[SF] ทวิตภพ [4/6]

posted on 05 Aug 2011 01:09 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney

 

 

 

 

 

 

 

 

“รามเกียรติ์หรอครับ” อูยองกระพริบตาปริบๆ ฟังครูโขน

 

 

“ใช่ โขนที่นิยมเล่นกันก็เป็นเรื่องรามเกียรต์นี่แหละเจ้า”

 

 

อูยองผงกหัวงึกงัก จดไว้ในหัว จะต้องไปถามพี่คุณให้ได้ว่าเรื่องรามเกียรติ์มันเป็นยังไง

 

 

“จะให้เจ้าแสดงเป็นตัวละครใด มันช่างลำบากใจข้านัก จากลักษณะของเจ้า ลำคอละหง ลำตัวเพรียวบาง เอวคอดกิ่ว ตรงตามลักษณะตัวพระดังในวรรณคดี คล่องแคล่วปราดเปรียว ร่างกายยืดหยุ่น ยังเหมาะนักกับตัวลิง... ”

 

 

“แต่ตัวพระ เราก็มีผู้เล่นครบแล้วนะขอรับครู” ศิษย์คนหนึ่งแย้งขึ้น

 

 

“ตัวลิงก็ด้วยขอรับ ตัวลิงมิเพียงต้องใช่ความแคล่วคล่อง ยังต้องอาศัยความสอดคล้อง เคลื่อนไหวให้เป็นหนึ่งเดียว เด็กนี่เพิ่งมาใหม่ กว่าจะฝึกให้เข้าที่เข้าทางเห็นจะไม่ทันการ” เด็กหนุ่มที่เขาเจอในวันแรกพูดขึ้น

 

 

ครูโขนพยักหน้าครุ่นคิด “ใบหน้าอ่อนหวานนุ่มนวล เคลื่อนไหวอ่อนช้อย ...ตัวละครที่ข้ายังหาผู้เล่นเหมาะสมมิได้ ก็เห็นจะเป็นแต่บท...”

 

 

“อูยองรูปร่างเล็ก เอวบาง ผิวพรรณขาวผุดผ่อง ดูเครื่องหน้าสิก็ปากนิดจมูกหน่อย กระผมมิเห็นว่าจะมีใครเหมาะกับตัวละครนี้ เท่ากับเขาอีกแล้ว” ศิษย์ทั้งหลายพากันพยักหน้าสนับสนุน

 

 

“บทอะไรหรอครับ” อูยองเอ่ยถามครู

 

 

“สีดา เจ้าจะเล่นเป็นสีดา” เด็กหนุ่มคนเดิมตบบ่าเขาแล้วยิ้มให้โดยไม่พูดอะไรอีก

 

 

 

 

นิชคุณนั่งอยู่บนรถม้า เพิ่งจะเลี้ยวเข้าบ้านยังไม่ทันถึงตัวเรือน ก็เห็นร่างเล็กในสไบสีเหลืองนวลวิ่งลงจากกระได พาให้ใจหายใจคว่ำกลัวเจ้าตัวเล็กจะหกล้มหกคะมำไปเสียก่อน

 

 

“พี่คุณครับ” อูยองพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เข้ามาเกาะแขนทันทีที่เขาก้าวลงจากรถม้า “เล่าเรื่องรามเกียรติ์ให้ฟังหน่อย”

 

 

นิชคุณขมวดคิ้วหนาเข้าด้วยกัน

 

 

“หืมม.. เหตุใดจู่ๆเจ้าจึงอยากฟังขึ้นมา”

 

 

“ก็ๆ...” อูยองอ้ำอึ้งจะบอกความจริงก็ไม่ได้ เหลือบเห็นหน้าอีเรียมที่นั่งถูกระไดเรือนอยู่ข้างๆ “วันนี้อีเรียมเล่าให้ผมฟังว่ารามเกียรติ์เป็นวรรณคดีที่สนุกม๊ากมาก”

 

 

คนโดนอ้างชื่อสะดุ้งแทบสำลักน้ำหมาก

 

