาเงยมองจุนซูมีคำถามมากมายอยู่ในใจ จุนซูยิ้มให้เขา เสียงร้องของท่อนถัดไปดังทุ้มต่ำ จุนซูเสียบไมค์กลับไปที่ขาตั้งและเดินลงจากเวที

 

 

“เมื่อผมได้กุมมือของคุณ ผมรู้สึกเหมือนว่าผมมีทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้”

 


แสงไฟอีกดวงส่องให้เห็นคนที่กำลังไล่นิ้วไปตามเปียโน เขาไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำในตอนนี้ เขาหัวเราะออกมา

 


“ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว... ผมจะใช้เวลาทุกๆวัน ทุกๆคืนไปกับคุณ”

 


นิชคุณมองมาที่เขา อูยองยกมือขึ้นปิดหน้ามองสบดวงตาเป็นประกายคู่นั้นผ่านช่องระหว่างนิ้วมือ ทั้งเขินทั้งอาย จนอยากจะวิ่งหนีไปซะเลย

 

 

“ผมมอบคำสัญญานี้แก่คุณ... ด้วยความรักของผม”

 

 

อูยองกัดริมฝีปาก เขาก้มหน้าลง ซ่อนแก้มที่แดงจนไม่รู้จะแดงยังไง ถึงคนจะยังไม่เยอะก็จริง แต่แน่นอนว่าสายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมาที่พวกเขาสองคน

 

 

นิชคุณเดินลงมาหาเขา พร้อมกับช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือ

 

“ให้พี่ได้ดูแลอูยองอีกครั้งนะ ให้พี่ได้อยู่ข้างๆอูยอง พี่รักอูยองนะครับ”

 

อูยองมองดอกไม้ที่นิชคุณยื่นให้ เขาเพิ่งรู้สึกว่าทั้งคลับนิ่งเงียบ รอคอยคำตอบของเขาเช่นกัน

 

“เป็นแฟนกันนะ”

 

อูยองเม้มปากแน่น อยากจะต่อว่าที่ทำให้เขาอายต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ เขาได้ยินเสียงใครสักคนกระซิบเบาๆว่า ตอบตกลงไปสิ และอีกเสียงก็ตะโกนบอกให้เขาจูบเลย

 

อูยองมองหน้านิชคุณที่กำลังกลั้นขำจนหน้าแดงจัดไม่ต่างจากเขา

 

“อื้อ” อูยองพยักหน้า ก่อนที่เขาจะถูกอุ้มจนตัวลอย อูยองฝังแก้มที่ร้อนผ่าวลงในอ้อมแขนนั้น จะปฏิเสธยังไง วิ่งหนีไปไกลแค่ไหน ทั้งหัวใจ... อูยองรู้ตัวดีว่าเขาไม่เคยหยุดรักนิชคุณได้เลย ถ้าหากต้องให้เริ่มต้นใหม่อีกกี่ครั้ง จางอูยองก็เลือกจะตกหลุมรักกับนิชคุณทุกครั้งไป

 

 

 

“ดอกไม้?” อูยองพึมพำในอ้อมกอดที่พาเขาโยกไปตามจังหวะดนตรีอย่างช้าๆ มือเล็กกุมช่อดอกไม้ไว้แนบอก

 

“ชอบมั้ย”

 

“ผมไม่ใช่เด็กผู้หญิงนะครับ”

 

นิชคุณจับคางของอูยองขึ้น เขาเพ่งมองพวงแก้มอิ่มที่เป็นสีชมพู “อื้ม น่ารักกว่าผู้หญิงอีกแฮะ”

 

พูดจบก็กดจมูกลงบนแก้มนิ่มๆเสียที หัวเราะเมื่อเห็นหน้างอง้ำของอีกคน

 

“ฮยองนี่มัน...”

 

“ทำไมครับ”

 

“ไม่เห็นต้องทำอย่างงี้เลย”

 

“นายต้องโทษเพื่อนนายนะ” นิชคุณกระซิบ “ชานซองบอกให้ฉันทำอะไรให้มัน...ชัดเจน

 

อูยองทำหน้าบึ้งใส่คนพี่อย่างน่าเอ็นดู

 

“นี่มันชัดไปมั้ย เล่นเอาสปอตไลท์ส่องกันเลย”

 

นิชคุณหัวเราะในลำคอ จูบปากบางเบาๆ ให้น้องหันมาค้อนใส่อีกรอบ แก้มป่องพองเข้าออกเมื่อถูกแกล้ง

 

“พี่จะจูบแฟนพี่ไม่ได้หรอไงครับ”

 

