[SF] Danger

posted on 01 Sep 2011 22:52 by woohoney in WooHoney
 
Note : เนื้อหาในฟิคต่อเนื่อง(นิดๆ)จากเรื่อง All Night Long นะคะ ใครยังไม่อ่านตามไปอ่านตอนเก่าก่อนนะ
 
 

 

เมื่อสามวันก่อนผมได้กาเหม่งไอ้ผู้ชายชื่อนิชคุณ หรเวชกุลให้เป็นบุคคลอันตราย ที่ผมขอสาบานไม่ว่าชาตินี้ชาติไหนจะไม่ยอมให้แมร่งเข้าใกล้ผมเกินสามเมตรเป็นอันขาด เพราะ... เพราะ....จะว่าไงดี ผมดันบังเอิญ ใช่ บังเอิญ มันเป็นอุบัติเหตุ อุบัติเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ ก็แค่อุบัติเหตุ... ผมจูบเขา.................. โดยอุบัติเหตุ และผู้ชายกับผู้ชายจูบกัน มันไม่ใช่เรื่องปกติ ผมถึงไม่สามารถทำตัวปกติ ไม่ใช่ว่าผมคิดอะไร เพราะผมไม่ได้คิดอะไร แค่มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่ปกติ

 

จริงๆนะ

 

แต่สามวันที่ผ่านมา เอาเข้าจริง ผมโคตรอึดอัดเลยครับ ก็ไอ้บุคคลอันตรายที่ผมห้ามมันเข้าใกล้เนี่ย มันดันเป็นพี่ชายที่ผมสนิทที่สุดนี่สิ ห้ามเขาน่ะห้ามได้ แต่ห้ามตัวเองนี่มันทรมานชะมัด คิดดูสิครับ คนเคยคุยกันทุกวัน จู่ๆต้องมาวิ่งหลบหน้าหลบตา ยืนห่างกันเป็นวา หน้าก็มองไม่ได้ มันไม่สนุกสักนิด คุยด้วยก็ไม่ได้ เล่นด้วยก็ไม่ได้.... มันเหงาอ่ะ

 

แล้วที่สำคัญไม่เห็นไอ้บ้านั่นมันจะมาเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับผม แล้วทำไมผมถึงต้องมาเดือดร้อนอยู่คนเดียวด้วยล่ะ  โลกไม่ยุติธรรมสร้างมันเกิดมาหล่อ แล้วยังหน้าด้านอีก แล้วผมล่ะ หล่อก็น้อยกว่า หน้าก็ยังทนได้น้อยกว่า ดั่งนรกชังสวรรค์แกล้ง หล่อ รวย เลว แมร่งโคตรเพอร์เฟคอ่ะ นิชคุณ โคตรเพอร์เฟค

 

วันนี้ผมเลยตัดสินใจแล้วว่าจะลืมเรื่องบ้าๆนั่นซะ มันไม่เรียกว่าจูบด้วยซ้ำ ก็แค่ปากชนกันแป๊ปเดียวน้ำลายยังไม่ทันหายเหม็น แล้วผมเป็นอะไร ผมเป็นลูกผู้ชาย โตแล้ว มีเหตุมีผล ยังไงก็ยังต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน หนีไปก็หนีไม่พ้นหรอกใช่มั้ย    เพราะฉะนั้น  ผมจะกลับไปทำตัวปกติกับเขาสักที

 

“นิคคุณฮยอง” ผมตะโกนเรียกเขา ก่อนที่เราจะออกจากหอพัก เขามองหน้าผมด้วยความประหลาดใจ แน่สิ ก็ผมวิ่งหนีเขามาสามวัน แล้ววันนี้ดันวิ่งมาหาเขาเองซะงั้น

 

“ฮยองว่าผมใส่หมวกใบไหนดี” แบ้วเท่านั้นที่ครองโลก ผมจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถึงเหตุการณ์อันไม่ปกติที่เกิดขึ้น ผมอยากเป็นเหมือนเดิม มันก็ต้องเป็นเหมือนเดิมสิ ผมชูหมวกที่คว้าๆมาจากห้องขึ้นโบกไปมาใส่หน้าคุณฮยอง ไม่ทันได้ดูหรอกว่าหยิบอะไรมา แค่อยากหาเรื่องคุย แล้วมันนึกได้แค่นี้เนี่ยหว่า

 

นิชคุณมองสลับไปมาระหว่างหมวกสองใบที่ผมถือ กับใบหน้าผม ผมแทบจะกลั้นหายใจลุ้นปฏิกริยาตอบรับจากเขา เขาจะยอมพูดกับผมมั้ย แล้วเขาจะพูดอะไร มันจะเป็นปกติใช่มั้ย ในเมื่อผมทำตัวปกติ เขาก็ต้องทำตัวปกติด้วยสิ และในที่สุดเขาก็หยิบหมวกไหมพรมที่มีปอมๆก้อนกลมอยู่ข้างบนไปจากมือผม

 

“อากาศเย็นแล้ว ใส่ใบนี้ดีกว่าเนอะ” ว่าแล้วเขาก็ยิ้มออกมา ยิ้มจนถึงดวงตากลมๆโตๆของเขาด้วย นิชคุณค่อยๆบรรจงใส่หมวกนั่นลงมาบนหัวผม ฝ่ามือหนาลูบเบาๆบนศีรษะ

“อูยองใส่อย่างนี้แล้วน่ารักดี”

 

อากาศจะร้อนจะหนาวจะเย็นผมไม่รู้ แต่ตอนนี้ผมร้อน โดยเฉพาะที่หน้า โคตรร้อน น่ารัก... น่ารักดี ผมยืนจ้องเหม่งคุณฮยองก่อนจะกาไว้ในใจ ตัวอันตราย ยังไงนิชคุณก็เป็นตัวอันตรายที่ห้ามเข้าใกล้จางอูยองโดยเด็ดขาด

 


 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด”

 

เสียงกรีดร้องราวกับเกิดเหตุฆาตกรรมขนาดย่อมดังขึ้นทันทีที่พวกเราก้าวลงจากรถ วันนี้พวกผมมีงานแจกลายเซ็น ด้วยสถานที่จัดงานที่ไม่ได้ใหญ่โตมาก ส่งผลให้มันยิ่งดูแคบเข้าไปอีกเมื่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์จำนวนมากเบียดตัวเข้าล้อมรอบจุดที่เป็นเวทีเอาไว้อย่างหนาแน่น ผมรีบใช้วิชาตัวเบาที่ฝึกปรือมาเป็นอย่างดีในการเผ่นเอาตัวรอด วิ่งแซงสมาชิกทั้งห้าขึ้นมายึดพื้นที่สุดขอบเวทีไว้ได้เป็นผลสำเร็จ เรื่องของเรื่องคือวิ่งหนีนิชคุณครับ แล้วก็สำเร็จเป็นที่น่าพอใจเมื่อมีสมาชิกวงอีกสี่คนยืนกั้นเราจากกัน ถึงแม้ว่าพอเผลอเหลือบไปมองจะเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มประหลาดๆบนหน้านิชคุณก็ตาม ยังไงระยะไกลก็ต้องดีกว่าอยู่ใกล้ๆละวะ

 

เมื่อเรากล่าวทักทายแฟนๆเสร็จ ก็มาถึงตอนที่ผมไม่ชอบที่สุด

 

“นั่งเรียงตามรูปบนปกซีดีนะ” เสียงพี่เมเนเจอร์ดังมาเข้าหู และยังคงดังก้องตอกย้ำอยู่ในมโนสำนึกวนไปวนมาไม่รู้หาย

 

เวรกรรมอะไรของจางอูยอง นั่งสลับกันแล้วแฟนคลับจะจำสับสนหรอว่าใครเป็นใครอ่ะห๊ะ มันจะเห็นฟันแทคยอนเป็นจมูกจุนโฮหรอไงกันห๊ะ ก็ไอ้รูปบนปกอ่ะ อีนิคคุณอ่ะ มันยืนอยู่ข้างผมน่ะสิ แล้วมัน... โว้ยย ไม่อยากอยู่ใกล้นิชคุณอ่ะ ทำยังไงดี เผ่น? วิ่งหนี? แกล้งตาย?

 

หมับ!

 

ผมรู้สึกถึงมือของใครบางคนเอื้อมมาจับไหล่ และเมื่อเงยหน้าไปมองก็เห็นเป็น... นิชคุณ

 

ตูยังไม่ได้บอกเมิงหรอ ว่าตูกำลังหาทางหนีเมิงอยู่อ่ะ

 

“ไปนั่งที่เร็ว” ยิ้ม ยิ้มอีกแล้ว ยิ้มทำเสี่ยไรครับ แล้วร่างกายของผมก็โดนลากไปหย่อนไว้บนเก้าอี้ ส่วนสติของผมหลุดลอยไปไหนไม่อาจทราบได้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนมีแฟนคลับมายืนกระพริบตาปริบๆขอลายเซ็นอยู่ข้างหน้า ส่วนคนที่นั่งข้างๆผม ผมไม่รู้ ผมไม่กล้าหันไปมอง

จับปากกาแล้วก็เซ็น จะยากอะไร แต่ทำไมมันยากวะครับ ไอ้ความรู้สึกที่เหมือนมีใครไม่ใกล้ไม่ไกลกำลังจับจ้องอยู่ มันรบกวนสมาธินะเว้ย จะหันกลับไปมองก็ไม่ได้ พาให้ตัวหนังสือแต่ละตัวที่จะเขียนมันช่างดูยากเย็น มือไม้แข็ง อย่างกับว่าเขียนหนังสือไม่เป็นไปซะอย่างนั้น สรุปผลว่าเซ็นไปสิบคน เขียนผิดไปเก้าคน ส่วนคนที่สิบผมต้องถามชื่อเขาซ้ำอยู่สามสี่รอบ ณ จุดนี้ จางอูยองอยากจะไถลลงจากเก้าอี้แล้วมุดลงดินให้รู้แล้วรู้รอด

 

 “อปป้า” เสียงเรียกของแฟนคลับตรงหน้าดังขึ้นขัดจังหวะที่ผมกำลังหาทางจะแทรกตัวหนีผ่านรอยแยกของธรณี

 

“ครับ” ผมหยิบปากกามาถือไว้ในมือ เหยียดแก้มออกให้ดูคล้ายๆว่ายิ้มอยู่

 

“ชื่ออะไรครับ”

 

“จียอนค่ะ”

 

วาบบบ... ความรู้สึกนี่ คนข้างๆแม่มหันมามองอีกแล้ว เมิงจะเอาอะไรจากกรู จะมองให้กรูท้องเลยมั้ยยย สติๆ จางอูยอง สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดปัญญาไม่เกิดปัญญาไม่มี ให้ตายผมลืมชื่อเธอไปแล้ว

 

“เอ่ออ..ชื่ออะไรนะครับ”

 

“จียอนค่ะ”

 

โอเค... ผมจะไม่สนใจ ใครจะมองก็ช่างเขา สิ่งที่ผมต้องทำมีแค่เพ่งโฟกัสไปที่ปลายปากกาแล้วเซ็นชื่อตัวเองลงไป ว่าแต่ผมชื่ออะไรนะ?

