[fiction] Falling Rose 8/?

posted on 18 Nov 2011 23:36 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 

อูยองนิ่วหน้า เมื่อเจอจุนโฮและชานซองในตอนเช้า

 

“พวกนาย.. กลับมาแล้ว?”

 

สิ่งที่น่าประหลาดไม่ใช่การเจอหน้าเพื่อน แต่คือเพื่อนของเขากำลังนั่งยิ้มกว้างอย่างไม่น่าไว้วางใจเหมือนพวกหนังฝรั่งที่คนในเรื่องถูกเอเลี่ยนยึดร่าง

 

“ช่าย” จุนโฮพูด ยังคงไม่หุบยิ้ม และนั่นเริ่มทำให้อูยองรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เขาเหลือบมองนิชคุณอย่างขอความช่วยเหลือ แต่พี่เขาก็ดูจะยุ่งกับการทำครัวจนไม่ทันได้หันมา

 

อูยองนั่งลงอย่างหวาดระแวง เขาหยิบรีโมทเปิดทีวี แม้จะพยายามสนใจกับการรายงานข่าวลูกหมีแพนด้าเกิดใหม่ในสวนสัตว์ แต่สมาธิก็ถูกรบกวนด้วยสายตาสองคู่ที่จ้องมอง

 

“โอเค พวกนายมีอะไร” เขายอมแพ้ หันกลับไปมองใบหน้าที่ฉีกยิ้มกว้างของชานซองและจุนโฮ

 

ชานซองยักไหล่ “ก็... ไม่มีอะไร”

 

เขาเคยคิดว่าทั้งสองคนฉีกยิ้มกว้างที่สุดในชีวิตแล้ว แต่เขาเพิ่งพบว่าเขาคิดผิด เมื่อพวกนั้นเหยียดยิ้มออกไปอีก

 

“ก็แค่..” ชานซองแกล้งทำเป็นเอ่ยลอยๆ บิดขี้เกียจไปมา “มันก็ครบสามเดือนแล้วนะ”

 

“แล้วคุณฮยองก็ยังอยู่” จุนโฮต่อเป็นลูกคู่ ยกขาขึ้นพาดบนตักชานซอง ตาของเขากลายเป็นขีดเล็กๆเส้นเดียวไปแล้ว

 

คราวนี้เมื่ออูยองเงยขึ้นมอง นิชคุณหันมายิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น... เพราะอย่างนี้นี่เอง ชานซองและจุนโฮถึงทิ้งให้เขาอยู่กับนิชคุณตลอดช่วงปีใหม่ ดีไม่ดีคนเจ้าคิดอาจเป็นนิชคุณเองด้วยซ้ำ

 

“งั้นฮยองก็ออกไปได้แล้ว”

 

อูยองพูดขึ้นเสียงเรียบไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่นิดเดียว และรอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้าของทุกคน

 

 

 

นิชคุณพยายามยื้อเสื้อยืดออกจากมืออูยอง แต่คนตัวเล็กก็หันมามองหน้านิ่งสนิท เขาเลยกลับไปนั่งนิ่งตามเดิม อูยองพับเสื้อตัวนั้นใส่ลงในกระเป๋า ก่อนจะหยิบตัวใหม่ขึ้นมา พับ และก็เก็บลงในกระเป๋า มันเป็นวินาทีที่เขาไม่รู้ว่าควรจะสุขใจหรือเป็นทุกข์ เมื่อเห็นคนรักมานั่งจัดกระเป๋าให้อย่างห่วงใย หลังจากที่เพิ่งไล่เขาออกจากบ้าน

 

“อยากให้พี่ไปจริงๆหรอ”

 

อูยองหันมายิ้มหวาน “ไม่อยาก”

 

คราวนี้อูยองเดินเข้าห้องน้ำไปหยิบแปรงสีฟัน และข้าวของของเขาออกมากองรวมกันบนเตียง

 

“รู้ตัวมั้ยว่าตอนนี้เรากำลังพูดอย่างนึงและทำอีกอย่างนึง”

 

