[SF] Desolate
posted on 13 Nov 2011 01:21 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
DESOLATE
ฉันไม่เชื่อในชีวิตหลังความตาย นรก หรือสวรรค์ เพราะฉะนั้นหากจะบอกว่าฉันตายไปแล้ว ฉันคงจะเชื่อเช่นนั้น ฉันอยู่ในความมืดที่ไม่สิ้นสุด ความเงียบสงัดที่ไม่ได้ยินแม้เพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง แต่ความตายดูจะเป็นสิ่งที่เมตตาเกินไปเมื่อฉันถูกปลุกขึ้นอย่างเจ็บปวด แรงบีบทีเหมือนคีมเหล็กบีบคางของฉัน ฉันได้รสเลือดจากริมฝีปากที่โดนบดเบียดลงมาอย่างรุนแรง ฉันไม่มีแรงขยับ เสียงเล็กๆในหัวของฉันกำลังกรีดร้องอย่างหวาดกลัว ฉันได้ยินเสียงหอบกระเส่า ผิวกายที่ชื้นเหงื่อของเขาอยู่เหนือตัวฉัน มันกำลังแผดเผาฉัน ไฟร้อนกำลังลามเลียฉันยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น ฉันรู้สึกถึงความเปียกแฉะอันน่าขยะแขยงที่หว่างขา ฉันพยายามเปล่งเสียง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากลำคอ ฉันร้องไห้โดยไม่มีใครได้ยินแม้แต่ตัวฉันเอง
ฉันยังไม่ตาย และสิ่งที่ฉันปรารถนาที่สุดคือความตาย
------------------------------------------------------
เขาเข้าใจมันดี การใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีใครมองเห็น…
เขาฮัมเพลงตามท่วงทำนองที่ดังมาจากบานประตูที่ปิดสนิท เสียงบรรเลงเปียโนที่ฟังดูเศร้าสร้อยและโหยหา นักเรียนคนอื่นๆซุบซิบกัน มองประตูบานนั้นอย่างหวาดระแวง ทิ้งสีหน้าขนลุกขนพองก่อนจะเดินหนี พวกเขาหันหลัง... ต่างพากันเดินหันหลังไปอย่างโหดร้าย
อาทิตย์กว่าที่วิคตอเรียหายตัวไป นิชคุณหมกตัวอยู่ในห้องของชมรมดนตรี นั่งอยู่หน้าเปียโนหลังสีขาว เล่นเพลงเดิมซ้ำๆ จนแสงอาทิตย์ลับไป
ตอนที่ตำรวจพบว่าหญิงสาวหายตัวไป นิชคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก ในฐานะแฟนหนุ่มผู้ซึ่งมีความใกล้ชิดกับวิคตอเรียมากที่สุด ตำรวจพาตัวเขาไปสอบปากคำอยู่เกือบห้าชั่วโมง ก่อนจะปล่อยตัว ตำรวจสรุปว่าเขาบริสุทธิ์ แต่โลกของไฮสคูลไม่สงบสุขอย่างงั้น มันไม่มีคำว่าโอกาส ไม่มีการให้อภัย เพราะเพียงเราทำอะไรผิดพลาดเพียงนิดเดียว โลกไฮสคูลที่พ่อแม่ส่งเสียเรามาเพราะเชื่อว่ามันเป็นสถานที่ๆปลอดภัย และทำให้เราอยู่กับร่องกับรอย โลกเล็กๆที่โหดร้ายใบนี้ก็พร้อมจะเยียบย่ำเราให้จมดิน ข่าวลือต่างๆแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เหลวไหลสิ้นดี คนอย่างนิชคุณ คนที่ต้องเจ็บช้ำอย่างนิชคุณกลับต้องถูกตัดสินโดยพวกคนที่ไร้หัวใจ
เขาปิดหนังสือที่อ่านอยู่ เมื่อพบว่าไม่มีแสงสว่างพอที่จะอ่านมันอีกแล้ว นั่งรอ ให้เสียงเปียโนนั้นหยุดลง ทุกอย่างเงียบสงัด บานประตูของห้องดนตรีเปิดออก และเขายิ้มให้นิชคุณ
“อูยอง?”
นิชคุณเรียกชื่อของเขา
----------------------------------------------------
เขาเด็กกว่านิชคุณเกือบสองปี นิชคุณอยู่ปีสุดท้าย และกำลังจะเข้ามหาลัย ชีวิตของนิชคุณเคยเป็นต้นแบบของวัยรุ่นคนอื่นๆ เขามีแฟนสาวแสนสวย เป็นนักกีฬาประจำโรงเรียน เป็นประธานชมรมดนตรี และสอบติดในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาเคยมีผู้คนรายล้อม เพื่อนฝูง ไม่รวมถึงรุ่นน้องอีกหลายคนที่คอยแอบปลื้ม หากตำรวจจะหาผู้ต้องสงสัยนะหรอ? เขาเชื่อว่านักเรียนหญิงกว่าครึ่งของโรงเรียนมีแรงจูงใจมากพอที่จะฆ่าเธอ
อูยองซ้อนจักรยานของนิชคุณอย่างเงียบๆ พวกเขาไม่ได้พูดอะไร จนเมื่อนิชคุณหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะแรกที่เขาได้ยินตั้งแต่เกิดเรื่อง
“นายจำได้มั้ยตอนที่ฉันขี่จักรยานให้นายซ้อนท้ายครั้งแรก”
“พี่ทำผมล้ม”
“แล้วฉันก็โดนพ่อด่า”
“พี่คุณจำได้?”
“จำได้สิ พ่อห้ามไม่ให้นายเล่นกับฉันอีก แต่นายก็แอบหนีมาให้ฉันทำแผลให้”
อูยองจับชายเสื้อของนิชคุณเมื่อพวกเขาต้องขี่จักรยานข้ามเนินลูกเล็ก
บทสนทนาจบลงแค่นั้น จบลงด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และรอยยิ้มบางๆ พวกเขาวิ่งผ่านบ้านหลายหลังที่เปิดไฟสว่าง เสียงนักข่าวกำลังรายงานข่าวช่วงหัวค่ำดังออกมาจากโทรทัศน์ภายในบ้านที่มีชีวิตเหล่านั้น เสียงของผู้เป็นแม่ที่ตะโกนเรียกลูกชายให้มากินข้าวดังแว่วมาให้ได้ยิน ทุกอย่างดูสุขสงบ เหมือนเช่นที่บ้านจัดสรรในย่านชานเมืองควรจะเป็น จักรยานคันสีขาวที่มีสีถลอกเป็นบางส่วนพาพวกเขาเลี้ยวไปตามซอยต่างๆจนหยุดลงที่หน้าบ้านหลังโต ไฟที่หน้าบ้านเปิดสว่างโร่ แต่ข้างในกลับมืดสนิทไม่เหมือนบ้านหลังอื่นที่มีเสียงพูดคุยดังออกมา บ้านของเขาตั้งตระหง่านนิ่งเงียบ
“เข้าบ้านเถอะ อูยอง”
ก่อนที่เขาจะเลื่อนประตูปิด ก่อนที่นิชคุณจะขี่จักรยานกลับไป
“พี่คุณ” อูยองร้องเรียก นิชคุณหันมามองเขา “ผมจะอยู่ข้างพี่คุณเองนะ”
มือเล็กกำและยกขึ้นชู “นิคคุณ ไฟต์ติ้ง”
ริมฝีปากของนิชคุณยิ้มให้เขา
-------------------------------------------------------
ฉันได้ยินเสียงประตูเปิดออก เขายืนอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้อง ฉันปรือเปลือกตาขึ้น แสงสลัวประกอบกับดวงตาที่พร่าเบลอทำให้ฉันมองเห็นหน้าของเขาไม่ชัด แต่ร่างนั้นยืนพิงผนังอยู่ข้างประตู สั่นเบาๆ ฉันเกือบจะคิดว่าเขากำลังหัวเราะ หัวเราะอย่างโหดเหี้ยมเหมือนที่พวกฆาตกรในหนังโรคจิตนั้นชอบทำ แต่เปล่าเลย เขากำลังร้องไห้ เสียงสะอื้นนั่นดังสะท้อนไปทั่ว ฉันพยายามจะขยับตัว แต่เสียงโซ่ที่ล่ามข้อเท้าฉัน ทำให้ดวงตาแดงก่ำนั้นหันมามอง สิ่งที่ทำให้ฉันพรั่นพรึงไม่ใช่เพราะเขาเห็นว่าฉันรู้สึกตัวแล้ว แต่เป็นเพราะความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้น มันไม่เหมือนดวงตามนุษย์ เพราะฉันมองไม่เห็นความมีชีวิตอยู่ในนั้นเลย
------------------------------------------------------
อูยองจำได้ว่าครอบครัวของเขาก็เคยเป็นเหมือนครอบครัวอื่นๆ เขามีพ่อ มีแม่ และพี่ชาย พวกเขาสี่คนนั่งล้อมวงกันทานอาหารเย็น พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่เจอมา พ่อจะถามเขาว่าโรงเรียนเป็นยังไง และทุกคนจะตั้งใจฟังเมื่อเขาเริ่มเล่า สุดท้ายเมื่อพวกเขานั่งดูทีวีด้วยกันจนจบ พ่อจะพูดด้วยน้ำเสียงดุๆว่า นิชคุณพาน้องไปนอนได้แล้ว
และพี่ชายของเขาจะรีบทำตาม พาเขานอนบนเตียง เล่านิทานที่เจ้าตัวคิดขึ้นเอง ไม่เคยซ้ำกันเลยสักวัน
ใช่ พวกเขาเคยเป็นครอบครัวเดียวกัน แม่ของเขาตายตอนหลังจากที่คลอดเขาไม่นาน และพ่อก็แต่งงานใหม่ ภรรยาใหม่ของพ่อมีลูกชายคนหนึ่ง คนๆนั้นคือนิชคุณ
เมื่อเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว... รวดเร็วจนเกินไป เวลาผลัดพรากครอบครัวของเขาไปด้วย เขากลายเป็นคนเดียวที่ยังอยู่ในบ้านหลังนี้ นิชคุณย้ายออกไปอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ และไม่ยอมกลับมา
อูยองปิดไฟที่หัวเตียง ห้องทั้งห้องจมอยู่ในความมืด เขาร้องเพลงแผ่วเบาทำลายความเงียบที่เขาหวาดกลัว
--------------------------------------------------------
เข็มนาฬิกาเดินวนกลับมาที่เดิมเสมอ แต่เวลา...เมื่อมันผ่านไป มันจะไม่มีทางย้อนกลับ...
เวลาและนาฬิกากำลังเล่นตลกกับเขา เวลาผ่านไปอาทิตย์แล้ว อาทิตย์เล่า จนเมื่อรู้ตัวอีกทีพวกเขาเดินวนอยู่กับที่ราวกับเข็มนาฬิกา ชีวิตที่ดำเนินอย่างเดิมมาเกือบสองเดือน ยังไม่มีใครพบวิคตอเรีย และนิชคุณก็ยังขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนั่น เล่นเพลงที่น่าหดหู่ อูยองทำได้เพียงแค่เฝ้าดู และรอคอย
เขานั่งคอยให้ประตูห้องดนตรีเปิดออก นิชคุณจะพาเขาไปส่งที่บ้าน และเขาจะคาดหวังว่าให้มันเป็นวันนี้ที่นิชคุณจะสามารถยิ้มให้เขาจริงๆได้เสียที
มันเป็นเย็นวันศุกร์ที่วนมาอีกครั้ง...
อูยองแปลกใจ เมื่อเขายืนอยู่หน้าประตู แต่เขาไม่ได้ยินเสียงเพลง ไม่มีเสียงบรรเลงเปียโนที่เหงาหงอย เขาจับลูกบิดและพบว่ามันไม่ได้ล็อก เขาลังเลก่อนจะเปิดมันออก นิชคุณนั่งอยู่กลางห้อง ที่หน้าเปียโนตัวเดิม เขาไม่ได้เล่นมัน
นิชคุณกำลังร้องไห้
“นายเข้ามาทำไม” นิชคุณลุกหนีเขา หันมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งพระอาทิตย์กำลังทอแสงสีส้มก่อนจะลับหาย
อูยองค่อยๆก้าวไปหาร่างสูง ก่อนจะกอดร่างที่สั่นโยนนั้นไว้
“พี่คุณ” อูยองซบหน้ากับแผ่นหลังที่โยกขึ้นลงตามแรงสะอื้น เขากอดนิชคุณให้แน่นกว่าเดิม เขาไม่เคยเห็นนิชคุณร้องไห้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่พี่ชายคนเก่งของเขาจะแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น
“ออกไป.. ออกไปก่อนอูยอง”
นิ้วมือของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อนิชคุณพยายามแกะมือของเขาออก
เขาส่ายหน้า น้ำตาร้อนไหลลงอาบแก้ม
เขารู้ว่าเวลากำลังจะทำหน้าที่ของมัน
“พี่คุณ ผมรักพี่คุณนะ”
“ออกไป!”
เสียงตะคอก ทำให้อูยองสะดุ้ง ร่างกายสั่นเทิ้ม
เขารู้ว่าเวลาไม่มีทางย้อนกลับ
น้ำเสียงที่สั่นเทาเอ่ยออกมาช้าๆ “ทำไมล่ะครับ”
“อูยอง ฉันขอโทษ นายออกไปก่อนเถอะนะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”
“พี่คิดถึงเขาใช่มั้ยครับ” อูยองเงยหน้าขึ้นสบตาของนิชคุณอย่างเจ็บปวด ในดวงตาของนิชคุณมีแต่เงาของผู้หญิงคนนั้น
ทั้งๆที่...