 

“อูยองอปป้า” เออ ใช่ผมชื่ออูยอง

 

“อย่าดื้อกับคุนนี่อปป้านะคะ ยอมๆอปป้าเขาหน่อยนะคะ”

 

หือ... ตูไปดื้ออะไรมันตอนไหน แล้วให้ตูยอมอะไร ตัวแม่เลยมั้ยเนี่ย นี่ผมเจอตัวแม่เลยใช่มั้ย

 

“คืออ..” ผมคิดคำพูดจะกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นชายเสียหน่อย ขืนปล่อยไปอย่างนี้คนเขาจะได้เข้าผมผิดๆกันหมดพอดี แต่ยังไม่ทันจะมีคำอะไรหลุดรอดจากปากหรอก ไอ้คนข้างๆมันก็ใช้เสียงนุ่มๆหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเอามืออุ่นๆมาลูบหัวผมเล่น

 

ฮืออ... อย่ามายุ่งกับกรู...........

 

“คุนนี่อปป้า ดูแลอูยองงี่อปป้าด้วยนะคะ”

 

“ครับ จะดูแลอย่างดีเลย ป้อนข้าว ป้อนน้ำ พร้อมกล่อมนอนด้วยครับ”

 

 

ผมนั่งดูจียอนฝากฝังผมไว้กับไอ้คุณฮยอง เห็นผมเป็นเด็กสามขวบกันรึไง ต้องมาให้ดูลงดูแล ดูแลตัวเองได้โว้ย โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วเฟ้ย ผมแอบหันไปเหล่มองนิชคุณอย่างไม่พอใจนิดนึง แต่ดั้นนไอ้บ้านั่นต้องหันมาพอดีด้วย ไม่หันเปล่า มันมาพร้อมรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว สว่างไปมั้ย คุณฮยองน่ะสว่างไปมั้ย ผิวก็ขาวเรืองรองออร่ากระจายราวเทวดาลงมาโปรดมนุษย์โลก มองแล้วเบลอครับ

 

ไม่ไหวแล้วเว้ย!!

 

“ผมขอย้ายที่” ผมได้ยินเสียงตัวเองพูดขึ้น ตอนที่ตัวกระเด้งขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ อยู่ตรงนี้ไม่ได้ อยู่ใกล้คุณฮยองอีกนาทีเดียว ชีวิตของจางอูยองจะต้อง...ตาย อาการหายใจไม่ค่อยจะออกอย่างนี้ หัวใจเต้นแรงได้อย่างนี้ ผมกำลังจะตาย หัวใจกำลังจะวายแน่ๆ ไหนจะอาการร้อนวูบวาบที่วิ่งผล่านไปทั่ว ธาตุไฟกำลังจะแตก ร่างกายของผมกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

 

“ตรงนี้มันอับ ผมหายใจไม่ออก” ผมบอกทุกคนที่หันมามองผมเป็นตาเดียว

 

“เอ่อ... งั้นแลกที่กับฉันก็ได้อูด้ง” ชานซองที่นั่งอยู่ริมเวทีลุกขึ้นยืน อย่างงี้สิมักเน่น่ารักน่าเอ็นดูกลับไปบ้านจะไปตัดกล้วยมาบำเรอสักสามหวี ผมรีบวิ่งไปหาเขาอย่างไม่ลังเลสักนิด ถึงแม้จะแอบได้ยินเสียงหัวเราะขำของใครบางคนดังไล่หลัง

 

 

 

เสร็จสักที ในที่สุดผมก็เซ็นชื่อให้กับแฟนๆเสร็จไปได้ด้วยดี และก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายก่อนจากกัน... ถ่ายรูปหมู่

 

“ชิดๆกันหน่อยครับ” คุณลุงตากล้องยืนถ่างขาพร้อมโก่งตูด แมร่งท่าโพสชนะเลิศอ่ะ น่าเอากล้องไปถ่ายพี่แกมากกว่าถ่ายพวกผมนะ

 

“ชิดอีกนิดครับ” เมิงจะให้กูชิดไปไหนวะเนี่ย ทุกคนขยับตัวไปรวมกันเป็นก้อนเดียว อ้าวว เวรแล้วไง.. ผมหลุดกรอบอ่ะ

 

จะไปแทรกทางซ้ายก็เจอทั้งชานซองทั้งแทคยอนยืนเป็นกำแพงเมืองจีนบังผมซะมิด จะยืนเขย่งผมก็สงสารนิ้วตรีนตัวเอง จะไปแทรกระหว่างชานซองกับจุนโฮ ผมก็กลัวไปทำลายโมเม้นของคู่เขา ผมเดินมึนงงไปยืนข้างจุนซูฮยองที่ขยับที่ให้ผมยืนอย่างรวดเร็ว

 

“พร้อมนะครับ 1…2… 3… กิมจิ”

 

ผมฉีกยิ้มกว้าง พร้อมกับเสียงกรี๊ดดังขึ้นอีก รอยยิ้มของผมมันน่ารักมากจนแฟนๆทนไม่ไหวใช่มั้ยครับ

 

ไม่.. ไม่ใช่ครับ

 

เพราะอีป้ายที่กระพือไกลๆนี่ ป้ายคุณด้งทั้งนั้นเลย ผมเหลือบมองคนข้างๆที่โอบไหล่ผมอยู่ ชัดเลย.. นิชคุณ เจ้าเก่าเจ้าประจำเจ้าเดิม มันมายืนตรงนี้นานรึยัง?

 

ผมยิงฟันสู่แสงแฟลชที่ยังวูบวาบ พลางกระเถิบหนีนิชคุณให้ไกลสุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงตะโกนมาจากข้างล่าง

 

“อูยองงงงงง” เสียงแมนมากครับ “ผมรักคุณ ผมรักคุณมากเลยนะ แต่งงานกับผมนะครับ”

 

ผมมองหน้าคนตะโกน แล้วขนลุกวาบ โห พี่แกเล่นหนวดเคราดำเฟิ้มมาเลย พูดตรงๆ ผมกลัวครับ กลัวจนผมเผลอไปยืนเบียดคนข้างๆโดยอัตโนมัติ นิชคุณฮยองแกก็ไม่พลาดโอกาสฉีกยิ้มกว้างโอบเอวผมเข้าไปชิดตัวเองมองหน้าคุณแฟนบอยคนนั้นอย่างเย้ยหยัน เออ ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าจางอูยองมันเด็กใคร...

 

เอ๊ะ มันฟังดูแปลกๆอยู่นะ -_-

 

ผมมองหน้าพี่ข้างล่างที่เปลี่ยนไปชูป้าย “เลิกกับเขา แล้วมาหาผม” แล้วเปลี่ยนมามองหน้านิคคุณหนึ่งที ก่อนจะขยับไปยืนพิงร่างหนาของเขา พี่แกจึงเดินคอตกจากไปด้วยหัวใจแตกสลาย ผมเสียใจด้วยนะครับ แต่พี่กับเขา... ผมคงต้องเลือกนิชคุณ

 

 

 

หน้าตามันจะมีความสุขไปแล้ว ผมหันหน้าออกนอกหน้าต่าง ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้นั่งข้างคุณฮยอง แต่ผมก็เห็นครับ(ผมแอบมอง ผมยอมรับ) ว่าคนที่นั่งอยู่เบาะหลังมันแอบอมยิ้มกรุ้มกริ้มอยู่คนเดียว ท่าจะบ้า ถ้ามันไม่บ้า ผมนี่แหละจะเป็นบ้าเอง

 

ทันทีที่รถจอดที่หน้าหอ ผมวิ่งลงจากรถด้วยความเร็วสิบแรงหมาถีบ กระโจนพรวดเข้าไปในห้องนอนแล้วล้อกประตู ผมยืนหอบพิงบานประตู ให้ตาย นี่ผมบ้าจนโง่ไปแล้วหรือไง ถึงได้ไปยืนข้างนิชคุณ แล้วปล่อยให้ตัวอันตรายอย่างนั้นยืนโอบเอวอยู่ได้เป็นนานสองนาน

 

ก้อกๆ


เสียงเคาะประตู ทำให้ผมสะดุ้ง

 

“อูยอง เปิดประตูที”

 

เปิดก็โง่สิครับ ห้ามเข้าใกล้ อูยองต้องไม่เปิดโอกาสให้นิชคุณเข้าใกล้อีกเป็นอันขาด

 

“อูยอง” นิชคุณตบประตูเรียก

 

“ผมเหนื่อย จะนอนแล้ว” ผมตะโกนออกไป ก่อนจะถอยมานั่งกอดเข่าบนเตียง

 

“แต่อูยอง...”

 

“อย่ามากวนผมน่า”

 

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้”

 

ฮึ้ยย มีมาสั่ง

 

“ไม่”

 

“จะเปิดไม่เปิด”

 

“ก็ทำไมต้องเปิดด้วยเล่า!”

 

“ก็นั่นมันห้องฉัน!”

 

ผมมองซ้ายมองขวา เออ.. จริง ห้องคุณฮยองนี่หว่า ช่วยไม่ได้นี่ครับ ก็ผมมานอนห้องนี้บ่อยกว่าห้องตัวเองอีก มันต้องมีเบลอกันบ้าง ก็ดูสิ ของเหลืองๆที่แทรกซึมอยู่เกือบครึ่งห้องก็ของผมทั้งนั้นอ่ะ

 

ผมกอดหมอนเอาไว้ คว้าผ้าห่มลายลูกเจี้ยบของตัวเองมาห่อตัวจนเหลือแต่ลูกกะตาให้พอมองทางได้ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูอย่างไม่เต็มใจนัก

 

นิชคุณทำท่าจะดุผม แต่พอเขาก้มมามองเขาก็หัวเราะแทน “นายทำไรของนายเนี่ย”

 

ผมเบี่ยงหลบมือของเขาที่พยายามจะดึงผ้าออกจากหน้าผม

 

“ก็เข้าห้องไปสิ ผมไปละ”

 

“ไปไหน”

 

ไปให้ไกลจากเมิงอ่า... นี่ผมมายืนสนทนาอะไรกับเขาอีกเนี่ย

 

ผมไม่ตอบแต่เดินไปเลื้อยลงบนโซฟาก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงเป็นก้อนกลมๆสีเหลืองที่ระบุชนิดไม่ได้

 

“อูยอง”

 

“อืออื่อออื้ออ” ผมร้องเป็นภาษาตัวเอง แปลว่า ตูจะนอนแล้ว เลิกยุ่งกับตูสักที ไม่ต้องห่วงครับ นิชคุณเขาเก่งเขาเข้าใจได้ เพราะในที่สุดเขาก็ยอมแพ้แล้วเดินกลับห้องไป

 