 

“น้า...” อูยองอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน เอาสิ ใครจะปฏิเสธได้ลง

 

 

“จ้ะ เด็กน้อยของฉัน” นิชคุณหัวเราะขำ ลูบหัวอูยองอย่างเอ็นดูเหลือเกิน เด็กดื้อ เด็กซน ขี้อ้อน เอาแต่ใจ เขานี่ก็กระไรตามใจเด็กคนนี้ทุกอย่างเชียว “เอาไว้คืนนี้ข้าจะเล่าให้ฟัง”

 

 

เย็นวันนั้นก็เกือบจะเป็นเช่นทุกวัน พวกเขาเต้นรำที่ศาลาริมน้ำจนแสงตะวันคล้อยหลังไป อูยองตั้งหน้าตั้งตาคอยให้หมดเวลาสอน คุณครูอูยองถึงได้ดุเป็นพิเศษเมื่อลูกศิษย์อย่างนิชคุณไม่ตั้งใจหรือวอกแวก จะวอกแวกเพราะอะไรได้อีกเพราะคนสอนนี่แหละ ยิ่งทำหน้ามุ่ยๆมันยิ่งน่าแกล้งนัก พอตะวันลับ อูยองจูงมือนิชคุณกลับเรือน พวกบ่าวรีบยกสำรับอาหารมาวางให้แทบไม่ทัน

 

 

“นี่เจ้าอยากฟังขนาดนั้นเชียวรึ” นิชคุณอดขำกับท่าทีของอูยองไม่ได้ ที่ตอนนี้ก็อีกล่ะ รีบกินข้าวเสียจนเลอะเทอะไปหมด ราวกับเด็กเล็กๆก็ไม่ปาน

 

 

“อื้อ” อูยองที่ข้าวเต็มปากพยักหน้างึกงัก ขณะที่นิชคุณเอื้อมไปเช็ดข้าวออกจากพวงแก้มให้

 

 

 

อูยองนอนรอตาใสแจ๋วอยู่บนเตียง นิชคุณนั่งลงกับพื้นข้างเตียง สายตาทั้งสองจึงเสมอกัน นิชคุณกระแอม

 

 

“รามเกียรติ์เป็นเรื่องของพระราม ทศกัณฑ์ และนางสีดา พระรามเป็นโอรสของท้าวทศรถกษัติร์ย์ครองกรุงอโยธยา มีนางสีดาเป็นพระมเหสี ทศกัณฑ์เป็นยักษ์มีสิบมือสิบหน้า...”

 

 

“เดี๋ยวก่อน.. สีดา... นางสีดา เป็นผู้หญิงหรอครับ” อูยองเอ่ยทัก

 

 

“ใช่สิ ว่ากันว่านางสีดานั้นงามนัก จนทศกัณฑ์หลงใหล จึงได้มาชิงตัวไปจากพระราม” นิชคุณยิ้มให้อูยอง

 

 

“ผมเหมือนผู้หญิงขนาดนั้นเลยหรอครับ” อูยองร้องคราง อะไร... อะไรกัน อยู่กับพี่คุณ พี่คุณก็เรียกแต่แม่มณีจาง ไปเล่นโขน เขาก็ยังจะได้เล่นเป็นนางสีดาอีก ถึงแม้ครูโขนจะเคยบอกว่าโขนไม่ว่าจะตัวพระตัวนางก็แสดงด้วยผู้ชายทั้งนั้น แต่ทำไม..ทำไมต้องเป็นเขาด้วยเล่า

 

 

“อะไรของเจ้า” นิชคุณขมวดคิ้วสงสัย เมื่อเห็นอูยองนอนร้องโอดโอยอยู่คนเดียว

 

 

“ม..ไม่มีอะไร” อูยองส่ายหัว คอยดูเถอะต่อไปอูยองจะเล่นกล้ามให้ตัวโตกว่าแทคยอนกับชานซองวงทูพีเอ็มที่เคยเห็นในทีวีเสียอีก ดูสิจะมีใครหาว่าเขาเหมือนผู้หญิงอีกมั้ย “เล่าต่อสิครับ”

 

 

“ทศกัณฑ์ ชิงนางสีดามาไว้ในกรุงลงกา จึงเกิดสงครามระหว่างพระรามกับทศกัณฑ์ ฝ่ายพระรามมีสมุนเอกเป็นหนุมาน หนุมานเป็นลิงเผือกมีอิทธิฤทธิ์มาก มีเขี้ยวเป็นแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือน...”

