[fiction] Falling Rose 4/?

posted on 21 Oct 2011 20:57 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 
 
 
 
 

เสียงเคาะประตูทำให้เขาประหลาดใจ นิชคุณเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่

 

“รอเดี๋ยวครับ”

 

ลูกบิดประตูที่ทำจากทองเหลืองเย็นเฉียบอยู่ในมือ เมื่อเขาดึงบานประตูสีเขียวแก่นั้นให้เปิดออก

 

นิชคุณขมวดคิ้ว เช่นเดียวกับผู้มาเยือน

 

“นาย?”

 

“จุนซูฮยอง” เสียงอูยองดังออกมาจากห้อง เด็กผมบลอนด์โผล่หน้าออกมา “รอเดี๋ยวนะครับ ผมขอแต่งตัวก่อน แป๊ปนึง”

 

“ห้านาที” อูยองยื่นมือออกมาชูนิ้วเป็นเลขห้า ก่อนจะผลุบหายกลับเข้าไปในห้อง

 

“ฉันควรจะเชิญนายเข้ามาสินะ” นิชคุณเลิกคิ้ว ก่อนจะผายมือให้อีกคนเข้ามา

 

“เอาน้ำ หรืออะไรมั้ย” นิชคุณเอ่ยถาม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่ยวบลงไปตามน้ำหนักตัว ท่าทางสบายๆเหมือนไม่มีอะไร แต่ดวงตาคู่สวยกำลังพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็คนๆนี้ไม่ใช่หรอที่เขาเห็นอยู่กับอูยองเมื่อคืนก่อน จุนซูเจ้าของไนท์คลับที่อูยองทำงานอยู่ด้วย

 

“ไม่ล่ะ” จุนซูมองนิชคุณลังเลก่อนจะนั่งลงตาม

 

“นายเป็นญาติชานซองหรอ” จุนซูเอ่ยถาม หน้าตาไม่เหมือนคนเกาหลี แต่ก็พูดเกาหลีได้คล่อง เพื่อนๆของอูยองก็มีชานซองที่ดูจะหน้าตาเหมือนคนต่างชาติอยู่เหมือนกัน

 

“เปล่า” นิชคุณยกยิ้มที่มุมปาก “ฉันเป็นรูมเมทของอูยองน่ะ”

 

“อ่อ รูมเมทคนใหม่ใช่มั้ย” จุนซูพยักหน้า นึกถึงเรื่องที่อูยองกับจุนโฮเคยคุยๆกันเรื่องหารูมเมทเพิ่ม

 

“ไม่เชิง” จะว่าคนใหม่ได้ยังไง ในเมื่อเขากับอูยอง... “ฉันเคยอยู่กับอูยองน่ะ เราเคยอยู่ด้วยกันช่วงนึง แล้วตอนนี้เราก็กำลังกลับมาอยู่ด้วยกันอีก”

 

จุนซูหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้า ดูแล้วอายุน่าจะใกล้เคียงกับเขา แต่ไม่ใช่วัยเดียวกับอูยองแน่ๆ แล้วไอ้ที่ว่าเคยอยู่ด้วยกันนี่มันหมายถึงอะไร เพื่อนก็ไม่ใช่ ญาติก็ไม่ใช่

 

“แล้วนาย?” นิชคุณเป็นฝ่ายถามบ้าง

 

“อ่อ.. ฉันคิมจุนซู” จุนซูยื่นมือออกไป หัวเราะที่ตัวเองลืมแนะนำตัวซะสนิท ก่อนจะคิดขึ้นมาได้อีกฝ่ายก็ยังไม่ได้แนะนำตัวกับเขาเหมือนกัน  “เดี๋ยวก่อน.. นายชื่ออะไรนะ”

 

“ฉันชื่อนิชช..”