ผมนอนฟังเสียงสมาชิกเดินผ่าน เปิดตู้เย็น กินจ้อบแจ้บ คุยกันเรื่องนู่นนี่ แวะนินทาไอ้ก้อนเหลืองๆลายลูกเจี้ยบบนโซฟา เปิดตู้เย็น ปิดตู้เย็น เสียงช้อนส้อมกระทบกันกริ้งๆ เสียงหัวเราะเฮใหญ่ เสียงเปิดน้ำ เสียงไมโครเวฟ เสียงเปิดตู้เย็น เสียงคุย เสียงเปิดตู้เย็น เห้ยย เมิงจะกินกันไปถึงไหน จนเวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่ทราบได้เสียงทุกอย่างก็เงียบลง กระเพาะผมร้องจ้อกเพราะตั้งแต่กลับมายังไม่ได้กินอะไร ผมดึงผ้าห่มออก หรี่ตาเมื่อเจอแสงสว่างจ้า เอาอีกแล้ว ไปนอนแล้วก็ไม่ยอมปิดไฟกันล่ะ ต้องให้บ่นอีกกี่ครั้งกันนะ

 

ผมเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นหาของกินในครัว จังหวะที่ผมก้มๆเงยๆ ผมพบว่ามีเงาคนมายืนอยู่ข้างหลัง ขนท้ายทอยผมลุกเกรียว

 

“ยอมออกจากดักแด้แล้วหรอ” มันว่าใครเป็นดักแด้.. ผมยัดขนมปังที่ถือไว้ใส่ปาก เพื่อให้มือไม้ว่างสะดวกต่อการวิ่งหนีฝ่ามือของนิชคุณที่พยายามจะขยี้หัวผมอย่างเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว

 

“นี่นายเป็นอะไรของนายเนี่ย”

 

“อ่าเอ้าอาอะอั้บ (อย่าเข้ามานะครับ)” ผมห้ามเขาทั้งที่คาบขนมไว้ในปาก แต่ร่างของนิชคุณที่เดินยิ้มเผล่ก็ยังคงเยื้องย้างเข้ามาหา

 

ผมถอยจนติดผนัง มองซ้ายมองขวาก่อนจะคว้า... เอ่อ... ‘ส้อม’ ขึ้นมาขู่

 

“ฉันว่านายวางส้อมลงเถอะ” นิชคุณหัวเราะพลางเดินมาหยุดข้างหน้าผม

 

ผมส่ายหน้า ฮืออ นิชคุณจะมาใกล้ไปแล้วนะ ผมรู้สึกร้อนๆรุ่มๆขึ้นมาอีกแล้ว แก้มจางอูยองต้องกำลังจะระเบิดแน่

 

นิชคุณจับมือผม แล้วปลดส้อมไปอย่างง่ายดาย ผมเริ่มสงสัยว่าบางทีนิชคุณอาจมีพลังวิเศษในการสูบพลังงานคนอื่นโดยการสัมผัส

 

“นายไม่ควรคาบขนมเอาไว้อย่างนั้นนะ” ก่อนที่ผมจะทำอะไร ผมก็มองเห็นตากลมๆของเขาเคลื่อนมาอยู่ใกล้ๆ ถ้าผมไม่ได้คาบขนมอยู่ ผมคงกำลังกรีดร้องด้วยพลังเสียงสองแสนล้านเดซิเบล แต่ประเด็นมันคือขนมปังมันอยู่ในปากผม แล้วนิคคุณอ่ะ ไอ้นิชคุณอ่ะ มันก็งับมาบนขนมปังที่ผมคาบอยู่อ่ะ!

 

จางอูยองจะเป็นบ้า บ้า บ้าที่สุด.. ถ้าไม่มีหนมปังนี่ ปากคงชนกันไปแล้ว... ริมฝีปากอุ่นๆนุ่มๆของนิชคุณ

 

เฮ้ยย นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย ผมควานหาอาวุธที่ถูกปลดทิ้งไป ก่อนจะยกมันขึ้นมา ตูขอเอาส้อมทิ่มสักทีให้หายหมั่นไส้เถอะ

 

นิชคุณผงะถอยหลังไป เบิกตาโตมองวัตถุในมือผม จนผมต้องหันไปมองตาม

 

“เฮ้ย!!” เสียงผมร้องประสานขึ้นมาพร้อมบุคคลที่สามที่เพิ่งออกมาจากห้องนอนพร้อมตุ๊กตาแพนด้า

 

ผมเชื่อว่าผมกำลังทำตาโตที่สุดในชีวีต ในขณะที่หนมปังล่วงลงจากปากที่อ้าค้าง .... ผมกำลังถือมีดจ่อนิชคุณอยู่อะ!

 

“พวกนายเล่นอะไรกันเนี่ย” จุนซูร้องวางคุณแพนด้าลงบนโซฟาก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมชูมือสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ

 

นิคคุณก็อยู่ในท่าเดียวกัน “วางมีดลงก่อนนะ อูยอง”

 

“มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้ ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้” จุนซูค่อยๆพูดเกลี่ยกล่อม เหมือนผมเป็นคนบ้าคลุ้มคลั่งที่พร้อมจะแทงทุกคนที่ขวางหน้า

 

เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆ ผมขอไปให้พ้นๆนิชคุณก่อนเถอะนะ

 

“ถอยไปนะครับ” ผมชี้มีดใส่นิคคุณ ก่อนจะค่อยๆก้าวถอยออกมาจากครัว

 

จังหวะนั้นเองที่เจ้าพ่อแดกูมันกระโจนเข้ารวบตัวผม พร้อมกับนิชคุณที่พุ่งตามมาแย่งอาวุธในมือ ด้วยความตกใจผมเลยเผลอสะบัดมือที่จับมีดอยู่ คมมีดบาดมือนิชคุณจนเป็นแผลยาว ก่อนมันจะสปินตัวเอง... ลงไปสะกิดที่ผิวเท้าจุนซู

 

“อ้ากกกก” เสียงกรีดร้องของจุนซูเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่ความวุ่นวายจะเข้ามาแทนที่ สมาชิกคนอื่นโผล่ออกมาจากห้อง พร้อมตาที่เบิกโตเป็นไข่ห่าน

 

ผมยืนโงนเงนจะล้มไม่ล้มแหล่ ฮึก.. เลือด เลือดทั้งนั้นเลย

 

ผมถูกใครสักคนลากตัวออกมาจากผู้เคราะห์ร้ายทั้งสอง แทคยอนแบกจุนซูขึ้นหลัง ก่อนจะเดินออกไป พร้อมส่งสายตามองผมอย่างคาดโทษ

 

ส่วนผมนะหรอ... ผมจะทำอะไรได้ นอกจาก...

 

“ก็ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น ฉันแค่.. ฉันแค่ ฮึกกก.. ฮือออ” ผมร้องออกมาสะอึกสะอื้นแทบไม่เป็นภาษา

 

“ไม่เป็นไรนะอูยองงี่ ไม่ร้องนะ” ชานซองลูบหัวผม ขณะที่จุนโฮลูบหลังผม ฮือออ นี่กุแก่กว่าพวกมันแน่ปะวะ

 

“จุนซูฮยอง.. เขากระโจนมา แล้วฉันก็ตกใจ ฉันก็เลย..ฉันก็เลย ฮื้อออ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกนะ แทคฮยองพาจุนซูฮยองไปหาหมอแล้ว เขาไม่เป็นไรหรอก มีดบาดนิดเดียวเอง”

 

“บาดห่าไร แมร่งปักอยู่ที่เท้ากูเนี่ยอ่ะแทค เมิงไม่เห็นหรอ” ผมได้ยินเสียงตะโกนของจุนซูดังมาจากทางเดินข้างนอก ว่าแล้วผมขออนุญาตปล่อยโฮแรงๆออกมาอีกรอบ

 

“แค่แผลถลอก นายก็รู้ว่าจุนซูฮยองเว่อร์” ชานซองยักไหล่ “มีดที่หอเราไม่ได้คมขนาดนั้น”

 

“แต่ว่าฉันเห็นเลือด เห็นเลือดเต็มไปหมดเลย” จากมือนิชคุณด้วยอ่ะ... ผมหันไปเขย่าตัวจุนโฮที่กำลังอ้าปากหาว

 

“นิคคุณอ่ะ นิคคุณอยู่ไหน”

 

 

นิชคุณเขาโกรธผมอ่ะ เขาโกรธผมอ่า... ผมเข้ามายืนอยู่ในห้องเขาได้เกือบสิบนาทีแล้ว เขาก็เอาแต่นอนหันหลังให้ผมอยู่ได้

 

“คุณฮยองงงงงง”

 

“.....”

 

นิ่ง ยังนิ่ง...

 

ผมกระเถิบตัวเองไปนั่งจ๋อมอยู่ข้างเตียง เอามือดันหลังเขาเบาๆ “ขอโทษอ่า ผมขอโทษ”

 

ผมพองลมเต็มแก้ม วิธีนี้ผมไม่ใช้กับใครหรอกนะ มันเป็นท่าไม้ตายของจางอูยองแล้วนะ ผมโน้มตัวลงไป เอาแก้มถูไปมาบนหลังนิชคุณ

 

“ขอโทษ ขอโทษ ฮือออ ผมไม่ได้ตั้งใจอ่า”

 

“อะหึ” ผมได้ยินเสียงนิชคุณหัวเราะ ก่อนที่เขาจะหันพรวดมา พาร่างผมลงไปนอนกองกับพื้น

 

“ไม่อยากเข้าใกล้ฉันไม่ใช่หรอไง” ผมมองเหม่งคนที่จ้องหน้าผมอยู่ ถ้าตอนนี้มีสัญญาณเตือนอันตราย เสียงหวอคงดังก้องไปหมดแล้วล่ะครับ

 

“ก็... ก..ก็..ก้ออ..” ก็...ผมลืมวิธีจะพูดไปแล้ว ผมกลืนน้ำลายลงคอ อุณภูมิที่หน้าเพิ่มขึ้นสามถึงสี่องศา

 

“เกลียดกันนักใช่มั้ย”

 

“ไม่ใช่นะ” ผมรีบแย้ง อ่า... ทำไมคนหัวเหม่งขี้ใจน้อย แค่ผมวิ่งหนีนิดหน่อย ทำไมต้องสรุปว่าผมเกลียดด้วย

 

“แล้วนายเป็นอะไร”

 

“ถ...ถอยไปก่อน..”