“ผมอยู่ตรงนี้นะ ผมต่างหากที่ยืนอยู่ตรงนี้”
สิ่งที่พรั่งพรูออกจากใจไม่มีทางเก็บกลับคืน
“ไม่ใช่เขา” อูยองส่ายหน้า น้ำตาร่วงหล่น “เขาไม่อยู่อีกแล้ว”
นิชคุณยืนนิ่งงัน
“ผมรักพี่คุณนะ” น้ำเสียงอ่อนหวานอ้อนวอน กระซิบแผ่วเบา “รักผมบ้างไม่ได้หรอ”
เขากำลังขอความรัก อ้อนวอนขอความรักจากคนที่ไม่มีเขาอยู่เลยในสายตา
“ฉันรักนายแบบน้องชายเท่านั้น” นิชคุณถอนสายตาจากเขา และหลับตาลง
“แต่ผมไม่อยากเป็นน้อง”
อูยองจูบคางของนิชคุณอย่างเว้าวอน
“ผมอยากให้ฮยองรักผม เหมือนที่ฮยองรักเขา”
อูยองโน้มคอของนิชคุณลงมา จูบริมฝีปากของนิชคุณอย่างโหยหา เขาดูดดึงริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม เรียวลิ้นที่ร้อนและเปียกชื้น นิ้วมือเลื่อนขึ้นโอบร่างนิชคุณให้แนบชิด ผิวกายที่บดเบียดเสียดสีสร้างความร้อนรุ่มจนเกินทน นิ้วมือเล็กแกะกระดุมเสื้อของคนพี่ทีละเม็ด ลูบไล้แผ่นอกนั้นด้วยความปรารถนาอยู่เต็มหัวใจ
“รักผมนะครับ”
อูยองรู้สึกถึงลมหายใจที่ติดขัดของนิชคุณ
นิชคุณผลักร่างเขาจนชิดผนัง อูยองหลับตาเมื่อริมฝีปากของนิชคุณประกบลงมา ดูดดื่มอย่างโหยกระหาย มือใหญ่ดึงเสื้อผ้าของเขาออกอย่างเร่งรีบ เขาหายใจหอบพยายามกอดก่ายร่างหนาไม่ให้ล้มลงไป นิชคุณยกตัวเขาขึ้น ลากริมฝีปากชื้นผ่านลำคอและเนินอก
“พี่คุณ” อูยองร้องครางเสียงสั่น เขาต้องการนิชคุณยิ่งกว่าสิ่งใด
นิชคุณผลิกร่างเขาให้หันหลัง ริมฝีปากอิ่มยังดูดดึงอยู่ที่ลำคอ มือเอื้อมปลดกางเกงของร่างเล็กให้หล่นลง อากาศเย็นที่สัมผัสส่วนอ่อนไหว พาให้ร่างของอูยองสั่นสะท้าน อูยองปล่อยเสียงครางเมื่อมือหนาสัมผัสเข้าที่ส่วนนั้น นิชคุณดันร่างเขาให้ติดผนัง อวัยวะของนิชคุณสอดพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนร่างเขากระตุกเกร็ง เขาได้ยินเสียงนิชคุณหายใจหนักหน่วง ขยับกายอยู่จากด้านหลัง อุ้งมือร้อนขยับตามจังหวะถี่กระชั้น อูยองแอ่นร่างบิดเร้า ดวงตาของเขาพร่าเบลอ และแทบจะยืนไม่ไหว เขากรีดร้อง เขาร้องไห้ ด้วยความเจ็บที่กำลังจะพาให้เขาสิ้นสติ แต่อ้อมกอดของนิชคุณก็ทำให้เขาอบอุ่น เขาอยู่ในอ้อมกอดของพี่คุณแล้ว เขาไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
“อูยองอ่า” นิชคุณเรียกชื่อของเขา น้ำเสียงนั้นปลอบโยนเขา เขาไม่เจ็บปวด จางอูยองไม่เจ็บปวดอีกแล้ว
---------------------------------------------------
“รู้มั้ย เขารักผม”
ฉันได้ยินเสียงของเขากระซิบ ได้ยินมันชัดเจน ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขาปล่อยให้ฉันตื่น ปล่อยฉันให้รู้สึกตัว ฉันมองเห็นหน้าของเขา รอยยิ้มที่บริสุทธิ์จนน่าหวาดกลัว เขานอนอยู่ข้างฉัน กอดร่างของฉันไว้ พวงแก้มนั้นกำลังอมยิ้มดีใจเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นถูกใจ
“พี่เขารักผม”
เขายังคงกระซิบกระซาบประโยคนั้นซ้ำๆ นิ้วมือนั่นลูบไล้ที่แก้มของฉัน ดวงตาล่องลอยเพ้อฝัน
ฉันมองหน้าของเขาอย่างเย้ยหยัน “แกจะรู้ได้ยังไง”
“เขาบอกว่าเขารักแกหรอ! ฮึก”
เขาปีนมานั่งทับลำตัวฉันไว้ มือนั้นบีบคอของฉันแน่น ฉันจุกไปหมด จุกแน่นในลำคอเมื่อขาดอากาศหายใจ ใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ รอยยิ้มของเขาบิดเบี้ยว
“เขาจะต้องบอก เขาจะบอก”
เขาคลายมือออกจากลำคอของฉัน อากาศที่ไหลกลับเข้ามาแผดเผาหลอดลมฉัน แล้วแววตาของเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง เต็มไปด้วยความอ้างว้างและโดดเดี่ยว “เขาจะต้องรักผมสิครับ”
น้ำตาของเขาหยดลงบนแก้มของฉัน เขาเกลี่ยมันไปมา ก่อนจะจูบมัน ฉันรู้สึกถึงลิ้นที่ลากผ่านแก้มของฉัน มันชวนขยะแขยง และน่ารังเกียจ
“ทำไมถึงไม่ฆ่าฉันไปซะ”
“ผมไม่ใช่ปีศาจนะครับ ผมไม่ฆ่าคน” เขาหันมายิ้มอย่างไร้เดียงสา
“สิ่งที่แกทำ มันยิ่งกว่าฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็น”
“แล้วพี่ละครับ” เขาตะโกน “ผมตายทั้งเป็นไปไม่รู้กี่ครั้ง ตอนที่พี่แย่งพี่คุณของผมไป”
เขาซบหน้าลงกับลำคอของฉัน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสมเพช พึมพำมันซ้ำไปซ้ำมา “ผมมีแต่พี่คุณ ผมมีพี่คุณอยู่คนเดียว พี่ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์มาแย่งเขาไปนะครับ”
----------------------------------------------------------
นิชคุณจำได้ว่าเขาดีใจแค่ไหน เมื่อรู้ว่าเขาจะมีน้องชาย เขาเคยเป็นลูกคนเดียว พ่อมาหาเขานานๆครั้ง เขาถึงใช้ชีวิตอยู่กับแม่มากกว่า บางทีพ่อหายไปเป็นอาทิตย์ บางครั้งก็เป็นเดือน กลับมาพร้อมกลิ่นเหล้าที่เหม็นโช่ เขาแทบไม่รู้จักพ่อเลย ครอบครัวของเขามีแค่แม่และเขา มีกันอยู่แค่สองคน จนวันนึงที่พวกเขาย้ายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่
ตอนนั้นอูยองอายุห้าขวบ เป็นเด็กแก้มกลมจ่ำม่ำ เขาเห่อน้องมาก เดินจูงมือเล็กๆนั้นไม่ห่างตัว เขาชอบเล่านิทานให้น้องฟัง บางครั้งเขานั่งที่เปียโน กดมันมั่วๆ และร้องเพลง อูยองจะหัวเราะคิกคัก ดวงตาเล็กๆยิ้มหยีเป็นประกาย
“พี่คุณร้องเพลงให้ผมฟังก่อนสิครับ” อูยองพึมพำ เมื่อเขาเล่านิทานจบ เปลือกตาบวมปรือจะหลับ นอนซุกอยู่ในผ้านวมผืนหนา
นิชคุณจะปีนขึ้นไปบนเตียง ร้องเพลงที่แม่เคยร้องให้เขาฟัง กล่อมอูยองจนหลับไป
เขารักอูยอง... รักมาก...
เขาทำอะไรลงไป!
นิชคุณกำหมัดแน่น สิ่งที่บีบรัดอยู่ภายในชวนให้ขย้อนออกมา เขาทุบกำปั้นนั้นกับกำแพงจนผิวหนังแตกซิบ ภาพของร่างบางที่ร่วงลงกับพื้นยังติดตาของเขา เลือดไหลปะปนกับของเหลวขุ่นเต็มบั้นท้าย อูยองเอื้อมมือที่สั่นเทามาจับมือของเขาไว้ ยิ้มให้เขาบางๆ เมื่อเขาแต่งตัวให้ เมื่อเขาติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย อูยองหลับตาลง ดึงมือเขาไปแนบแก้มที่ยังชื้นด้วยน้ำตา... วันนั้นเขาทิ้งร่างของอูยองไว้ในห้องซ้อม ไม่หันกลับไปมอง
ร่างที่บอบช้ำนอนไร้สติอยู่บนพื้นห้อง เป็นภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะเริ่มวิ่ง…
สิ่งที่น่าตลกคือ ในขณะที่เขาพยายามจะวิ่งหนีสิ่งที่ได้ทำ...
อูยองยังคงรอเขา บนม้านั่งตัวเดิมเสมอ
“พี่คุณ” เขาได้ยินเสียงเรียก
เขากล้ำกลืนน้ำลายที่ขื่นขม สาวเท้ายาวๆโดยไม่หันไป
“พี่คุณ” เสียงฝีเท้าเล็กๆคู่นั้นกำลังวิ่งตามเขา น้ำเสียงอันสั่นเทาหวั่นกลัวเรียกชื่อของเขา
เสียงสะอื้นไห้นั้นกำลังอ้อนวอนเขา มันดังสะท้อนอยู่ตลอดโถงทางเดิน
............
เขาวิ่งตามไม่ไหวอีกแล้ว วิ่งตามนิชคุณไม่ไหวอีกแล้ว
ไม่มีเรี่ยวแรงอะไรเหลืออยู่ มันเจ็บจนเหมือนจะตายเสียให้ได้
อูยองล้มลงกับพื้น หัวเข่ากระแทกกับพื้นจนเลือดซิบ แต่มันไม่เจ็บเลย เมื่อเทียบกับการที่นิชคุณไม่หันมา
“พี่คุณ...”
นิชคุณหลับตาลงอย่างปวดร้าว เสียงสะอื้นสั่นเทานั้นกรีดคมมีดลึกเข้าไปในหัวใจ ...
เขาวิ่งกลับไป ดึงร่างเล็กที่ล้มกับพื้นขึ้นมากอดไว้
อูยองซบลงแนบอกเขา ร่างกายสั่นเทิ้ม มือเล็กโอบกอดรอบตัวเขา ขยำเสื้อของเขาไว้แน่น
“อย่าทำอย่างนี้อีกนะ อย่าเดินหนีผมอีก”
เขาขบกรามแน่น กลั้นน้ำตาร้อนไม่ให้ไหล ไม่สามารถทนมองภาพน้องได้อีก
----------------------------------------------------------
ฉันดิ้น สายโซ่ขยับดังเกร้ง โลหะเย็นเยียบนั้นบาดผิวของฉัน ฉันเห็นรอยที่แดงจัดซึ่งคงจะเปลี่ยนเป็นรอยช้ำหลังจากนี้ได้อย่างชัดเจน ฉันจะต้องหนีไปจากที่นี่ ฉันออกแรงอีกครั้ง แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย ฉันร้องไห้ด้วยความเวทนาตัวเอง.. ฉันคิดถึงนิชคุณ ฉันคิดถึงไออุ่นของเขา คิดถึงน้ำเสียงของเขา แต่ตอนนี้... ตอนนี้ฉันรังเกียจร่างกายของตัวเองเหลือเกิน ฉันดิ้นจนสายโซ่โลหะนั่นตึงรั้ง ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่พอมีเหลือ ริมฝีปากฉันแตกแห้ง และบวมเจ่อ
ฉันจะต้องเอาชีวิตของฉันคืนมา
ฉันสะอื้นไห้ ตอนที่ประตูเปิดออก แสงสว่างจากข้างนอกส่องเข้ามาแยงตาฉันจนแสบพร่า และตอนนั้นเองฉันก็รู้ว่า...ฉันไม่มีทางทำมันสำเร็จ นิ้วมือเหี่ยวย่นที่สากกระด้าง จับตัวของฉันไว้ ฝ่ามือกดบนหน้าผากให้ฉันหยุดนิ่ง ดวงตาของฉันเหลือกขึ้นตามแรงกดนั้น ฉันหอบหายใจ
“ไม่.. ไม่นะ ไม่” ฉันอ้อนวอน
“ช่ววว” เสียงแหบแห้งพยายามร้องปลอบฉัน ปลายเข็มแหลมคมทิ่มลงมาที่แขนของฉัน วินาทีแรกจากแขนสู่หัวไหล่ สิ่งที่ถูกฉีดเข้ามากำลังเผาเส้นเลือดของฉันจากภายใน ร่างกายของฉันบิดเร้าแม้จะถูกกดศีรษะเอาไว้และมือเท้าก็ถูกล่ามโซ่ เสียงชู่นั้นยังคงดัง แต่ไกลออกไปทุกที ก่อนทุกอย่างจะหยุดนิ่ง ไม่เจ็บปวดอีก ฉันไม่รู้สึกถึงแขนขาของตัวเอง เปลือกตาของฉันหนักอึ้ง ฉันพยายามฝืน แต่ความมืดกำลังจะกลืนกินฉัน ความเงียบที่ไม่สิ้นสุดส่งเสียงโหยหวนอยู่รอบตัวฉัน น้ำตาของฉันไหลลงมาที่แก้ม
“พรุ่งนี้ฉันหวังว่าเธอจะเป็นเด็กดี” ฝ่ามือสากกระด้าง ลูบเส้นผมของฉัน
-------------------------------------------------
อูยองลืมตาขึ้นมองคนข้างกาย พี่คุณอยู่กับเขาทั้งคืน ความคิดนั้นเปลี่ยนพวงแก้มเป็นสีแดงเรื่อเมื่อปากบางอมยิ้มเล็กๆ เขาเงยมองนิชคุณที่หลับตานิ่ง ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เขาจับแขนของนิชคุณให้โอบเอวเขาไว้ ก่อนจะเบียดร่างเข้าไปในอ้อมกอดอุ่น สูดกลิ่นกายของนิชคุณ
พี่คุณของเขากลับมาแล้ว... กลับมาอยู่กับเขา
อูยองยิ้ม จูบริมฝีปากอิ่มเบาๆ รอยยิ้มซุกซนเมื่อเห็นเปลือกตาที่ปิดอยู่ขยับน้อยๆ เขาจูบซอกคอของนิชคุณ ได้ยินเสียงครางแผ่วในลำคอของนิชคุณ ยิ่งทำให้เขาไม่อยากหยุด ลิ้นเล็กดุนดันบนผิวขาวจัด กดจูบลงทั่วแผงอก แกะกระดุมออกทีละเม็ดจนเผยเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบไปด้วยกล้ามเนื้อ
นิชคุณลืมตาขึ้น จ้องมอง รวบมือของเขาไว้ ก่อนจะสะบัดมันออก
อูยองเบ้ปากอย่างดื้อรั้นเมื่อนิชคุณลุกขึ้นนั่งหันหลังให้เขา เขาสวมกอดนิชคุณจากข้างหลัง หอมแก้มพี่ชายของเขา
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
“ไปอาบน้ำเถอะอูยอง นายต้องไปโรงเรียน”
“ผมไม่อยากไปนี่นา” อูยองซุกหน้าลงกับกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มออดอ้อน “อยู่กับผมนะ”
อูยองยิ้ม ลูบมือบนหน้าท้องของนิชคุณ สัมผัสผิวกายที่ร้อนผ่าว
“หยุด...” เสียงแข็งกระด้างของนิชคุณทำให้เขาชะงัก “หยุดเถอะอูยอง”
“นายเป็นน้องฉัน” นิชคุณลุกขึ้นยืน ก้มมองเขาก่อนจะถอนสายตาไปอย่างรวดเร็ว อูยองรู้สึกถึงก้อนอะไรบางอย่างที่แล่นมาจุกอยู่ในลำคอ น้ำตาร้อนเอ่อคลออยู่ในเบ้าตา แต่เขาเลือกจะเช็ดมันทิ้งไป เขายิ้ม
“เราไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆสักหน่อย”
อูยองดึงมือของนิชคุณไว้ เขายันตัวขึ้นคุกเข่าบนเตียง หันใบหน้าของนิชคุณกลับมา เขาประคองใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ จูบริมฝีปากนั้นอย่างยวนเย้า
“ผมรักพี่คุณนะ” อูยองลากจูบผ่านกล้ามเนื้อที่หน้าอก กดจูบลงบนหน้าท้องของนิชคุณ “ผมรักพี่คุณมาตลอด”
นิชคุณดึงตัวของอูยองขึ้น เมื่อลิ้นเล็กที่เปียกชื้นแตะบนท้องน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน
“รักผมนะครับ” อูยองกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
นิชคุณสบตาของเขา มือหนาถอดเสื้อที่หลุดลุ่ยของตัวเองออก เรือนร่างนั้นทาบทับลงมา จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่อยู่เหนือรีมฝีปากของเขาอย่างลังเล เขาลูบแก้มของนิชคุณ ก่อนที่นิชคุณจะจูบเขา
-------------------------------------------------------------------
นิชคุณถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงโทรศัพท์ แสงที่ลอดผ้านผ่าม่านหนาพอจะบอกได้ว่าพวกเขานอนเลยเวลาเช้ามานานแล้ว อูยองพึมพำอยู่ในอ้อมกอด เขาจูบหน้าผากของร่างเล็กเบาๆ
“นอนต่อเถอะ”
อูยองพึมพำอะไรอีกสองสามคำ ก่อนจะม้วนตัวลงในผ้าห่ม
นิชคุณลุกจากเตียง คว้าบอกเซอร์ขึ้นมาสวม เขากดรับสาย
“นิชคุณ ใช่มั้ย?”
