[SF] Desolate

posted on 13 Nov 2011 01:21 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 
 
 
Title : Desolate
Author : LIMEs
Genre : Agnst
Rating : R
Pairing : Nichkhun x Wooyoung
 
A/N : ปิดเพลงก่อนดีกว่า มันไม่เข้าบรรยากาศ ไม่อยากเครียด ไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ :)
 
 
 
 
 
 
 
 
 

DESOLATE


ฉันไม่เชื่อในชีวิตหลังความตาย นรก หรือสวรรค์ เพราะฉะนั้นหากจะบอกว่าฉันตายไปแล้ว ฉันคงจะเชื่อเช่นนั้น ฉันอยู่ในความมืดที่ไม่สิ้นสุด ความเงียบสงัดที่ไม่ได้ยินแม้เพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง แต่ความตายดูจะเป็นสิ่งที่เมตตาเกินไปเมื่อฉันถูกปลุกขึ้นอย่างเจ็บปวด แรงบีบทีเหมือนคีมเหล็กบีบคางของฉัน ฉันได้รสเลือดจากริมฝีปากที่โดนบดเบียดลงมาอย่างรุนแรง ฉันไม่มีแรงขยับ เสียงเล็กๆในหัวของฉันกำลังกรีดร้องอย่างหวาดกลัว ฉันได้ยินเสียงหอบกระเส่า ผิวกายที่ชื้นเหงื่อของเขาอยู่เหนือตัวฉัน มันกำลังแผดเผาฉัน ไฟร้อนกำลังลามเลียฉันยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น ฉันรู้สึกถึงความเปียกแฉะอันน่าขยะแขยงที่หว่างขา ฉันพยายามเปล่งเสียง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากลำคอ  ฉันร้องไห้โดยไม่มีใครได้ยินแม้แต่ตัวฉันเอง

 

ฉันยังไม่ตาย และสิ่งที่ฉันปรารถนาที่สุดคือความตาย

 

 

 

 

------------------------------------------------------

 

 

 

 

เขาเข้าใจมันดี การใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีใครมองเห็น…


เขาฮัมเพลงตามท่วงทำนองที่ดังมาจากบานประตูที่ปิดสนิท เสียงบรรเลงเปียโนที่ฟังดูเศร้าสร้อยและโหยหา นักเรียนคนอื่นๆซุบซิบกัน มองประตูบานนั้นอย่างหวาดระแวง ทิ้งสีหน้าขนลุกขนพองก่อนจะเดินหนี พวกเขาหันหลัง... ต่างพากันเดินหันหลังไปอย่างโหดร้าย

 

อาทิตย์กว่าที่วิคตอเรียหายตัวไป นิชคุณหมกตัวอยู่ในห้องของชมรมดนตรี นั่งอยู่หน้าเปียโนหลังสีขาว เล่นเพลงเดิมซ้ำๆ จนแสงอาทิตย์ลับไป

 

ตอนที่ตำรวจพบว่าหญิงสาวหายตัวไป นิชคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก ในฐานะแฟนหนุ่มผู้ซึ่งมีความใกล้ชิดกับวิคตอเรียมากที่สุด ตำรวจพาตัวเขาไปสอบปากคำอยู่เกือบห้าชั่วโมง ก่อนจะปล่อยตัว ตำรวจสรุปว่าเขาบริสุทธิ์ แต่โลกของไฮสคูลไม่สงบสุขอย่างงั้น มันไม่มีคำว่าโอกาส ไม่มีการให้อภัย เพราะเพียงเราทำอะไรผิดพลาดเพียงนิดเดียว โลกไฮสคูลที่พ่อแม่ส่งเสียเรามาเพราะเชื่อว่ามันเป็นสถานที่ๆปลอดภัย และทำให้เราอยู่กับร่องกับรอย โลกเล็กๆที่โหดร้ายใบนี้ก็พร้อมจะเยียบย่ำเราให้จมดิน ข่าวลือต่างๆแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เหลวไหลสิ้นดี คนอย่างนิชคุณ คนที่ต้องเจ็บช้ำอย่างนิชคุณกลับต้องถูกตัดสินโดยพวกคนที่ไร้หัวใจ

 

 

เขาปิดหนังสือที่อ่านอยู่ เมื่อพบว่าไม่มีแสงสว่างพอที่จะอ่านมันอีกแล้ว นั่งรอ ให้เสียงเปียโนนั้นหยุดลง ทุกอย่างเงียบสงัด บานประตูของห้องดนตรีเปิดออก และเขายิ้มให้นิชคุณ

 

“อูยอง?”