 

“เสร็จแล้วครับ” อูยองตะโกนออกมา

 

“ไปกันเถอะฮยอง” มือขาวคว้าแขนจุนซูที่กำลังจะจับมือกับนิชคุณ แล้วดึงให้ลุกขึ้น จุนซูเลิกคิ้วมองอูยองอย่างแปลกใจ ก่อนจะหันไปยิ้มเป็นเชิงขอตัวกับนิชคุณ

 

ร่างเล็กดันหลังจุนซูให้เดินออกไป ก่อนจะหันกลับมาปิดประตู นิชคุณในชุดผ้ากันเปื้อนลายจุดสีแดงยืนฉีกยิ้ม โบกมือบ๊ายบาย เป็นภาพสุดท้ายที่เขาเห็น ก่อนจะเหวี่ยงประตูปิดดังปัง

 

 

 

 

นิชคุณยืนมองผ่านทางหน้าต่าง กรอบหน้าต่างสีดำเหมือนจะตัดเส้นให้ภาพที่เห็นชัดเจนขึ้น อูยองกระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่จุนซูเป็นคนขับ มือเล็กโอบรอบเอวคนโตกว่า ดูสนิทสนมเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป มอเตอร์ไซค์คันโตส่งเสียงครางก่อนจะพาร่างทั้งสองวิ่งออกห่างไป

 

คิมจุนซู.... ทำไมชื่อของคนๆนี้ถึงได้รบกวนจิตใจเขานัก

 

“ฮยองมีไรกินมั่ง” ชานซองเดินเกาหัวออกมาจากห้อง เขากลับไปนอนในห้องนอน ตั้งแต่นิชคุณมาอยู่ด้วย ก็ดูสิ นิชคุณตื่นเช้าเสมอ ขืนเขานอนตรงโซฟา ไม่ทันได้หลับ นิชคุณก็ตื่นมาเข้าครัวอีกแล้ว

 

“แพนเค้ก” นิชคุณชี้ไปที่จานแพนเค้กบนโต๊ะ ทำไว้ให้อูยอง แต่อูยองไม่เคยยอมกินอาหารของเขาสักมื้อ

 

“เยี่ยม” ชานซองยิ้ม ก่อนจะลงมือจัดการให้เรียบเหมือนทุกมื้อ ในเมื่อเพื่อนตัวเล็กไม่กิน เหลือเอาไว้เสียดายแย่

 

“จุนซูน่ะ” นิชคุณเอ่ย ตอนที่ชานซองกำลังจะกวาดแพนเค้กชิ้นสุดท้ายลงท้อง “เขาเป็นอะไรกับอูยอง”

 

ชานซองเคี้ยวอาหารในปาก รีบกลืนจนต้องยกน้ำดื่มตามไม่ให้ติดคอ

 

“พี่?”

 

“สนิทกันแค่ไหน”

 

“หึงหรอฮยอง” คนเด็กกว่าเอ่ยแซว นิชคุณยืนกอดอก หน้าตาไม่เล่นด้วยสักนิด

 

“ฮยองจำได้ปะ ที่ผมบอกว่าอูยองมีคนมาจีบ...”

 

“แล้วนายก็บอกว่าอูยองยังไม่สนใจใคร” นิชคุณต่อเสียงห้วน

 

“อือ” ชานซองยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ แก้คำพูดของนิชคุณ “ไม่สนใจใคร...เป็นพิเศษ แต่จุนซูฮยองน่ะ.. เรียกว่าสนิทที่สุดแล้วละครับ”

 

 

 

 

 

 

 

“เป็นอะไรรึเปล่า” คนเป็นพี่ถามขึ้น เมื่อได้ยินคนข้างหลังถอนหายใจเป็นรอบที่นับไม่ถ้วน ตั้งแต่เขาไปรับออกจากอพาร์ทเม้นมา

 

“เปล่าครับ” อูยองถอนหายใจอีกรอบ แนบแก้มบนแผ่นหลังของจุนซู จุนซูขมวดคิ้ว ไอ้อย่างนี้เนี่ยนะที่เรียกว่าไม่เป็นไร

 

“เพราะนิชคุณหรอ?”