“ก็คนมันเยอะจะตาย”

 

นิชคุณแกล้งหันมองซ้ายขวา “ไม่เห็นมีใครสนใจ”

 

จริงของนิชคุณ พวกเขาเต้นอยู่ในมุมด้านในของร้าน โต๊ะแถวนี้ติดป้ายจองแต่กลับยังไม่มีลูกค้าสักคนเดินเข้ามาสักที แสงไฟที่ดูจะสลัวเป็นพิเศษ แถมเพลงช้า... จุนซูเคยเปิดเพลงช้าที่ไหนเล่า อูยองมองนิชคุณขวับ

 

“ขี้โกง”

 

นิชคุณฉีกยิ้ม

 

“อย่างกะพวกขายวิญญาณให้ซาตาน ทำไมถึงมีแต่คนไปอยู่ข้างฮยองกันนะ ไม่ยุติธรรมเลย”  ทั้งจุนโฮ ทั้งชานซอง แล้วนี่จะยังจุนซูอีก

 

“ฉันมันเหมือนซาตานตรงไหน” นิชคุณขำ ดูน้องเขาพูดเข้าสิ “พี่แค่เล่าให้เขาฟังว่าพี่รักอูยอง ใครๆเขาก็ใจอ่อนยอมช่วยพี่ทั้งนั้น มีแต่เรานี่แหละ ไม่ยอมใจอ่อนกับพี่สักที”

 

“ใครว่าเล่า” อูยองพูดเสียงเบา ให้นิชคุณต้องเลิกคิ้ว อูยองขยับปากมุบมิบ “ก็ใจอ่อนตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว”

 

นิชคุณมองคนที่ก้มหน้าก้มตางุดๆ รอยยิ้มเล็กๆเขินอายอยู่ที่มุมปาก เขาอุ้มคนตัวเล็กขึ้น อูยองร้องโวยวายกอดคอคนพี่ไว้แน่น นิชคุณสบตาอูยอง จมูกโด่งแอบอิงกับปลายจมูกเล็กนั้น ก่อนที่เขาจะประกบจูบลงบนกลีบปากสีแดงเรื่อ อูยองกัดริมฝีปากเมื่อริมฝีปากชื้นถอนจูบออกไป นิ้วมือเล็กเคลียแก้มของพี่ด้วยความรัก

 

“กลับบ้านกันดีกว่า”

 

อูยองพยักหน้าเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

ชานซองลุกขึ้นจากโซฟาเมื่อได้ยินเสียงกุกกักจากข้างนอก ประตูเปิดออก เขาเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าเป็นนิชคุณที่เดินเข้ามา เขากำลังจะเอ่ยทักตอนที่นิชคุณจูงมือของอูยองผ่านเขาไป และประตูห้องของสองคนนั้นก็ปิดลงตามพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว ชานซองกระพริบตา ก่อนที่เขาจะยักไหล่ หยิบถังป็อบคอร์นขึ้นมากอด และล้มตัวลงนอนดูหนังที่เปิดค้างไว้

 

 

“ช..ชาน... ซอง” อูยองพูดขึ้นระหว่างที่ริมฝีปากของพวกเขายังคงแตะสัมผัสซึ่งกันและกัน

 

“พี่ว่าเขาไม่สนใจหรอก” นิชคุณยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะจูบปากบางที่บึ้งตึง จูบจนกระทั่งคิ้วขมวดมุ่นนั้นคลายลง อูยองโอบแขนรอบคอนิชคุณ โน้มตัวของนิชคุณลงมา ปากบางขยับจูบอย่างช้าๆ ซุกซน และยวนเย้า ยิ่งเมื่อลิ้นเล็กไล้ที่กลีบปากของคนพี่ นิชคุณยิ้มขำก่อนจะกดจูบลงมาอย่างดูดดื่ม เขาพาร่างเล็กให้เดินถอยหลังไปบนเตียง ก้มลงจูบจนอูยองนอนอยู่ใต้ร่าง

 

ริมฝีปากของอูยองอ่อนนุ่ม และน่าหลงใหล รสหวานที่เหมือนน้ำเชื่อมอุ่นร้อน ลิ้นเขาตวัดละเลียดละไมในโพรงปาก ดูดดึงที่กลีบปากล่าง ก่อนจะยอมปล่อยให้ริมฝีปากเล็กเป็นอิสระ อูยองมองสบตาเขา ดวงตาปรือฉ่ำหวาน แผ่นอกหอบหายใจขึ้นลง แก้มแดงจัด นิชคุณซุกไซร้จมูกลงบนผิวเนียน แตะลิ้นลงบนใบหูเล็กๆ ก่อนจะลากริมฝีปากลงมาขบเม้มบนผิวอ่อนที่ลำคอ ฝ่ามือหนาสอดเข้าที่ใต้เสื้อสัมผัสผิวกายร้อนผ่าว ฟังเสียงครางอ่อนหวานจากคนใต้ร่าง นิ้วมือเล็กขยำเส้นผมคนพี่พยายามระงับอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นจนเตลิด

