[fiction] Falling Rose 2/?

posted on 12 Oct 2011 00:42 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 
 
Title : Falling Rose
Author : LIMEs
Genre : Romance, Comedy, Agnst, Fluff, Smut, ?? (มันจะจะเล่นทุกแนว)
Rating : PG-13
Pre-Story : Wedding Dress
Pairing : Nichkhun x Wooyoung
 
 
 
 

แสงแดดแยงสายตาให้สลึมสลือตื่นจากการหลับใหล เขานอนหลับสนิทได้อย่างน่าแปลกใจ อากาศเย็นที่ทักทายในยามเช้าทำให้ร่างเล็กขยับซุกลงไปในผ้าห่มผืนหนา ปากบางเผลออมยิ้มโดยไม่ทราบสาเหตุ มีความสุขอย่างประหลาด เสียงเคร้งคร้างดังมาจากข้างนอก อูยองพลิกตัวร้องครางฮือในลำคอด้วยความเคยชิน

 

“อื้ออ.. คุณ..ฮยองง.. ขอนอนต่ออีกนิดนะ” เมื่อได้ยินเสียงตัวเองหลุดพ้นริมฝีปาก คนขี้เซาถึงได้สะดุ้งตื่นเต็มตา

 

เขาผุดลุกขึ้นนั่ง เตียงข้างๆว่างเปล่าเรียบตึง จนเหมือนไม่เคยมีคนนอน ก็จะมีได้ยังไง... ในเมื่อเหตุการณ์เมื่อคืนแจ่มชัด น่าอายที่สุด… เขาร้องไห้ต่อหน้านิชคุณยังไม่พอ ยังจะหลับไปในอ้อมกอดของนิชคุณเสียอีก อ้อมกอดที่กระชับแน่นเมื่อเขาสะอื้นไห้ เสียงนุ่มต่ำที่ปลอบประโลมอ่อนโยน นิชคุณไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ใบหน้าที่งดงามราวกับภาพวาดจากฝีแปรงปราณีตบรรจง แม้เจ้าตัวจะปล่อยให้ไรเคราขึ้นเขียวครึ้มแปลกตา แต่นัยตาที่กักขังดาวไว้ทั้งฟ้า ยังคงเป็นดวงตาคู่เดิมที่เคยทอดมองเขาทั้งเอ็นดูทั้งห่วงใย

 

เพียงแค่นึกถึงหัวใจก็เต้นแรงขึ้นมา “หยุดเดี๋ยวนี้นะ” อูยองกระซิบกระซาบสั่งใจตัวเอง

 

สัญญากับตัวเองแล้วไม่ใช่หรอ จางอูยอง ว่าจะไม่เดินย้อนกลับไป เส้นทางนั้นไม่ใช่ทางที่ควรเลือกเดิน ไม่ควรคิดถึงอีก ไม่ควรรักอีกแล้ว

 

อูยองสูดหายใจเข้าลึกๆ ส่ายหัวไล่ความคิดที่ไม่ควรเกิดไม่ควรมีออกไป เข้มแข็งไว้สิอูยอง.. พิสูจน์ให้คนๆนั้นเห็น ว่าเราอยู่ได้ โดยไม่ต้องมีเขา... เสียงจากในครัวยังคงดังต่อเนื่อง ตอนนี้อูยองมั่นใจแล้วว่าเป็นเสียงของใคร เสียงที่เคยได้ยินแทบทุกเช้าตอนอยู่ด้วยกัน เขาพ่นลมออกจากแก้มผ่อนยาว ล้มตัวกลับลงนอนบนเตียงคว้าหมอนมาปิดหน้าตัวเอง ถ้าเป็นไปได้อยากจะกดให้ขาดอากาศหายใจไปซะเลย

 

 

 

“ตื่นแล้วหรอครับ” เสียงทักทายดังมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“พี่ทำออมเลตไว้ให้”

 