 

“ห๊า!... ไม่ใช่นะ” อูยองรีบปฏิเสธเสียงหลง อ้าปากเหมือนจะโวยวายอะไร ก่อนจะหุบลง คิมจุนซูต้องมีพลังจิตแน่ๆ ถึงได้อ่านใจเขาได้ถูกต้องเสมอ

 

“ผู้ชายคนนั้น... คือนิชคุณใช่มั้ย”

 

คนตัวเล็กเงียบไป ก่อนจะถอนหายใจ... อีกครั้งแล้ว จุนซูหัวเราะเบาๆ

 

“ไม่เอาน่า นายก็รู้ว่านายเล่าให้ฉันฟังได้ทุกเรื่องนะ” หรืออีกความหมายหนึ่งที่อูยองรู้ดี เขาควรจะเล่าให้จุนซูฟังทุกเรื่อง

 

“ครับ ผมรู้...” อูยองเอ่ยเสียงแผ่ว “ไว้ผมจะเล่าให้ฟังนะ”

 

“อื้ม” ถึงอย่างนั้นจุนซูก็ไม่เคยเซ้าซี้ จุนซูบีบมือที่เกาะเอวเขาอยู่เบาๆ

 

“แล้วตอนเย็นจะให้ไปส่งที่บ้านอีกมั้ย”

 

“อื้มมม” อูยองตอบอ้อน ยังไงคิมจุนซูก็เป็นคนที่เข้าใจเขาที่สุดในช่วงสองปีที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

“หยิบแว่นให้หน่อยอูยอง” เสียงนุ่มที่หลังพวงมาลัยเอ่ยขึ้น


“ไหนครับ” อูยองผละจากการดูดอกไม้ที่ข้างทาง ดอกไม้ดอกเล็กสีเหลืองที่บานเต็มทิวทุ่ง หันกลับมาที่ตัวรถ แสงแดดแรงจัดของฤดูร้อน ทำให้ต้องเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ


“ในลิ้นชัก”


คนตัวเล็กพยักหน้า เปิดลิ้นชักออกมา กล่องแว่นกันแดดวางเรียงอยู่สี่ห้าอัน


“เอาอันไหน”


“อันไหนก็ได้ ที่อูยองว่าฉันใส่แล้วหล่ออะ”


อูยองหันไปกลอกตาใส่คนพูดด้วยความหมั่นไส้ มือเล็กหยิบแว่นจากกล่องมาเลือก ก่อนจะยื่นให้นิชคุณ


“อันนั้นของนาย” นิชคุณรับไป พลางชี้นิ้วไปที่กล่องแว่นที่อูยองยังไม่ได้เปิด


“หือ?”


“ก็ซื้อให้” อูยองเหลือบมองคนที่แกล้งทำเป็นขับรถไม่สนใจ แต่ริมฝีปากหยักนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างไม่ต่างจากเขาเลย

 

 


 

 

“ยิ้มอะไร”

 

เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าจุนซู เบิกตาโต ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ส่ายหน้ารัว

 

ไม่รู้ว่าเผลอยิ้มออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่…

 

“คิดอะไรอยู่” จุนซูหัวเราะพลางขยี้กลุ่มผมนุ่มๆอย่างหมั่นเขี้ยว

 

“นิชคุณสินะ”

 

“ป..ป่าวนะครับ” อูยองละล่ำละลั่ก แก้มแดงเรื่อ เบี่ยงไปพูดเรื่องอื่น “ผมกำลังนั่งรอฮยองอยู่พอดีเลย หิวจะแย่ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ”

 

“นิชคุณนี่น่าอิจฉานะ ถ้ามีคนยิ้มอย่างงั้นเวลาที่คิดถึงฉันบ้างก็คงดี” แต่จุนซูก็ไม่ยอมให้เปลี่ยนประเด็นไปง่าย

 

“ขอโทษ...” อูยองเบะปาก พึมพำเสียงเบา ให้คนพี่หัวเราะอีกรอบ

 

“ขอโทษเรื่องอะไรกัน...” มือเรียวขยี้ศีรษะมน โคลงหัวคนน้องไปมา “ฉันดีใจนะที่นายมีความสุข ฉันไม่เคยเห็นนายยิ้มอย่างงี้เลย”

 

ปากบางอ้าจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรออกมา เขาถึงเปลี่ยนเป็นอมลมจนเต็มแก้มแทน

 

“ป่ะ... รีบกลับไปหานิชคุณดีกว่า” จุนซูฉีกยิ้มเห็นฟันขาวเรียบ ยื่นหมวกกันน็อกให้อูยอง

 

“ฮยอง...” อูยองร้องโวยวาย “ผมกับนิชคุณไม่ได้เป็นไรกันนะ”

“ผมไม่ได้คิดอะไรกับเขาอีกแล้ว”

 

