[fiction] Falling Rose 6/?

posted on 02 Nov 2011 00:39 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 
 
 
 
 

นิชคุณยังคงไม่พูด... แม้ว่าทุกเช้าอูยองจะตื่นด้วยเสียงจากในครัว คำทักทายอรุณสวัสดิ์ที่อูยองไม่นับเป็นการพูด นิชคุณยิ้มให้เขา แต่ยังคงไม่พูด... ไม่พูดเมื่อจุนซูปรากฎตัวขึ้นหน้าประตู พาเขาออกไปข้างนอก ไม่พูดอะไร แม้ว่าเขาจะไม่ยอมกินอาหารที่นิชคุณเตรียมให้ หรือจะเป็นตอนกลางคืนที่เขากลับบ้านมากลางดึก นิชคุณจะนั่งรออยู่ใต้แสงไฟเพียงดวงเดียวที่เปิดอยู่ ไม่พูดอะไร... ถึงแม้ว่าทุกคืนเมื่อเขาเข้านอนและนิชคุณเชื่อว่าเขาหลับไปแล้ว นิชคุณนั่งลงข้างเตียงห่มผ้าห่มให้เขา บางครั้งก็จูบบนหน้าผาก ไม่พูดอะไร นอกจากคำว่ารัก


จางอูยองนั่งพองแก้มอยู่บนเตียง ฟังเสียงน้ำฝักบัวที่ตกกระทบพื้นกระเบื้องในห้องน้ำ ต้นไม้ของนิชคุณดูจะโตขึ้นนิดหน่อยจากวันแรกที่เห็น เขานั่งเคาะนิ้วบนเข่า ถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เอนหลังลงพิงหมอนที่เขายกมาวางพิงที่หัวเตียง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งใหม่อีกครั้งเมื่อประตูห้องน้ำที่เขานั่งจ้องอยู่นานสองนานนั้นเปิดออก ร่างสูงสวมเสื้อคลุมอาบน้ำ หยดน้ำเกาะพราวบนเส้นผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิง เมื่อหันมองเขาริมฝีปากเพียงส่งยิ้มให้ ก่อนจะหันไปหยิบเสื้อผ้าในตู้ ไม่พูดอะไรสักคำ

 

อูยองพ่นลมหายใจเสียงดังพอให้อีกคนต้องหันมา ปากบางบึ้งตึง ขณะที่มือเล็กยกขึ้นกอดอก นิชคุณขมวดคิ้ว ทำท่าจะเดินผ่านเขากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำอีกครั้ง อูยองทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ

 

“เป็นอะไรครับ หงุดหงิดอะไร” นิชคุณหัวเราะเบาๆ อูยองมองค้อนคนพี่ขวับเข้าให้ ยังจะมาถามว่าเขาเป็นอะไร ก็ตัวเองไม่ใช่หรือไง ที่เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ ไม่พูดไม่จา

 

“ใครทำอะไรให้ไม่พอใจหึ๊” นิชคุณขยี้ศีรษะคนหน้ามุ่ย “หรือโดนใครแกล้งมา”

 

“ก็ใครเล่า...” พอเริ่มพูด เสียงก็สั่นซะแล้ว น้ำตาร้อนเอ่อมาคลอเบ้าไปหมด คนตัวเล็กยกแขนขึ้นปาดน้ำตา แต่ยิ่งพยายามจะหยุด กลับยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม ร่างเล็กปล่อยโฮจนตัวโยน คนพี่ถึงต้องดึงตัวมากอดไว้

 

“ช่วว.. ไม่ร้องนะ” คนปลอบปลอบไปก็ขำไป ก็ไหนบอกว่าตัวเองโตแล้ว แล้วดูสิขี้แยเป็นเด็กๆไปได้ “โกรธพี่หรอ”

 

“ก็ฮยองอยู่ดีๆก็ไม่พูดอะไรเลย” อูยองสะอึกสะอื้นออกมาคำเว้นคำราวราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ

 

“พี่ก็พูดอยู่นี่ไง”

 

“ไม่..” เด็กตัวเล็กโวยวายปาดน้ำตาป่อยๆ “ไม่ใช่อย่างนี้สิ”

 

“แล้วอูยองอยากให้พี่พูดอะไร”

 

นิชคุณมองสบตาอูยอง สายตาของน้องที่ตัดพ้อด้วยความน้อยใจเสียใจจนนิชคุณอยากจะกอดร่างเล็กไว้ให้แน่นๆ ไม่ได้คิดว่าจะทำให้น้องร้องไห้ ใครจะตั้งใจ เห็นน้องร้องทีก็เหมือนเขาจะขาดใจไปด้วย

 

“รัก รัก รัก รัก” นิชคุณกระซิบ “พอใจยังครับ”

 

รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มเบะอีกรอบ

 

“ทำให้ผมเห็นสิครับ” อูยองเงยขึ้นมองคนพี่ สายตาออดอ้อนยิ่งกว่าอะไร “ผมอยากให้ฮยองสู้เพื่อผม”

 

นิชคุณยิ้มกว้าง จูบขมับน้องแรงๆ จางอูยองยังไงก็ยังเป็นเด็กขี้งอน ไม่เคยเปลี่ยนเลย

 

“อูยองครับ” นิชคุณขยับดึงร่างเล็กมาไว้บนตัก เช็ดน้ำตาให้เด็กน้อยของตัวเอง “พี่จะสู้เพื่อเอาชนะใจของอูยอง ไม่ใช่เพื่อเอาชนะใคร”

 

“พี่จะอยู่ตรงนี้ ดูแลอูยองอยู่ เป็นห่วงอูยองเหมือนเดิม แต่มันเป็นสิทธิ์ของอูยองที่จะออกไปไหนกับใคร หรือจะทำอะไร”

 

อูยองซบลงที่ซอกคอของนิชคุณ ฝ่ามือหนาลูบศีรษะนั้นเบาๆ

 

“แล้วก็...” นิชคุณลากเสียงยาว หัวเราะเบาๆ “ถ้าจะแกล้งให้พี่หึง แล้วก็มางอนพี่อย่างงี้ ก็เลิกแกล้งพี่ซักทีสิครับ”


ไม่ทันจบคำดีหรอก คนที่ยังสะอื้นไม่หยุด ก็ยื่นมือเล็กๆมาบิดหูคนพี่ให้

 

“โอ๊ยย” นิชคุณแกล้งร้องโอดโอย ก่อนจะจับมือนั้นมาหอมฟอดใหญ่ อูยองหลุดยิ้มออกมา

 

“จุนซูเขาดูแลเราดีรึป่าว” นิชคุณเอ่ยถาม เช็ดหน้าเช็ดตาให้น้อง

 

อูยองเอียงคอมองเขาอย่างประหลาดใจ

 

“พี่ต้องศึกษาคู่แข่งสักหน่อยสิ” นิชคุณต่อ

 

อูยองอมยิ้มน่ารัก พยักหน้ารัว ก่อนจะคุยอวดพี่ซะเลย “ดีสิครับ ดูแลดีทุกอย่างเลย”

 

“งั้นพี่ก็ต้องดูแลให้ดีกว่า?”

 

อูยองพยักหน้าอีกที

 

“น่ารัก แล้วเลือกได้นะเรา” นิชคุณดึงแก้มย้วยๆนั้นไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว อูยองหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังมีความสุขไปด้วย

 

“สัญญาแล้วนะ ว่าจะไม่เลิกรัก” อูยองจับมือใหญ่ของนิชคุณเอาไว้ ฝ่ามือหนาที่อบอุ่น วางมือตัวเองทาบลงไป หัวเราะเมื่อเห็นว่ามันเล็กกว่ามือของคนพี่แค่ไหน

 