“ผมไม่หิว” อูยองตอบเสียงเย็นชา คว้าเสื้อแจ็กเก็ตขึ้นสวม เดินออกจากห้องโดยไม่หันไปมองนิชคุณแม้แต่น้อย

 

ถึงอย่างนั้นคนมองตาม ก็อดจะอมยิ้มไม่ได้ เพราะพวงแก้มแดงเรื่อของคนที่ปฏิเสธแล้วรีบเดินหนีไปนั่นแหละ ปากที่บอกว่าเกลียด มือเล็กที่ทั้งทุบทั้งตี แต่ก็มือคู่เดียวกันนั้นไม่ใช่หรอ ที่เมื่อคืน... ไม่ยอมปล่อยให้เขาลุกหนีไป

 

 

 

 

 

 

 

“มีอะไร” คนแก่วัยกว่า ทำลายความเงียบขึ้นในที่สุด เมื่อเห็นสายตาของชานซองที่มองจ้องเขาอยู่เป็นนานสองนาน จะพูดอะไรก็ไม่ยอมพูดสักที

 

“ฮยอง ผมถามจริงๆเหอะ ฮยองรู้ได้ไงว่าอูยองอยู่ที่นี่”

 

“มีตัวช่วย” นิชคุณตอบอมยิ้มที่มุมปาก

 

“จุนโฮ?”

 

“ไม่ จุนโฮไม่ได้เป็นคนบอก ฉันกับเขาก็เพิ่งเจอกัน”

 

“แปลว่าจุนโฮไม่รู้เรื่องจริงๆ?”

 

นิชคุณคนช้อนสแตนเลสในแก้วกาแฟ ปล่อยทิ้งให้ชานซองรอคำตอบ เขายกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก

 

“ฮยองงงง” คนเด็กกว่าโอดครวญ ถอดถอนใจ

 

“จุนโฮ เขาเป็นเพื่อนที่ดีนะ”

 

“แล้วตกลง...มันรู้ไม่รู้ล่ะครับ” ชานซองสบรอยยิ้มของนิชคุณ ก่อนจะกัดฟันกรอดพึมพำบ่นเพื่อนตัวแสบของตัวเองยาวเป็นชุด “อิจนูนอ!”

“มิน่าล่ะ...”

 

“เฮ้ เขาไม่ได้รู้ทุกอย่างหรอก ฉันเล่าให้เขาฟัง แล้วเขาก็เดาออกเอง”

 

“แต่ก็นั่นแหละครับ” ชานซองเอนหลังพิงผนักมือแข็งแรงคู่นั้นยกขึ้นกอดอก เพื่อนกันไม่คิดจะปรึกษากันบ้างเลยหรอไง แล้วยังจะเล่นละครได้เป็นฉากๆ มันน่าเจ็บใจมั้ยละ สำหรับเขานิชคุณก็ไม่ได้แย่นักหรอก แต่เพราะห่วงไอ้เพื่อนตัวเล็กอีกคนต่างหาก ไม่รู้จะพร้อมรับมือกับนิชคุณได้หรือยัง

 

“ชานซอง” นิชคุณปล่อยให้ชานซองใจเย็นลง

 

“ฉันขออะไรอย่างนึงได้มั้ย อย่าเพิ่งบอกแทคยอนนะ” น้ำเสียงขอร้องจริงใจ ชานซองพยักหน้าเบาๆ

 

“อูยองก็บอกว่า ไม่ให้บอก” เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เริ่มระบายบนใบหน้าอีกคน ชานซองถึงรีบพูดต่อ “เขาไม่อยากให้แทคยอนเป็นห่วงหรอกครับ เขาพยายามมากนะ ที่จะไม่ทำให้คนต้องมากังวลอะไรกับเขาอีก เขาพยายามมากจริงๆที่จะกลับมาเข้มแข็งได้อีก”

 

“ฉันรู้...”