“ครับ”
“ฉันเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวน ตอนนี้ฉันเป็นคนรับผิดชอบคดีของวิคตอเรีย ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”
นิชคุณจำได้ในวันที่ตำรวจมาหาเขา คนพวกนั้นเป็นตำรวจท้องที่ นำตัวเขาไปสอบปากคำ เขาเข้าใจได้ว่ามีการเปลี่ยนมือของคนที่จะมาทำคดีแทน
“แต่ผมบอกทุกอย่างไปหมดแล้ว คุณน่าจะไปถามตำรวจพวกนั้น หรือพวกคุณก็ควรมีคำให้การณ์ของผมเก็บไว้ไม่ใช่หรอครับ”
“ฉันมีคำถามจะถามนายเพิ่มสักสองสามอย่าง”
“เรื่องอะไรครับ?”
เขาได้ยินเสียงกร็อบแกร็บของการเปิดเอกสาร
“ครอบครัวของนาย...”
“พวกเขาเสียชีวิตแล้ว”
“ใช่ ฉันรู้ เสียใจด้วยในเรื่องนั้น แต่ข้อมูลที่ฉันมีบอกว่านายมีน้องชายต่างมารดาอยู่คนนึง”
“ผมไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวอะไร”
“มันอาจจะเกี่ยว หรือไม่เกี่ยวก็ได้ มาพบฉันหน่อย”
อีกฝ่ายถือว่าการเงียบไปของเขา เป็นการไม่ปฏิเสธ
“นายเลิกเรียนกี่โมง”
นิชคุณมองนาฬิกา ปกติเขาเลิกเรียนตอนสี่โมง แต่ช่างเถอะ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้ไปเรียนอยู่แล้ว พวกเขาแทบไม่ได้ลุกจากเตียงด้วยซ้ำ อูยองเป็นเหมือนสารเสพย์ติดสำหรับเขา ผิวขาวที่อ่อนนุ่มชวนให้สัมผัส เสียงหวานที่ครางกระเส่าอยู่ใต้ร่าง พวกเขาร่วมรักกัน ดูดดื่มรสจูบจากริมฝีปากชื้น กอดเกี่ยวเรือนร่างที่ร้อนระอุ ลืมเลือนซึ่งทุกสิ่ง อูยองต้องการเขา ร่ำร้องหาเขา และเขาเองก็เช่นกัน ความปรารถนาของเขาถูกปลุกกระตุ้นได้อย่างง่ายดาย เขาไม่ปฏิเสธเลยว่าการมีอูยองอยู่ในอ้อมกอดมันทำให้เขามีความสุขมากแค่ไหน
เขามองร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง
“ผมจะไปหาคุณตอนบ่ายสอง”
“โอเค งั้นอีกสองชั่วโมงเจอกัน”
นิชคุณแทรกตัวลงบนเตียงอูยองขยับร่างอุ่นมากอดเขา พึมพำงัวเงีย “มีอะไรรึป่าวครับ”
“ฉันมีธุระ ต้องออกไปข้างนอกสักพักนะ”
“ไม่ไปไม่ได้หรอ” น้ำเสียงออดอ้อนเหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิด
“ฉันไปไม่นานหรอก” นิชคุณเกลียเส้นผมที่ปรกหน้าของอูยอง มองดูพวงแก้มที่ค่อยๆอมยิ้มออกมา
“พี่คุณ”
“หืม” เขาไซร้จมูกบนกลุ่มผม สูดดมกลิ่นของมัน
“ผมรักพี่คุณจัง” อูยองยิ้ม ซบลงที่ซอกคอของเขา ริมฝีปากบางจุมพิตบนลำคอของเขาเบาๆ และเขารู้ว่าเขาจะต้องปกป้องอูยองด้วยทุกอย่างที่เขามี
----------------------------------------------------------
ฉันปล่อยให้อาหารพวกนั้นไหลออกจากปาก เธอทำหน้าดุฉัน หยิบผ้ามาเช็ดปาก ก่อนจะยัดช้อนนั่นเข้ามาอีกที
“กิน เธอต้องกินรู้มั้ย” เสียงแหบพร่านั่นบอกกับฉัน ก่อนจะเขวี้ยงถ้วยข้าวลงกับพื้น เมื่อฉันป้วนอาหารที่เธอป้อนออกมา ฉันมองใบหน้าของเธออย่างท้าทาย เธอเป็นหญิงวัยกลางคน ผิวหนังเหี่ยวย่น เธอผอมหุ้มกระดูก ดวงตาลึกโหล
“พวกแกมันบ้า” ฉันได้ยินเสียงของตัวเองพูดออกไป มันแหบแห้งและชวนขนลุก
“ฉันบอกแล้วว่าให้เธอเป็นเด็กดี” ฉันเห็นว่าเธอหยิบหลอดฉีดยาขึ้นมา เธอสะบัดมันไปมาเบาๆ “ฉันไม่อยากต้องทำอย่างนี้”
“ฆ่าฉันซะเลยสิ” น้ำเสียงของฉันเย้ยหยัน และบางทีมันอาจฟังดูคล้ายจะอ้อนวอน
เธอส่ายหน้ายิ้มออกมาราวกับเพิ่งได้ฟังเรื่องตลก
“เธอต้องอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับคุณหนูนะ”
ดวงตาคู่นั้นเอ่อรื้นเมื่อพูดถึงคุณหนูของเธอ
“คุณหนูเป็นเด็กน่ารัก ฉันเลี้ยงคุณหนูมาตั้งแต่เด็ก เขาขี้อ้อน และติดพี่เขามาก เธอไม่เห็นหรอว่าคุณหนูน่าสงสารขนาดไหน คุณหนูที่น่าสงสารของฉัน”
“คุณหนูของแกมันวิปริต”
เธอตวัดดวงตามามองฉัน น้ำเสียงพึมพำเหมือนท่องมนต์
“คุณหนูต้องการความรัก คุณหนูแค่ต้องการความรัก”
มือหยาบกระด้างของเธอจิกลงบนหัวฉัน ขยำเส้นผมของฉัน ดึงให้ฉันเงยหน้าสบตาของเธอ
“ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายอย่างนี้” เธอพ่นถ้อยคำพวกนั้นใส่หน้าฉันอย่างโกรธเคือง
ฉันมองเห็นเข็มในมือเธอ ฉันรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
และฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก ไม่อีกแล้ว.. ฉันจะต้องไปจากที่นี่!
เธอคิดว่าฤทธิ์ยาของคราวที่แล้วจะยังอยู่ เธอคิดว่าฉันยังคงมึนเบลอและมีสติไม่เต็มที่ เธอคิดผิด ฉันยึดข้อมือของเธอไว้ ออกแรงบีบด้วยพละกำลังทั้งหมดที่ยังมีอยู่ เมื่อคุณต้องการเอาชีวิตรอดคุณจะมีแรงมากอย่างมหาศาล ยิ่งเมื่อคุณเกลียดชังต่อสิ่งที่ถูกกระทำ แรงเกลียดชังนั้นทำให้ฉันได้สติยิ่งกว่าครั้งไหน ดวงตาโหลของเธอมองฉันอย่างกราดเกรี้ยว ฉันบิดข้อมือของเธอจนเข็มฉีดยานั้นหล่นลงบนที่นอน เธอคำรามใบหน้าบิดเบี้ยว ฉันเอื้อมหยิบยานั่น สายโซ่รั้งตึง แต่มันอยู่ที่ปลายนิ้วของฉันเท่านั้น พระเจ้าเข้าข้างฉัน ฉันปักเข็มลงที่ลำคอของเธอ กดให้ของเหลวเข้าไปในร่างกายเธอ มองดูร่างกายที่ค่อยๆกระตุกก่อนจะล้มลง
ดวงตาเหม่อลอยยังคงเบิกโพลง ฉันค้นหากุญแจที่จะไขโซ่ที่ล่ามตัวฉันไว้ มันอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอ มือของฉันสะดุดเมื่อแตะเข้ากับวัตถุโลหะที่เอวของเธอ เธอพกปืน... ในท้องของฉันปวดมวนและคลื่นไส้ มือของฉันสั่นเมื่อฉันไขเครื่องพันธนาการทั้งหมดออก ขาของฉันสั่นเทิ้มเมื่อฉันลุกขึ้นยืนเป็นครั้งแรก
หัวใจของฉันเต้นถี่เร็วเมื่อได้ยินเสียงของเขา
“คุณ” ฉันร้อง... มันใกล้เหมือนดังจากข้างบนนี้เอง
ฉันคิดว่าฉันได้ยินเสียงของเขามาตลอดในช่วงนี้ แต่สติของฉันอยู่ในช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่น ฉันไม่แน่ใจว่าฉันฝันไป หรือมันเป็นความจริง ฉันเคยคิดว่าฉันเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่ไม่... มันไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยาอย่างแน่นอน มันเป็นเสียงของเขาดังอยุ่ไม่ไกลจากฉัน
“คุณ” ฉันตะโกนอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ เสียงของฉันแหบแห้งจนเกินไป ฉันมองไปที่ร่างผอมแห้งบนเตียง ก่อนจะหยิบปืนมาจากเธอ สัมผัสเย็นเชียบในมือทำให้ท้ายทอยของฉันลุกซู่ ฉันกลืนน้ำลายเหนียวหนืดอย่างยากลำบาก เปิดประตูห้อง และก้าวออกไป
----------------------------------------------------------
ฉันเห็นเขาแล้ว ผ่านรอยแง้มของบานประตู แสงสว่างจากระเบียงห้องทำให้ภายในห้องนั้นสว่างจ้าเหมือนตัวเขา น้ำตาของฉันไหลอย่างควบคุมไม่ได้ ฉันอยากกอดเขาเหลือเกิน อยากบอกรักเขา อยากจะบอกว่าฉันดีใจแค่ไหนที่ฉันได้เจอเขาอีกครั้ง
“นิชคุณ” ฉันเรียกเขา น้ำเสียงของฉันแผ่วเบา เขาไม่ได้ยินมัน ฉันเดินไปที่ประตู เมื่อมือของฉันจับที่ลูกบิด เสียงนั้นก็ดังขึ้น
“พี่คุณครับ” คนๆนั้นเดินไปหานิชคุณ ฉันลืมหายใจไปชั่วขณะ เมื่อนิชคุณยิ้มออกมา มือของเขาดึงร่างบางของคนนั้นไปกอด ก่อนจะก้มลงจูบอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง
ฉันมองเห็นความรักในดวงตาของเขา
ฉันชาแปลบไปทั้งตัว
เด็กคนนั้น.. คนที่ทำลายชีวิตของฉัน คนที่ย่ำยีศักดิ์ศรีของฉัน กระทำกับฉันราวกับฉันไม่ใช่มนุษย์ ฉันกำวัตถุในมือแน่น ฉันไม่ลังเลเลย ไม่แม้แต่สักนิดเดียว เมื่อฉันเล็งไปที่เขา และลั่นไก
----------------------------------------------------------
“พี่คุณครับ” อูยองยิ้มจนดวงตาเล็กนั้นหายไป ร่างเล็กเดินมาหาเขา นิชคุณกอดเอวบางเอาไว้ เขามองสบตาของอูยอง ดวงตาใสซื่อที่มีแต่ความรักให้กับเขา เขาไม่เข้าใจว่าตำรวจต้องการอะไร ตอนที่พยายามถามถึงแรงจูงใจของอูยองที่จะทำร้ายวิคตอเรีย เขานึกภาพไม่ออกด้วยซ้ำว่าอูยองจะทำร้ายใครได้ เขาปฏิเสธทุกอย่าง ยืนยันกับตำรวจว่าอูยองไม่มีทางเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนั้น วิคตอเรียไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว วิคตอเรียจากไปแล้ว ตรงหน้าของเขาคืออูยอง อูยองที่ต้องการความรักจากเขา อูยองที่ต้องการให้เขาดูแล นิชคุณจูบริมฝีปากอุ่นที่ขยับจูบตอบเขาอย่างอ่อนหวาน
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ร่างของอูยองกระตุก ก่อนจะล้มลง
ของเหลวอุ่นๆเลอะมือของเขาจนเป็นสีแดงสด อูยองฟุบอยู่กับพื้นเลือดไหลนองออกมาจากปากแผล
“คุณทำอะไรลงไป!” ดวงตาของนิชคุณเบิ่งโพลงด้วยความตื่นตระหนก
วิคตอเรียยังคงจ่อกระบอกปืนมาที่ร่างเล็ก เธอมองหน้าของนิชคุณ ริมฝีปากของเธอแห้งผาก