อูยองหัวเราะออกมา เขาเก็บของของนิชคุณลงในกระเป๋าใบเล็กรูดซิปปิด ก่อนจะเงยขึ้นมาสบหน้าบูดบึ้งของคนพี่

 

“ผมจะพูดยังไงดีนะ” อูยองแลบลิ้นแตะริมฝีปาก ครุ่นคิด ไม่รู้ตัวว่ากริยาอย่างงั้นมันน่ารักในสายตาของคนที่มองอยู่แค่ไหน

 

“พี่ควรจะร้องไห้ขอความเห็นใจด้วยมั้ย”

 

อูยองยิ้มน่ารักอีกแล้ว “เราไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดนี่ครับ”

 

นิชคุณทำหน้าบึ้ง เมื่ออูยองนั่งลงบนเตียง และเริ่มม้วนผ้าพันคอไปให้เขาคลายหนาว

 

“เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

 

“เลิกพูดอย่างนั้นซักทีเถอะ” นิชคุณขัดขึ้น เรียกสายตาอีกคนให้หันมามอง “นายก็รู้ว่าฉัน..”

 

“รักผม?” อูยองเลิกคิ้ว ยิ้มออกมา คนตัวเล็กพยักหน้า ก่อนจะถอนหายใจ

 

“ฮยองรู้มั้ยว่า... ที่ผ่านมา...ที่ผ่านมาผมคิดถึงฮยองแค่ไหน” น้ำเสียงสั่น จนทำให้เขาต้องหยุดเพื่อสูดลมหายใจ “ตอนนั้นผมคอยแต่ถามตัวเองว่า... ผมจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีฮยอง..”

 

“แต่ผมก็อยู่มาได้นะ ผมอยู่มาได้ตั้งสองปี” อูยองยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาทิ้งไปก่อนที่มันจะไหลลงมา “และผมไม่อยากกลับไปอ่อนแอเหมือนเดิม”

 

“ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากอยู่กับฮยอง แต่ตอนนี้... ”

 

อูยองเว้น และเงียบไป

 

“อูยองโตแล้ว”

 

“ครับ ผมโตแล้ว” อูยองหันมายิ้มตอบเขา

 

นิชคุณลูบแก้มยุ้ยนั้นเบาๆ “ขอโทษ..”

 

“เลิกขอโทษสักทีสิครับ”

 

อูยองจับมือเขาไว้ สบตาของเขา กระซิบเสียงเบาแต่หนักแน่น “ผมยกโทษให้ฮยองหมดแล้ว”

 

“ฮยองอยากให้เราเริ่มต้นกันใหม่ไม่ใช่หรอ” อูยองยิ้มสดใส สูดปลายจมูกเล็กๆที่เป็นสีแดง “งั้นก็อย่าขี้โกงสิครับ ถ้าอยู่ด้วยกันอย่างนี้จะเรียกว่าเริ่มใหม่ได้ยังไง”

 

นิชคุณหัวเราะ อูยองเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ ความคิดความอ่านเปลี่ยนไปจนเขาต้องประหลาดใจ อูยองเข้มแข็งขึ้น แม้รอยแผลในใจจะไม่อาจรักษาให้หายสนิท แต่อูยองเลือกจะเดินก้าวผ่านเรื่องร้ายๆไป ความรู้สึกผิดยังอยู่ในใจเขา และเขาสัญญาว่าจะชดเชยให้กับอูยองด้วยเวลาทั้งหมดที่มี... จะรักให้ดีกว่าเดิม

 

“ฮยองจะไปอยู่ไหนครับ” อูยองเงยหน้าขึ้นมาหลังจัดกระเป๋าจนเสร็จ นิชคุณหลุดขำพรืดออกมา

 

“เด็กน้อย เป็นคนไล่พี่ออกไปเองแล้วยังจะถามอีกนะ”

 

“ผมบอกว่าผมไม่ใช่เด็กแล้วไง” อูยองบ่นอ้อมแอ้มในลำคอ

 

“พี่ก็คงจะหาโรงแรมสักที่แถวๆนี้”

 

นิชคุณนั่งลงข้างๆร่างเล็ก ลูบศีรษะของน้องไปมา “ไม่ต้องห่วงพี่จะแวะมาหาอูยองทุกวันไม่ให้เหงาเลย”