จุนซูเลิกคิ้ว มองหน้าคนที่ยืนยันหนักแน่น แล้วก็อ่อนใจ

 

“อูยอง.. การที่นายจะมีความรักมันไม่ผิดหรอกนะ”

 

“แต่ผม...” คนตัวเล็กก้มหน้างุดเหมือนเด็กโดนดุ “ผมบอกฮยองแล้วไง ว่าผมยังไม่อยากรักใคร”

 

“เชื่อสิ การวิ่งหนีใจตัวเองน่ะ วิ่งไปไกลแค่ไหน มันก็ไม่ช่วยอะไร”

 

“เอาเป็นว่า ตอนนี้ผมอยากเรียนให้จบ รีบๆกลับบ้าน ยังไม่อยากคิดอะไรตอนนี้ โอเคมั้ยครับ” อูยองรีบตัดบท สวมหมวกกันน็อก ปิดหน้าตัวเองฉับ

 

“โอเคๆ” จุนซูชูมือยอมแพ้ ยอมเดินไปสตาร์ทเครื่อง อูยองปีนมาซ้อนท้าย

 

“ถ้าผมจะรักใคร ผมจะบอกฮยองคนแรกเลยครับ” จุนซูได้ยินเสียงของคนข้างหลัง ที่เอื้อมมือมากอดเอวเขาไว้

 

 

 

 

 

 

อูยองไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องกลัวนิชคุณ ราวกับทั้งร่างกายหดเล็กลงยืนเผชิญหน้าประตูบานใหญ่ที่น่ากลัว เขาออกไปกับจุนซู ซ้อนมอเตอร์ไซค์ที่หัวเด็ดตีนขาดนิชคุณไม่เคยยอมให้เขาขึ้น แล้วก็ยังกลับบ้านมาตอนค่ำๆ... แล้วไงล่ะ เขาโตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆเหมือนเดิมแล้วสักหน่อย และที่สำคัญนิชคุณมีสิทธิ์อะไรจะมาดุเขา

 

คนตัวเล็กสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะบิดลูกบิดประตูให้เปิดออก

 

นั่นไง... นิชคุณนั่งรออยู่บนโซฟาจริงๆด้วย

 

“กลับมาแล้วหรอ” เสียงถอนหายใจนั้นดูเหมือนเบื่อหน่ายรึเปล่า อูยองไม่แน่ใจ

 

เขาพยักหน้าแทนคำตอบ ถอดเสื้อนอกไปแขวนไว้ ก้มลงแกะเชือกรองเท้า

 

“กินข้าวรึยัง”

 

“กินแล้ว”

 

อูยองเงยขึ้นมองนิชคุณที่พยักหน้า แค่พยักหน้าแล้วก็ลุกขึ้นไปเก็บอาหารบนโต๊ะ ไม่ดุ ไม่ว่า ไม่พูดอะไรสักคำ... ไม่รู้ตัวหรอกว่าตอนนี้กำลังทำหน้าบึ้งใส่คนพี่ที่ไม่หันกลับมามองกันสักนิด

 

เป็นอะไรของเขาอีกละ หรือจะโกรธกัน..


ใจนึงถึงอยากเดินเข้าไปหา ปลายลิ้นอยากจะเอ่ยถาม แต่พอเห็นท่าทีของอีกคนที่ยังไม่เห็นจะสนใจกันตรงไหน ทิฐิมันถึงบอกให้เขาเดินเข้าห้องตัวเองไปซะ ก็เมื่อนิชคุณไม่แคร์ แล้วเขาจะแคร์ทำไม เสียงปึงปังปิดประตู ไม่ทันได้เห็นสายตาคนพี่ที่หันมามองอย่างห่วงใย

 

 

 

นิชคุณเดินเข้ามาในห้องที่ปิดไฟมืด คนตัวเล็กนอนหลับตานิ่งบนเตียง เด็กดื้อ พอหลับก็เหมือนสิ้นฤทธิ์ เขามาอยู่กับอูยองได้ครบอาทิตย์ ถึงเจ้าตัวจะยอมให้โอกาส แต่ทำไมเขาจะไม่รู้สึกถึงกำแพงที่อูยองสร้างขึ้นมา อูยองไม่เคยยอมให้เขาได้ดูแล อะไรที่เขาทำให้ อูยองปฏิเสธมันเสมอ ความห่วงใยที่เขามี อูยองไม่เคยรับมัน เขาจับมือเล็กขึ้นมากุมไว้ แผ่วเบาเพราะกลัวจะปลุกอีกคนให้ตื่นขึ้น