“คุณ” เธอเรียกเขา เสียงสั่นเทาไม่อาจควบคุม เธอสั่น.. สั่นไปทั้งตัว “อูยองจับตัวฉันไว้ เด็กคนนั้น... เด็กคนนั้นมันเป็นบ้า มันทำร้ายฉัน มันขังฉันไว้ที่นี่”
นิชคุณมองอูยองที่ล้มอยู่กับพื้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตามองหน้าเขา ปากอ้าพยายามจะเปล่งเสียงออกมา เลือดยังคงทะลักไม่หยุด
“คุณพูดเรื่องอะไร วิคตอเรีย” เขาส่ายหน้า อูยองของเขากำลังเจ็บ อูยองของเขาต้องการเขา
“นิชคุณ ฟังฉันนะ เขาทำร้ายฉัน เขาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด” วิคตอเรียงตะเบ็งเสียงที่แหบแห้งของเธอ “เขาจับฉันไว้ที่นี่”
“เขาข่มขืนฉันนิชคุณ” เธอก้มหน้าลงร้องไห้อย่างเจ็บแค้น
นิชคุณมองดูไหล่ที่ลู่ลงของเธอ ร่างที่สั่นเทาของเธอ รอยฟกช้ำบนร่างกายของเธอ เขาเดินเข้าไปหาเธอ
“คุณ” เธอสวมกอดเขา
“คุณไม่เป็นไรแล้ว คุณปลอดภัยแล้ววิคตอเรีย” นิชคุณลูบหลังของเธอ และเธอก็ร้องไห้ออกมาในอ้อมกอดของเขา
“ส่งปืนมาให้ผม” นิชคุณบอกกับหญิงสาวที่กำลังตื่นตระหนก เธอปล่อยมันออกทันทีราวกับการถือมันไว้ทำให้เธอขยะแขยง กระบอกปืนหนังอึ้งอยู่ในอุ้งมือของเขา
วิคตอเรียมองไปที่ร่างของอูยองอย่างหวาดกลัว เธอเพิ่งยิงคน เธอเป็นคนลั่นไกด้วยมือของเธอเอง
“คุณออกไปรอข้างนอกก่อน” นิชคุณบอกเธอ พยายามปลอบเธอ เธอพยักหน้าแล้วรีบเดินออกไปในทันที
----------------------------------------------------------
“พ...พี่..ค..คุณ” นิ้วมืออันสั่นเทาเอื้อมมาหาเขา ลำคอที่ตีบตันพยายามเรียกชื่อของเขา น้ำตาร้อนไหลนองใบหน้ากลม
“พี่คุณไม่รักผมแล้วหรอครับ พี่คุณจะทิ้งผมไปแล้วหรอ” อูยองเอ่ยออกมาแผ่วเบา เมื่อเขานั่งลงข้างร่างที่ชุ่มไปด้วยของเหลวสีแดงสด
เขาจับมือของอูยองขึ้นมาจรดริมฝีปาก จูบมือเล็กๆที่เย็นเยียบ “ฉันรักนาย อูยอง”
อูยองยิ้มออกมา รอยยิ้มซีดเซียว ก่อนที่ปากบางจะเริ่มสะอื้นไห้
“ผมเจ็บจังเลยครับ ผมกำลังจะตายใช่มั้ย”
นิชคุณส่ายหน้า ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีก
“กอดผมไว้ได้มั้ยครับ”
เขาดึงร่างที่เบาหวิวของอูยองขึ้นมากอดไว้แนบอก
“ผมกลัว” อูยองพึมพำ เปลือกตากำลังจะปิดลง “มันหนาวจังเลยครับ อย่าทิ้งผมไปนะ”
เขาจูบหน้าผากของน้อง กระชับกอดรอบร่างกายที่กำลังหนาวสั่น เขาโคลงร่างของอูยองไปมา ฮัมเพลงที่เคยใช้กล่อมอูยองเมื่อยังเด็ก
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่กับนาย”
----------------------------------------------------------
ฉันได้ยินเสียงฮัมเพลงที่ทุ้มต่ำดังออกมาจากประตูบานนั้น เสียงเพลงกล่อมเด็กที่ดังแผ่วปนกับเสียงสะอื้น
“คุณต้องรักอูยองมากแน่ๆ”
เขาหันมาหาฉัน โอบแขนรอบตัวของฉัน
“อูยองเป็นเด็กน่ารักไม่ใช่หรอครับ อีกอย่างเขาเป็นน้องชายผม เป็นญาติคนเดียวของผม”
ฉันยิ้มให้เขา “แล้วทำไมคุณถึงย้ายออกมาละคะ ทำไมไม่อยู่ที่บ้านหลังนั้น”
นิชคุณยกกล่องของขวัญกล่องเล็กขึ้นมา การ์ดใบเล็กเขียนชื่อของอูยองเอาไว้
“ความรู้สึกผิดน่ะครับ”
ฉันเลิกคิ้ว
“ตอนเด็กๆ ผมดีใจมากเลยล่ะครับ วันที่พ่อมารับผมกับแม่เข้าไปอยู่ในบ้าน ผมได้เจออูยอง ได้อยู่กันพร้อมหน้า ชีวิตวัยเด็กก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ มีความสุขมีแต่สิ่งที่ดี ทุกอย่างดูจะสวยงามไปหมด แต่พอเราโตขึ้นมันเหมือนโลกที่กลับหัวชึ้นมากระทันหัน ความสุขไม่เคยอยู่กับเรานานเลย ยิ่งเราโตขึ้น เรายิ่งหามันได้ยากขึ้นทุกที แม่ผมติดพนัน เธอเป็นหนี้อยู่มหาศาล ผมไม่รู้ตัวเลขหรอกครับ แต่พ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันทุกวัน จนวันนึงพ่อพาแม่ขึ้นไปบนรถ ขับออกไป และไม่กลับมาอีกเลย”
ฉันเอื้อมไปบีบมือของเขา
“ผมคิดว่าเขาตั้งใจ เงินจำนวนมากขนาดนั้น แม่ไม่มีทางหามาใช้หนี้ได้ พวกเขาตาย เพื่อให้พวกผมได้เงินประกัน เขายอมตายเพื่อจะรักษาบ้านหลังนี้ไว้ บ้านหลังนี้เป็นของอูยองครับ”
“แม่ผมทำความผิดกับครอบครัวของเขาไว้มาก พ่อแต่งงานกับแม่ของอูยองแล้วตอนที่มีผม เพราะการที่ผมเกิดมาทำให้พ่อกับแม่ของอูยองทะเลาะกัน พวกเขาเกือบจะเลิกกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขารู้ว่าเขามีอูยอง แต่หลังจากเธอคลอดอูยองได้ไม่นาน เธอกลายเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องแม่กับพ่อ เรื่องที่พ่อมีผม เธอฆ่าตัวตาย... ตอนนั้นพ่อเสียใจมาก พ่อไม่ยอมกลับมาหาเราอีกเลย แต่คุณรู้อะไรมั้ยตอนนั้นผมไม่ได้เสียใจกับการตายของเธอ ไม่ได้เสียใจที่พ่อทิ้งพวกเรา แต่ผมเสียใจว่าผมจะไม่ได้เจอหน้าน้อง”
นิชคุณยิ้มออกมาอย่างขื่นขม
“แต่สุดท้ายพ่อก็กลับมารับผมกับแม่ ผมยังจำวันแรกที่ผมเจออูยองได้เลยครับ เด็กคนนั้นแทบจะมีแต่แก้มน่ะ ตาเล็ก ปากนิด จมูกหน่อย ผมคิดว่าเขาจะต่อต้านพวกเรา จะเป็นเด็กดื้อรั้น แต่ไม่เลยครับ เขาเข้ามากอดผมกับแม่ เขาไม่รู้หรอกครับว่าแม่เป็นเมียน้อยของพ่อ เขารู้แค่ว่าเขาจะมีคนมาอยู่ด้วย เด็กขี้เหงาคนนั้นน่ะ ไม่สนใจอะไรจริงๆ”
ฉันเห็นว่าเขาหยุดเพื่อที่จะสูดหายใจ จมูกของเขาแดง และฉันหวังว่าฉันจะช่วยปลอบใจเขาได้บ้าง
“พ่อกับแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส บ้านหลังนั้นเป็นชือของอูยอง”
“แต่คุณ.. คุณก็เป็นลูกชายตามสายเลือดไม่ใช่หรอคะ”
“แม่ผมทำให้พวกเขาเป็นหนี้จนเกือบจะเสียบ้านไป แม่ผมเป็นสาเหตุให้แม่ของเขาต้องตาย ทำให้พ่อของเขาต้องตาย... ผมไม่คิดว่าผมมีสิทธิ์จะอยู่ที่นั่นอีก”
เขาก้มลงมองพื้น กระซิบเสียงแผ่วเบา “เพราะผมรักเขา ผมถึงไม่คิดว่าผมควรจะกลับไป”
ความรู้สึกคลื่นไส้แล่นขึ้นมา เมื่อฉันนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ฉันเคยคิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาเลย เขากำลังแบกรับความรู้สึกผิดที่ไม่ใช่ของตัวเอง ความรู้สึกผิดของนิชคุณ ฉันเพิ่งเข้าใจมันตอนนี้ ฉันยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง มันไม่ใช่แค่นั้น.. ไม่ใช่เลย..
นิชคุณรักอูยอง ทั้งๆที่รู้ว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน เขาอยู่ที่บ้านไม่ได้มันเป็นเพราะเขารู้ตัวว่าเขาคิดอะไรกับน้องชายแท้ๆของตัวเอง
ฉันมองไปที่บานประตู เสียงร้องเพลงที่หยุดลงแล้ว ทำให้ขนท้ายทอยฉันลุกซู่ ฉันวิ่งไปที่ประตู เขย่ากลอนประตูที่ถูกล็อกอย่างบ้าคลั่ง แต่มันสายไปแล้ว
ปัง!
เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้อากาศหายไปจากปอดของฉัน ฉันหยุดนิ่ง เย็นวาบไปทั้งตัว ลำคอของฉันตีบตัน ฉันปล่อยมือจากลูกบิด ปล่อยให้มันหล่นลงข้างลำตัว หลังประตูบานนั้นทุกอย่างเงียบสนิท
----------------------------------------------------------
“พี่คุณ” เด็กชายตัวเล็ก เอ่ยขึ้นเมื่อเขาเริ่มเล่านิทาน
“พวกเขาจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไปรึป่าว”
นิชคุณหัวเราะ “นายต้องฟังมันให้จบก่อนสิ ก่อนจะถามถึงตอนจบน่ะ”
อูยองเบะปาก แต่ก็ยอมฟังเขาเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ
“แล้วพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป” นิชคุณจบเรื่องเล่าของเขา อูยองยิ้มออกมา
“นอนได้แล้ว”
“พี่คุณ” มือเล็กดึงแขนเสื้อของเขา “นอนด้วยกันนะ”
เขายิ้มให้เด็กขี้อ้อน ปีนขึ้นไปบนที่นอนข้างๆร่างเล็ก อูยองหันมากอดเขาไว้ เขาปิดไฟที่ข้างหัวเตียง ก่อนจะเริ่มร้องเพลงกล่อมอูยองออกมาเบาๆ
“พี่คุณ” อูยองกระซิบ
“เราจะอยู่ด้วยกันใช่มั้ย”
เขามองอูยองที่ซุกอยู่ในอ้อมกอด
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่มั้ยครับ”
นิชคุณจูบบนหน้าผากของน้อง “อื้อ ฉันจะอยู่กับนายตลอดไป”
TalK{};
พระเจ้าช่วยกล้วยทอดนี่มันฟิคอะไรเนี่ย เป็นเรื่องที่สูบพลังชีวิตที่สุดเท่าที่แต่งมา
และนี่คือเนื้อเรื่องภาคที่ซอฟต์ลงแล้ว ที่คิดไว้ตอนแรกมันแรงกว่านี้นะ แต่เขียนไม่ออก - -
ขอน้อมรับเลยว่ามันห้วนๆไป แต่อารมณ์นี้ขอจบเถอะ ไม่ไหวแล้วจริงๆ
ลองอ่านแบบอินๆ อินในตัวอูยอง แล้วจะเข้าใจว่ารู้สึกยังไง TT
วิคตอเรียนางมาอีกแล้ว ตอนแรกเราก็ไม่อยากใช้ชื่อนาง
แต่เราก็ไม่กล้าทำร้ายใครที่ไม่ใช่นาง (อะหึๆ)
เพราะฉะนั้นจงเป็นนาง และเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะมีนางมาเกี่ยวข้อง (ฉันเบื่อเธอแล้วย่ะ!)