 

นิชคุณกระเถิบเข้าใกล้ จนอูยองต้องถอยหนี ร่างเล็กล้มลงบนที่นอน เมื่อนิชคุณเคลื่อนมาคร่อมร่างเขาไว้

 

“ฮยองจะทำอะไรอะ” อูยองเบิกตาโพลง ร้องโวยวาย เผลอให้คนพี่เข้าใกล้เป็นไม่ได้ ราวกับจะรู้งั้นแหละ ว่าเขาต้องแพ้ทุกทีไป

 

นิชคุณยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะก้มมาสูดกลิ่นกรุ่นที่ผิวเนียน ลมหายใจร้อนเป่ารดที่ลำคอขาว กดจูบแผ่วเบา

 

“เดี๋ยวจะไม่ได้อยู่ด้วย ต้องทำสัญลักษณ์ไว้ก่อน จะได้รู้ว่าคนนี้จองแล้ว” ริมฝีปากหยักขบเม้มที่ซอกคอ ฉีกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อเห็นผิวขาวแต้มรอยกุหลาบ

 

นิชคุณยักคิ้วอย่างมีชัยใส่เจ้าของแก้มแดงจัด อูยองหอบหายใจ กัดปากด้วยความเจ็บใจ

 

“นายจะจองฉันไว้ด้วยก็ได้นะ” นิชคุณดึงคอเสื้อตัวเองลง

 

อูยองออกแรงพลิกนิชคุณให้มาอยู่ใต้ร่าง นิชคุณเลิกคิ้ว ซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่มิด

 

อูยองก้มลง ดึงเสื้อนิชคุณลงต่ำจนเผยกระดูกที่หัวไหล่ กระซิบเสียงต่ำที่ข้างใบหู “ไม่จำเป็นหรอกครับ”

 

นิชคุณสบสายตาของอูยอง ดวงตาคู่เล็กเป็นประกายวาววับ

 

“ฮยองก็ลองมีคนอื่นดูสิ... ฮยองจะไม่ได้เห็นหน้าผมอีกตลอดชีวิต”

 

 

 

 

จุนโฮเคาะนิ้วบนโต๊ะ หันมองนาฬิกา ก่อนจะเปลี่ยนขาข้างที่ไขว่ห้าง เขามองชานซองที่ยังกินไม่หยุดตั้งแต่กลับมา และแน่ใจว่าขนมที่แม่ของชานซองใส่กระเป๋ามาให้ลูกชายสุดที่รักอย่างห่วงใยจะหมดลงภายในสิบนาทีนี้

 

“สองคนนั้นมันเข้าไปทำอะไรกันนานนักวะ” จุนโฮบ่นขึ้นมาเสียงดัง เรียกสายตาชานซองให้หันมามอง

 

ชานซองกระพริบตาปริบ เมื่อรู้ตัวว่าจุนโฮกำลังจ้องเอาคำตอบจากเขา

 

“กุจะไปรู้ได้ไงวะ ก็อูยองมันบอกว่าจะช่วยคุณฮยองจัดกระเป๋า ก็คงจัดกระเป๋านั่นแหละ”

 

“เป็นชั่วโมงๆเนี่ยนะ” จุนโฮขัดขึ้น เขาเห็นอูยองจูงมือคุณฮยองของมันเข้าห้องไปเก็บกระเป๋าตั้งแต่เช้า จนนี่จะบ่ายอยู่แล้ว เขากะว่านิชคุณจะทันได้ทำมื้อกลางวันให้พวกเขาก่อนไปซะอีก จุนโฮถอนหายใจอย่างหัวเสีย อุตส่าห์ดีใจว่าแผนได้ผล แล้วสองคนนี้จะคืนดีกันแล้วเสียอีก ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้ เขาลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อปล่อยโอกาสให้อยู่ด้วยกันแล้วเชียว

 

“สงสัยคุณฮยองจะง้ออูยองอยู่ละมั้ง” ชานซองพูดขึ้น ฉีกซองขนมถุงใหม่ “คุณฮยองเขาคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ”

 