 

“จะแกล้งพี่ไปถึงไหน” นิชคุณเอ่ยกับคนที่หลับใหล เขารู้ตัวดีว่าทำผิดไว้กับคนๆนี้มากแค่ไหน ถ้าอูยองจะยังไม่เปิดใจ เขาคงไม่มีสิทธิ์จะโกรธเคือง แต่การเห็นอูยองอยู่กับคนอื่น ใจที่มันรักใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไร ที่ไม่พูด เพราะอยากให้อิสระกับคนๆนี้มากกว่า ไม่อยากวุ่นวาย ไม่อยากทำให้รำคาญใจ

 

“หวงจะแย่” มือหนาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้า แตะริมฝีปากลงบนหน้าผากมน

 

“พี่รักอูยองนะครับ” นิชคุณยิ้มให้เด็กน้อยของตัวเอง ได้อยู่ใกล้ๆ แค่นี้ก็ดีแค่ไหน มือเล็กที่กุมไว้ เขาจะรอจนกว่าอูยองจะเป็นฝ่ายวางมือไว้บนมือเขาอีกครั้ง เมื่อนั้นสัญญาว่าจะจับมือของน้องไว้ด้วยทั้งหัวใจ และจะไม่ปล่อยไปไหนอีกเลย

 

 

ในความมืดที่นิชคุณมองไม่เห็น อูยองนอนลืมตามองเพดาน หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้นิชคุณจะลุกออกไปแล้ว จะให้ทำยังไง เขาไม่ได้หลับ แต่กลับไม่กล้าลืมตา เมื่อได้ยินทุกคำพูด รับรู้ถึงทุกสัมผัส ... อูยองยกมือขึ้นทาบแก้มร้อนผ่าว โล่งใจที่ในห้องมืดพอให้นิชคุณมองไม่เห็นพวงแก้มที่คงจะขึ้นสีแดงจัดของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk{};

ถึงเรื่องจะดูมั่ว แต่ขอให้เชื่อว่าทุกอย่างมีเหตุผลของมันเอง
ซึ่งจะถูกเปิดเผยต่อไป โฮร่วววว ยังอุตส่าห์จะมีปริศนา ถ้าแก้ไม่หมดกุจะฮาให้
ความจริงเรื่องนี้มีแอบแฟนตาซีด้วยนะ กร้ากกกก มันจัดมาเต็มจริงๆ ใส่หมดทุกแนวววว!!

*กระซิบ* พล็อตเรื่องต่อไป เป็น ไซไฟ คุณอูไซไฟ (จะมีคนอ่านม๊ะ ฮ่าา)

จากโหวตคราวที่แล้ว หลายคนกดสองเลขนะคะ หลายคนกดสาม - -
ส่งผลให้ระบบรวนออกมาเป็นคิมจุนซูเลยเห็นม๊ะ
แหม๊ กดสองให้หมดจะจับรวบหัวรวบหางรวบรัดตัดตอนให้จบเรื่องไปเลย ฮ่าา

แต่เมื่อเป็นอีหรอบนี้ เรื่องของเราคงต้องดำเนินต่อไป....

สู้ต่อไปนะ นิชคุณ

(ไม่ต้องบอกสินะ ว่าเค้าเชียร์ใคร 555)

 

ปล. อย่าเพิ่งผิดหวังกับเรื่องนี้กันนะ มันออกแนวexperimental ไปหน่อย
มันคนละแนวกับเวดดิ้งจริงๆแหละ แต่ก็ไม่ได้กุ้กกิ้กหรือโรแมนติกอะไรมากนัก เพราะเราก็ไปแนวนั้นไม่ค่อยได้
หวานไม่ได้ ขมไม่สุด ก็เหมือนฟิคส่วนมากในบล็อกแหละถ้าอ่านมาก็คงรู้กันเนอะ
อารมณ์แบบหน่วงๆอึนๆมึนๆเบลอๆ นี่รักกันแล้ว? อะไรงี้ ฮ่าๆ

 

Comment

Comment:

Tweet