อ่านจบเปิดเอมวี cleansing cream - Brown Eyed Girls ดูนะคะ
เราดูครั้งแรกแบบร้องไห้เลย อินมาก กำลังแต่งเรื่องนี้อยู่ด้วย
ที่สำคัญคือแบบ... เฮ้ยยยย ผู้กำกับเอมวีมีจิตใจเชื่อมโยงกับกุหรอ
ถึงได้ทำเอมวีออกมาได้ตรงกับฟิคกุขนาดนี้ !! 5555
ใครอ่านรวดเดียวไม่พัก อ่านแล้วไม่บีบ ไม่มีน้ำตา,, เราโกรธด้วย
เราแทบบ้าจริงๆนะ กับเรื่องนี้อ่ะ ฮืออออออ
DESOLATE
ฉันไม่เชื่อในชีวิตหลังความตาย นรก หรือสวรรค์ เพราะฉะนั้นหากจะบอกว่าฉันตายไปแล้ว ฉันคงจะเชื่อเช่นนั้น ฉันอยู่ในความมืดที่ไม่สิ้นสุด ความเงียบสงัดที่ไม่ได้ยินแม้เพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง แต่ความตายดูจะเป็นสิ่งที่เมตตาเกินไปเมื่อฉันถูกปลุกขึ้นอย่างเจ็บปวด แรงบีบทีเหมือนคีมเหล็กบีบคางของฉัน ฉันได้รสเลือดจากริมฝีปากที่โดนบดเบียดลงมาอย่างรุนแรง ฉันไม่มีแรงขยับ เสียงเล็กๆในหัวของฉันกำลังกรีดร้องอย่างหวาดกลัว ฉันได้ยินเสียงหอบกระเส่า ผิวกายที่ชื้นเหงื่อของเขาอยู่เหนือตัวฉัน มันกำลังแผดเผาฉัน ไฟร้อนกำลังลามเลียฉันยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น ฉันรู้สึกถึงความเปียกแฉะอันน่าขยะแขยงที่หว่างขา ฉันพยายามเปล่งเสียง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากลำคอ ฉันร้องไห้โดยไม่มีใครได้ยินแม้แต่ตัวฉันเอง
ฉันยังไม่ตาย และสิ่งที่ฉันปรารถนาที่สุดคือความตาย
------------------/--------------------/----------------
เขาเข้าใจมันดี การใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีใครมองเห็น…
เขาฮัมเพลงตามท่วงทำนองที่ดังมาจากบานประตูที่ปิดสนิท เสียงบรรเลงเปียโนที่ฟังดูเศร้าสร้อยและโหยหา นักเรียนคนอื่นๆซุบซิบกัน มองประตูบานนั้นอย่างหวาดระแวง ทิ้งสีหน้าขนลุกขนพองก่อนจะเดินหนี พวกเขาหันหลัง... ต่างพากันเดินหันหลังไปอย่างโหดร้าย
อาทิตย์กว่าที่วิคตอเรียหายตัวไป นิชคุณหมกตัวอยู่ในห้องของชมรมดนตรี นั่งอยู่หน้าเปียโนหลังสีขาว เล่นเพลงเดิมซ้ำๆ จนแสงอาทิตย์ลับไป
ตอนที่ตำรวจพบว่าหญิงสาวหายตัวไป นิชคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก ในฐานะแฟนหนุ่มผู้ซึ่งมีความใกล้ชิดกับวิคตอเรียมากที่สุด ตำรวจพาตัวเขาไปสอบปากคำอยู่เกือบห้าชั่วโมง ก่อนจะปล่อยตัว ตำรวจสรุปว่าเขาบริสุทธิ์ แต่โลกของไฮสคูลไม่สงบสุขอย่างงั้น มันไม่มีคำว่าโอกาส ไม่มีการให้อภัย เพราะเพียงเราทำอะไรผิดพลาดเพียงนิดเดียว โลกไฮสคูลที่พ่อแม่ส่งเสียเรามาเพราะเชื่อว่ามันเป็นสถานที่ๆปลอดภัย และทำให้เราอยู่กับร่องกับรอย โลกเล็กๆที่โหดร้ายใบนี้ก็พร้อมจะเยียบย่ำเราให้จมดิน ข่าวลือต่างๆแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เหลวไหลสิ้นดี คนอย่างนิชคุณ คนที่ต้องเจ็บช้ำอย่างนิชคุณกลับต้องถูกตัดสินโดยพวกคนที่ไร้หัวใจ
เขาปิดหนังสือที่อ่านอยู่ เมื่อพบว่าไม่มีแสงสว่างพอที่จะอ่านมันอีกแล้ว นั่งรอ ให้เสียงเปียโนนั้นหยุดลง ทุกอย่างเงียบสงัด บานประตูของห้องดนตรีเปิดออก และเขายิ้มให้นิชคุณ
“อูยอง?”
นิชคุณเรียกชื่อของเขา
---------------------/----------------------/---------
เขาเด็กกว่านิชคุณเกือบสองปี นิชคุณอยู่ปีสุดท้าย และกำลังจะเข้ามหาลัย ชีวิตของนิชคุณเคยเป็นต้นแบบของวัยรุ่นคนอื่นๆ เขามีแฟนสาวแสนสวย เป็นนักกีฬาประจำโรงเรียน เป็นประธานชมรมดนตรี และสอบติดในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาเคยมีผู้คนรายล้อม เพื่อนฝูง ไม่รวมถึงรุ่นน้องอีกหลายคนที่คอยแอบปลื้ม หากตำรวจจะหาผู้ต้องสงสัยนะหรอ? เขาเชื่อว่านักเรียนหญิงกว่าครึ่งของโรงเรียนมีแรงจูงใจมากพอที่จะฆ่าเธอ
อูยองซ้อนจักรยานของนิชคุณอย่างเงียบๆ พวกเขาไม่ได้พูดอะไร จนเมื่อนิชคุณหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะแรกที่เขาได้ยินตั้งแต่เกิดเรื่อง
“นายจำได้มั้ยตอนที่ฉันขี่จักรยานให้นายซ้อนท้ายครั้งแรก”
“พี่ทำผมล้ม”
“แล้วฉันก็โดนพ่อด่า”
“พี่คุณจำได้?”
“จำได้สิ พ่อห้ามไม่ให้นายเล่นกับฉันอีก แต่นายก็แอบหนีมาให้ฉันทำแผลให้”
อูยองจับชายเสื้อของนิชคุณเมื่อพวกเขาต้องขี่จักรยานข้ามเนินลูกเล็ก
บทสนทนาจบลงแค่นั้น จบลงด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และรอยยิ้มบางๆ พวกเขาวิ่งผ่านบ้านหลายหลังที่เปิดไฟสว่าง เสียงนักข่าวกำลังรายงานข่าวช่วงหัวค่ำดังออกมาจากโทรทัศน์ภายในบ้านที่มีชีวิตเหล่านั้น เสียงของผู้เป็นแม่ที่ตะโกนเรียกลูกชายให้มากินข้าวดังแว่วมาให้ได้ยิน ทุกอย่างดูสุขสงบ เหมือนเช่นที่บ้านจัดสรรในย่านชานเมืองควรจะเป็น จักรยานคันสีขาวที่มีสีถลอกเป็นบางส่วนพาพวกเขาเลี้ยวไปตามซอยต่างๆจนหยุดลงที่หน้าบ้านหลังโต ไฟที่หน้าบ้านเปิดสว่างโร่ แต่ข้างในกลับมืดสนิทไม่เหมือนบ้านหลังอื่นที่มีเสียงพูดคุยดังออกมา บ้านของเขาตั้งตระหง่านนิ่งเงียบ
“เข้าบ้านเถอะ อูยอง”
ก่อนที่เขาจะเลื่อนประตูปิด ก่อนที่นิชคุณจะขี่จักรยานกลับไป
“พี่คุณ” อูยองร้องเรียก นิชคุณหันมามองเขา “ผมจะอยู่ข้างพี่คุณเองนะ”
มือเล็กกำและยกขึ้นชู “นิคคุณ ไฟต์ติ้ง”
ริมฝีปากของนิชคุณยิ้มให้เขา
-------------/--------------------------/-------------------
ฉันได้ยินเสียงประตูเปิดออก เขายืนอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้อง ฉันปรือเปลือกตาขึ้น แสงสลัวประกอบกับดวงตาที่พร่าเบลอทำให้ฉันมองเห็นหน้าของเขาไม่ชัด แต่ร่างนั้นยืนพิงผนังอยู่ข้างประตู สั่นเบาๆ ฉันเกือบจะคิดว่าเขากำลังหัวเราะ หัวเราะอย่างโหดเหี้ยมเหมือนที่พวกฆาตกรในหนังโรคจิตนั้นชอบทำ แต่เปล่าเลย เขากำลังร้องไห้ เสียงสะอื้นนั่นดังสะท้อนไปทั่ว ฉันพยายามจะขยับตัว แต่เสียงโซ่ที่ล่ามข้อเท้าฉัน ทำให้ดวงตาแดงก่ำนั้นหันมามอง สิ่งที่ทำให้ฉันพรั่นพรึงไม่ใช่เพราะเขาเห็นว่าฉันรู้สึกตัวแล้ว แต่เป็นเพราะความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้น มันไม่เหมือนดวงตามนุษย์ เพราะฉันมองไม่เห็นความมีชีวิตอยู่ในนั้นเลย
---------------------/--------------------------------------/-----------
อูยองจำได้ว่าครอบครัวของเขาก็เคยเป็นเหมือนครอบครัวอื่นๆ เขามีพ่อ มีแม่ และพี่ชาย พวกเขาสี่คนนั่งล้อมวงกันทานอาหารเย็น พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่เจอมา พ่อจะถามเขาว่าโรงเรียนเป็นยังไง และทุกคนจะตั้งใจฟังเมื่อเขาเริ่มเล่า สุดท้ายเมื่อพวกเขานั่งดูทีวีด้วยกันจนจบ พ่อจะพูดด้วยน้ำเสียงดุๆว่า นิชคุณพาน้องไปนอนได้แล้ว
และพี่ชายของเขาจะรีบทำตาม พาเขานอนบนเตียง เล่านิทานที่เจ้าตัวคิดขึ้นเอง ไม่เคยซ้ำกันเลยสักวัน
ใช่ พวกเขาเคยเป็นครอบครัวเดียวกัน แม่ของเขาตายตอนหลังจากที่คลอดเขาไม่นาน และพ่อก็แต่งงานใหม่ ภรรยาใหม่ของพ่อมีลูกชายคนหนึ่ง คนๆนั้นคือนิชคุณ
เมื่อเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว... รวดเร็วจนเกินไป เวลาผลัดพรากครอบครัวของเขาไปด้วย เขากลายเป็นคนเดียวที่ยังอยู่ในบ้านหลังนี้ นิชคุณย้ายออกไปอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ และไม่ยอมกลับมา
อูยองปิดไฟที่หัวเตียง ห้องทั้งห้องจมอยู่ในความมืด เขาร้องเพลงแผ่วเบาทำลายความเงียบที่เขาหวาดกลัว
-------------------/-------------------------------------/------------------
เข็มนาฬิกาเดินวนกลับมาที่เดิมเสมอ แต่เวลา...เมื่อมันผ่านไป มันจะไม่มีทางย้อนกลับ...
เวลาและนาฬิกากำลังเล่นตลกกับเขา เวลาผ่านไปอาทิตย์แล้ว อาทิตย์เล่า จนเมื่อรู้ตัวอีกทีพวกเขาเดินวนอยู่กับที่ราวกับเข็มนาฬิกา ชีวิตที่ดำเนินอย่างเดิมมาเกือบสองเดือน ยังไม่มีใครพบวิคตอเรีย และนิชคุณก็ยังขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนั่น เล่นเพลงที่น่าหดหู่ อูยองทำได้เพียงแค่เฝ้าดู และรอคอย
เขานั่งคอยให้ประตูห้องดนตรีเปิดออก นิชคุณจะพาเขาไปส่งที่บ้าน และเขาจะคาดหวังว่าให้มันเป็นวันนี้ที่นิชคุณจะสามารถยิ้มให้เขาจริงๆได้เสียที
มันเป็นเย็นวันศุกร์ที่วนมาอีกครั้ง...
อูยองแปลกใจ เมื่อเขายืนอยู่หน้าประตู แต่เขาไม่ได้ยินเสียงเพลง ไม่มีเสียงบรรเลงเปียโนที่เหงาหงอย เขาจับลูกบิดและพบว่ามันไม่ได้ล็อก เขาลังเลก่อนจะเปิดมันออก นิชคุณนั่งอยู่กลางห้อง ที่หน้าเปียโนตัวเดิม เขาไม่ได้เล่นมัน
นิชคุณกำลังร้องไห้
“นายเข้ามาทำไม” นิชคุณลุกหนีเขา หันมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งพระอาทิตย์กำลังทอแสงสีส้มก่อนจะลับหาย
อูยองค่อยๆก้าวไปหาร่างสูง ก่อนจะกอดร่างที่สั่นโยนนั้นไว้
“พี่คุณ” อูยองซบหน้ากับแผ่นหลังที่โยกขึ้นลงตามแรงสะอื้น เขากอดนิชคุณให้แน่นกว่าเดิม เขาไม่เคยเห็นนิชคุณร้องไห้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่พี่ชายคนเก่งของเขาจะแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น
“ออกไป.. ออกไปก่อนอูยอง”
นิ้วมือของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อนิชคุณพยายามแกะมือของเขาออก
เขาส่ายหน้า น้ำตาร้อนไหลลงอาบแก้ม
เขารู้ว่าเวลากำลังจะทำหน้าที่ของมัน
“พี่คุณ ผมรักพี่คุณนะ”
“ออกไป!”
เสียงตะคอก ทำให้อูยองสะดุ้ง ร่างกายสั่นเทิ้ม
เขารู้ว่าเวลาไม่มีทางย้อนกลับ
น้ำเสียงที่สั่นเทาเอ่ยออกมาช้าๆ “ทำไมล่ะครับ”
“อูยอง ฉันขอโทษ นายออกไปก่อนเถอะนะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”
“พี่คิดถึงเขาใช่มั้ยครับ” อูยองเงยหน้าขึ้นสบตาของนิชคุณอย่างเจ็บปวด ในดวงตาของนิชคุณมีแต่เงาของผู้หญิงคนนั้น
ทั้งๆที่...