“สัญญา...” นิชคุณกุมมือของอูยองไว้ “จะรักตลอดไปเลย”

 

อูยองอมยิ้ม ค่อยๆเอ่ยออกมาช้าๆ “รอผมหน่อยนะ อย่าเพิ่งไปไหน”

 

“ครับ” นิชคุณเกลี่ยนิ้วไปตามพวงแก้มเรื่อสีของน้อง หัวใจกำลังพองโตด้วยความสุขที่ล้นเอ่อ “ยอมเป็นของตายของอูยองแล้ว”

 

“ขอเวลาให้ผมอีกนิดนะ” อูยองมองสบตานิชคุณ หากว่าเขาจะปล่อยให้หัวใจกลับไปตกหลุมรักนิชคุณอีกครั้ง เขาอยากให้แน่ใจ แน่ใจในความรู้สึกของผู้ชายคนนี้ และความรู้สึกของตัวเอง

 

“อื้อ” นิชคุณอุ้มคนบนตักไปวางบนเตียง เด็กน้อยคว้าแขนเขาแน่นไม่ยอมปล่อย ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน หน้าเบะจะร้องไห้เอาอีกครั้ง จนคนพี่อดขำไม่ได้

 

“แต่ตอนนี้ อูยองต้องปล่อยพี่ก่อนนะครับ” นิชคุณชี้เสื้อคลุมของตัวเองที่เริ่มหลุดหลุ่ย อกเสื้อแหวกออกจนเห็นผิวขาวชัดเจน

 

“ไม่งั้นพี่จะไม่ให้เวลาเราคิดแล้ว” คำขู่ที่พาให้คนบนเตียงหน้าแดงก่ำ รีบปล่อยมือคนพี่ในทันใด ปากตวาดไล่

 

“ไปใส่เสื้อผ้าเลยไป!”

 

 

 

 

 

จุนโฮอ้าปากค้าง เมื่อเขาตื่นมาพบอูยองนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารกับชานซองในตอนเช้า เสียงคนตัวเล็กหัวเราะร่าเริงอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน นิชคุณที่อยู่ในครัวโบกมือเรียกเขา จุนโฮหุบปากที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าอ้าค้างไว้นานเกินไปแล้วเดินไปนั่งข้างชานซอง

 

“นี่มันอะไร” จุนโฮหันไปกระซิบถามเพื่อนร่างใหญ่ของตัวเอง

 

“อูยองบอกว่าอยากกินแซนด์วิช”

 

“แซนด์วิช?”

 

ทั้งสองถูกขัดจังหวะเมื่อนิชคุณยกจานใส่แซนด์วิชที่ว่ามาวางกลางวง อูยองเอื้อมมือมาคว้าขนมปังนุ่ม ก่อนจะเอาเข้าปากและเคี้ยวอย่างมีความสุข ชานซองหันไปยักไหล่ใส่หน้าตาที่เป็นคำถามของจุนโฮ ก่อนจะลงมือจัดการอาหารตรงหน้า จุนโฮนั่งมองขนมปังซึ่งวางประกบกันโดยมีแฮมกับไข่อยู่ตรงกลางผักสดอีกนิดหน่อย ไม่เข้าใจว่ามันพิเศษตรงไหน ถึงทำให้อูยองยอมกินอาหารที่นิชคุณทำในที่สุด

 

“เป็นไง” คนพี่ถามคนที่เคี้ยวจนแก้มตุ่ย

 

“รสชาติเหมือนเดิมเลย” อูยองยิ้มหวาน เลียมายองเนสสีขาวที่มุมปาก “เคยไม่อร่อยยังไง ก็ยังไม่อร่อยอยู่เหมือนเดิม”

 

“อูยอง” นิชคุณร้องคราง เรียกเสียงหัวเราะให้ดังรอบโต๊ะ

 

“ไม่อร่อยแล้วอยากกินทำไม” นิชคุณแกล้งกระซิบถามคนปากเก่ง

 

