[SF] ทวิตภพ [6/6] จบ.

posted on 29 Aug 2011 22:46 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 

 

 

 

 

 

 

 

 

“นาย... จูบทุกคนที่ปลุกนายหรือเปล่า” 

 

 

“.........” อูยองนิ่งงัน มองหน้าคนที่ตัวเองเพิ่งถอนจูบออกจากเขาอย่างตกตะลึง

 

 

“อูยอง นี่นายนอนในห้องซ้อมอีกแล้วหรอ” เสียงของจุนซู รองประธานชมรมเอ่ยขึ้นจากหน้าประตู ทำให้พวกเขารีบผละออกจากกัน

 

 

“อ...อะ.. อืมม ผมคงเผลอหลับไป” อูยองลุกขึ้นยืน พยายามจัดเสื้อผ้าที่หลุดหลุ่ยของตัวเอง สมองเขาคิดกลับไปกลับมาด้วยความสับสน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขา ฝันไปงั้นหรอ ทำไมสมจริงนัก พี่คุณ นิชคุณ.. แม้แต่หัวใจก็ยังเต้นแรงเมื่อนึกถึง อูยองเงยขึ้นมองคนแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า รู้สึกเหมือนโดนผีหลอกยังไงอย่างงั้น

 

 

 “กลับบ้านกลับช่องซะบ้างเถอะ” จุนซูที่เดินข้ามห้องมาส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยใจ เขารู้ดีว่าอูยองรักการเต้นมาก จนมีปัญหากับที่บ้าน ถ้าไม่มาแอบในห้องซ้อม ก็มาขอค้างกับเขาทุกทีไป

 

 

“เฮ้” จุนซูเดินมาโอบไหล่เพื่อนตัวเอง ความจริงพวกเขาก็เพิ่งรู้จักกันวันนี้แหละ แล้วอาจารย์ก็ฝากให้เขาเป็นคนดูแลเพื่อนต่างชาติคนนี้   “ไม่ต้องมองน้องฉันจะกินเลือดกินเนื้ออย่างนั้นก็ได้ นี่อูยอง รุ่นน้องที่ชมรมน่ะ”

 

 

“อูยอง นี่นิคคุณเพิ่งย้ายมาใหม่ เขาสนใจการเต้นเหมือนกัน ฉันเลยชวนเขามาที่นี่น่ะ”

 

 

“นิคคุณ... นายนี่ชื่อนิคคุณหรอครับ” อูยองโพล่งออกมา จนจุนซูตกใจ

 

 

“เอ่อ ความจริง ก็ไม่ใช่นิคคุณซะทีเดียว นายชื่ออะไรนะ ฉันออกเสียงไม่ถูก” จุนซูหันไปแอบกระซิบถามเจ้าตัว

 

 

“นิชคุณ ฉันชื่อนิชคุณ” นิชคุณ ข้าชื่อนิชคุณ... อูยองตัวชาวาบ ในขณะที่หัวใจเต้นจนแทบจะหลุดจากอก เขามองหน้านิชคุณพยายามมองหาอะไรสักอย่าง ที่จะบอกได้ว่าคนๆนี้ คือพี่คุณของเขา แต่นอกจากหน้าตาที่เหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน นิชคุณคนนี้ไม่มีท่าทีที่จะรู้จักมณีจางคนนี้ได้เลย

 

 

พลันอูยองหันกลับไปมองกระจก มองหาต้นประดู่ที่ริมน้ำ บ้านเรือนไทย คณะโขน หรือพี่คุณที่ยืนรออยู่ที่ศาลาน้ำ แต่ไม่มีอะไรเลย มีเพียงเงาสะท้อนของคนสองคนที่หันมามองเขาแล้วหันกลับไปมองหน้ากันด้วยความงุนงง

 

 

“นายเป็นอะไรรึป่าว หน้าซีดอย่างกะเห็นผี” จุนซูถามด้วยความเป็นห่วง

 

 

“ม... ไม่เป็นไรครับ” อูยองกลืนน้ำลายฝืดลงคอ ยกมือขึ้นทาบกระจกที่นิ่งสนิท

 