 

“นายไล่ฉันอีกแล้ว” ผมอยากจะหากระจกมาให้มันส่อง ทำหน้าทำตาน้อยใจไปได้

 

“ฮยองมานอนทับผมอย่างนี้ ผมหายใจไม่ออกนะ”

 

นิชคุณยอมออกไปจากตัวผมในที่สุด ผมรู้สึกถึงออกซิเจนที่เริ่มจะกลับมาไหลเข้าปอด ผมกำลังคิดว่าบางทีผมอาจจะวิ่งหนีเลี่ยงคำถามเขาเสียเลย แต่พอเงยหน้ามาเจอนิชคุณนั่งกอดอกหน้าหงิกพร้อมมือที่พันผ้าพันแผลไว้เกือบถึงข้อศอก ความรู้สึกผิดมันเลยยั้งไว้

 

“อย่ามองผมอย่างงั้นสิ ผมขอโทษแล้วไง”

 

“ทำไมนายถึงหนีฉัน” นั่นไง.. มันมาแล้วดาร์คคุณ หน้านิ่ง เสียงนิ่ง ชวนขนหัวลุก

 

โอ้ยยยย แล้วผมจะตอบเขายังไงล่ะเนี่ย ไม่ตอบก็โกรธกันอีก ถ้าตอบ... ผมก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วล่ะครับ

 

“ว่าไง” นิชคุณเค้นเสียงต่ำ พาให้ผมสะดุ้ง

 

“ผม...” หลับตาพูดละกัน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นหน้า “ฮยองคิดอะไรกับผมปะ”

 

“.....”

 

หลังจากความเงียบอันยาวนานเกือบทั้งชีวิต ผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะ ส่วนผมอยากจะลงไปนอนร้องไห้ซะเดี๋ยวนั้น

 

“ถ้าฮยองไม่คิดอย่าหัวเราะเยาะผมได้ปะละ เพราะผมคิด”

 

“ฉันไม่ได้หัวเราะเยาะนะ” นิชคุณพูดไป.. หัวเราะไป เออ.. ให้มันได้งี้สิ ไม่ได้หัวเราะเยาะกันเลยนะ “แล้วนายคิดอะไรอ่ะ”

 

“ก็คิด…” ผมอยากให้แผ่นดินมันสูบผมลงไปเดี๋ยวนี้เลยจริงๆ “ก็เรา...จูบกัน แล้ว...ฮยองก็... แล้วผม.. แล้วที่แฟนๆจิ้น แล้ว..ผม เอ่อ ผม.. ก็คิด.. จริงๆ”

 

“งี่เง่าน่า อูยอง นายวิ่งหนีฉันเพราะเรื่องแค่นี้”

 

เรื่องแค่นี้?... งี่เง่า?...

 

“ผมพูดไปแล้ว ขอโทษไปแล้ว ผมไปได้แล้วใช่มั้ย” ผมกำลังจะลุกออกไปทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ ตอนที่ได้ยินเสียงนิชคุณขำอะไรขึ้นมาอีก ผมมันน่าขำนักหรอครับ

 

ผมถูกดึงข้อมือให้กลับลงไปนั่งข้างนิชคุณ

 

“แล้วใครบอกนายว่าฉันไม่คิด” ผมลืมตามาเจอรอยยิ้มของเขา ดวงตากลมๆของเขา

 

“คิด...อะไร” ผมกระพริบตาปริบๆ ไม่เชื่อหูตัวเอง เขาคิดอะไร คิดเหมือนที่ผมคิด หรือเขาคิดว่าผมคิดอะไรเหมือนที่เขาคิด

 

“แล้วนายคิดอะไร”

 

“แล้วฮยองคิดอะไร”

 

“ฉันก็คิดเหมือนที่นายคิดนั่นแหละ อูยอง”

 

“แล้วผมคิดอะไร” นิชคุณมองหน้าผม แล้วก็หัวเราะรื่น

 

เขาดึงแก้มผมไปมา “คิดอย่างนี้ไง” ก่อนที่เขาจะก้มลงมาจูบริมฝีปากของผม ริมฝีปากของเขามันนุ่มๆหยุ่นๆอุ่นๆ ผมรู้สึกถึงปลายลิ้นของเขา กล้ามเนื้อที่แข็งแรงไล้ที่กลีบปาก รสมิ้นและกลิ่นสตรอเบอร์รี่ที่สอดเข้ามาภายในโพรงปาก ความอุ่นที่วิ่งปลาบเหมือนกระแสไฟฟ้าไหลไปทั่วทั้งร่าง แล้ว...ประสาทสัมผัสทั้งห้าของผมก็เจ๊งบ๊งไปพร้อมกัน ผมคาดว่ามันต้องเกิดเหตุระเบิดอะไรสักอย่างขึ้นในสมองผม ผมว่าผมได้ยินเสียงตู้มด้วยนะ

 

“อูยอง!” นิชคุณเขย่าตัวผม ขณะที่ผมเห็นดาววิ่งระยิบระยับเต็มไปหมด หน้าตาที่พร่าเบลอของนิชคุณดูตื่นตกใจ นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นก็สติผมจะวูบไป

 

ก็ผมบอกแล้วไง..ว่านิชคุณเป็นตัวอันตรายที่ห้ามเข้าใกล้จางอูยองเป็นอันขาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk{};
เปิดไปเจอว่าแต่งทิ้งไว้ครึ่งเรื่อง เมื่อนานมาแล้ว... = =
อาจจะเกือบปีนึงได้ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนั้นไม่แต่งให้จบ
เหมือนว่ามันไม่สนุกเลยทิ้งไปมั้ง แต่กลับมาอ่านดูอีกทีมันก็ไม่ได้แย่นี่นา(ช่ายม๊ายยย?)
หรือมาตรฐานกุต่ำลงว่ะ หรือจะคิดถึงคุณอูมากเกินไป
นานแล้วเนอะที่ไม่ได้เห็นพี่คุณกะน้องด้งด้วยบรรยากาศแบบนี้ ฮี่ฮี่ๆ
 
เป็นภาคต่อของ All night long ที่ไม่ค่อยจะต่อเนื่องกันชอบกล - -
แถมมุกในเรื่องบางฉากบางตอนเราเอาไปใช้กับเรื่องอื่นไปแล้วด้วย ฮ่าาาๆ
เอาน่ะ รียูสนะ ขนาดคนแต่งยังลืมๆไปแล้ว คนอ่านก็ลืมๆมองข้ามไปนะคะ
 
 
 
 

 

เมื่อสามวันก่อนผมได้กาเหม่งไอ้ผู้ชายชื่อนิชคุณ หรเวชกุลให้เป็นบุคคลอันตราย ที่ผมขอสาบานไม่ว่าชาตินี้ชาติไหนจะไม่ยอมให้แมร่งเข้าใกล้ผมเกินสามเมตรเป็นอันขาด เพราะ... เพราะ....จะว่าไงดี ผมดันบังเอิญ ใช่ บังเอิญ มันเป็นอุบัติเหตุ อุบัติเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ ก็แค่อุบัติเหตุ... ผมจูบเขา.................. โดยอุบัติเหตุ และผู้ชายกับผู้ชายจูบกัน มันไม่ใช่เรื่องปกติ ผมถึงไม่สามารถทำตัวปกติ ไม่ใช่ว่าผมคิดอะไร เพราะผมไม่ได้คิดอะไร แค่มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่ปกติ

 

จริงๆนะ

 

แต่สามวันที่ผ่านมา เอาเข้าจริง ผมโคตรอึดอัดเลยครับ ก็ไอ้บุคคลอันตรายที่ผมห้ามมันเข้าใกล้เนี่ย มันดันเป็นพี่ชายที่ผมสนิทที่สุดนี่สิ ห้ามเขาน่ะห้ามได้ แต่ห้ามตัวเองนี่มันทรมานชะมัด คิดดูสิครับ คนเคยคุยกันทุกวัน จู่ๆต้องมาวิ่งหลบหน้าหลบตา ยืนห่างกันเป็นวา หน้าก็มองไม่ได้ มันไม่สนุกสักนิด คุยด้วยก็ไม่ได้ เล่นด้วยก็ไม่ได้.... มันเหงาอ่ะ  

 

แล้วที่สำคัญไม่เห็นไอ้บ้านั่นมันจะมาเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับผม แล้วทำไมผมถึงต้องมาเดือดร้อนอยู่คนเดียวด้วยล่ะ  โลกไม่ยุติธรรมสร้างมันเกิดมาหล่อ แล้วยังหน้าด้านอีก แล้วผมล่ะ หล่อก็น้อยกว่า หน้าก็ยังทนได้น้อยกว่า ดั่งนรกชังสวรรค์แกล้ง หล่อ รวย เลว แมร่งโคตรเพอร์เฟคอ่ะ นิชคุณ โคตรเพอร์เฟค

 

วันนี้ผมเลยตัดสินใจแล้วว่าจะลืมเรื่องบ้าๆนั่นซะ มันไม่เรียกว่าจูบด้วยซ้ำ ก็แค่ปากชนกันแป๊ปเดียวน้ำลายยังไม่ทันหายเหม็น แล้วผมเป็นอะไร ผมเป็นลูกผู้ชาย โตแล้ว มีเหตุมีผล ยังไงก็ยังต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน หนีไปก็หนีไม่พ้นหรอกใช่มั้ย    เพราะฉะนั้น  ผมจะกลับไปทำตัวปกติกับเขาสักที

 

นิคคุณฮยองผมตะโกนเรียกเขา ก่อนที่เราจะออกจากหอพัก เขามองหน้าผมด้วยความประหลาดใจ แน่สิ ก็ผมวิ่งหนีเขามาสามวัน แล้ววันนี้ดันวิ่งมาหาเขาเองซะงั้น

 

ฮยองว่าผมใส่หมวกใบไหนดีแบ้วเท่านั้นที่ครองโลก ผมจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถึงเหตุการณ์อันไม่ปกติที่เกิดขึ้น ผมอยากเป็นเหมือนเดิม มันก็ต้องเป็นเหมือนเดิมสิ ผมชูหมวกที่คว้าๆมาจากห้องขึ้นโบกไปมาใส่หน้าคุณฮยอง ไม่ทันได้ดูหรอกว่าหยิบอะไรมา แค่อยากหาเรื่องคุย แล้วมันนึกได้แค่นี้เนี่ยหว่า

 

นิชคุณมองสลับไปมาระหว่างหมวกสองใบที่ผมถือ กับใบหน้าผม ผมแทบจะกลั้นหายใจลุ้นปฏิกริยาตอบรับจากเขา เขาจะยอมพูดกับผมมั้ย แล้วเขาจะพูดอะไร มันจะเป็นปกติใช่มั้ย ในเมื่อผมทำตัวปกติ เขาก็ต้องทำตัวปกติด้วยสิ และในที่สุดเขาก็หยิบหมวกไหมพรมที่มีปอมๆก้อนกลมอยู่ข้างบนไปจากมือผม

 

อากาศเย็นแล้ว ใส่ใบนี้ดีกว่าเนอะว่าแล้วเขาก็ยิ้มออกมา ยิ้มจนถึงดวงตากลมๆโตๆของเขาด้วย นิชคุณค่อยๆบรรจงใส่หมวกนั่นลงมาบนหัวผม ฝ่ามือหนาลูบเบาๆบนศีรษะ

อูยองใส่อย่างนี้แล้วน่ารักดี

 

อากาศจะร้อนจะหนาวจะเย็นผมไม่รู้ แต่ตอนนี้ผมร้อน โดยเฉพาะที่หน้า โคตรร้อน น่ารัก... น่ารักดี ผมยืนจ้องเหม่งคุณฮยองก่อนจะกาไว้ในใจ ตัวอันตราย ยังไงนิชคุณก็เป็นตัวอันตรายที่ห้ามเข้าใกล้จางอูยองโดยเด็ดขาด