“ผมอยู่ตรงนี้นะ ผมต่างหากที่ยืนอยู่ตรงนี้”
สิ่งที่พรั่งพรูออกจากใจไม่มีทางเก็บกลับคืน
“ไม่ใช่เขา” อูยองส่ายหน้า น้ำตาร่วงหล่น “เขาไม่อยู่อีกแล้ว”
นิชคุณยืนนิ่งงัน
“ผมรักพี่คุณนะ” น้ำเสียงอ่อนหวานอ้อนวอน กระซิบแผ่วเบา “รักผมบ้างไม่ได้หรอ”
เขากำลังขอความรัก อ้อนวอนขอความรักจากคนที่ไม่มีเขาอยู่เลยในสายตา
“ฉันรักนายแบบน้องชายเท่านั้น” นิชคุณถอนสายตาจากเขา และหลับตาลง
“แต่ผมไม่อยากเป็นน้อง”
อูยองจูบคางของนิชคุณอย่างเว้าวอน
“ผมอยากให้ฮยองรักผม เหมือนที่ฮยองรักเขา”
อูยองโน้มคอของนิชคุณลงมา จูบริมฝีปากของนิชคุณอย่างโหยหา เขาดูดดึงริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม เรียวลิ้นที่ร้อนและเปียกชื้น นิ้วมือเลื่อนขึ้นโอบร่างนิชคุณให้แนบชิด ผิวกายที่บดเบียดเสียดสีสร้างความร้อนรุ่มจนเกินทน นิ้วมือเล็กแกะกระดุมเสื้อของคนพี่ทีละเม็ด ลูบไล้แผ่นอกนั้นด้วยความปรารถนาอยู่เต็มหัวใจ
“รักผมนะครับ”
อูยองรู้สึกถึงลมหายใจที่ติดขัดของนิชคุณ
นิชคุณผลักร่างเขาจนชิดผนัง อูยองหลับตาเมื่อริมฝีปากของนิชคุณประกบลงมา ดูดดื่มอย่างโหยกระหาย มือใหญ่ดึงเสื้อผ้าของเขาออกอย่างเร่งรีบ เขาหายใจหอบพยายามกอดก่ายร่างหนาไม่ให้ล้มลงไป นิชคุณยกตัวเขาขึ้น ลากริมฝีปากชื้นผ่านลำคอและเนินอก
“พี่คุณ” อูยองร้องครางเสียงสั่น เขาต้องการนิชคุณยิ่งกว่าสิ่งใด
นิชคุณผลิกร่างเขาให้หันหลัง ริมฝีปากอิ่มยังดูดดึงอยู่ที่ลำคอ มือเอื้อมปลดกางเกงของร่างเล็กให้หล่นลง อากาศเย็นที่สัมผัสส่วนอ่อนไหว พาให้ร่างของอูยองสั่นสะท้าน อูยองปล่อยเสียงครางเมื่อมือหนาสัมผัสเข้าที่ส่วนนั้น นิชคุณดันร่างเขาให้ติดผนัง อวัยวะของนิชคุณสอดพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนร่างเขากระตุกเกร็ง เขาได้ยินเสียงนิชคุณหายใจหนักหน่วง ขยับกายอยู่จากด้านหลัง อุ้งมือร้อนขยับตามจังหวะถี่กระชั้น อูยองแอ่นร่างบิดเร้า ดวงตาของเขาพร่าเบลอ และแทบจะยืนไม่ไหว เขากรีดร้อง เขาร้องไห้ ด้วยความเจ็บที่กำลังจะพาให้เขาสิ้นสติ แต่อ้อมกอดของนิชคุณก็ทำให้เขาอบอุ่น เขาอยู่ในอ้อมกอดของพี่คุณแล้ว เขาไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
“อูยองอ่า” นิชคุณเรียกชื่อของเขา น้ำเสียงนั้นปลอบโยนเขา เขาไม่เจ็บปวด จางอูยองไม่เจ็บปวดอีกแล้ว
-----------------------------/---------------------/-------
“รู้มั้ย เขารักผม”
ฉันได้ยินเสียงของเขากระซิบ ได้ยินมันชัดเจน ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขาปล่อยให้ฉันตื่น ปล่อยฉันให้รู้สึกตัว ฉันมองเห็นหน้าของเขา รอยยิ้มที่บริสุทธิ์จนน่าหวาดกลัว เขานอนอยู่ข้างฉัน กอดร่างของฉันไว้ พวงแก้มนั้นกำลังอมยิ้มดีใจเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นถูกใจ
“พี่เขารักผม”
เขายังคงกระซิบกระซาบประโยคนั้นซ้ำๆ นิ้วมือนั่นลูบไล้ที่แก้มของฉัน ดวงตาล่องลอยเพ้อฝัน
ฉันมองหน้าของเขาอย่างเย้ยหยัน “แกจะรู้ได้ยังไง”
“เขาบอกว่าเขารักแกหรอ! ฮึก”
เขาปีนมานั่งทับลำตัวฉันไว้ มือนั้นบีบคอของฉันแน่น ฉันจุกไปหมด จุกแน่นในลำคอเมื่อขาดอากาศหายใจ ใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ รอยยิ้มของเขาบิดเบี้ยว
“เขาจะต้องบอก เขาจะบอก”
เขาคลายมือออกจากลำคอของฉัน อากาศที่ไหลกลับเข้ามาแผดเผาหลอดลมฉัน แล้วแววตาของเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง เต็มไปด้วยความอ้างว้างและโดดเดี่ยว “เขาจะต้องรักผมสิครับ”
น้ำตาของเขาหยดลงบนแก้มของฉัน เขาเกลี่ยมันไปมา ก่อนจะจูบมัน ฉันรู้สึกถึงลิ้นที่ลากผ่านแก้มของฉัน มันชวนขยะแขยง และน่ารังเกียจ
“ทำไมถึงไม่ฆ่าฉันไปซะ”
“ผมไม่ใช่ปีศาจนะครับ ผมไม่ฆ่าคน” เขาหันมายิ้มอย่างไร้เดียงสา
“สิ่งที่แกทำ มันยิ่งกว่าฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็น”
“แล้วพี่ละครับ” เขาตะโกน “ผมตายทั้งเป็นไปไม่รู้กี่ครั้ง ตอนที่พี่แย่งพี่คุณของผมไป”
เขาซบหน้าลงกับลำคอของฉัน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสมเพช พึมพำมันซ้ำไปซ้ำมา “ผมมีแต่พี่คุณ ผมมีพี่คุณอยู่คนเดียว พี่ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์มาแย่งเขาไปนะครับ”
----------------------/--------------------------/------------------/
นิชคุณจำได้ว่าเขาดีใจแค่ไหน เมื่อรู้ว่าเขาจะมีน้องชาย เขาเคยเป็นลูกคนเดียว พ่อมาหาเขานานๆครั้ง เขาถึงใช้ชีวิตอยู่กับแม่มากกว่า บางทีพ่อหายไปเป็นอาทิตย์ บางครั้งก็เป็นเดือน กลับมาพร้อมกลิ่นเหล้าที่เหม็นโช่ เขาแทบไม่รู้จักพ่อเลย ครอบครัวของเขามีแค่แม่และเขา มีกันอยู่แค่สองคน จนวันนึงที่พวกเขาย้ายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่
ตอนนั้นอูยองอายุห้าขวบ เป็นเด็กแก้มกลมจ่ำม่ำ เขาเห่อน้องมาก เดินจูงมือเล็กๆนั้นไม่ห่างตัว เขาชอบเล่านิทานให้น้องฟัง บางครั้งเขานั่งที่เปียโน กดมันมั่วๆ และร้องเพลง อูยองจะหัวเราะคิกคัก ดวงตาเล็กๆยิ้มหยีเป็นประกาย
“พี่คุณร้องเพลงให้ผมฟังก่อนสิครับ” อูยองพึมพำ เมื่อเขาเล่านิทานจบ เปลือกตาบวมปรือจะหลับ นอนซุกอยู่ในผ้านวมผืนหนา
นิชคุณจะปีนขึ้นไปบนเตียง ร้องเพลงที่แม่เคยร้องให้เขาฟัง กล่อมอูยองจนหลับไป
เขารักอูยอง... รักมาก...
เขาทำอะไรลงไป!
นิชคุณกำหมัดแน่น สิ่งที่บีบรัดอยู่ภายในชวนให้ขย้อนออกมา เขาทุบกำปั้นนั้นกับกำแพงจนผิวหนังแตกซิบ ภาพของร่างบางที่ร่วงลงกับพื้นยังติดตาของเขา เลือดไหลปะปนกับของเหลวขุ่นเต็มบั้นท้าย อูยองเอื้อมมือที่สั่นเทามาจับมือของเขาไว้ ยิ้มให้เขาบางๆ เมื่อเขาแต่งตัวให้ เมื่อเขาติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย อูยองหลับตาลง ดึงมือเขาไปแนบแก้มที่ยังชื้นด้วยน้ำตา... วันนั้นเขาทิ้งร่างของอูยองไว้ในห้องซ้อม ไม่หันกลับไปมอง
ร่างที่บอบช้ำนอนไร้สติอยู่บนพื้นห้อง เป็นภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะเริ่มวิ่ง…
สิ่งที่น่าตลกคือ ในขณะที่เขาพยายามจะวิ่งหนีสิ่งที่ได้ทำ...
อูยองยังคงรอเขา บนม้านั่งตัวเดิมเสมอ
“พี่คุณ” เขาได้ยินเสียงเรียก
เขากล้ำกลืนน้ำลายที่ขื่นขม สาวเท้ายาวๆโดยไม่หันไป
“พี่คุณ” เสียงฝีเท้าเล็กๆคู่นั้นกำลังวิ่งตามเขา น้ำเสียงอันสั่นเทาหวั่นกลัวเรียกชื่อของเขา
เสียงสะอื้นไห้นั้นกำลังอ้อนวอนเขา มันดังสะท้อนอยู่ตลอดโถงทางเดิน
............
เขาวิ่งตามไม่ไหวอีกแล้ว วิ่งตามนิชคุณไม่ไหวอีกแล้ว
ไม่มีเรี่ยวแรงอะไรเหลืออยู่ มันเจ็บจนเหมือนจะตายเสียให้ได้
อูยองล้มลงกับพื้น หัวเข่ากระแทกกับพื้นจนเลือดซิบ แต่มันไม่เจ็บเลย เมื่อเทียบกับการที่นิชคุณไม่หันมา
“พี่คุณ...”
นิชคุณหลับตาลงอย่างปวดร้าว เสียงสะอื้นสั่นเทานั้นกรีดคมมีดลึกเข้าไปในหัวใจ ...