 

“ถ้างั้น นายรีบไปอาบน้ำเถอะ นายมีเวลายี่สิบนาทีก่อนจะเข้าเรียน ฉันจะไปหาเสื้อมาให้เปลี่ยน”

 

 

 

 

 

ห้องอาบน้ำของโรงเรียน อยู่ไม่ไกลจากห้องซ้อมของชมรมนัก อูยองหลับตานิ่งปล่อยให้น้ำจากฝักบัวไหลกระทบผิวของเขา รู้สึกเหมือนเนิ่นนานที่ไม่ได้อาบน้ำด้วยฝักบัวอย่างนี้ ที่เรือนต้องใช้ขันน้ำตักอาบ... อูยองลืมตา รู้สึกเหมือนกระแสไฟกำลังไหลปราดไปทั้งร่าง มันไม่มีทางเป็นความฝัน เรื่องทั้งหมด.. ไม่มีทางเป็นความฝันได้เลย โดยเฉพาะความรู้สึกของเขาที่มันแจ่มชัดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...

 

 

“ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้” เสียงเคาะที่ประตูทำให้อูยองสะดุ้ง เสียงคุ้นหูของนิชคุณทำให้ลำคออูยองตีบตัน เขาใช้เวลาสักพักก่อนจะแง้มบานประตูและยื่นมือออกไปรับ และปิดประตูกลับอย่างรวดเร็ว

 

 

“นายรู้ชื่อฉันได้ยังไง” อูยองมองลอดช่องใต้ประตู และเห็นว่านิชคุณยืนพิงประตูอยู่จากข้างนอก

 

 

เขาพยายามจะติดกระดุมเสื้อ แต่มือของเขาก็สั่นไปหมด

 

 

“ก็จุนซู...”

 

 

“ไม่.. ก่อนหน้านั้น ตอนที่นาย..จูบฉัน นายเรียกชื่อฉัน”

 

 

อูยองแต่งตัวเสร็จจนได้ เขาเปิดประตูออกมา และนิชคุณก็ยืนอยู่หน้าเขา มันน่าหงุดหงิดที่ความจริงแล้วในตอนนี้เขาอยากจะตะโกนออกไปอีกเป็นร้อยเป็นพันครั้ง เรียกคนตรงหน้าว่า พี่คุณ...  

 

 

นิชคุณมองหน้าอูยองนิ่งอย่างหาคำตอบ

 

 

“ฉันคงฝันอะไรอยู่ จำไม่ได้แล้วล่ะ ขอโทษด้วยที่จูบนาย เราเพิ่งรู้จักกันแท้ๆ” อูยองยักไหล่ให้เหมือนกับว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ก่อนจะเดินผ่านนิชคุณไป

 

 

 

อูยองรอให้หมดเวลาเรียน เขากลับมาที่ห้องซ้อม มีเด็กในชมรมมากมายอยู่ที่นี่ในตอนเย็นหลังเลิกเรียน อูยองเปิดเครื่องเล่นแล้วใส่หูฟัง เขาเริ่มเต้น ไม่สนใจแม้นิชคุณจะมาเต้นอยู่ข้างๆเขาก็ตาม เขาจะต้องกลับไปที่นั่นให้ได้ เขาต้องกลับไปขึ้นแสดง และกลับไปหาพี่คุณ ที่อูยองต้องทำ คือเขาจะรอจนทุกคนกลับไปให้หมด และหาทางเดินผ่านกระจกบานนี้ไปอีกครั้ง

 

 

นักเรียนเริ่มออกจากห้องซ้อมไปเรื่อยๆแม้แต่จุนซูก็กลับไปแล้ว พร้อมทิ้งกุญแจไว้ให้เขา แต่มีคนๆนึงที่อูยองอยากให้กลับไปมากที่สุด แต่มันก็ดันไม่กลับไปไหนสักที เขายอมรับแม้จะพยายามไม่สนใจสักเพียงไหนแต่การมีคนที่หน้าเหมือนนิชคุณซึ่งจำเขาไม่ได้อยู่ร่วมห้อง มันชวนให้น่าโมโห และทำลายสมาธิของเขาได้อย่างเยี่ยมยอด