จุนโฮหลุดขำออกมาเมื่อนึกภาพนิชคุณกำลังกอดแข้งกอดขาอูยองขอร้องและอ้อนวอน

 

“จะว่าไปอูยองนี่ก็ร้ายเนอะ” จุนโฮพึมพำออกมา

 

“ร้ายยังไงวะ”

 

“ก็ดูสิ เล่นให้นิคคุณต้องเป็นฝ่ายตามขนาดนี้”

 

“มันไม่ได้ร้ายหรอก...” ชานซองยิ้มขนมเต็มปาก “มันแค่กลัว”

 

จุนโฮขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “กลัวไรวะ หน้าตาอย่างนิคคุณมันน่ากลัวตรงไหน”

 

“ถ้าในความทรงจำของเมิงมีแต่ความเจ็บปวด เป็นเมิงจะไม่กลัวที่จะกลับไปหรอวะ”

 

จุนโฮพยักหน้าช้าๆ ถึงยังไงชานซองที่เป็นเพื่อนอูยองมาก่อน ก็ต้องเข้าใจอูยองมากกว่าเขา และรู้ดีว่าอูยองรู้สึกยังไง จากเรื่องที่ชานซองเล่าให้เขาฟัง การที่ต้องทนเห็นคนรักแต่งงานกับคนอื่น เขาจินตนาการไม่ออกว่าอูยองจะทนกับความเจ็บปวดในใจมามากขนาดนั้นได้ยังไง

 

“แต่ไม่แน่เหมือนกัน... หายไปนานๆอย่างนี้” ชานซองพูดต่อ “อูยองอาจเสร็จคุณฮยองไปแล้ว”

 

ภาพเพื่อนที่แสนดีที่จุนโฮจินตนาการไว้สลายวาบ

 

จุนโฮเตะขาเก้าอี้เพื่อนตัวยักษ์ไปที สบถเบาๆที่ออกแรงไปตั้งเยอะ เก้าอี้กลับขยับแค่นิดเดียว

 

“คิดบ้าไรของเมิง”

 

“เอ๊า ก็เมิงเริ่มเอง.. คนสองคน หายไปอยู่ในห้องนอนสองต่อสอง เมิงคิดว่าจะทำอะไร”

 

จุนโฮทำหน้าเหยเก เงียบไปสักพัก ก่อนจะถามขึ้น

 

“แล้วมันจะทำกันยังไงวะ?”

 

“......”

 

“เมิงคิดดูดิ่ ก็นิชคุณก็เป็นผู้ชาย อูยองก็เป็นผู้ชาย แล้ว..”

 

ชานซองโยนขนมคำสุดท้ายในมือลงปาก เขาปัดเศษขนมในมือทิ้ง  “เมิงจะลองมั้ยล่ะ”

 

“เมิงไปไกลๆตรีนกุเลยนะ!”

 

 

จุนโฮง้างขาเตรียมถีบเพื่อนตัวโตอีกรอบ ตอนที่ประตูห้องของอูยองและนิชคุณเปิดออก

 

“ฮยอง!” จุนโฮและชานซองร้องออกมาพร้อมกัน

 

“ฮยองจะอยู่ต่อใช่มั้ยครับ” จุนโฮตะโกนพรวดขึ้น ก่อนความหวังจะหายไป เมื่อนิชคุณหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาด้วย

 

“ฮยองไม่อยู่ใครจะทำกับข้าว ใครจะดูแลบ้านล่ะ” จุนโฮทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะลงไปนั่งกอดอกหน้าบึ้งตึง สายตาเหลือบมองเพื่อนข้างตัว ที่กินล้างกินผลาญและยังก่อขยะจนเขาไม่ไหวจะเก็บ

 

“อูยองล่ะครับ” ชานซองเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นคนตัวเล็กตามออกมา

 

“หลับไปแล้ว”

 

ชานซองเหลือบมองจุนโฮที่หันมาสบตาเขาอย่างรู้ทันกัน

 

“คงจะเหนื่อยนะครับ” ชานซองพยักหน้าช้าๆ กลั้นรอยยิ้มที่มุมปาก

 