 


 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด 

 

เสียงกรีดร้องราวกับเกิดเหตุฆาตกรรมขนาดย่อมดังขึ้นทันทีที่พวกเราก้าวลงจากรถ วันนี้พวกผมมีงานแจกลายเซ็น ด้วยสถานที่จัดงานที่ไม่ได้ใหญ่โตมาก ส่งผลให้มันยิ่งดูแคบเข้าไปอีกเมื่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์จำนวนมากเบียดตัวเข้าล้อมรอบจุดที่เป็นเวทีเอาไว้อย่างหนาแน่น ผมรีบใช้วิชาตัวเบาที่ฝึกปรือมาเป็นอย่างดีในการเผ่นเอาตัวรอด วิ่งแซงสมาชิกทั้งห้าขึ้นมายึดพื้นที่สุดขอบเวทีไว้ได้เป็นผลสำเร็จ เรื่องของเรื่องคือวิ่งหนีนิชคุณครับ แล้วก็สำเร็จเป็นที่น่าพอใจเมื่อมีสมาชิกวงอีกสี่คนยืนกั้นเราจากกัน ถึงแม้ว่าพอเผลอเหลือบไปมองจะเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มประหลาดๆบนหน้านิชคุณก็ตาม ยังไงระยะไกลก็ต้องดีกว่าอยู่ใกล้ๆละวะ

 

เมื่อเรากล่าวทักทายแฟนๆเสร็จ ก็มาถึงตอนที่ผมไม่ชอบที่สุด

“นั่งเรียงตามรูปบนปกซีดีนะ” เสียงพี่เมเนเจอร์ดังมาเข้าหู และยังคงดังก้องตอกย้ำอยู่ในมโนสำนึกวนไปวนมาไม่รู้หาย

เวรกรรมอะไรของจางอูยอง นั่งสลับกันแล้วแฟนคลับจะจำสับสนหรอว่าใครเป็นใครอ่ะห๊ะ มันจะเห็นฟันแทคยอนเป็นจมูกจุนโฮหรอไงกันห๊ะ ก็ไอ้รูปบนปกอ่ะ อีนิคคุณอ่ะ มันยืนอยู่ข้างผมน่ะสิ แล้วมัน... โว้ยย ไม่อยากอยู่ใกล้นิชคุณอ่ะ ทำยังไงดี เผ่น? วิ่งหนี? แกล้งตาย?

 

หมับ!

 

ผมรู้สึกถึงมือของใครบางคนเอื้อมมาจับไหล่ และเมื่อเงยหน้าไปมองก็เห็นเป็น... นิชคุณ

 

ตูยังไม่ได้บอกเมิงหรอ ว่าตูกำลังหาทางหนีเมิงอยู่อ่ะ

 

“ไปนั่งที่เร็ว” ยิ้ม ยิ้มอีกแล้ว ยิ้มทำเสี่ยไรครับ แล้วร่างกายของผมก็โดนลากไปหย่อนไว้บนเก้าอี้ ส่วนสติของผมหลุดลอยไปไหนไม่อาจทราบได้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนมีแฟนคลับมายืนกระพริบตาปริบๆขอลายเซ็นอยู่ข้างหน้า ส่วนคนที่นั่งข้างๆผม ผมไม่รู้ ผมไม่กล้าหันไปมอง

จับปากกาแล้วก็เซ็น จะยากอะไร แต่ทำไมมันยากวะครับ ไอ้ความรู้สึกที่เหมือนมีใครไม่ใกล้ไม่ไกลกำลังจับจ้องอยู่ มันรบกวนสมาธินะเว้ย จะหันกลับไปมองก็ไม่ได้ พาให้ตัวหนังสือแต่ละตัวที่จะเขียนมันช่างดูยากเย็น มือไม้แข็ง อย่างกับว่าเขียนหนังสือไม่เป็นไปซะอย่างนั้น สรุปผลว่าเซ็นไปสิบคน เขียนผิดไปเก้าคน ส่วนคนที่สิบผมต้องถามชื่อเขาซ้ำอยู่สามสี่รอบ ณ จุดนี้ จางอูยองอยากจะไถลลงจากเก้าอี้แล้วมุดลงดินให้รู้แล้วรู้รอด

 “อปป้า” เสียงเรียกของแฟนคลับตรงหน้าดังขึ้นขัดจังหวะที่ผมกำลังหาทางจะแทรกตัวหนีผ่านรอยแยกของธรณี

“ครับ” ผมหยิบปากกามาถือไว้ในมือ เหยียดแก้มออกให้ดูคล้ายๆว่ายิ้มอยู่

“ชื่ออะไรครับ”

“จียอนค่ะ”

วาบบบ... ความรู้สึกนี่ คนข้างๆแม่มหันมามองอีกแล้ว เมิงจะเอาอะไรจากกรู จะมองให้กรูท้องเลยมั้ยยย สติๆ จางอูยอง สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดปัญญาไม่เกิดปัญญาไม่มี ให้ตายผมลืมชื่อเธอไปแล้ว

“เอ่ออ..ชื่ออะไรนะครับ”

“จียอนค่ะ”

โอเค... ผมจะไม่สนใจ ใครจะมองก็ช่างเขา สิ่งที่ผมต้องทำมีแค่เพ่งโฟกัสไปที่ปลายปากกาแล้วเซ็นชื่อตัวเองลงไป ว่าแต่ผมชื่ออะไรนะ?

“อูยองอปป้า” เออ ใช่ผมชื่ออูยอง

“อย่าดื้อกับคุนนี่อปป้านะคะ ยอมๆอปป้าเขาหน่อยนะคะ”

หือ... ตูไปดื้ออะไรมันตอนไหน แล้วให้ตูยอมอะไร ตัวแม่เลยมั้ยเนี่ย นี่ผมเจอตัวแม่เลยใช่มั้ย

“คืออ..” ผมคิดคำพูดจะกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นชายเสียหน่อย ขืนปล่อยไปอย่างนี้คนเขาจะได้เข้าผมผิดๆกันหมดพอดี แต่ยังไม่ทันจะมีคำอะไรหลุดรอดจากปากหรอก ไอ้คนข้างๆมันก็ใช้เสียงนุ่มๆหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเอามืออุ่นๆมาลูบหัวผมเล่น

ฮืออ... อย่ามายุ่งกับกรู...........

“คุนนี่อปป้า ดูแลอูยองงี่อปป้าด้วยนะคะ”

“ครับ จะดูแลอย่างดีเลย ป้อนข้าว ป้อนน้ำ พร้อมกล่อมนอนด้วยครับ”

 

ผมนั่งดูจียอนฝากฝังผมไว้กับไอ้คุณฮยอง เห็นผมเป็นเด็กสามขวบกันรึไง ต้องมาให้ดูลงดูแล ดูแลตัวเองได้โว้ย โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วเฟ้ย ผมแอบหันไปเหล่มองนิชคุณอย่างไม่พอใจนิดนึง แต่ดั้นนไอ้บ้านั่นต้องหันมาพอดีด้วย ไม่หันเปล่า มันมาพร้อมรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว สว่างไปมั้ย คุณฮยองน่ะสว่างไปมั้ย ผิวก็ขาวเรืองรองออร่ากระจายราวเทวดาลงมาโปรดมนุษย์โลก มองแล้วเบลอครับ

 

ไม่ไหวแล้วเว้ย!! 

 

“ผมขอย้ายที่” ผมได้ยินเสียงตัวเองพูดขึ้น ตอนที่ตัวกระเด้งขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ อยู่ตรงนี้ไม่ได้ อยู่ใกล้คุณฮยองอีกนาทีเดียว ชีวิตของจางอูยองจะต้อง...ตาย อาการหายใจไม่ค่อยจะออกอย่างนี้ หัวใจเต้นแรงได้อย่างนี้ ผมกำลังจะตาย หัวใจกำลังจะวายแน่ๆ ไหนจะอาการร้อนวูบวาบที่วิ่งผล่านไปทั่ว ธาตุไฟกำลังจะแตก ร่างกายของผมกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

 

“ตรงนี้มันอับ ผมหายใจไม่ออก” ผมบอกทุกคนที่หันมามองผมเป็นตาเดียว

“เอ่อ... งั้นแลกที่กับฉันก็ได้อูด้ง” ชานซองที่นั่งอยู่ริมเวทีลุกขึ้นยืน อย่างงี้สิมักเน่น่ารักน่าเอ็นดูกลับไปบ้านจะไปตัดกล้วยมาบำเรอสักสามหวี ผมรีบวิ่งไปหาเขาอย่างไม่ลังเลสักนิด ถึงแม้จะแอบได้ยินเสียงหัวเราะขำของใครบางคนดังไล่หลัง

 

 

 

เสร็จสักที ในที่สุดผมก็เซ็นชื่อให้กับแฟนๆเสร็จไปได้ด้วยดี และก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายก่อนจากกัน... ถ่ายรูปหมู่

 

“ชิดๆกันหน่อยครับ” คุณลุงตากล้องยืนถ่างขาพร้อมโก่งตูด แมร่งท่าโพสชนะเลิศอ่ะ น่าเอากล้องไปถ่ายพี่แกมากกว่าถ่ายพวกผมนะ

“ชิดอีกนิดครับ” เมิงจะให้กูชิดไปไหนวะเนี่ย ทุกคนขยับตัวไปรวมกันเป็นก้อนเดียว อ้าวว เวรแล้วไง.. ผมหลุดกรอบอ่ะ

จะไปแทรกทางซ้ายก็เจอทั้งชานซองทั้งแทคยอนยืนเป็นกำแพงเมืองจีนบังผมซะมิด จะยืนเขย่งผมก็สงสารนิ้วตรีนตัวเอง จะไปแทรกระหว่างชานซองกับจุนโฮ ผมก็กลัวไปทำลายโมเม้นของคู่เขา ผมเดินมึนงงไปยืนข้างจุนซูฮยองที่ขยับที่ให้ผมยืนอย่างรวดเร็ว

“พร้อมนะครับ 1…2… 3… กิมจิ”

ผมฉีกยิ้มกว้าง พร้อมกับเสียงกรี๊ดดังขึ้นอีก รอยยิ้มของผมมันน่ารักมากจนแฟนๆทนไม่ไหวใช่มั้ยครับ

ไม่.. ไม่ใช่ครับ

เพราะอีป้ายที่กระพือไกลๆนี่ ป้ายคุณด้งทั้งนั้นเลย ผมเหลือบมองคนข้างๆที่โอบไหล่ผมอยู่ ชัดเลย.. นิชคุณ เจ้าเก่าเจ้าประจำเจ้าเดิม มันมายืนตรงนี้นานรึยัง?