 

“นิชคุณ” อูยองเรียกเสียงสั่นพร่า

 

“หืม” จมูกโด่งหันมาคลอเคลียที่ซอกคออีกฝั่ง ฝ่ามือหนาเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้อยู่ที่สะโพกมนสัมผัสผ่านกางเกงยีนส์ที่ทำให้อูยองร้องครางเสียงแผ่ว

 

ร่างเล็กกัดริมฝีปากล่าง หายใจหอบโยน “ผมยัง..” อูยองหลับตาแน่น เมื่อนิชคุณแทรกขาลงมาระหว่างขาของเขา สัมผัสชวนหวาบหวามเสียดสีอยู่ที่ต้นขา

 

นิชคุณจูบริมฝีปากอูยองอย่างอ่อนโยน “มีอะไรครับ”

 

“ผมอยากให้เราค่อยๆคบกันไป”

 

“ผมอยากให้มันเป็นไปแบบช้าๆ” อูยองหันหนี เมื่อนิชคุณมองสบตาเขา “ผมยังไม่พร้อม”

 

เขากลัวนิชคุณจะผิดหวังเมื่อเขาปฏิเสธ กลัวจะเห็นแววตาแตกสลายในดวงตาคู่นี้อีก

 

นิชคุณลูบแก้มของอูยองเบาๆ ให้อีกคนหันกลับมามอง เขายิ้มให้อูยอง “ไม่เป็นไรหรอกน่า”

 

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ ถ้าอูยองยังไม่พร้อม พี่ก็ไม่บังคับหรอกครับ”

 

นิชคุณจุ๊บปากของน้องเบาๆ “ค่อยๆคบกันไปก็ได้”

 

“เข้าใจผมนะ”

 

“อื้อ”

 

“ผมแค่อยากให้คราวนี้..” อูยองสบตาของนิชคุณ “ผมอยากให้มันถูกต้อง”

 

นิชคุณยิ้ม เขาเอนตัวลงข้างร่างบาง ดึงตัวอูยองมากอดไว้ เขาจูบหน้าผากของอูยองเบาๆ “ครับ อูยองก็รู้ว่าพี่รออูยองได้เสมอ...” นิชคุณยิ้มให้อูยองอย่างอบอุ่น เมื่อเห็นปากบางค่อยๆคลายยิ้มออกมา

 

แล้วรอยยิ้มก็จางไป กลายเป็นความตื่นตระหนก ดวงตาเล็กเบิกกว้าง “คุณฮยอง!”

 

นิชคุณมองสีหน้าของอูยองด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงรสสนิมเหล็กในลำคอ เขาแตะของเหลวอุ่นที่ไหลออกจากโพรงจมูก

 

อูยองลุกขึ้นจากที่นอน ประคองร่างคนพี่ให้นอนหนุนตัก เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเลือดออกจากหน้านิชคุณ ก่อนที่เขาจะกลั้นเสียงหัวเราะต่อไปไม่อยู่

 

“ฮยองคิดอะไรอยู่เนี่ย”

 

“สงสัยอูยองจะน่ารักเกินไป” นิชคุณหัวเราะ รับผ้ามากดซับเลือดกำเดาที่ไหลออกมา

 

“อยู่นิ่งๆไปเลยครับ”

 

อูยองแลบลิ้นใส่พี่ แก้มกลมกลั้นยิ้มขำ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของอีกคน ปากบางถึงหลุดยิ้มกว้างจนตาคู่เล็กหายมิดไปกับพวงแก้ม รอยยิ้มน่ารักที่นิชคุณอยากจะเก็บไว้กับตัวเองตลอดไป

 

 

 

นิชคุณโอบกอดร่างเล็กที่อุ่นอยู่แนบกาย สูดดมกลิ่นหอมอ่อนจากเส้นผมสีบลอนด์ซีด หัวใจถูกเติมเต็มด้วยไออุ่นที่เขาคิดถึงมาตลอด อูยองนอนหลับตานิ่งสงบบนอกของเขา ขนตาสีเข้มนอนทาบตัดกับผิวขาวของแก้มเนียน ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เขามองคนตัวเล็กในอ้อม