เขาวิ่งกลับไป ดึงร่างเล็กที่ล้มกับพื้นขึ้นมากอดไว้
อูยองซบลงแนบอกเขา ร่างกายสั่นเทิ้ม มือเล็กโอบกอดรอบตัวเขา ขยำเสื้อของเขาไว้แน่น
“อย่าทำอย่างนี้อีกนะ อย่าเดินหนีผมอีก”
เขาขบกรามแน่น กลั้นน้ำตาร้อนไม่ให้ไหล ไม่สามารถทนมองภาพน้องได้อีก
/-------/---------------/----------/
ฉันดิ้น สายโซ่ขยับดังเกร้ง โลหะเย็นเยียบนั้นบาดผิวของฉัน ฉันเห็นรอยที่แดงจัดซึ่งคงจะเปลี่ยนเป็นรอยช้ำหลังจากนี้ได้อย่างชัดเจน ฉันจะต้องหนีไปจากที่นี่ ฉันออกแรงอีกครั้ง แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย ฉันร้องไห้ด้วยความเวทนาตัวเอง.. ฉันคิดถึงนิชคุณ ฉันคิดถึงไออุ่นของเขา คิดถึงน้ำเสียงของเขา แต่ตอนนี้... ตอนนี้ฉันรังเกียจร่างกายของตัวเองเหลือเกิน ฉันดิ้นจนสายโซ่โลหะนั่นตึงรั้ง ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่พอมีเหลือ ริมฝีปากฉันแตกแห้ง และบวมเจ่อ
ฉันจะต้องเอาชีวิตของฉันคืนมา
ฉันสะอื้นไห้ ตอนที่ประตูเปิดออก แสงสว่างจากข้างนอกส่องเข้ามาแยงตาฉันจนแสบพร่า และตอนนั้นเองฉันก็รู้ว่า...ฉันไม่มีทางทำมันสำเร็จ นิ้วมือเหี่ยวย่นที่สากกระด้าง จับตัวของฉันไว้ ฝ่ามือกดบนหน้าผากให้ฉันหยุดนิ่ง ดวงตาของฉันเหลือกขึ้นตามแรงกดนั้น ฉันหอบหายใจ
“ไม่.. ไม่นะ ไม่” ฉันอ้อนวอน
“ช่ววว” เสียงแหบแห้งพยายามร้องปลอบฉัน ปลายเข็มแหลมคมทิ่มลงมาที่แขนของฉัน วินาทีแรกจากแขนสู่หัวไหล่ สิ่งที่ถูกฉีดเข้ามากำลังเผาเส้นเลือดของฉันจากภายใน ร่างกายของฉันบิดเร้าแม้จะถูกกดศีรษะเอาไว้และมือเท้าก็ถูกล่ามโซ่ เสียงชู่นั้นยังคงดัง แต่ไกลออกไปทุกที ก่อนทุกอย่างจะหยุดนิ่ง ไม่เจ็บปวดอีก ฉันไม่รู้สึกถึงแขนขาของตัวเอง เปลือกตาของฉันหนักอึ้ง ฉันพยายามฝืน แต่ความมืดกำลังจะกลืนกินฉัน ความเงียบที่ไม่สิ้นสุดส่งเสียงโหยหวนอยู่รอบตัวฉัน น้ำตาของฉันไหลลงมาที่แก้ม
“พรุ่งนี้ฉันหวังว่าเธอจะเป็นเด็กดี” ฝ่ามือสากกระด้าง ลูบเส้นผมของฉัน
----------------/-----------------------/-----------/
อูยองลืมตาขึ้นมองคนข้างกาย พี่คุณอยู่กับเขาทั้งคืน ความคิดนั้นเปลี่ยนพวงแก้มเป็นสีแดงเรื่อเมื่อปากบางอมยิ้มเล็กๆ เขาเงยมองนิชคุณที่หลับตานิ่ง ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เขาจับแขนของนิชคุณให้โอบเอวเขาไว้ ก่อนจะเบียดร่างเข้าไปในอ้อมกอดอุ่น สูดกลิ่นกายของนิชคุณ
พี่คุณของเขากลับมาแล้ว... กลับมาอยู่กับเขา
อูยองยิ้ม จูบริมฝีปากอิ่มเบาๆ รอยยิ้มซุกซนเมื่อเห็นเปลือกตาที่ปิดอยู่ขยับน้อยๆ เขาจูบซอกคอของนิชคุณ ได้ยินเสียงครางแผ่วในลำคอของนิชคุณ ยิ่งทำให้เขาไม่อยากหยุด ลิ้นเล็กดุนดันบนผิวขาวจัด กดจูบลงทั่วแผงอก แกะกระดุมออกทีละเม็ดจนเผยเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบไปด้วยกล้ามเนื้อ
นิชคุณลืมตาขึ้น จ้องมอง รวบมือของเขาไว้ ก่อนจะสะบัดมันออก
อูยองเบ้ปากอย่างดื้อรั้นเมื่อนิชคุณลุกขึ้นนั่งหันหลังให้เขา เขาสวมกอดนิชคุณจากข้างหลัง หอมแก้มพี่ชายของเขา
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
“ไปอาบน้ำเถอะอูยอง นายต้องไปโรงเรียน”
“ผมไม่อยากไปนี่นา” อูยองซุกหน้าลงกับกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มออดอ้อน “อยู่กับผมนะ”
อูยองยิ้ม ลูบมือบนหน้าท้องของนิชคุณ สัมผัสผิวกายที่ร้อนผ่าว
“หยุด...” เสียงแข็งกระด้างของนิชคุณทำให้เขาชะงัก “หยุดเถอะอูยอง”
“นายเป็นน้องฉัน” นิชคุณลุกขึ้นยืน ก้มมองเขาก่อนจะถอนสายตาไปอย่างรวดเร็ว อูยองรู้สึกถึงก้อนอะไรบางอย่างที่แล่นมาจุกอยู่ในลำคอ น้ำตาร้อนเอ่อคลออยู่ในเบ้าตา แต่เขาเลือกจะเช็ดมันทิ้งไป เขายิ้ม
“เราไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆสักหน่อย”
อูยองดึงมือของนิชคุณไว้ เขายันตัวขึ้นคุกเข่าบนเตียง หันใบหน้าของนิชคุณกลับมา เขาประคองใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ จูบริมฝีปากนั้นอย่างยวนเย้า
“ผมรักพี่คุณนะ” อูยองลากจูบผ่านกล้ามเนื้อที่หน้าอก กดจูบลงบนหน้าท้องของนิชคุณ “ผมรักพี่คุณมาตลอด”
นิชคุณดึงตัวของอูยองขึ้น เมื่อลิ้นเล็กที่เปียกชื้นแตะบนท้องน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน
“รักผมนะครับ” อูยองกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
นิชคุณสบตาของเขา มือหนาถอดเสื้อที่หลุดลุ่ยของตัวเองออก เรือนร่างนั้นทาบทับลงมา จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่อยู่เหนือรีมฝีปากของเขาอย่างลังเล เขาลูบแก้มของนิชคุณ ก่อนที่นิชคุณจะจูบเขา
--------------------/----------------------------/--------------------
นิชคุณถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงโทรศัพท์ แสงที่ลอดผ้านผ่าม่านหนาพอจะบอกได้ว่าพวกเขานอนเลยเวลาเช้ามานานแล้ว อูยองพึมพำอยู่ในอ้อมกอด เขาจูบหน้าผากของร่างเล็กเบาๆ
“นอนต่อเถอะ”
อูยองพึมพำอะไรอีกสองสามคำ ก่อนจะม้วนตัวลงในผ้าห่ม
นิชคุณลุกจากเตียง คว้าบอกเซอร์ขึ้นมาสวม เขากดรับสาย
“นิชคุณ ใช่มั้ย?”
“ครับ”
“ฉันเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวน ตอนนี้ฉันเป็นคนรับผิดชอบคดีของวิคตอเรีย ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”
นิชคุณจำได้ในวันที่ตำรวจมาหาเขา คนพวกนั้นเป็นตำรวจท้องที่ นำตัวเขาไปสอบปากคำ เขาเข้าใจได้ว่ามีการเปลี่ยนมือของคนที่จะมาทำคดีแทน
“แต่ผมบอกทุกอย่างไปหมดแล้ว คุณน่าจะไปถามตำรวจพวกนั้น หรือพวกคุณก็ควรมีคำให้การณ์ของผมเก็บไว้ไม่ใช่หรอครับ”
“ฉันมีคำถามจะถามนายเพิ่มสักสองสามอย่าง”
“เรื่องอะไรครับ?”
เขาได้ยินเสียงกร็อบแกร็บของการเปิดเอกสาร
“ครอบครัวของนาย...”
“พวกเขาเสียชีวิตแล้ว”
“ใช่ ฉันรู้ เสียใจด้วยในเรื่องนั้น แต่ข้อมูลที่ฉันมีบอกว่านายมีน้องชายต่างมารดาอยู่คนนึง”
“ผมไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวอะไร”
“มันอาจจะเกี่ยว หรือไม่เกี่ยวก็ได้ มาพบฉันหน่อย”
อีกฝ่ายถือว่าการเงียบไปของเขา เป็นการไม่ปฏิเสธ
“นายเลิกเรียนกี่โมง”
นิชคุณมองนาฬิกา ปกติเขาเลิกเรียนตอนสี่โมง แต่ช่างเถอะ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้ไปเรียนอยู่แล้ว พวกเขาแทบไม่ได้ลุกจากเตียงด้วยซ้ำ อูยองเป็นเหมือนสารเสพย์ติดสำหรับเขา ผิวขาวที่อ่อนนุ่มชวนให้สัมผัส เสียงหวานที่ครางกระเส่าอยู่ใต้ร่าง พวกเขาร่วมรักกัน ดูดดื่มรสจูบจากริมฝีปากชื้น กอดเกี่ยวเรือนร่างที่ร้อนระอุ ลืมเลือนซึ่งทุกสิ่ง อูยองต้องการเขา ร่ำร้องหาเขา และเขาเองก็เช่นกัน ความปรารถนาของเขาถูกปลุกกระตุ้นได้อย่างง่ายดาย เขาไม่ปฏิเสธเลยว่าการมีอูยองอยู่ในอ้อมกอดมันทำให้เขามีความสุขมากแค่ไหน
เขามองร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง
“ผมจะไปหาคุณตอนบ่ายสอง”
“โอเค งั้นอีกสองชั่วโมงเจอกัน”
นิชคุณแทรกตัวลงบนเตียงอูยองขยับร่างอุ่นมากอดเขา พึมพำงัวเงีย “มีอะไรรึป่าวครับ”
“ฉันมีธุระ ต้องออกไปข้างนอกสักพักนะ”
“ไม่ไปไม่ได้หรอ” น้ำเสียงออดอ้อนเหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิด
“ฉันไปไม่นานหรอก” นิชคุณเกลียเส้นผมที่ปรกหน้าของอูยอง มองดูพวงแก้มที่ค่อยๆอมยิ้มออกมา
“พี่คุณ”
“หืม” เขาไซร้จมูกบนกลุ่มผม สูดดมกลิ่นของมัน
“ผมรักพี่คุณจัง” อูยองยิ้ม ซบลงที่ซอกคอของเขา ริมฝีปากบางจุมพิตบนลำคอของเขาเบาๆ และเขารู้ว่าเขาจะต้องปกป้องอูยองด้วยทุกอย่างที่เขามี
------------------/-----------------/--------------
ฉันปล่อยให้อาหารพวกนั้นไหลออกจากปาก เธอทำหน้าดุฉัน หยิบผ้ามาเช็ดปาก ก่อนจะยัดช้อนนั่นเข้ามาอีกที
“กิน เธอต้องกินรู้มั้ย” เสียงแหบพร่านั่นบอกกับฉัน ก่อนจะเขวี้ยงถ้วยข้าวลงกับพื้น เมื่อฉันป้วนอาหารที่เธอป้อนออกมา ฉันมองใบหน้าของเธออย่างท้าทาย เธอเป็นหญิงวัยกลางคน ผิวหนังเหี่ยวย่น เธอผอมหุ้มกระดูก ดวงตาลึกโหล
“พวกแกมันบ้า” ฉันได้ยินเสียงของตัวเองพูดออกไป มันแหบแห้งและชวนขนลุก
“ฉันบอกแล้วว่าให้เธอเป็นเด็กดี” ฉันเห็นว่าเธอหยิบหลอดฉีดยาขึ้นมา เธอสะบัดมันไปมาเบาๆ “ฉันไม่อยากต้องทำอย่างนี้”
“ฆ่าฉันซะเลยสิ” น้ำเสียงของฉันเย้ยหยัน และบางทีมันอาจฟังดูคล้ายจะอ้อนวอน
เธอส่ายหน้ายิ้มออกมาราวกับเพิ่งได้ฟังเรื่องตลก
“เธอต้องอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับคุณหนูนะ”
ดวงตาคู่นั้นเอ่อรื้นเมื่อพูดถึงคุณหนูของเธอ
“คุณหนูเป็นเด็กน่ารัก ฉันเลี้ยงคุณหนูมาตั้งแต่เด็ก เขาขี้อ้อน และติดพี่เขามาก เธอไม่เห็นหรอว่าคุณหนูน่าสงสารขนาดไหน คุณหนูที่น่าสงสารของฉัน”
“คุณหนูของแกมันวิปริต”
เธอตวัดดวงตามามองฉัน น้ำเสียงพึมพำเหมือนท่องมนต์
“คุณหนูต้องการความรัก คุณหนูแค่ต้องการความรัก”
มือหยาบกระด้างของเธอจิกลงบนหัวฉัน ขยำเส้นผมของฉัน ดึงให้ฉันเงยหน้าสบตาของเธอ
“ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายอย่างนี้” เธอพ่นถ้อยคำพวกนั้นใส่หน้าฉันอย่างโกรธเคือง
ฉันมองเห็นเข็มในมือเธอ ฉันรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
และฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก ไม่อีกแล้ว.. ฉันจะต้องไปจากที่นี่!