ผมยิงฟันสู่แสงแฟลชที่ยังวูบวาบ พลางกระเถิบหนีนิชคุณให้ไกลสุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงตะโกนมาจากข้างล่าง

“อูยองงงงงง” เสียงแมนมากครับ “ผมรักคุณ ผมรักคุณมากเลยนะ แต่งงานกับผมนะครับ”

ผมมองหน้าคนตะโกน แล้วขนลุกวาบ โห พี่แกเล่นหนวดเคราดำเฟิ้มมาเลย พูดตรงๆ ผมกลัวครับ กลัวจนผมเผลอไปยืนเบียดคนข้างๆโดยอัตโนมัติ นิชคุณฮยองแกก็ไม่พลาดโอกาสฉีกยิ้มกว้างโอบเอวผมเข้าไปชิดตัวเองมองหน้าคุณแฟนบอยคนนั้นอย่างเย้ยหยัน เออ ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าจางอูยองมันเด็กใคร...

เอ๊ะ มันฟังดูแปลกๆอยู่นะ -_- 

ผมมองหน้าพี่ข้างล่างที่เปลี่ยนไปชูป้าย “เลิกกับเขา แล้วมาหาผม” แล้วเปลี่ยนมามองหน้านิคคุณหนึ่งที ก่อนจะขยับไปยืนพิงร่างหนาของเขา พี่แกจึงเดินคอตกจากไปด้วยหัวใจแตกสลาย ผมเสียใจด้วยนะครับ แต่พี่กับเขา... ผมคงต้องเลือกนิชคุณ

 

 

หน้าตามันจะมีความสุขไปแล้ว ผมหันหน้าออกนอกหน้าต่าง ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้นั่งข้างคุณฮยอง แต่ผมก็เห็นครับ(ผมแอบมอง ผมยอมรับ) ว่าคนที่นั่งอยู่เบาะหลังมันแอบอมยิ้มกรุ้มกริ้มอยู่คนเดียว ท่าจะบ้า ถ้ามันไม่บ้า ผมนี่แหละจะเป็นบ้าเอง

ทันทีที่รถจอดที่หน้าหอ ผมวิ่งลงจากรถด้วยความเร็วสิบแรงหมาถีบ กระโจนพรวดเข้าไปในห้องนอนแล้วล้อกประตู ผมยืนหอบพิงบานประตู ให้ตาย นี่ผมบ้าจนโง่ไปแล้วหรือไง ถึงได้ไปยืนข้างนิชคุณ แล้วปล่อยให้ตัวอันตรายอย่างนั้นยืนโอบเอวอยู่ได้เป็นนานสองนาน

ก้อกๆ

เสียงเคาะประตู ทำให้ผมสะดุ้ง

“อูยอง เปิดประตูที”

เปิดก็โง่สิครับ ห้ามเข้าใกล้ อูยองต้องไม่เปิดโอกาสให้นิชคุณเข้าใกล้อีกเป็นอันขาด

“อูยอง” นิชคุณตบประตูเรียก

“ผมเหนื่อย จะนอนแล้ว” ผมตะโกนออกไป ก่อนจะถอยมานั่งกอดเข่าบนเตียง

“แต่อูยอง...”

“อย่ามากวนผมน่า”

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้”

ฮึ้ยย มีมาสั่ง

“ไม่”

“จะเปิดไม่เปิด”

“ก็ทำไมต้องเปิดด้วยเล่า!

“ก็นั่นมันห้องฉัน!

ผมมองซ้ายมองขวา เออ.. จริง ห้องคุณฮยองนี่หว่า ช่วยไม่ได้นี่ครับ ก็ผมมานอนห้องนี้บ่อยกว่าห้องตัวเองอีก มันต้องมีเบลอกันบ้าง ก็ดูสิ ของเหลืองๆที่แทรกซึมอยู่เกือบครึ่งห้องก็ของผมทั้งนั้นอ่ะ

ผมกอดหมอนเอาไว้ คว้าผ้าห่มลายลูกเจี้ยบของตัวเองมาห่อตัวจนเหลือแต่ลูกกะตาให้พอมองทางได้ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูอย่างไม่เต็มใจนัก

นิชคุณทำท่าจะดุผม แต่พอเขาก้มมามองเขาก็หัวเราะแทน “นายทำไรของนายเนี่ย”

ผมเบี่ยงหลบมือของเขาที่พยายามจะดึงผ้าออกจากหน้าผม

“ก็เข้าห้องไปสิ ผมไปละ”

“ไปไหน”

ไปให้ไกลจากเมิงอ่า... นี่ผมมายืนสนทนาอะไรกับเขาอีกเนี่ย

ผมไม่ตอบแต่เดินไปเลื้อยลงบนโซฟาก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงเป็นก้อนกลมๆสีเหลืองที่ระบุชนิดไม่ได้

“อูยอง”

“อืออื่อออื้ออ” ผมร้องเป็นภาษาตัวเอง แปลว่า ตูจะนอนแล้ว เลิกยุ่งกับตูสักที ไม่ต้องห่วงครับ นิชคุณเขาเก่งเขาเข้าใจได้ เพราะในที่สุดเขาก็ยอมแพ้แล้วเดินกลับห้องไป

ผมนอนฟังเสียงสมาชิกเดินผ่าน เปิดตู้เย็น กินจ้อบแจ้บ คุยกันเรื่องนู่นนี่ แวะนินทาไอ้ก้อนเหลืองๆลายลูกเจี้ยบบนโซฟา เปิดตู้เย็น ปิดตู้เย็น เสียงช้อนส้อมกระทบกันกริ้งๆ เสียงหัวเราะเฮใหญ่ เสียงเปิดน้ำ เสียงไมโครเวฟ เสียงเปิดตู้เย็น เสียงคุย เสียงเปิดตู้เย็น เห้ยย เมิงจะกินกันไปถึงไหน จนเวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่ทราบได้เสียงทุกอย่างก็เงียบลง กระเพาะผมร้องจ้อกเพราะตั้งแต่กลับมายังไม่ได้กินอะไร ผมดึงผ้าห่มออก หรี่ตาเมื่อเจอแสงสว่างจ้า เอาอีกแล้ว ไปนอนแล้วก็ไม่ยอมปิดไฟกันล่ะ ต้องให้บ่นอีกกี่ครั้งกันนะ

ผมเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นหาของกินในครัว จังหวะที่ผมก้มๆเงยๆ ผมพบว่ามีเงาคนมายืนอยู่ข้างหลัง ขนท้ายทอยผมลุกเกรียว

“ยอมออกจากดักแด้แล้วหรอ” มันว่าใครเป็นดักแด้.. ผมยัดขนมปังที่ถือไว้ใส่ปาก เพื่อให้มือไม้ว่างสะดวกต่อการวิ่งหนีฝ่ามือของนิชคุณที่พยายามจะขยี้หัวผมอย่างเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว

“นี่นายเป็นอะไรของนายเนี่ย”

“อ่าเอ้าอาอะอั้บ (อย่าเข้ามานะครับ)” ผมห้ามเขาทั้งที่คาบขนมไว้ในปาก แต่ร่างของนิชคุณที่เดินยิ้มเผล่ก็ยังคงเยื้องย้างเข้ามาหา

ผมถอยจนติดผนัง มองซ้ายมองขวาก่อนจะคว้า... เอ่อ... ส้อมขึ้นมาขู่

“ฉันว่านายวางส้อมลงเถอะ” นิชคุณหัวเราะพลางเดินมาหยุดข้างหน้าผม

ผมส่ายหน้า ฮืออ นิชคุณจะมาใกล้ไปแล้วนะ ผมรู้สึกร้อนๆรุ่มๆขึ้นมาอีกแล้ว แก้มจางอูยองต้องกำลังจะระเบิดแน่

นิชคุณจับมือผม แล้วปลดส้อมไปอย่างง่ายดาย ผมเริ่มสงสัยว่าบางทีนิชคุณอาจมีพลังวิเศษในการสูบพลังงานคนอื่นโดยการสัมผัส

“นายไม่ควรคาบขนมเอาไว้อย่างนั้นนะ” ก่อนที่ผมจะทำอะไร ผมก็มองเห็นตากลมๆของเขาเคลื่อนมาอยู่ใกล้ๆ ถ้าผมไม่ได้คาบขนมอยู่ ผมคงกำลังกรีดร้องด้วยพลังเสียงสองแสนล้านเดซิเบล แต่ประเด็นมันคือขนมปังมันอยู่ในปากผม แล้วนิคคุณอ่ะ ไอ้นิชคุณอ่ะ มันก็งับมาบนขนมปังที่ผมคาบอยู่อ่ะ! 

จางอูยองจะเป็นบ้า บ้า บ้าที่สุด.. ถ้าไม่มีหนมปังนี่ ปากคงชนกันไปแล้ว... ริมฝีปากอุ่นๆนุ่มๆของนิชคุณ

เฮ้ยย นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย ผมควานหาอาวุธที่ถูกปลดทิ้งไป ก่อนจะยกมันขึ้นมา ตูขอเอาส้อมทิ่มสักทีให้หายหมั่นไส้เถอะ

นิชคุณผงะถอยหลังไป เบิกตาโตมองวัตถุในมือผม จนผมต้องหันไปมองตาม

“เฮ้ย!!” เสียงผมร้องประสานขึ้นมาพร้อมบุคคลที่สามที่เพิ่งออกมาจากห้องนอนพร้อมตุ๊กตาแพนด้า

ผมเชื่อว่าผมกำลังทำตาโตที่สุดในชีวีต ในขณะที่หนมปังล่วงลงจากปากที่อ้าค้าง .... ผมกำลังถือมีดจ่อนิชคุณอยู่อะ!

“พวกนายเล่นอะไรกันเนี่ย” จุนซูร้องวางคุณแพนด้าลงบนโซฟาก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมชูมือสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ

นิคคุณก็อยู่ในท่าเดียวกัน “วางมีดลงก่อนนะ อูยอง”

“มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้ ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้” จุนซูค่อยๆพูดเกลี่ยกล่อม เหมือนผมเป็นคนบ้าคลุ้มคลั่งที่พร้อมจะแทงทุกคนที่ขวางหน้า

เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆ ผมขอไปให้พ้นๆนิชคุณก่อนเถอะนะ

“ถอยไปนะครับ” ผมชี้มีดใส่นิคคุณ ก่อนจะค่อยๆก้าวถอยออกมาจากครัว

จังหวะนั้นเองที่เจ้าพ่อแดกูมันกระโจนเข้ารวบตัวผม พร้อมกับนิชคุณที่พุ่งตามมาแย่งอาวุธในมือ ด้วยความตกใจผมเลยเผลอสะบัดมือที่จับมีดอยู่ คมมีดบาดมือนิชคุณจนเป็นแผลยาว ก่อนมันจะสปินตัวเอง... ลงไปสะกิดที่ผิวเท้าจุนซู

“อ้ากกกก” เสียงกรีดร้องของจุนซูเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่ความวุ่นวายจะเข้ามาแทนที่ สมาชิกคนอื่นโผล่ออกมาจากห้อง พร้อมตาที่เบิกโตเป็นไข่ห่าน

ผมยืนโงนเงนจะล้มไม่ล้มแหล่ ฮึก.. เลือด เลือดทั้งนั้นเลย

ผมถูกใครสักคนลากตัวออกมาจากผู้เคราะห์ร้ายทั้งสอง แทคยอนแบกจุนซูขึ้นหลัง ก่อนจะเดินออกไป พร้อมส่งสายตามองผมอย่างคาดโทษ

ส่วนผมนะหรอ... ผมจะทำอะไรได้ นอกจาก...