 

 

สิ้นคำ เด็กน้อยก็เริ่มจะหาวเป็นดาวเป็นเดือนเสียบ้าง นิชคุณยิ้ม

 

 

“ง่วงแล้วรึ”

 

 

“ยังไม่ง่วง” อูยองพึมพำตาปรือ นิชคุณดึงผ้าห่มมาคลุมตัวให้ แล้วอูยองก็เริ่มซุกตัวราวลูกแมว

 

 

“เล่าต่อสิครับ พระรามช่วยนางสีดามาได้มั้ย”

 

 

“พระรามกับทศกัณฑ์ทำสงครามกันอย่างยาวนาน แต่พระรามไม่สามารถฆ่าทศกัณฑ์ได้ เพราะทศกัณฑ์ได้ถอดกล่องดวงใจไปเก็บไว้ที่อื่น พระรามจึงส่งหนุมานไปชิงกล่องดวงใจมา พร้อมกับที่พระรามแผลงศรใส่ทศกัณฑ์หนุมานทำลายกล่องดวงใจ ทศกัณฑ์จึงตายในที่สุด”

 

 

“น่าสงสารทศกัณฑ์นะครับ”

 

 

นิชคุณแปลกใจที่จู่ๆอูยองพูดขึ้นมาอย่างนั้น

 

 

“ต้องยอมตายเพราะความรัก ทศกัณฑ์ก็คงรักนางสีดาเหมือนกันใช่มั้ยล่ะครับ”

 

 

 “เอ... ข้าก็ไม่รู้สิ” นิชคุณลูบศีรษะของอูยอง “ก็คงรักกระมัง”

 

 

“ผมว่ารัก” อูยองพูดหนักแน่นเสียจนนิชคุณไม่กล้าเถียง ได้แต่ยิ้มให้กับความน่ารักของคนน้อง

 

 

“แล้วเจ้ามิสงสารพระรามรึที่โดนพรากคนรักไป”

 

 

“ก็สงสาร” อูยองพึมพำ คิ้วขมวดครุ่นคิด ก่อนจะร้องออกมาให้นิชคุณนึกขำ “อ๊า... ทำไมความรักมันวุ่นวายจัง”

 

 

“เจ้ายังเด็กนัก มณีจาง” นิชคุณพูดกลั้วหัวเราะ คนที่โดนหาว่าเด็กย่นจมูกใส่ ก่อนจะพลิกตัวมามองหน้าคนพี่ตาใสแจ๋ว

 

 

“พี่คุณครับ”

 

 

เพลานี้ เมื่อได้สบตามณีจางใกล้ๆ เห็นจะเป็นทีของนิชคุณเอง ที่จะหน้าร้อนผะผ่าว

 

 

“อันใดรือ”

 

 

“ถ้าพี่คุณเป็นพระราม พี่คุณจะตามไปช่วยนางสีดามั้ย”

 

 

“ข้าต้องตามไปช่วยนางเป็นแน้แท่”

 

 

“ถึงแม้ว่าพี่จะต้องเดินทางไกลมากๆ...”