เธอคิดว่าฤทธิ์ยาของคราวที่แล้วจะยังอยู่ เธอคิดว่าฉันยังคงมึนเบลอและมีสติไม่เต็มที่ เธอคิดผิด ฉันยึดข้อมือของเธอไว้ ออกแรงบีบด้วยพละกำลังทั้งหมดที่ยังมีอยู่ เมื่อคุณต้องการเอาชีวิตรอดคุณจะมีแรงมากอย่างมหาศาล ยิ่งเมื่อคุณเกลียดชังต่อสิ่งที่ถูกกระทำ แรงเกลียดชังนั้นทำให้ฉันได้สติยิ่งกว่าครั้งไหน ดวงตาโหลของเธอมองฉันอย่างกราดเกรี้ยว ฉันบิดข้อมือของเธอจนเข็มฉีดยานั้นหล่นลงบนที่นอน เธอคำรามใบหน้าบิดเบี้ยว ฉันเอื้อมหยิบยานั่น สายโซ่รั้งตึง แต่มันอยู่ที่ปลายนิ้วของฉันเท่านั้น พระเจ้าเข้าข้างฉัน ฉันปักเข็มลงที่ลำคอของเธอ กดให้ของเหลวเข้าไปในร่างกายเธอ มองดูร่างกายที่ค่อยๆกระตุกก่อนจะล้มลง
ดวงตาเหม่อลอยยังคงเบิกโพลง ฉันค้นหากุญแจที่จะไขโซ่ที่ล่ามตัวฉันไว้ มันอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอ มือของฉันสะดุดเมื่อแตะเข้ากับวัตถุโลหะที่เอวของเธอ เธอพกปืน... ในท้องของฉันปวดมวนและคลื่นไส้ มือของฉันสั่นเมื่อฉันไขเครื่องพันธนาการทั้งหมดออก ขาของฉันสั่นเทิ้มเมื่อฉันลุกขึ้นยืนเป็นครั้งแรก
หัวใจของฉันเต้นถี่เร็วเมื่อได้ยินเสียงของเขา
“คุณ” ฉันร้อง... มันใกล้เหมือนดังจากข้างบนนี้เอง
ฉันคิดว่าฉันได้ยินเสียงของเขามาตลอดในช่วงนี้ แต่สติของฉันอยู่ในช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่น ฉันไม่แน่ใจว่าฉันฝันไป หรือมันเป็นความจริง ฉันเคยคิดว่าฉันเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่ไม่... มันไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยาอย่างแน่นอน มันเป็นเสียงของเขาดังอยุ่ไม่ไกลจากฉัน
“คุณ” ฉันตะโกนอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ เสียงของฉันแหบแห้งจนเกินไป ฉันมองไปที่ร่างผอมแห้งบนเตียง ก่อนจะหยิบปืนมาจากเธอ สัมผัสเย็นเชียบในมือทำให้ท้ายทอยของฉันลุกซู่ ฉันกลืนน้ำลายเหนียวหนืดอย่างยากลำบาก เปิดประตูห้อง และก้าวออกไป
---------------/--------------/--------------
ฉันเห็นเขาแล้ว ผ่านรอยแง้มของบานประตู แสงสว่างจากระเบียงห้องทำให้ภายในห้องนั้นสว่างจ้าเหมือนตัวเขา น้ำตาของฉันไหลอย่างควบคุมไม่ได้ ฉันอยากกอดเขาเหลือเกิน อยากบอกรักเขา อยากจะบอกว่าฉันดีใจแค่ไหนที่ฉันได้เจอเขาอีกครั้ง
“นิชคุณ” ฉันเรียกเขา น้ำเสียงของฉันแผ่วเบา เขาไม่ได้ยินมัน ฉันเดินไปที่ประตู เมื่อมือของฉันจับที่ลูกบิด เสียงนั้นก็ดังขึ้น
“พี่คุณครับ” คนๆนั้นเดินไปหานิชคุณ ฉันลืมหายใจไปชั่วขณะ เมื่อนิชคุณยิ้มออกมา มือของเขาดึงร่างบางของคนนั้นไปกอด ก่อนจะก้มลงจูบอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง
ฉันมองเห็นความรักในดวงตาของเขา
ฉันชาแปลบไปทั้งตัว
เด็กคนนั้น.. คนที่ทำลายชีวิตของฉัน คนที่ย่ำยีศักดิ์ศรีของฉัน กระทำกับฉันราวกับฉันไม่ใช่มนุษย์ ฉันกำวัตถุในมือแน่น ฉันไม่ลังเลเลย ไม่แม้แต่สักนิดเดียว เมื่อฉันเล็งไปที่เขา และลั่นไก
--------------/----------------------/---------------------
“พี่คุณครับ” อูยองยิ้มจนดวงตาเล็กนั้นหายไป ร่างเล็กเดินมาหาเขา นิชคุณกอดเอวบางเอาไว้ เขามองสบตาของอูยอง ดวงตาใสซื่อที่มีแต่ความรักให้กับเขา เขาไม่เข้าใจว่าตำรวจต้องการอะไร ตอนที่พยายามถามถึงแรงจูงใจของอูยองที่จะทำร้ายวิคตอเรีย เขานึกภาพไม่ออกด้วยซ้ำว่าอูยองจะทำร้ายใครได้ เขาปฏิเสธทุกอย่าง ยืนยันกับตำรวจว่าอูยองไม่มีทางเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนั้น วิคตอเรียไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว วิคตอเรียจากไปแล้ว ตรงหน้าของเขาคืออูยอง อูยองที่ต้องการความรักจากเขา อูยองที่ต้องการให้เขาดูแล นิชคุณจูบริมฝีปากอุ่นที่ขยับจูบตอบเขาอย่างอ่อนหวาน
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ร่างของอูยองกระตุก ก่อนจะล้มลง
ของเหลวอุ่นๆเลอะมือของเขาจนเป็นสีแดงสด อูยองฟุบอยู่กับพื้นเลือดไหลนองออกมาจากปากแผล
“คุณทำอะไรลงไป” ดวงตาของนิชคุณเบิ่งโพลงด้วยความตื่นตระหนก
วิคตอเรียยังคงจ่อกระบอกปืนมาที่ร่างเล็ก เธอมองหน้าของนิชคุณ ริมฝีปากของเธอแห้งผาก
“คุณ” เธอเรียกเขา เสียงสั่นเทาไม่อาจควบคุม เธอสั่น.. สั่นไปทั้งตัว “อูยองจับตัวฉันไว้ เด็กคนนั้น... เด็กคนนั้นมันเป็นบ้า มันทำร้ายฉัน มันขังฉันไว้ที่นี่”
นิชคุณมองอูยองที่ล้มอยู่กับพื้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตามองหน้าเขา ปากอ้าพยายามจะเปล่งเสียงออกมา เลือดยังคงทะลักไม่หยุด
“คุณพูดเรื่องอะไร วิคตอเรีย” เขาส่ายหน้า อูยองของเขากำลังเจ็บ อูยองของเขาต้องการเขา
“นิชคุณ ฟังฉันนะ เขาทำร้ายฉัน เขาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด” วิคตอเรียงตะเบ็งเสียงที่แหบแห้งของเธอ “เขาจับฉันไว้ที่นี่”
“เขาข่มขืนฉันนิชคุณ” เธอก้มหน้าลงร้องไห้อย่างเจ็บแค้น
นิชคุณมองดูไหล่ที่ลู่ลงของเธอ ร่างที่สั่นเทาของเธอ รอยฟกช้ำบนร่างกายของเธอ เขาเดินเข้าไปหาเธอ
“คุณ” เธอสวมกอดเขา
“คุณไม่เป็นไรแล้ว คุณปลอดภัยแล้ววิคตอเรีย” นิชคุณลูบหลังของเธอ และเธอก็ร้องไห้ออกมาในอ้อมกอดของเขา
“ส่งปืนมาให้ผม” นิชคุณบอกกับหญิงสาวที่กำลังตื่นตระหนก เธอปล่อยมันออกทันทีราวกับการถือมันไว้ทำให้เธอขยะแขยง กระบอกปืนหนังอึ้งอยู่ในอุ้งมือของเขา
วิคตอเรียมองไปที่ร่างของอูยองอย่างหวาดกลัว เธอเพิ่งยิงคน เธอเป็นคนลั่นไกด้วยมือของเธอเอง
“คุณออกไปรอข้างนอกก่อน” นิชคุณบอกเธอ พยายามปลอบเธอ เธอพยักหน้าแล้วรีบเดินออกไปในทันที
--------------------------/-----------------------/-------------------
“พ...พี่..ค..คุณ” นิ้วมืออันสั่นเทาเอื้อมมาหาเขา ลำคอที่ตีบตันพยายามเรียกชื่อของเขา น้ำตาร้อนไหลนองใบหน้ากลม
“พี่คุณไม่รักผมแล้วหรอครับ พี่คุณจะทิ้งผมไปแล้วหรอ” อูยองเอ่ยออกมาแผ่วเบา เมื่อเขานั่งลงข้างร่างที่ชุ่มไปด้วยของเหลวสีแดงสด
เขาจับมือของอูยองขึ้นมาจรดริมฝีปาก จูบมือเล็กๆที่เย็นเยียบ “ฉันรักนาย อูยอง”
อูยองยิ้มออกมา รอยยิ้มซีดเซียว ก่อนที่ปากบางจะเริ่มสะอื้นไห้
“ผมเจ็บจังเลยครับ ผมกำลังจะตายใช่มั้ย”
นิชคุณส่ายหน้า ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีก
“กอดผมไว้ได้มั้ยครับ”
เขาดึงร่างที่เบาหวิวของอูยองขึ้นมากอดไว้แนบอก
“ผมกลัว” อูยองพึมพำ เปลือกตากำลังจะปิดลง “มันหนาวจังเลยครับ อย่าทิ้งผมไปนะ”
เขาจูบหน้าผากของน้อง กระชับกอดรอบร่างกายที่กำลังหนาวสั่น เขาโคลงร่างของอูยองไปมา ฮัมเพลงที่เคยใช้กล่อมอูยองเมื่อยังเด็ก
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่กับนาย”
-----------/-------------------------/--------------------
ฉันได้ยินเสียงฮัมเพลงที่ทุ้มต่ำดังออกมาจากประตูบานนั้น เสียงเพลงกล่อมเด็กที่ดังแผ่วปนกับเสียงสะอื้น
“คุณต้องรักอูยองมากแน่ๆ”
เขาหันมาหาฉัน โอบแขนรอบตัวของฉัน
“อูยองเป็นเด็กน่ารักไม่ใช่หรอครับ อีกอย่างเขาเป็นน้องชายผม เป็นญาติคนเดียวของผม”
ฉันยิ้มให้เขา “แล้วทำไมคุณถึงย้ายออกมาละคะ ทำไมไม่อยู่ที่บ้านหลังนั้น”
นิชคุณยกกล่องของขวัญกล่องเล็กขึ้นมา การ์ดใบเล็กเขียนชื่อของอูยองเอาไว้
“ความรู้สึกผิดน่ะครับ”
ฉันเลิกคิ้ว
“ตอนเด็กๆ ผมดีใจมากเลยล่ะครับ วันที่พ่อมารับผมกับแม่เข้าไปอยู่ในบ้าน ผมได้เจออูยอง ได้อยู่กันพร้อมหน้า ชีวิตวัยเด็กก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ มีความสุขมีแต่สิ่งที่ดี ทุกอย่างดูจะสวยงามไปหมด แต่พอเราโตขึ้นมันเหมือนโลกที่กลับหัวชึ้นมากระทันหัน ความสุขไม่เคยอยู่กับเรานานเลย ยิ่งเราโตขึ้น เรายิ่งหามันได้ยากขึ้นทุกที แม่ผมติดพนัน เธอเป็นหนี้อยู่มหาศาล ผมไม่รู้ตัวเลขหรอกครับ แต่พ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันทุกวัน จนวันนึงพ่อพาแม่ขึ้นไปบนรถ ขับออกไป และไม่กลับมาอีกเลย”
ฉันเอื้อมไปบีบมือของเขา
“ผมคิดว่าเขาตั้งใจ เงินจำนวนมากขนาดนั้น แม่ไม่มีทางหามาใช้หนี้ได้ พวกเขาตาย เพื่อให้พวกผมได้เงินประกัน เขายอมตายเพื่อจะรักษาบ้านหลังนี้ไว้ บ้านหลังนี้เป็นของอูยองครับ”
“แม่ผมทำความผิดกับครอบครัวของเขาไว้มาก พ่อแต่งงานกับแม่ของอูยองแล้วตอนที่มีผม เพราะการที่ผมเกิดมาทำให้พ่อกับแม่ของอูยองทะเลาะกัน พวกเขาเกือบจะเลิกกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขารู้ว่าเขามีอูยอง แต่หลังจากเธอคลอดอูยองได้ไม่นาน เธอกลายเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องแม่กับพ่อ เรื่องที่พ่อมีผม เธอฆ่าตัวตาย ตอนนั้นพ่อเสียใจมาก พ่อไม่ยอมกลับมาหาเราอีกเลย แต่คุณรู้อะไรมั้ยตอนนั้นผมไม่ได้เสียใจกับการตายของเธอ ไม่ได้เสียใจที่พ่อทิ้งพวกเรา แต่ผมเสียใจว่าผมจะไม่ได้เจอหน้าน้อง”
นิชคุณยิ้มออกมาอย่างขื่นขม
“แต่สุดท้ายพ่อก็กลับมารับผมกับแม่ ผมยังจำวันแรกที่ผมเจออูยองได้เลยครับ เด็กคนนั้นแทบจะมีแต่แก้มน่ะ ตาเล็ก ปากนิด จมูกหน่อย ผมคิดว่าเขาจะต่อต้านพวกเรา จะเป็นเด็กดื้อรั้น แต่ไม่เลยครับ เขาเข้ามากอดผมกับแม่ เขาไม่รู้หรอกครับว่าแม่เป็นเมียน้อยของพ่อ เขารู้แค่ว่าเขาจะมีคนมาอยู่ด้วย เด็กขี้เหงาคนนั้นน่ะ ไม่สนใจอะไรจริงๆ”
ฉันเห็นว่าเขาหยุดเพื่อที่จะสูดหายใจ จมูกของเขาแดง และฉันหวังว่าฉันจะช่วยปลอบใจเขาได้บ้าง
“พ่อกับแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส บ้านหลังนั้นเป็นชือของอูยอง”
“แต่คุณ.. คุณก็เป็นลูกชายตามสายเลือดไม่ใช่หรอคะ”
“แม่ผมทำให้พวกเขาเป็นหนี้จนเกือบจะเสียบ้านไป แม่ผมเป็นสาเหตุให้แม่ของเขาต้องตาย ทำให้พ่อของเขาต้องตาย... ผมไม่คิดว่าผมมีสิทธิ์จะอยู่ที่นั่นอีก”
เขาก้มลงมองพื้น กระซิบเสียงแผ่วเบา “เพราะผมรักเขา ผมถึงไม่คิดว่าผมควรจะกลับไป”
ความรู้สึกคลื่นไส้แล่นขึ้นมา เมื่อฉันนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ฉันเคยคิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาเลย เขากำลังแบกรับความรู้สึกผิดที่ไม่ใช่ของตัวเอง ความรู้สึกผิดของนิชคุณ ฉันเพิ่งเข้าใจมันตอนนี้ ฉันยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง มันไม่ใช่แค่นั้น.. ไม่ใช่เลย.. นิชคุณรักอูยอง ทั้งๆที่รู้ว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน เขาอยู่ที่บ้านไม่ได้มันเป็นเพราะเขารู้ตัวว่าเขาคิดอะไรกับน้องชายแท้ๆของตัวเอง
ฉันมองไปที่บานประตู เสียงร้องเพลงที่หยุดลงแล้ว ทำให้ขนท้ายทอยฉันลุกซู่ ฉันวิ่งไปที่ประตู เขย่ากลอนประตูที่ถูกล็อกอย่างบ้าคลั่ง
ปัง!
เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้อากาศหายไปจากปอดของฉัน ฉันหยุดนิ่ง เย็นวาบไปทั้งตัว ลำคอของฉันตีบตัน ฉันปล่อยมือมากลูกบิด ปล่อยให้มันหล่นลงข้างลำตัว หลังประตูบานนั้นทุกอย่างเงียบสนิท
-------------------/---------------------------/-----------------------
“พี่คุณ” เด็กชายตัวเล็ก เอ่ยขึ้นเมื่อเขาเริ่มเล่านิทาน
“พวกเขาจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไปรึป่าว”
นิชคุณหัวเราะ “นายต้องฟังมันให้จบก่อนสิ ก่อนจะถามถึงตอนจบน่ะ”
อูยองเบะปาก แต่ก็ยอมฟังเขาเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ
“แล้วพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป” นิชคุณจบเรื่องเล่าของเขา อูยองยิ้มออกมา
“นอนได้แล้ว”
“พี่คุณ” มือเล็กดึงแขนเสื้อของเขา “นอนด้วยกันนะ”
เขายิ้มให้เด็กขี้อ้อน ปีนขึ้นไปบนที่นอนข้างๆร่างเล็ก อูยองหันมากอดเขาไว้ เขาปิดไฟที่ข้างหัวเตียง ก่อนจะเริ่มร้องเพลงกล่อมอูยองออกมาเบาๆ
“พี่คุณ” อูยองกระซิบ
“เราจะอยู่ด้วยกันใช่มั้ย”
เขามองอูยองที่ซุกอยู่ในอ้อมกอด
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่มั้ยครับ”
นิชคุณจูบบนหน้าผากของน้อง “อื้อ ฉันจะอยู่กับนายตลอดไป”
edit @ 13 Nov 2011 02:15:58 by LIMEs

นางออกโรงอีกแล้ว ฮือออออ เรื่องก่อนนางเป็นคนดี เรื่องนี้เลยคิดว่านางจะเป็นคนดีด้วย ที่ไหนได้ คิๆ สะใจ นางช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย~
ขอบคุณคนเขียนมากจ้า เรื่องนี้อ่านแล้วบีบตับมากมายค่า
รีบมาแต่ง falling roseต่อไวๆนะคะ ตั้งตารออยู่ค่า!
#1 By hmm (115.87.216.189) on 2011-11-13 03:33