 

“ฮยอง..” คราวนี้คนเด็กกว่าโน้มตัวมาใกล้ๆ สีหน้าจริงจังจนเกือบจะเอาเรื่อง “ผมไม่อยากเห็นอูยองเจ็บอีก”

 

นิชคุณยิ้มให้ชานซอง เพื่อนตัวโตที่พร้อมปกป้องเพื่อนตัวเล็กไม่ให้ใครมารังแก เพราะอย่างนี้ถึงได้วางใจที่อูยองมีเพื่อนอย่างชานซอง “ฉันจะไม่ทำให้เขาเสียใจ”

 

“ผมจะจับตาดูฮยอง”

 

“ฉันจะประพฤติตัวดีๆ” นิชคุณยิ้ม ชูมือสองข้างขึ้นเหมือนผู้ร้ายถูกจับได้ ชานซองหัวเราะเบาๆในลำคอ

 

“ฮยองรักอูยองจริงๆใช่มั้ยครับ”

 

“ฉันรักเขา” ในวันนี้นิชคุณพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ และมั่นใจในความหมายของมันทุกประการ

 

ชานซองผงกหัวพอใจกับคำตอบ ถึงเขาอยากจะปกป้องอูยอง แต่บางครั้งที่เขามองดูเพื่อนตัวเล็ก คนที่ครั้งหนึ่งเคยมีรอยยิ้มสดใส เขาเริ่มสงสัยว่าเขาควรปกป้องอูยองจากอะไร จากนิชคุณ?... หรือจากตัวของอูยองเอง

 

“แล้วตอนนี้ อูยอง..” นิชคุณเริ่มด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “เขามีคุยกับใครบ้างมั้ย”

 

“คุยสิครับ คุยกับผม กับจุนโฮ กับแทคยอนก็โทรคุยกันบ่อยๆ”

 

“ไม่ใช่ อูยองเขา...” นิชคุณลูบท้ายทอยเก้อเขิน “มีใครมาจีบบ้างมั้ย”

 

“อ่อ” ชานซองพยักหน้าเบา แอบยิ้มขำ ก็มองว่านิชคุณเป็นพี่เป็นผู้ใหญ่มาตลอด ไม่คิดว่าจะต้องมาเห็นคนโตกว่าทำตัวเหมือนเด็กมัธยมที่เพิ่งตกหลุมรักใครเข้าให้ “ก็...มีอยู่นะ”

 

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย” นิชคุณรีบซัก คิ้วขมวดมุ่น ทำยังกะพ่อหวงลูกสาว ชานซองต้องกลั้นหัวเราะแทบแย่

 

“ก็มีทั้งสองล่ะครับ แต่ผมก็ยังไม่เห็นเขาสนใจใครเป็นพิเศษ” คำตอบของชานซองค่อยทำให้ใจชื้น รอยยิ้มผุดพรายขึ้นที่มุมปาก จนกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง ให้คนคุยด้วยต้องเอ่ยแซว

 

“ฮยองยิ้มทำไมเนี่ย”

 

“ดีใจ” นิชคุณพูดพลางหัวเราะเบาๆ “มีแฟนน่ารัก มีแต่คนรักคนหลง”

 

“อย่าไปพูดให้อูยองได้ยินเชียวนะ ไอ้ประโยคนี้เนี่ย” ชานซองหัวเราะพรืด ไอ้คนถูกเรียกว่าแฟน ถ้ามันรู้ตัวคงไล่คุณฮยองของมันกลับบ้านไม่เลี้ยงแน่

 

นิชคุณยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกที และพบว่ามันเย็นชืด เขามองนาฬิกา พลางถอนหายใจ

 

“ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ”

 

“คืนนี้เขาไม่กลับหรอกครับ อูยองกับจุนโฮเขาต้องไปทำงานต่อที่คลับของจุนซูฮยอง” พูดไปก็นึกอยากกัดลิ้นตัวเอง เมื่อนิชคุณตวัดมอง ถามกระชากเสียงแข็ง

 

“ที่ไหน!”