 

 

รุ่นน้องในชมรมคนสุดท้ายบอกลาเขา และเดินออกไป ทำให้ตอนนี้ ภายในห้องเหลือเพียงพวกเขาสองคน

 

 

“นายควรจะกลับไปได้แล้ว” อูยองหยุดเต้น เขายืนกอดอกพิงผนังกำแพง น้ำเสียงของเขาฟังดูหาเรื่องพอที่จะทำให้อีกคนหันมามอง

 

 

“ฉันจะปิดห้องแล้ว” อูยองชูกุญแจในมือ นิชคุณทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแล้วก็เปลี่ยนใจ เขาหยิบกระเป๋า แล้วเดินออกไป อูยองยืนฟังเสียงฝีเท้าจนมันเงียบกริบ เขาปิดประตูห้อง และปิดไฟ ยังพอมีแสงสลัวจากข้างนอกส่องเข้ามา เขานั่งลงที่หน้ากระจก มองภาพสะท้อนของตัวเอง

 

 

เขาต้องกลับไปให้ได้ พี่คุณรอเขาอยู่ ต้องกลับไปขึ้นแสดง กลับไปหาพี่คุณ...

 

 

 

 

 

 

 

 

“มณีจาง.. แม่มณีจางจ๋า...” เสียงเรียกปลุกเขาให้ผวาขึ้น อูยองหอบหายใจ เหงื่อซึมชื้นไปทั่วแผ่นหลัง เขาลุกขึ้นนั่งดวงตาเบิกโพลง ผ้าห่มหล่นลงไปกองบนตัก  ร่างที่สั่นโยนถูกคว้าไปกอด

 

 

“มิเป็นไรแล้ว เจ้าฝันร้ายน่ะ”

 

 

สัมผัสของริมฝีปากชื้นจุมพิตปลอบประโลมบนหน้าผาก อูยองเงยหน้าขึ้นมอง นิชคุณยิ้มให้เขา อูยองลูบแก้มของนิชคุณ มันอุ่นเกินกว่าจะเป็นความฝันแน่นอนแล้ว นี่คือที่ๆมีอยู่จริงแท้ เช่นเดียวกับหัวใจของเขา

 

 

อูยองปลดสร้อยเงินออกจากคอ ก่อนจะสวมให้กับคนพี่

 

 

“อันใดกัน” นิชคุณเอ่ยถามประหลาดใจ อูยองกอดซบอยู่แนบอก

 

 

“ผมอยากให้พี่คุณใส่เอาไว้ พี่จะได้ไม่ลืมผม”

 

 

“เหตุใดข้าต้องลืมเจ้า”

 

 

อูยองกระชับอ้อมกอด เมื่อครู่..ที่เขายืนอยู่ในห้องซ้อมเพียงลำพัง เพียงแค่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีก น้ำตาก็ปริ่มจะไหลอยู่รอมร่อ และถ้าหาก...ว่าเขาจะกลับมาที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขาขอ ขอแค่รู้ว่าพี่คุณจะไม่ลืมมณีจางคนนี้ มันเป็นความกลัวที่เอ่อล้นอยู่ท่วมท้นหัวใจ เพราะไม่ว่าสิ่งใดสุดท้ายแล้วก็ต้องกลับคืนสู่ที่ของตัวเอง เขานั้นก็เช่นกัน

 

 

อูยองไม่กล้าหลับอีก เขารอจนอรุณรุ่งที่ขอบฟ้า เสียงไก่ขันดังมาจากเรือนของพวกบ่าว นิชคุณรั้งตัวอูยองไปไว้ในอ้อมกอด จูบอรุณสวัสดิ์นุ่มนวล

 

 