นิชคุณหรี่ตามองสองคน ก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นสะพาย

 

“งั้นฉันไปละ”

 

“โชคดีครับ” ชานซองและจุนโฮพูดขึ้นพร้อมกัน

 

นิชคุณ หยุดที่หน้าประตู ก่อนจะหันมาหาเด็กสองคนข้างใน

 

“พวกนายมีเบอร์จุนซูมั้ย”

 

ชานซองหันขวับโบ้ยหน้าที่ไปให้จุนโฮ จุนโฮเขียนเลขโทรศัพท์ใส่ในกระดาษก่อนจะนำไปยื่นให้นิชคุณ

 

เขายิ้มให้ชานซองและจุนโฮ “ขอบใจนะ”

 

“อ่อ.. แล้วก็... ไม่ต้องห่วง ฉันยังไม่ได้ทำอะไรอย่างที่พวกนายคิดหรอกนะ” นิชคุณพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป

 

จุนโฮผลักแขนชานซอง หันไปด่าแบบไร้เสียง

 

 

 

 

อูยองทำหน้าง้ำเมื่อเห็นตัวเองในกระจก ลำคอและช่วงอกมีแต่รอยจ้ำแดงๆเต็มไปหมด แล้วอย่างนี้จะออกไปข้างนอกได้ยังไงเล่า ยิ่งนึกถึงสีหน้าของเพื่อนๆแล้วยิ่งให้เห็นไม่ได้เด็ดขาด อายเขาตายเลย จางอูยอง


อูยองพันผ้าพันคอสีเลือดหมูทับรอยพวกนั้นไว้ สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู

 

“อูยอง เป็นอะไรรึป่าว” จุนโฮเรียกเขา

 

ถึงจะพันไว้แล้ว.. แต่ก็ยังอายอยู่ดีละน่า อูยองวิ่งกลับไปนอนบนที่นอน สะบัดผ้าห่มขึ้นคลุมจนถึงคางก่อนจะหลับตา

 

จุนโฮเคาะประตูอีกสองครั้ง เปิดมันเข้ามา เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าอูยองยังนอนอยู่บนเตียง

 

“เฮ้ เป็นอะไรรึป่าว”

 

อูยองแกล้งปรือตาสะลึมสะลือ เหมือนคนที่เพิ่งตื่น

 

“อ้าว จุนโฮ นี่กี่โมงแล้ว”

 

“บ่ายสาม นายหลับไปนานมากเลยนะ ไม่สบายรึป่าว” อูยองกระเถิบหนีทันทีที่มือของจุนโฮยื่นมาจับตัว

 

“ฉันคงหลับเพลินไปน่ะ อากาศน่านอนจะตาย”

 

เขายิ้มกว้างให้จุนโฮ ที่ค่อยๆพยักหน้าออกมา

 

“ตื่นเถอะ ออกไปหาอะไรกินกัน ชานซองมันเลี้ยง”

 

“อื้อ เดี๋ยวฉันตามออกไป” อูยองรับเสียงอ่อย กำลังนึกว่าเขามีเสื้อไหมพรมคอเต่าอยู่ตัวนึง ถ้าเอามาใส่คงไม่มีใครสังเกตเท่าไหร่หรอก

 

“อูยอง” เสียงจุนโฮเรียกเขาให้เงยมอง

 

“คุณฮยองเขารักนายมากเลยนะ”

 

อูยองขมวดคิ้ว เมื่อจู่ๆก็ได้ยินเพื่อนของตัวเองพูดออกมาอย่างนั้น

 

จุนโฮมองไปที่กระถางกุหลาบข้างหน้าต่าง เขายิ้มเมื่อเห็นว่ามันกำลังออกดอกสวยงามเพียงใด

 

“ฉันว่านายควรบอกความจริงเขาไป เรื่องนายกับจุนซู”

 

จุนโฮยิ้ม หัวเราะออกมาเมื่อเห็นเพื่อนตัวเล็กทำหน้าหงอยไปซะแล้ว

 

“เฮ้ย อย่าคิดมากดิ่” จุนโฮโบกไม้โบกมือไปมา เขานั่งลงข้างอูยองโอบไหล่บางของเพื่อน

 