“ก็คิดถึง...” ตอบกลับมาเสียงเบา ก่อนจะหันกลับไปทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ นิชคุณเลิกคิ้วมองน้อง ถ้าไม่เกรงใจเพื่อนน้องอีกสองคน จะจับแก้มกลมๆนั่นมาหอมสักฟอดใหญ่ๆ ก็เล่นน่ารักขนาดนี้บอกให้รอใครจะไม่รอ… รอได้ทั้งชีวิต ให้ไปแล้วทั้งชีวิต

 

 

 

เสียงกริ่งดังขึ้นเรียกทุกสายตาให้หันไปมองที่บานประตู เสียงหัวเราะครื้นเครงบนโต๊ะอาหารเงียบลง จุนโฮมองหน้าชานซองต่างคนต่างนิ่งไปตามๆกัน นิชคุณลูบหัวอูยองเบาๆ ยิ้มที่แทนความหมายว่าไม่เป็นไร เขาลุกขึ้นยืน

 

“อูยองกินมื้อเช้าอยู่”

 

จุนซูกระพริบตา ไม่คาดคิดถึงคำทักทายในรูปแบบนี้ เขาโบกมือให้นิชคุณ ยิ้มออกมาเพราะไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี “อ่อ...อืม... สวัสดี”

 

ใบหน้านิชคุณยังไม่บอกอารมณ์ใดๆ

 

“เดี๋ยวฉันรอ”

 

นิชคุณพยักหน้า แล้วหันกลับ เปิดบานประตูค้างไว้ ไม่มีคำเชื้อเชิญอะไร หรือท่าพยักหน้าเมื่อกี้จะเป็นคำเชิญ? จุนซูลังเลก่อนจะก้าวตามเข้าไป เขายิ้มให้เด็กๆที่นั่งกินข้าวกันอยู่ ก่อนจะนั่งลงที่โซฟา เช็ดมือที่ชื้นเหงื่อกับยีนส์ที่สวมอยู่ นึกสงสัยทั้งที่หน้าหนาวแล้วแท้ๆ ทำไมเหงื่อถึงยังออกมาได้ไม่หยุด

 

ร่างสูงเดินกลับไปนั่งข้างอูยองที่กัดขนมปังในมืออย่างเงียบๆ จุนโฮมองความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นอาหารที่เคี้ยวอยู่ทั้งเฝื่อนและฝืดคอขึ้นมากระทันหัน ชานซองเลื่อนแก้วน้ำมาให้ราวกับรู้ทัน เขาคว้าขึ้นดื่มเหมือนคนกระหายมาทั้งชีวิต

 

“ผมไปแล้วนะครับ” เสียงขาเก้าอี้ที่ลากไปกับพื้นไม้ ดังเอี๊ยดอ๊าดให้จุนโฮต้องเงยขึ้นมามอง ขนที่ท้ายทอยลุกซู่

 

“ครับ ตั้งใจเรียนนะ” นิชคุณยิ้มอบอุ่นให้อูยองที่ทำหน้าเหมือนจะเป็นฝ่ายร้องไห้ซะเอง

 

“คุณฮยอง..”

 

“พี่จะรอครับ กลับมาเร็วๆนะ”

 

อูยองหยิบกระเป๋าเป้ และเดินออกไปกับจุนซู จุนโฮกำลังจะถอนหายใจ ตอนที่ชานซองทักขึ้นมา

 

“ฮยองไม่คิดจะตามไปหน่อยหรอครับ”

 

มือของจุนโฮจะเอื้อมไปแตะแขนเพื่อน แต่ชานซองก็ยกหนี มือหนาหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมด แล้วพูดต่อ

“ฮยองรู้มั้ยว่าฮยองพลาดอะไรไป... ทำไมฮยองไม่เคยทำอะไรให้มันชัดเจนเลยครับ? ผ่านมาตั้งหลายปีฮยองก็ยังเป็นอยู่เหมือนเดิม”