พวกเขาลุกจากที่นอน อาบน้ำแต่งตัว เตรียมตัวสำหรับงานในค่ำนี้ อูยองแยกไปเตรียมตัวที่คณะโขน ขณะที่นิชคุณไปจัดการเรื่องในวัง พอบ่ายแก่คณะโขนสองทิวายามจึงย้ายมาเตรียมตัวที่ในวัง เวทีแสดงจัดยกพื้นขึ้นที่ริมแม่น้ำ เครื่องดนตรีถูกยกขึ้นไปวางเรียงตามตำแหน่ง อูยองแต่งตัวด้วยผ้าไหมเดินเส้นทอง ปักดิ้น และเลื่อม สวยงามสะดุดตา เมื่อตะวันคล้อยต่ำ แสงไฟถูกจุดสว่างโดยรอบ อูยองแอบมองจากห้องเก็บตัว เห็นพี่คุณใส่ชุดสูทดูแปลกตาจากที่เคยเห็นในทุกที นิชคุณยืนต้อนรับเหล่าแขกฝรั่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อูยองเงยหน้าขึ้นมองฟ้า แล้วถอนหายใจที่ยังไม่เห็นเค้าเมฆฝน

 

 

ในที่สุดการแสดงก็เริ่ม อูยองก้าวขึ้นเวที ด้วยแสงที่ลับเลื่อมเล่นล้อ ยิ่งขับผิวงามให้ขาวผ่องสะกดสายตา เสียงปี่พาทย์บรรเลงเพลง อูยองและทีมแสดงเคลื่อนไหวพร้อมเพรียงอย่างสวยงาม เช่นเดียวกับที่ซักซ้อม การประกอบนาฏศิลป์ไทย เข้ากับการเต้นอย่างสากล เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชม สะกดทุกสายตาราวกับต้องมนต์ จนเมื่อการแสดงจบลง เสียงปรบมือกึกก้องดังต่อเนื่องอย่างชื่นชม เขาทำสำเร็จแล้วในที่สุด แววตาประทับใจของผู้ชมเป็นเครื่องยืนยัน อูยองยิ้มให้นิชคุณที่ยืนอยู่หน้าเวที ภายในหัวใจพองโตด้วยความปิติ

 

 

ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบหาย อูยองมองเห็นภาพของผู้คนกำลังปรบมือ หากแต่เสียงเหล่านั้นมันลอยออกห่างไกลขึ้นทุกที อูยองวิ่งลงจากเวที เขาต้องไปหาพี่คุณ ก่อนที่จะต้องจากไป เสียงทุกอย่างเงียบสงัด และภาพก็เริ่มจางหาย ทั้งๆที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ห่างกันแค่เพียงเท่านี้

 

 

 ไม่ใช่ตอนนี้สิ อย่าเพิ่ง... อูยองอาจกรีดร้อง แต่ไม่มีผู้ใดได้ยิน รอยยิ้มของนิชคุณคือสิ่งสุดท้ายที่เขามองเห็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประตูห้องซ้อมเปิดออกดังเอี๊ยดอ๊าด ในตอนแรกอูยองคิดว่าคงเป็นยามมาไล่เขาให้กลับบ้าน แต่ไม่ใช่...

 

 

“นายจะนอนที่นี่จริงๆใช่มั้ย” นิคคุณยืนพิงกรอบประตูเอ่ยถามเขา โชคดี ที่ระยะห่างระหว่างพวกเขามันมากพอที่อีกคนจะไม่เห็นว่าอูยองกำลังร้องไห้

 

 

อูยองคุมเสียงให้นิ่งพอ ก่อนจะตอบกลับไป “มันก็ไม่ใช่เรื่องของนาย”

 

 

“ทำไมนายไม่กลับบ้าน”

 

 

“ฉันกลับไม่ได้” อูยองยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดหน้า ก่อนที่นิชคุณจะทันเดินมาเห็นน้ำตา

 

 

“ทำไม”

 

 

“ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่หรอไง ว่ามันไม่ใช่เรื่องของนาย”

 

 

“จุนซูบอกว่านายทะเลาะกับพ่อ”

 

 

อูยองเงยขึ้นมองหน้านิชคุณ พึมพำเบาๆ “แล้วจะถามอีกทำไม”

 

 