“ฉันไม่อยากให้พวกนายมีอะไรที่เข้าใจผิดกันอีก”

 

“ฉันไม่คิดว่าคุณฮยองเขาจะเข้าใจอะไรผิดหรอก” อูยองพูดออกมาหน้ามุ่ย สีหน้าเหมือนโกรธเคืองคนที่พูดถึงอยู่น้อยๆด้วยซ้ำ จุนโฮหัวเราะขำ ก็จริง... ถึงแม้อูยองจะดูสนิทสนมกับจุนซู นิชคุณก็ไม่เคยก้าวก่ายในเรื่องนั้น ไอ้คนที่ออกอาการหน้าบูดหน้าบึ้งน่ะ จะเป็นอูยองซะอีกที่ว่าคนพี่ไม่ยอมเล่นตามเกมตัวเอง

 

อูยองหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อนึกถึงนิชคุณ คนบ้าที่ยิ้มให้เขาได้ทุกที แต่กลับไปนั่งหน้าเครียดเวลาอยู่คนเดียว

 

“ให้ตายเถอะ นายนี่มันคนกำลังมีความรักชัดๆ” จุนโฮเอ่ยแซว เมื่อเห็นรอยยิ้มของอูยอง

 

“อะไรเล่า” อูยองพองแก้ม “ยังไม่ได้รักสักหน่อย”

 

จุนโฮเลิกคิ้ว บิดแก้มย้วยของเพื่อนไปมา “ไม่รัก? ไอ้แก้มแดงๆนี่ เรียกว่าไม่รักหรอวะ”

 

ยิ่งแซวไอ้แก้มแดงๆมันก็ยิ่งแดง อูยองคว้าหมอนโยนใส่เพื่อน แลบลิ้นใส่ อูยองหัวเราะเสียงดังพยายามจะลุกขึ้นวิ่งหนี จุนโฮคว้าชายผ้าพันคอของไอ้เพื่อนตัวแสบไว้ ออกแรงดึงในขณะที่เด็กหนุ่มพยายามจะวิ่งข้ามห้องไป ผ้าพันคอไหมพรมหลุดหล่นลงกับพื้น อูยองเบิกตาโพลง จากแก้มก็กลายเป็นแดงทั้งหน้าทั้งใบหู

 

จุนโฮเบิ่งตามองผิวขาวจัดของอูยองที่วันนี้มีรอยแต้มสีแดงระบายเรื่อ

 

อูยองทรุดลงนั่งกับพื้น เขายกมือขึ้นปิดหน้าร้อนผ่าวของตัวเอง

 

“นาย..” จุนโฮชี้นิ้วมาที่เพื่อนตัวเล็ก พูดออกมาช้าๆ “นายแพ้อะไรรึป่าว มันดูเหมือนจะเป็นผื่นนะ ไปหาหมอมั้ย”

 

อูยองเหลือบขึ้นมองเพื่อนที่ยืนทำสีหน้าตื่นตกใจ เขาค่อยๆลดมือลงจากแก้มตัวเอง

 

“มันคันรึป่าว”

 

“......”

 

จุนโฮทำท่าจะเดินเข้ามา คนตัวเล็กกว่าถึงรีบปฎิเสธ

 

“ไม่ เออ... ก็คันนิดหน่อย นายไปหายาแก้แพ้ให้หน่อยสิ”

 

เขาถอนหายใจโล่งอกเมื่อจุนโฮเดินออกไปโดยไม่มีคำถามอะไรอีก แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงจุนโฮตะโกนเรียกชานซอง ตามด้วยเสียงหัวเราะลั่นของฮวังชานซอง

 

 

 

อูยองกอดอกมองชานซองที่ยืนยิ้มมุมปากอยู่หน้าประตู อูยองอ้าปาก แล้วก็หุบกลับไปตามเดิม เหมือนเด็กที่จนมุมต่อหลักฐาน

 

“นายแพ้อะไร ขอดูหน่อยได้มั้ย”

 

“เงียบไปเลยชานซอง”

 

เขารู้หรอก ชานซองไม่ใช่จุนโฮ