“ก็ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น ฉันแค่.. ฉันแค่ ฮึกกก.. ฮือออ” ผมร้องออกมาสะอึกสะอื้นแทบไม่เป็นภาษา

“ไม่เป็นไรนะอูยองงี่ ไม่ร้องนะ” ชานซองลูบหัวผม ขณะที่จุนโฮลูบหลังผม ฮือออ นี่กุแก่กว่าพวกมันแน่ปะวะ

“จุนซูฮยอง.. เขากระโจนมา แล้วฉันก็ตกใจ ฉันก็เลย..ฉันก็เลย ฮื้อออ”

“ไม่เป็นไรหรอกนะ แทคฮยองพาจุนซูฮยองไปหาหมอแล้ว เขาไม่เป็นไรหรอก มีดบาดนิดเดียวเอง”

“บาดห่าไร แมร่งปักอยู่ที่เท้ากูเนี่ยอ่ะแทค เมิงไม่เห็นหรอ” ผมได้ยินเสียงตะโกนของจุนซูดังมาจากทางเดินข้างนอก ว่าแล้วผมขออนุญาตปล่อยโฮแรงๆออกมาอีกรอบ

“แค่แผลถลอก นายก็รู้ว่าจุนซูฮยองเว่อร์” ชานซองยักไหล่ “มีดที่หอเราไม่ได้คมขนาดนั้น”

“แต่ว่าฉันเห็นเลือด เห็นเลือดเต็มไปหมดเลย” จากมือนิชคุณด้วยอ่ะ... ผมหันไปเขย่าตัวจุนโฮที่กำลังอ้าปากหาว

“นิคคุณอ่ะ นิคคุณอยู่ไหน”

 

 

นิชคุณเขาโกรธผมอ่ะ เขาโกรธผมอ่า... ผมเข้ามายืนอยู่ในห้องเขาได้เกือบสิบนาทีแล้ว เขาก็เอาแต่นอนหันหลังให้ผมอยู่ได้

“คุณฮยองงงงงง”

“.....”

นิ่ง ยังนิ่ง...

ผมกระเถิบตัวเองไปนั่งจ๋อมอยู่ข้างเตียง เอามือดันหลังเขาเบาๆ “ขอโทษอ่า ผมขอโทษ”

ผมพองลมเต็มแก้ม วิธีนี้ผมไม่ใช้กับใครหรอกนะ มันเป็นท่าไม้ตายของจางอูยองแล้วนะ ผมโน้มตัวลงไป เอาแก้มถูไปมาบนหลังนิชคุณ

“ขอโทษ ขอโทษ ฮือออ ผมไม่ได้ตั้งใจอ่า”

“อะหึ” ผมได้ยินเสียงนิชคุณหัวเราะ ก่อนที่เขาจะหันพรวดมา พาร่างผมลงไปนอนกองกับพื้น

“ไม่อยากเข้าใกล้ฉันไม่ใช่หรอไง” ผมมองเหม่งคนที่จ้องหน้าผมอยู่ ถ้าตอนนี้มีสัญญาณเตือนอันตราย เสียงหวอคงดังก้องไปหมดแล้วล่ะครับ

“ก็... ก..ก็..ก้ออ..” ก็...ผมลืมวิธีจะพูดไปแล้ว ผมกลืนน้ำลายลงคอ อุณภูมิที่หน้าเพิ่มขึ้นสามถึงสี่องศา

“เกลียดกันนักใช่มั้ย”

“ไม่ใช่นะ” ผมรีบแย้ง อ่า... ทำไมคนหัวเหม่งขี้ใจน้อย แค่ผมวิ่งหนีนิดหน่อย ทำไมต้องสรุปว่าผมเกลียดด้วย

“แล้วนายเป็นอะไร”

“ถ...ถอยไปก่อน..”

“นายไล่ฉันอีกแล้ว” ผมอยากจะหากระจกมาให้มันส่อง ทำหน้าทำตาน้อยใจไปได้

“ฮยองมานอนทับผมอย่างนี้ ผมหายใจไม่ออกนะ”

นิชคุณยอมออกไปจากตัวผมในที่สุด ผมรู้สึกถึงออกซิเจนที่เริ่มจะกลับมาไหลเข้าปอด ผมกำลังคิดว่าบางทีผมอาจจะวิ่งหนีเลี่ยงคำถามเขาเสียเลย แต่พอเงยหน้ามาเจอนิชคุณนั่งกอดอกหน้าหงิกพร้อมมือที่พันผ้าพันแผลไว้เกือบถึงข้อศอก ความรู้สึกผิดมันเลยยั้งไว้

“อย่ามองผมอย่างงั้นสิ ผมขอโทษแล้วไง”

“ทำไมนายถึงหนีฉัน” นั่นไง.. มันมาแล้วดาร์คคุณ หน้านิ่ง เสียงนิ่ง ชวนขนหัวลุก

โอ้ยยยย แล้วผมจะตอบเขายังไงล่ะเนี่ย ไม่ตอบก็โกรธกันอีก ถ้าตอบ... ผมก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วล่ะครับ

“ว่าไง” นิชคุณเค้นเสียงต่ำ พาให้ผมสะดุ้ง

“ผม...” หลับตาพูดละกัน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นหน้า “ฮยองคิดอะไรกับผมปะ”

“.....”

หลังจากความเงียบอันยาวนานเกือบทั้งชีวิต ผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะ ส่วนผมอยากจะลงไปนอนร้องไห้ซะเดี๋ยวนั้น

“ถ้าฮยองไม่คิดอย่าหัวเราะเยาะผมได้ปะละ เพราะผมคิด”

“ฉันไม่ได้หัวเราะเยาะนะ” นิชคุณพูดไป.. หัวเราะไป เออ.. ให้มันได้งี้สิ ไม่ได้หัวเราะเยาะกันเลยนะ “แล้วนายคิดอะไรอ่ะ”

“ก็คิด” ผมอยากให้แผ่นดินมันสูบผมลงไปเดี๋ยวนี้เลยจริงๆ “ก็เรา...จูบกัน แล้ว...ฮยองก็... แล้วผม.. แล้วที่แฟนๆจิ้น แล้ว..ผม เอ่อ ผม.. ก็คิด.. จริงๆ”

“งี่เง่าน่า อูยอง นายวิ่งหนีฉันเพราะเรื่องแค่นี้”

เรื่องแค่นี้?... งี่เง่า?...

“ผมพูดไปแล้ว ขอโทษไปแล้ว ผมไปได้แล้วใช่มั้ย” ผมกำลังจะลุกออกไปทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ ตอนที่ได้ยินเสียงนิชคุณขำอะไรขึ้นมาอีก ผมมันน่าขำนักหรอครับ

ผมถูกดึงข้อมือให้กลับลงไปนั่งข้างนิชคุณ

“แล้วใครบอกนายว่าฉันไม่คิด” ผมลืมตามาเจอรอยยิ้มของเขา ดวงตากลมๆของเขา

“คิด...อะไร” ผมกระพริบตาปริบๆ ไม่เชื่อหูตัวเอง เขาคิดอะไร คิดเหมือนที่ผมคิด หรือเขาคิดว่าผมคิดอะไรเหมือนที่เขาคิด

“แล้วนายคิดอะไร”

“แล้วฮยองคิดอะไร”

“ฉันก็คิดเหมือนที่นายคิดนั่นแหละ อูยอง”

“แล้วผมคิดอะไร” นิชคุณมองหน้าผม แล้วก็หัวเราะรื่น

เขาดึงแก้มผมไปมา “คิดอย่างนี้ไง” ก่อนที่เขาจะก้มลงมาจูบริมฝีปากของผม ริมฝีปากของเขามันนุ่มๆหยุ่นๆอุ่นๆ ผมรู้สึกถึงปลายลิ้นของเขา กล้ามเนื้อที่แข็งแรงไล้ที่กลีบปาก รสมิ้นและกลิ่นสตรอเบอร์รี่ที่สอดเข้ามาภายในโพรงปาก ความอุ่นที่วิ่งปลาบเหมือนกระแสไฟฟ้าไหลไปทั่วทั้งร่าง แล้ว...ประสาทสัมผัสทั้งห้าของผมก็เจ๊งบ๊งไปพร้อมกัน ผมคาดว่ามันต้องเกิดเหตุระเบิดอะไรสักอย่างขึ้นในสมองผม ผมว่าผมได้ยินเสียงตู้มด้วยนะ

“อูยอง!” นิชคุณเขย่าตัวผม ขณะที่ผมเห็นดาววิ่งระยิบระยับเต็มไปหมด หน้าตาที่พร่าเบลอของนิชคุณดูตื่นตกใจ นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นก็สติผมจะวูบไป

ก็ผมบอกแล้วไง..ว่านิชคุณเป็นตัวอันตรายที่ห้ามเข้าใกล้จางอูยองเป็นอันขาด

 

edit @ 1 Sep 2011 23:14:42 by LIMEs

Comment

Comment:

Tweet

#17 By (1.47.80.38|1.47.80.38) on 2014-10-20 12:16

น่ารักจังเลยอ่ะ

โดยเฉพาะตอนที่ถามกันไปถามกันมาตอนหลัง

นายคิดอะไร

ฮยองคิดอะไร

ผมคิดอะไร ฮ่าๆๆ

สุดท้ายฮยองก็ทนไม่ไหว จูบซะเล้ยยยย

อร๊ากกกกก น่ารักๆๆมากค่ะ

ขอบคุณไรท์เตอร์ค่ะ

#15 By LeeLaYa on 2012-03-18 00:12

เจ้าเล่ย์สุดๆ ^^

#14 By cat (192.168.1.101, 180.183.27.120) on 2012-02-19 21:47

ด้ง ทำไมเล่นแรงขนาดนี้เนี่ย จะเขินอะไรขนาดนั้น พี่เป็นนชค.หน่อยไม่ได้ จะงอนข้ามวันเลย

นึกภาพแท็คแบกจุนซูแล้วก็ฮา 555+ ตลกอ่ะ confused smile

#13 By Joy (183.88.85.72) on 2012-02-12 16:27

ยอมรับได้โดยดีแม้ว่าจะเอามารียูส

เราเป็นพวกอนุรักษ์ทรัพยากรค่ะ

5555555555
เรื่องนี้น่ารักอีกแล้ววว

นั่งยิ้มแป้นเป็นบ้าอยู่คนเดียวอีกแล้วเนี่ย

ฮ่าๆๆๆ

แอบตลกตรงตอนแจกลายเซ็นกะตอนถ่ายรูปมาก

ขอบใจมากจ้ะ

#12 By TaEJiN (125.24.5.51) on 2011-11-05 15:38

โอ้วว.. มาเรื่องนี้ อารมณ์ต่างจากเรื่องเมื่อกี้
มากเลยค่า อิอิ ด้งตลกอ่ะ ดูลกๆ ลนๆ อยู่คนเดียว
น้องคุณเค้าไม่ได้มารู้สึกรู้สาอะไรด้วยเล้ยยย อิอิ
"แบ้วเท่านั้นที่ครองโลก" ตลกอ่าาา..

"ผมจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถึงเหตุการณ์อันไม่ปกติที่เกิดขึ้น
ผมอยากเป็นเหมือนเดิม มันก็ต้องเป็นเหมือนเดิมสิ"
แล้วก็ดื้อด้วยนะ น้องคุณก็น่ารัก นิ่งๆ เท่ห์ๆ
แล้วมีปล่อยระเบิดใส่ด้งด้วยนะ

“อูยองใส่อย่างนี้แล้วน่ารักดี” ตู้มมม... 5555
เด็กมันก็เสียศูนย์กันพอดี พยายามทำเป็นไม่สนใจอยู่
แล้วก็ขำตรงนี้มาก "นั่งสลับกันแล้วแฟนคลับ
จะจำสับสนหรอว่าใครเป็นใครอ่ะห๊ะ" 5555
จริงๆ ค่ะ เคยแอบคิดเหมือนกัน อิอิ

ด้งน่ารักอ่าาา จำชื่อน้องที่มาขอลายเซ็นไม่ได้
แถมจำชื่อตัวเองก็ไม่ได้ด้วย เด็กคนนี้ เป็นเอามาก
นะเนี่ย

อ๊ายยยย... ได้ใจมากด้ง ตรงที่
"ผมเสียใจด้วยนะครับ แต่พี่กับเขา...
ผมคงต้องเลือกนิชคุณ" จริง!!!!
ถ้ามีน้องคุณให้เลือก จะไม่เลือกได้ไงคะจริงมั้ย?

โอยยย.. ตกหลุมรักจาง อูยองค่าาา
ชอบจังเลยยยย “ฮยองคิดอะไรกับผมปะ..
ถ้าฮยองไม่คิดอย่าหัวเราะเยาะผมได้ปะละ
เพราะผมคิด” ตึ้งงงงง...
ให้มันได้ยอย่างงี้สิไอน้อง ตรงมาก
ชอบบบบบบบบ...

อ้าว แล้วก็ปิดระบบช็อตไปเลยหรอลูก?
มันจะมีต่อใช่มั้ยค้าคุณเรียม? :) ข
ำมากเลยค่ะเรื่องนี้ อ่านไปก็อารมณ์ดี
ขอบคุณที่เอามาลงให้อ่านกันนะคะ

#11 By love-khunyoung (174.97.163.167) on 2011-10-26 09:01

ด้งลุกหนูเปนอารายคะ ฮ่าๆ
ตัวอันตรายจิงๆสินะ ตาคนนี้ ไม่ไหวอ่าาทำอะไรอ่ะพี่นิช
ด้งเอ้ยหนูหวั่นไหวนะคะลุก คิดแล้วละสิ โดนอิพี่แกล้งมากๆ
และอิพี่เนี่ยแกล้งน้องอ่ะ ไม่ใช่ไรเล้ยยยชอบนะนะ ฮ่าๆ

ปล นิชคุณอันตรายจิงๆนะ ฮ่าๆ

#10 By zabie (116.91.212.170) on 2011-09-09 19:53

55555555555555555555555
ชอบมากค่ะ ตลกขำพรวด+น่ารักงุงิ
ฮยองเค้าร้ายยยยยยยย แรวงงงงงงง จับจูบเลย เหอๆ

แต่คุณแพนด้าขโมยซีนอ่ะ ฮ่าๆ

#9 By m&m (124.122.37.104) on 2011-09-07 01:59

น้องขาาาาาาาาา พี่ปลื้มมมมม พี่ชอบแบบนี้้ จะเอาาาาาาา (เอาอะไรของเอ็ง) 555+
เคยบอกไว้ว่าอยากอ่านตอนต่อของ All Night Long สมใจอยากแร่ะ อิอิ

คือเขินอ่ะ เข้าใจอิด้งนะ อ่านแล้วก็นึกภาพตาม ถ้านิชคุณ มายิ้มกรุ่มกริ่ม ๆ สไตล์พี่แกตรงหน้า ก็คงสติแตกอ่ะ ระเบิดตู้มม

เป็นพี่ พี่คงตบเหม่งเฮียแกแก้เขินอ่ะ 555
มองไรนักหนา ยิ้มไรนักหนา ไม่มีเมียแล้ว มาทำแบบนี้ ยอมมมมมมมมมมมมมมมย่ะ

ปล.1อูยองก็ตัวอันตรายต่อหัวใจเราเหมือนกันนะ Back2U อยากกระชากเสื้อน้องบ้างงง
ปล.2 อืมมมม ไม่รู้จะมีภาคต่อของ Danger หรือเปล่าน้าาา 555+

#8 By jangsosin on 2011-09-06 23:30

กรีดร้องไปสามโลกแล้วค่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ

มันไม่แย่ ไม่แย่เลยยยยยย มันดีเลย ดีมากๆๆๆๆ เอาเลย ดีมากๆๆๆ ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกก เกินจะกล่าวบทไป >////<

กำลังอึนๆกับชีวิต มาเจอกุ๊กกิ๊กกวน(ส้ง)ติง แบบนี้แล้วเราชอบมากค่า ชอบมากกกกกกกกกกกก ตะโกนไปให้ถึงดวงดาววว แต่ล่ะฉากนี้ ต่อให้มุกเก่า มาอยู่รวมกันก็ อ่อก! น่ารักขั้นสุด ทำไมผู้หญิงอย่างช้านถึงได้อิจฉาน้องคุณมากมายขนาดนี้ เพราะด้งนี้แหละ ก๊ากกก ชอบทุกอย่างในเรื่องนี้เลยค่ะ!!! จริงจังนะ! ด้งมันแบบ เออ เราชอบด้งแบบนี้มากอ่ะค่ะ ไม่แต๋วแหว๋ว กวนๆ พิลึกๆ 555 ดูเป็นด้งในแบบที่เรามองอ่ะค่ะ น้องคุณก็ด้วย บุคลิก คาแรคเตอร์นี้แบบ โดนใจคนอ่านอย่างเรามากเลยค่ะ ชอบมากยกโล่ห์!

"แล้วใครบอกนายว่าฉันไม่คิด"

ตายค่ะ สะบัดหัวรังแคกระจายยยยยยยยยยยยย >////<
ถ้าจะบอกว่าอยากอ่านต่อจะโดนด่าไหมค่ะ 555 ถ้านึกอยากแต่งต่อก็จัดต่อได้เลยน้า เราเชื่อว่ายังไปต่อได้อีกนะ ด้วยบท 2 คนนี้มันเวิ่นและป่วงมากก

เรื่องนี้มันโดนตรงที่ด้งโวยวาย ปั่นป่วน บ้าบอ ประสาทกินจะบ้า แต่น้องคุณถือไพ่เหนือมาก ก๊ากก แหม่ แกล้งน้องนะ! ปั๊ดไม่ยกให้เลย (คนอ่านมันไปไกลมาก -/\-)

เม้นน้ำมากๆๆเลย -/\- จบว่า ชอบมาก รักมาก ขอบคุณมากที่แต่งค่ะ -/\- จุ๊ฟม๊วบบบบบบบบบบบบบ

#7 By hellogoodbye on 2011-09-05 01:15

อร๊ายยยยยยยย กำลังอึนกับ Back to you เจอฟิคคุณอูอิ๊อ๊างก็ดีนะคะ ชอบๆ ขำก๊ากเลยตอนจุนซูบอกตำแหน่งบาดแผล โถ ถ้ายืนถือคุณแพนด้าอยู่ไกลๆ ก็คงไม่เจ็บตัวขนาดนี้นะคะซู .....อืม Devil Khun มีผลต่อสติของ จอย. ได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย จากส้อมเป็นมีด โอย เบลอรุนแรงแบบนี้พี่คุณต้องดูแลอย่างใกล้ชิดแล้วล่ะ

ขำแรกเลยคือจียอน - -\\\\\\\" ลืมนางไปนานแล้วนะจริงๆ นอกจากจะหลอนแทคด้วยเสียงแปดหลอด จียอนยังเป็นตัวแม่คุณอู น่าร๊ากกกก confused smile

เสียดายตอนจบ อูยองชิงตู้มตัวเองไปก่อน ไม่งั้น.... เหอๆๆ จบแบบนี้ก็ดีค่ะ น่ารักดี ขอบคุณนะคะ

ปล. รูปข้างบนก็น่าร๊ากกกก :D

#6 By YoochunMySunshine on 2011-09-04 03:25

ก็น้องมันปากแข็งอย่างนี้ไงคนพี่ก็เลยแกล้งอิอิ
ตลกตรงตัวแม่มาเองกับแฟนบอย นึกถึงตัวเองไงไม่รุ คึคึ
แถมตอนจบน้องยองรีบชิงระเบิดตัวเองซะงั้น สงสัยมันคงจะสุดๆจริงๆ

ขอบคุณไรท์เตอร์นะคะเรื่องฮามากๆเลย ^^

#5 By Yukisho (223.206.4.104) on 2011-09-03 15:32

อ่านไปยิ้มไป ขำตามอิพี่คุณ

เด็กด้งมันน่ารักอ่ะ คิดมากไปคนเดียว อิพี่ก็แกล้งซะ

น่ารักดีค่ะชอบๆ ^^

#4 By khundong (115.87.126.32) on 2011-09-02 23:13

น่ารักกันจังเลย ตอนที่พี่คุณงับขนมปังจากปากอูยอง
ลุ้นสุดๆเลย เด็กตกใจ พลาดทำผิด ร้องไห้ใหญ่เลย
แล้วจูบกันอีกแบบจูบ ฮ่าๆๆ
เอ๋ เห็นดาว เสียงดังตู้ม อะไรหนอ?????????
.
.
.
ขอบคุณค่ะ big smile big smile

#3 By FSEASON on 2011-09-02 16:53

น่ารักกันจังเลย ตอนที่พี่คุณงับขนมปังจากปากอูยอง
ลุ้นสุดๆเลย เด็กตกใจ พลาดทำผิด ร้องไห้ใหญ่เลย
แล้วจูบกันอีกแบบจูบ ฮ่าๆๆ
เอ๋ เห็นดาว เสียงดังตู้ม อะไรหนอ?????????
.
.
.
ขอบคุณค่ะ big smile big smile

#2 By FSEASON on 2011-09-02 16:53

มันไม่แย่หรอกค่ะ มันน่ารักมากๆต่างหาก^^ อ่านไปอมยิ้มไปอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าเลย

#1 By คนบ้า y on 2011-09-02 09:59

Recommend