 

นิชคุณเรียกชื่อของเขา

 

 

 

----------------------------------------------------

 

 

 

 

เขาเด็กกว่านิชคุณเกือบสองปี นิชคุณอยู่ปีสุดท้าย และกำลังจะเข้ามหาลัย ชีวิตของนิชคุณเคยเป็นต้นแบบของวัยรุ่นคนอื่นๆ เขามีแฟนสาวแสนสวย เป็นนักกีฬาประจำโรงเรียน เป็นประธานชมรมดนตรี และสอบติดในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาเคยมีผู้คนรายล้อม เพื่อนฝูง ไม่รวมถึงรุ่นน้องอีกหลายคนที่คอยแอบปลื้ม หากตำรวจจะหาผู้ต้องสงสัยนะหรอ? เขาเชื่อว่านักเรียนหญิงกว่าครึ่งของโรงเรียนมีแรงจูงใจมากพอที่จะฆ่าเธอ

 

อูยองซ้อนจักรยานของนิชคุณอย่างเงียบๆ พวกเขาไม่ได้พูดอะไร จนเมื่อนิชคุณหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะแรกที่เขาได้ยินตั้งแต่เกิดเรื่อง

 

“นายจำได้มั้ยตอนที่ฉันขี่จักรยานให้นายซ้อนท้ายครั้งแรก”

“พี่ทำผมล้ม”

“แล้วฉันก็โดนพ่อด่า”

“พี่คุณจำได้?”

“จำได้สิ พ่อห้ามไม่ให้นายเล่นกับฉันอีก แต่นายก็แอบหนีมาให้ฉันทำแผลให้”

 

อูยองจับชายเสื้อของนิชคุณเมื่อพวกเขาต้องขี่จักรยานข้ามเนินลูกเล็ก

บทสนทนาจบลงแค่นั้น จบลงด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และรอยยิ้มบางๆ พวกเขาวิ่งผ่านบ้านหลายหลังที่เปิดไฟสว่าง เสียงนักข่าวกำลังรายงานข่าวช่วงหัวค่ำดังออกมาจากโทรทัศน์ภายในบ้านที่มีชีวิตเหล่านั้น เสียงของผู้เป็นแม่ที่ตะโกนเรียกลูกชายให้มากินข้าวดังแว่วมาให้ได้ยิน ทุกอย่างดูสุขสงบ เหมือนเช่นที่บ้านจัดสรรในย่านชานเมืองควรจะเป็น จักรยานคันสีขาวที่มีสีถลอกเป็นบางส่วนพาพวกเขาเลี้ยวไปตามซอยต่างๆจนหยุดลงที่หน้าบ้านหลังโต ไฟที่หน้าบ้านเปิดสว่างโร่ แต่ข้างในกลับมืดสนิทไม่เหมือนบ้านหลังอื่นที่มีเสียงพูดคุยดังออกมา บ้านของเขาตั้งตระหง่านนิ่งเงียบ

 

“เข้าบ้านเถอะ อูยอง” 

 

ก่อนที่เขาจะเลื่อนประตูปิด ก่อนที่นิชคุณจะขี่จักรยานกลับไป

 

“พี่คุณ” อูยองร้องเรียก นิชคุณหันมามองเขา “ผมจะอยู่ข้างพี่คุณเองนะ”

 

มือเล็กกำและยกขึ้นชู “นิคคุณ ไฟต์ติ้ง”

 

ริมฝีปากของนิชคุณยิ้มให้เขา

 

 

 

-------------------------------------------------------

 

 

 

ฉันได้ยินเสียงประตูเปิดออก เขายืนอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้อง ฉันปรือเปลือกตาขึ้น แสงสลัวประกอบกับดวงตาที่พร่าเบลอทำให้ฉันมองเห็นหน้าของเขาไม่ชัด แต่ร่างนั้นยืนพิงผนังอยู่ข้างประตู สั่นเบาๆ ฉันเกือบจะคิดว่าเขากำลังหัวเราะ หัวเราะอย่างโหดเหี้ยมเหมือนที่พวกฆาตกรในหนังโรคจิตนั้นชอบทำ แต่เปล่าเลย เขากำลังร้องไห้ เสียงสะอื้นนั่นดังสะท้อนไปทั่ว ฉันพยายามจะขยับตัว แต่เสียงโซ่ที่ล่ามข้อเท้าฉัน ทำให้ดวงตาแดงก่ำนั้นหันมามอง สิ่งที่ทำให้ฉันพรั่นพรึงไม่ใช่เพราะเขาเห็นว่าฉันรู้สึกตัวแล้ว แต่เป็นเพราะความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้น มันไม่เหมือนดวงตามนุษย์ เพราะฉันมองไม่เห็นความมีชีวิตอยู่ในนั้นเลย