“ทำไม” อูยองเห็นว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมจบง่ายๆ เขาเลยต้องยอมตอบไป

 

 

“พ่อห้ามไม่ให้ฉันเต้น ถ้าเลือกจะเต้น ก็ไม่ต้องกลับไปให้เขาเห็นหน้าอีก”

 

 

“นายเลยเลือกจะนอนที่นี่แทนงั้นหรอ”

 

 

“ก็ส่วนหนึ่ง..” อูยองพึมพำ ปกติถ้าเขาไม่ได้เผลอหลับไปในห้องซ้อม เขาจะไปค้างบ้านเพื่อนอย่างชานซอง หรือไม่ก็จุนโฮ บางทีก็บ้านของจุนซู แต่เหตุผลที่เขาอยู่ที่นี่ในวันนี้เพราะคนอีกภพนึงต่างหาก

 

 

“ถ้าหากว่า.. ฉันผ่านออดิชั่น แล้วได้เซ็นสัญญา พ่อคงยอมรับฉันได้ ตอนนั้นก็คงกลับบ้านได้แล้ว” อูยองต่อจนจบ นิชคุณพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะยิ้มออกมา

 

 

“พ่อจะต้องภูมิใจในตัวนาย”

 

 

“.......”

 

 

“ไปเถอะ”

 

 

อูยองสะดุ้ง เมื่อจู่ๆมือก็ถูกอีกคนคว้าไปจับไว้

 

 

“ป..ไปไหน”

 

 

“บ้านฉัน” ไม่พูดเปล่า นิชคุณยังจะส่งวิ้งใส่เขาด้วยอีก

 

 

 

 

อูยองยืนอยู่หน้าประตู มันเป็นบ้านสองชั้นหลังสีเหลืองอ่อนดูอบอุ่น เขากระพริบตาลังเลไม่กล้าจะเดินตามคนโตกว่าเข้าไปข้างใน หรือเขาควรจะวิ่งหนีไปดี ทำไมเขาต้องตามนายนี่มาที่นี่ด้วยเล่า

 

 

“เข้ามาเถอะน่า ถึงบ้านฉันไม่ใช่โรงแรมห้าดาว แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไปแอบนอนในโรงเรียนนะ”

 

 

“จะดีหรอ พ่อแม่นายเขาจะอนุญาต?”

 

 

นิชคุณยิ้ม ยิ้มอีกแล้ว เพราะยิ้มอย่างงี้นี่ไง เพราะพอนิชคุณจับมืออูยอง อูยองก็อดนึกถึงพี่คุณไม่ได้ แล้วอูยองจะมีแรงอะไรไปปฏิเสธได้ ยิ่งเจอรอยยิ้มของนิชคุณด้วยแล้ว

 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พ่อแม่ฉันไม่อยู่”

 

 

กลิ่นหอมในบ้านทำให้อูยองขนลุกซู่ เหมือนกลิ่นเครื่องหอมที่เรือนพี่คุณมากจริงๆ นิชคุณที่เดินนำอยู่ข้างหน้า หันมายิ้มให้

 

 

“ฉันชอบจุดธูปหอมน่ะ ทำให้นึกถึงบ้านที่ไทยดี กลิ่นก็ผ่อนคลายดีใช่มั้ยล่ะ” นิชคุณพูดก่อนที่อูยองจะได้ทัก แขกที่เข้ามาบ้านเขาทุกคนแทบจะทักเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาถึงท่องจำมันแทนประโยคต้อนรับแขกตามปกติเสียแล้ว

 

 

อูยองหยุดเดิน เมื่อกี้ตอนที่นิชคุณหันมา ที่คอพี่คุณ...