 

นิชคุณหันกลับมา สีหน้าบอกไม่ถูกว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

 

 

 

 

 

“อูยอง ฉันขอพูดอะไรอย่างนึงได้มั้ย” คิมจุนซูดึงข้อมือเล็กไว้ ก่อนที่อูยองจะทันได้ก้าวออกจากอาคารที่พัก ลมหนาวพัดวูบเข้ามาเมื่อบานประตูเปิดและปิดลง

 

“ครับ?” คำพูดแรกที่ออกจากปากน้อง ตั้งแต่เดินออกจากห้องพักมา อูยองก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง

 

“นายก็รู้ใช่มั้ยว่าความรัก... เราไม่ควรใช้มันทำร้ายใคร” จุนซูสบตาอูยองนิ่ง กล่าวย้ำอีกครั้ง “ความรู้สึกคน ไม่ใช่อะไรที่เราควรจะเล่นกับมันนะอูยอง”

 

อูยองจับมือของจุนซูขึ้นมา เขาลูบที่หลังมือนั้นเบาๆ เขามักจะอิจฉามือของผู้ชายคนนี้เสมอ นิ้วมือยาวเรียวแบบศิลปิน อูยองยิ้มออกมาบางๆ “ผมรู้ครับ... ผมรู้”

 

 

 

 

 

 

 

อาการอย่างนี้อีกแล้ว... อูยองเม้มริมฝีปากที่คอยแต่จะกลายเป็นรอยยิ้มอยู่ได้ สุดท้ายก็เมื่อยแก้มเกินกว่าจะทนไหว ช่างมันเถอะ รอยยิ้มกว้างถึงระบายเต็มใบหน้ากลม เมื่อเห็นว่าใครยืนพิงระเบียงเหล็กอยู่ใต้อาคารเรียน ขาที่ก้าวลงจากบันได เปลี่ยนจากเดินจนกลายเป็นวิ่งในที่สุด

 

“จะกระโดดกอดพี่ด้วยมั้ย” คนเอ่ยแซวยืนอ้าแขนรอ

 

“ฮยองมาทำอะไรครับ” อูยองร้องออกมา ส่ายหน้าปฏิเสธคำหยอกเล่นเมื่อครู่แต่ริมฝีปากกลับหุบยิ้มไม่ได้ รู้สึกตัวเองเหมือนคนงี่เง่า แต่ก็... ช่างมันเถอะ ยิ้มจนดวงตาเล็กๆคู่นั้นแทบจะหายมิดไปกับพวงแก้ม

 

“ก็มารับอูยอง” มือหนาลูบเส้นผมสีบลอนด์อ่อนนุ่ม  อูยองเอียงศีรษะมองเขาอย่างน่ารัก

 

“ก็เราบอกให้พี่สู้เพื่ออูยองไม่ใช่หรอ” นิชคุณพูด มองดูแก้มกลมๆที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อ “ฉันมารอนายก่อนจุนซูอีกนะเห็นมั้ย”

 

อูยองพยายามกลั้นยิ้ม กลั้นหัวเราะแต่ก็ทำไม่สำเร็จ แน่สิ.. ว่านิชคุณมาถึงก่อนจุนซู เขาเพิ่งมาถึงเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และพบว่าอาจารย์ยกเลิกคลาสในวันนี้

 

“พอนายออกมา ฉันก็ตามนายมาเลยนะ” นิชคุณยอมรับออกมา

 

“แล้ว... ฮยองมายังไงครับ?”

 

“ฉันขอโทษด้วยนะที่ไม่มีรถรับส่งนายเหมือนจุนซู” คนพี่ยิ้มเจื่อน ยกแขนขึ้นลูบท้ายทอย “ฉันเกรงว่าเราคงต้องเดินกันนิดหน่อย”

 

อูยองหัวเราะ “เดินก็ได้ครับ”

 

คนพูดฉีกยิ้มกว้าง คว้ามือเล็กไ