 

 

“ต่อให้ลำบากแค่ไหน หากว่านางเป็นยอดดวงใจของข้า ข้าก็จะติดตามนางไป” อูยองที่จู่ๆแก้มก็เปลี่ยนเป็นสีลูกตำลึง หัวเราะคิกก่อนจะหลับตาลง

 

 

พี่คุณนี่เลี่ยนชะมัด... คนไทยสมัยโบราณนี่เขาเป็นอย่างงี้กันหมดมั้ยเนี่ย

 

 

“อะไร เจ้าหัวเราะอะไร”

 

 

อูยองส่ายหน้า ปากพึมพำออกมา “ออกไปได้แล้ว ผมจะนอนแล้ว”

 

 

“มณีจาง บอกข้ามา” นิชคุณขึ้นมานั่งบนเตียง สะกิดเรียกก็แล้วอูยองก็ยังนิ่ง ดูก็รู้ว่าอีกคนแกล้งหลับ จากสะกิดแขนจึงเปลี่ยนไปสะกิดเอวหลายๆที เพราะเขาได้รู้โดยบังเอิญตอนเต้นรำด้วยกันว่า..จางอูยองบ้าจี้

 

 

“โอ้ยย” ในที่สุดอูยองก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา ร่างเล็กพลิกดิ้นหนีมือคนพี่ไปทั่วเตียง “อย่า.. พี่คุณ หยุดเดี๋ยวนี้นะ”

 

 

อูยองหัวเราะจนหายใจไม่ทัน เขาจับมือของนิชคุณไว้ให้หยุด ตอนนั้นเองถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคนพี่ขึ้นมานอนทาบทับอยู่บนร่างตัวเองเสียแล้ว ลมหายใจร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้ม อูยองกลืนน้ำลายลงคอ ยกมือขึ้นปิดหน้าที่แดงไปหมดจนเหลือแต่ลูกตา

 

 

“หากมีใครมาพรากแม่มณีจางไปจากฉัน ฉันก็จะตาม... สุดล่าฟ้าเขียวอย่างไร ฉันก็จะตามไปชิงเอาแม่มณีจางของฉันคืน” นิชคุณสบเข้าไปในดวงตาของอูยอง ครานี้อูยองไม่ได้หัวเราะคำพูดเขาอีกแล้ว เขาดึงมือเล็กออกจากนวลหน้า เพียงแค่อยากเห็นยิ้มขวยเขินของคนน้องเต็มๆตาก็เท่านั้น

 

 

 

 

อูยองหัดโขนได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานก็จดจำทุกท่าได้ พวกเขาซักซ้อมกันแข็งขัน เพราะวันแสดงใกล้เข้ามาทุกที อูยองยังไม่แน่ใจว่าจะบอกพี่คุณยังไงดีเรื่องที่เขามาเล่นโขน ก็ได้แต่บอกให้อีเรียมคอยช่วยปิดให้เป็นความลับไปก่อน แต่ความลับไม่มีในโลก ไม่ช้าไม่นานก็ต้องเปิดเผย ก็รู้อยู่หรอก ...

 

 

“วันนี้คุณหลวงท่านลงมาดูพวกเจ้าซ้อม ตั้งใจกันให้ดีล่ะ” ครูโขนแจ้งให้ลูกคณะทราบ

 

 

อูยองกลืนน้ำลายหนืดลงคอ ไม่น่า...คุณหลวงมีคนเดียวซะที่ไหน ทำใจแหวกม่านออกไปดูก็ถึงกับลืมหายใจ ที่นั่งอยู่หน้าเวทีนั้นไม่ผิดแน่ๆ จะเป็นคุณหลวงคนไหนได้อีก ถ้าไม่ใช่คุณหลวงนิชคุณอัครหรเวชกุล พี่คุณของเขานี่แหละ

 

 

หัวใจจางอูยองหลุดลงไปอยู่ตาตุ่มซะแล้ว

 

 

“เป็นอะไรหรือ ใยเจ้าหน้าซีดเยี่ยงนั้น” หนึ่งในผู้แสดงในคณะเอ่ยถาม

 

 

“ม... ไม่เป็นไร”

 

 

อูยองมองซ้ายมองขวา นึกอยากมีหัวโขนแบบตัวยักษ์ตัวลิงให้หยิบใส่ เสียงระนาดเอกดังขึ้นนำเป็นสัญญาณบอกว่าเริ่มการแสดง เอาแล้วไง.. ซวยแล้วไง