 

ซวย.. ซวยอีกแล้วไง ฮวางชานซอง

 

 

 

 

 

 

แสงไฟส่ายวูบวาบ ให้เห็นเงาร่างสองร่างที่กำลังเคลื่อนไหวตามบีทของดนตรี การเคลื่อนกายที่คล่องแคล่วบ่งบอกว่าได้ซักซ้อมกันมาเป็นอย่างดี เสียงเชียร์ดังกราวเกรียว แม้จะเต้นด้วยท่าเดียวกันแต่กลับแตกต่าง ในขณะที่คนหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างหนักแน่นเข้มแข็ง ร่างเล็กของอีกคนกลับเน้นที่ความพริ้วไหวคล่องตัว สะโพกกลมกลึงโยกตามจังหวะของเสียงเพลงที่มีกลิ่นอายฮิปฮอปอยู่เต็มเปี่ยม แม้เห็นดวงหน้าไม่ชัด แต่นิชคุณบ่งบอกได้ทันทีว่าภายใต้หมวกแก็ปสีน้ำเงิน คือใบหน้าน่ารักของคนที่เขาหวงนักหวงหนา เสื้อกล้ามขาวเว้าลึกจนเห็นกระดูกไหปลาร้าวางแนวสวยชัดเจน ยิ่งเมื่อเจ้าตัวก้มลงใช้แขนยันพื้นเรียวขาเหยียดสูง เสื้อขาวถึงเปิดร่นจนเห็นหน้าท้องแบนราบ ลำตัวเพรียวบางแต่ก็มีกล้ามเนื้อที่พอจะบอกได้ว่าเจ้าของร่างได้ออกกำลังกายมาเป็นอย่างดี ผิวขาวจัดเล่นล้อแสงไฟชื้นด้วยเม็ดเหงื่อ

 

ถ้าไม่เกรงใจนิชคุณจะไปขโมยตัวกลับบ้านเสียเดี๋ยวนั้น

 

จุนโฮหมุนตัวตีลังกา ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังสนั่น อูยองปาดเหงื่อบนใบหน้าหันไปยิ้มกับจุนโฮจนตาหายไปทั้งคู่ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาสนิทกับจุนโฮได้อย่างรวดเร็วคือการเต้น เขาเคยเต้นตอนอยู่มัธยม และหยุดไปในช่วงเข้ามหาวิทยาลัยเพราะคำสั่งของพ่อที่อยากให้เขาตั้งใจกับการเรียน พอได้มาที่นิวยอร์ก จุนโฮชักชวนให้เขาได้เต้นอีกครั้ง และอูยองไม่ปฏิเสธ พวกเขาฟอร์มทีมได้สักพัก จุนซูก็ชวนพวกเขาให้มาเป็นแดนเซอร์ประจำคลับที่ตัวเองเป็นหุ้นส่วนอยู่ ช่วงขณะแห่งการเต้น มีเพียงเสียงดนตรีที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง จนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เจ็บ ไม่ปวด เขาเป็นอิสระ และลืม... คนที่อยากลืม ไปได้ชั่วขณะหนึ่ง

 

 

 

 

 

“ไม่ยักรู้ว่านายเต้นเป็น” เสียงเอ่ยทัก ทำให้มือที่กำลังวักน้ำขึ้นล้างหน้าชะงักงัน

 

“ฮยองไม่ได้รู้จักผมไปซะทุกเรื่องนี่ครับ” อูยองพูดเสียงเรียบ หาทางเดินหนีออกจากห้องน้ำแคบๆนี้ นึกโกรธตัวเองที่เลือกมาใช้ห้องน้ำในชั้นสามที่ไม่ค่อยมีคนเข้าเท่าไหร่นัก แต่นิชคุณที่เข้ามาขวางไว้กลับดันร่างเขาให้ติดผนังจนหมดทางหนี

 

สายตาวาววับ จับจ้องดวงหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อไม่วางตา ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อย หรือเพราะกำลังเขิน แต่แก้มแดงๆก็ทำให้คนมองยิ้มกริ่ม

 