 

 

------------------------------------------------------

 

 

อูยองจำได้ว่าครอบครัวของเขาก็เคยเป็นเหมือนครอบครัวอื่นๆ เขามีพ่อ มีแม่ และพี่ชาย พวกเขาสี่คนนั่งล้อมวงกันทานอาหารเย็น พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่เจอมา พ่อจะถามเขาว่าโรงเรียนเป็นยังไง และทุกคนจะตั้งใจฟังเมื่อเขาเริ่มเล่า สุดท้ายเมื่อพวกเขานั่งดูทีวีด้วยกันจนจบ พ่อจะพูดด้วยน้ำเสียงดุๆว่า นิชคุณพาน้องไปนอนได้แล้ว


และพี่ชายของเขาจะรีบทำตาม พาเขานอนบนเตียง เล่านิทานที่เจ้าตัวคิดขึ้นเอง ไม่เคยซ้ำกันเลยสักวัน

 

ใช่ พวกเขาเคยเป็นครอบครัวเดียวกัน แม่ของเขาตายตอนหลังจากที่คลอดเขาไม่นาน และพ่อก็แต่งงานใหม่ ภรรยาใหม่ของพ่อมีลูกชายคนหนึ่ง คนๆนั้นคือนิชคุณ

 

เมื่อเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว... รวดเร็วจนเกินไป เวลาผลัดพรากครอบครัวของเขาไปด้วย เขากลายเป็นคนเดียวที่ยังอยู่ในบ้านหลังนี้ นิชคุณย้ายออกไปอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ และไม่ยอมกลับมา

 

อูยองปิดไฟที่หัวเตียง ห้องทั้งห้องจมอยู่ในความมืด เขาร้องเพลงแผ่วเบาทำลายความเงียบที่เขาหวาดกลัว

 

 

 

--------------------------------------------------------

 

 

 

 

เข็มนาฬิกาเดินวนกลับมาที่เดิมเสมอ แต่เวลา...เมื่อมันผ่านไป มันจะไม่มีทางย้อนกลับ...


เวลาและนาฬิกากำลังเล่นตลกกับเขา เวลาผ่านไปอาทิตย์แล้ว อาทิตย์เล่า จนเมื่อรู้ตัวอีกทีพวกเขาเดินวนอยู่กับที่ราวกับเข็มนาฬิกา ชีวิตที่ดำเนินอย่างเดิมมาเกือบสองเดือน  ยังไม่มีใครพบวิคตอเรีย และนิชคุณก็ยังขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนั่น เล่นเพลงที่น่าหดหู่ อูยองทำได้เพียงแค่เฝ้าดู และรอคอย

เขานั่งคอยให้ประตูห้องดนตรีเปิดออก นิชคุณจะพาเขาไปส่งที่บ้าน และเขาจะคาดหวังว่าให้มันเป็นวันนี้ที่นิชคุณจะสามารถยิ้มให้เขาจริงๆได้เสียที

 

 

มันเป็นเย็นวันศุกร์ที่วนมาอีกครั้ง...

อูยองแปลกใจ เมื่อเขายืนอยู่หน้าประตู แต่เขาไม่ได้ยินเสียงเพลง ไม่มีเสียงบรรเลงเปียโนที่เหงาหงอย เขาจับลูกบิดและพบว่ามันไม่ได้ล็อก เขาลังเลก่อนจะเปิดมันออก นิชคุณนั่งอยู่กลางห้อง ที่หน้าเปียโนตัวเดิม เขาไม่ได้เล่นมัน

 

นิชคุณกำลังร้องไห้

“นายเข้ามาทำไม” นิชคุณลุกหนีเขา หันมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งพระอาทิตย์กำลังทอแสงสีส้มก่อนจะลับหาย

 

อูยองค่อยๆก้าวไปหาร่างสูง ก่อนจะกอดร่างที่สั่นโยนนั้นไว้

 

“พี่คุณ” อูยองซบหน้ากับแผ่นหลังที่โยกขึ้นลงตามแรงสะอื้น เขากอดนิชคุณให้แน่นกว่าเดิม เขาไม่เคยเห็นนิชคุณร้องไห้