อูยองคว้าแป้งมาผัดหน้าจนขาววอก มองกระจก ก่อนจะหยิบสีรุดมาวาดปากเสียแดงสด เอาสิ... จะจำกันได้ ก็ให้มันรู้กันไป

 

 

 

นิชคุณผุดลุกผุดนั่งอยู่ในห้องนอนว่างเปล่า จะนั่งก็นั่งไม่ติด นึกถึงเรือนร่างเพรียวบางร่ายรำอ่อนช้อย มองเยี่ยงไรก็คุ้นตา แม้จะเห็นเครื่องหน้าได้ไม่ชัด แต่แก้มขาวเป็นพวงเยี่ยงนั้นจะมีสักกี่คนกัน จะจำไม่ได้...ก็กระไรเล่า แก้มกลมๆนั่นก็จับหอมมาตั้งหลายครั้งหลายครา พลันประตูห้องก็ถูกเปิดออก

 

 

“พี่คุณ มาทำอะไรในนี้ครับ” เจ้าของห้องเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามซ่อนพิรุธ

 

 

“แล้วเจ้าล่ะ ไปไหนมา”

 

 

“ผม...” อูยองพึมพำ “ก็ไปเดินเล่นแถวๆนี้”

 

 

“แน่รึ?”

 

 

“ครับ”

 

 

“อีเรียม?” หันไปถามบ่าว ที่ก้มหลบสายตาทันที มือไม้สั่นไปหมด จะเยี่ยงไรก็เป็นบ่าว แล้วบ่าวไพร่จะปดต่อเจ้านายได้เยี่ยงไร

 

 

“จ.. จะ..เจ้าคะ”

 

 

“วันนี้แม่มณีจางไปทำอะไรมา อย่าปดข้า มิเช่นนั้นข้าจะโบยเจ้า”

 

 

“พี่คุณ!” อูยองเบิกตาด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินว่าอีเรียมกำลังจะถูกลงโทษเพราะเขา

 

 

“อิฉันไม่ทราบเจ้าคะ”

 

 

“จะไม่รู้ได้ยังไง ในเมื่อข้าสั่งให้เจ้าคอยดูแลแม่มณีจางไม่ให้ห่าง”

 

 

“ผมไม่ใช่นักโทษนะ” อูยองแย้งขึ้น “ผมจะไปไหน จะทำอะไรมันก็เรื่องของผม”

 

 

“แต่เจ้าเป็นคนของข้า!” อูยองสะดุ้ง มองหน้านิชคุณ ที่บัดนี้ดูไม่เหมือนผู้ใหญ่ใจดีที่เคยรู้จัก

 

 

“แล้วข้าไม่ต้องการให้คนของข้าออกไปเต้นกินรำกิน ให้เป็นขี้ปากใครๆ”

 

 

“โขนไม่ใช่เต้นกินรำกิน โขนเป็นศาสตร์นาฏยะที่ทรงเกียรติ” อูยองพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา กี่ครั้งกันที่เขาต้องโดนพ่อของเขาตะคอกใส่หน้าแบบนี้ คำก็เต้นกินรำกิน มีแต่คำดุด่าว่ากล่าว แล้วนี่... พี่คุณ.. พี่คุณก็พูดเหมือนพ่อเขาไม่มีผิด มันคงไม่ผิดอะไรที่น้ำตาของเขาจะรื้นออกมาได้ง่ายดายอย่างนี้

 

 

“พี่คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกคนนาฏศิลป์ไม่ว่าแขนงใดๆ” อูยองป้ายน้ำตา มองนิชคุณด้วยความผิดหวัง “ถึงเราจะเต้นกินรำกิน ก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร เราทำด้วยใจรัก ทุ่มเทและพยายาม ไม่ต่างจากงานอื่นๆเลยนี่ครับ”

 

 