“พี่หวงนะ” ลมหายใจร้อนที่กระซิบอยู่ข้างแก้ม ทำให้ลมหายใจของอูยองสะดุดขาดห้วง

 

“ฮยองเอาสิทธิ์อะไรมาหวงผม เราไม่ได้เป็น...”  อะไรกัน ท้ายประโยคหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากอุ่นชื้นกดจูบลงบนเนินไหล่

 

“อูยองเป็นของพี่แล้วนะ” นิชคุณเอ่ย เคลื่อนจูบนั้นมาประทับที่ซอกคอให้ร่างบางสั่นสะท้าน สายตาไม่รู้กี่คู่ที่จ้องมองเรือนร่างของคนๆนี้เมื่อครู่ จะไม่ให้รู้สึกอะไรได้ยังไง ในเมื่อทั้งรักทั้งหวงยิ่งกว่าอะไร

 

“คนรักของพี่ทั้งคน”  ปากบางอ้าปากจะเถียง แต่ยังไม่ทันจะมีเสียงใดเล็ดลอดออกมาก็โดนประกบด้วยริมฝีปากอ่อนนุ่มของอีกคน รสจูบรุกเร้ารุนแรงโหยหา ราวกับจะยืนยันความเป็นเจ้าของ จับจองทุกลมหายใจ ใช่ว่าเป็นจูบแรกเสียเมื่อไหร่ แต่อูยองกลับสั่นไหวไม่อาจต้านทาน สัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านจนแทบจะเผลอตัวเผลอใจ ริมฝีปากขยับบดเบียดเร่าร้อนด้วยความกระหายหาล้ำลึก อย่างนี้ไงถึงไม่อยากเข้าใกล้ เพราะไม่รู้จะฝืนอีกคนได้ยังไง มือขาวที่พยายามผลักร่างหนาออกโรยแรงจนทำได้เพียงวางทิ้งไว้บนบ่าแกร่ง นิชคุณมีอิทธิพลเหนืออูยองทุกอย่าง นิ้วมือเรียวไล้ที่เอวบาง สัมผัสหน้าท้องแบนราบที่มีกล้ามเนื้อซ่อนอยู่ภายใต้ผิวเนียนละเอียด อูยองขบเม้มริมฝีปาก ไม่ให้หลุดเสียงน่าอายออกไป เมื่อฝ่ามือหนาสัมผัสเข้าที่ยอดอก ร่างกายของเขาตอบรับทุกสัมผัสเคยคุ้น คนรัก... หากเป็นเมื่อก่อน หากเพียงได้ยิน เขาคงยอมแล้วซึ่งทุกสิ่ง

 

เพราะเคยเฝ้ารอ เคยสงสัย... ว่าจางอูยองจะเป็นใคร อยู่ในฐานะอะไรสำหรับนิชคุณ

 

แต่ในตอนนี้..

อูยองหอบหายใจ เมื่อริมฝีปากได้รับอิสระ

 

“ไม่.. ผมไม่ได้..”

 

ลำคอของเขาตีบตัน เมื่อดวงตาภายใต้คิ้วเข้มที่ขมวดน้อยๆ หันมามองสบเหมือนจะดุเด็กดื้อรั้น ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้สะอาดสะอ้านเยาว์วัยเมื่อเจ้าตัวโกนหนวดเคราออกจนเกลี้ยงเกลา ราวกับกาลเวลาไม่มีผลต่อชายผู้นี้เลย นิชคุณยังคงเป็นความสมบูรณ์แบบที่น่าเจ็บปวด สวยงามจนไม่อาจจับต้อง

 

“ไม่อะไร?” นิชคุณยิ้มอ่อนโยน จูบเขาอีกครั้ง คราวนี้มันอ่อนโยนนุ่มนวล ความอ่อนหวานที่อูยองแทบจะแพ้พ่าย ดวงตาของเขาพร่าเบลอ ร่างกายถูกบดเบียดด้วยเรือนร่างของอีกคน สะโพกมนถูกยกขึ้นอย่างง