 

 

“พี่คุณ....” สร้อยเส้นนั้น นี่มันจะตลกเกินไปแล้ว คนที่หน้าเหมือนพี่คุณ ชื่อเหมือนพี่คุณ มีสร้อยเหมือนที่เขาให้กับพี่คุณ พี่คุณต้องแกล้งเขาอยู่แน่ๆ อูยองเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นจนคนเป็นเจ้าของบ้านตกใจ นิชคุณที่เดินนำอยู่ข้างหน้าจึงต้องเดินกลับมาหาคนที่ยืนร้องไห้เหมือนเด็กหลงทางยังไงอย่างงั้น

 

 

“เฮ้ อย่าร้องสิ ร้องทำไม”

 

 

“พี่คุณ... พี่คุณจำผมไม่ได้จริงๆหรอ”

 

 

“อู...ยอง...?”

 

 

อูยองส่ายหัว พี่คุณต้องเรียกเขาว่ามณีจางสิ คนตัวเล็กถึงยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก นิชคุณมองอูยองพลางกุมขมับ เขาลังเลก่อนจะกอดอูยองไว้แล้วลูบหลังเบาๆ

 

 

“ไม่เอานะ ไม่ร้องไห้นะ”

 

 

“สร้อยเส้นนั้น ผมให้พี่คุณเอาไว้” นิชคุณปะติดปะต่อที่อูยองละล่ำลำลักออกมาผ่านเสียงสะอื้น

 

 

นิชคุณแตะสร้อยเงินที่ตัวเองใส่ “เส้นนี้หรอ... แต่แม่ฉันเป็นคนให้..”

 

 

ยังไม่ทันจะพูดจบหรอกอูยองก็ร้องขึ้นมาอีก “พี่คุณเป็นคนซื้อให้ผมไง พี่คุณจำไม่ได้หรอครับ”

 

 

อูยองมองหน้านิชคุณทั้งผิดหวัง ทั้งเสียใจ นิชคุณคนนี้ไม่ใช่พี่คุณของเขา พี่คุณไม่มีวันลืมมณีจางหรอก...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มณีจาง ข้าตามหาเจ้าเสียทั่ว” อูยองหันไปตามเสียงเรียก และพบรอยยิ้มอบอุ่นของคนพี่ อูยองกระพริบตามอง ก่อนจะตระหนักรู้ได้ว่าเขากำลังยืนอยู่ที่ศาลาริมน้ำ อูยองมองผืนน้ำที่สะท้อนภาพอีกสถานที่หนึ่งตลอดเวลาแทนที่พระจันทร์ดวงกลมโตที่ลอยอยู่บนฟ้า

 

 

เวลาของเขาหมดลงแล้ว

 

“วันนี้เจ้าเก่งมาก” นิชคุณยิ้มให้อูยอง ก่อนจะหอมแก้มเสียฟอดใหญ่ “ข้าภูมิใจในตัวเจ้ายิ่งนัก”

 

 

“ผม...” อูยองนึกคำพูดอะไรไม่ออก นิชคุณที่เห็นคนน้องยืนอ้ำอึ้งเลยฉวยโอกาสจูบกลีบปากบางเข้าให้ อูยองสั่นสะท้านเมื่อริมฝีปากของนิชคุณสัมผัสกับริมฝีปากของตัวเอง เขายอมให้ลิ้นของนิชคุณละเลียดละไมรสหวานในโพรงปาก จูบตอบคนพี่อย่างสั่นไหว

 

 

นิชคุณประคองดวงหน้าอูยองเอาไว้ ก้มลงยิ้มละไม

 

 

“ข้ารักเจ้า ข้ารักเจ้าเหลือเกิน มณีจาง”

 

 

อูยองเอื้อมมือขึ้นแตะรอยยิ้มของนิชคุณ

 

 

“ผมก็รัก..” เขาก็รักพี่คุณ ยังพูดไม่ทันจบ ทำนบน้ำตาก็แตกเสียแล้ว “แต่...ผมต้องไปแล้ว”

 

 

“เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน”

 

 

“ผมไม่ใช่คนที่นี่ ผมต้องกลับไปแล้วล่ะครับ”

 

 

“ไม่ไปไม่ได้หรือ” นิชคุณกอดร่างเล็กไว้อย่างหวงแหน “อยู่กับฉันเถิด แม่ยอดดวงใจของฉัน”

 

 

อูยองส่ายศีรษะทั้งน้ำตา เขาไม่ได้อยา