“มณีจาง...” นิชคุณถอนหายใจหนักอก น้ำตาของอูยองไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็น “ข้าแค่เป็นห่วงเจ้า ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องลำบาก”

 

 

“ถ้าหากเป็นสิ่งที่ผมรัก ผมยอมลำบากเพื่อมัน” อูยองแค่นยิ้ม สิ่งที่เขาพยายามพูดกับพ่อมาหลายครั้ง แต่พ่อไม่เคยฟังเขาเลยสักครั้ง “ความจริงแล้ว ผมรักการเต้นกินรำกินทุกอย่างบนโลกนี้ และผมไม่เคยรู้สึกเลยว่ามันลำบาก แต่ผมกลับรู้สึกว่า... ผมขาดมันไม่ได้หรอกครับ”

 

 

“สิ่งที่คนอื่นดูถูก คงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผม”

 

 

บัดนี้ นิชคุณคงไม่อาจจะโต้เถียงอูยองได้อีก

 

 

“ถ้าเจ้าว่าเช่นนั้น ข้าคงไม่อาจจะห้ามเจ้าได้” นิชคุณดึงอูยองมากอดปลอบขวัญร่างบางที่สะอึกสะอื้นเนื้อตัวสั่นเทา

 

 

“แต่พี่คุณก็ไม่ชอบใช่มั้ยครับ ไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน ไม่ได้ยินดียินร้าย..” นิชคุณไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะหรอกนะ แต่ไอ้แก้มป่องๆที่พึมพำออกมาเป็นชุดอยู่เนี่ย มันเด็กกำลังน้อยใจกันอยู่ชัดๆ

 

 

“ข้ายินดี.. ข้ายินดีสิ มณีจาง” นิชคุณเชยคางมณีจาง ที่มองกลับมาด้วยแววตาตัดพ้อ จนเขาอดรู้สึกผิดไม่ได้ “ความจริงแล้ว ฉันยังไม่เคยเห็นผู้ใดแสดงเป็นนางสีดาได้งดงามเท่ามณีจางของฉันอีกแล้ว”

 

 

“แปลว่าผมเล่นโขนต่อได้ใช่มั้ยครับ” นิชคุณประหลาดใจนักเมื่ออูยองสวมกอดเอวเขา

 

 

“จ้ะ”

 

 

“แล้วพี่คุณก็จะไปดูผมซ้อมด้วยนะ”

 

 

“จ้ะ”

 

 

“แล้วพี่คุณจะต้องปรบมือให้ผมดังๆเลยนะ”

 

 

นิชคุณก้มมองหน้าน้องที่เลอะน้ำตาไปหมด แต่ก็ยังยิ้มเสียจนตาเกือบหาย

 

 

“ได้คืบแล้วจะเอาศอกนะเจ้า” นิชคุณเอ่ยเย้าพลางเช็ดน้ำตาให้คนน้อง

 

 

“ใครว่า ผมไม่เอาทั้งคืบทั้งศอกอ่ะ ผมจะเอาพี่คุณต่างหาก”

 

 

ได้ยินคนพี่ถึงเบิกตากว้าง บ่าวที่มอบอยู่อย่างอีเรียมสะดุ้งคลานออกจากห้อง อูยองกระพริบตาปริบๆ ก็เขาพูดอะไรผิดตรงไหนเล่า

 

 

“พี่คุณต้องไปให้กำลังใจผมซ้อมสิครับ นะครับ ผมอยากให้พี่คุณไป”

 

 

“ข้าจะไป ข้าจะไปนั่งเฝ้าเจ้าซ้อมทั้งวันเชียว” อูยองยิ้มร่า ก่อนจะถูกนิชคุณยกจนตัวลอย “แต่ตอนนี้เจ้าต้องโดนลงโทษที่เจ้าปดต่อข้า”

 

 

“ห๊ะ??...”  ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรหรอก ร่างเล็กก็ถูกอุ้มไปวางบนเตียงเสียแล้ว

 

 

“เจ้าแอบหนีข้าออกไปโดยมิบอกกล่าว”

 

 

“ก็