[SF] ทวิตภพ [2/?]

posted on 21 Jul 2011 10:42 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 

มาทางน้ำ ก็ต้องกลับทางน้ำ... อูยองยืนมองน้ำที่ต้องประกายแดดระยิบ ดอกไม้สีเหลืองทองลอยเป็นแพ ส่งกลิ่นอบอวลหอมหวน เมื่อต้องลมก็ร่วงพรูจากต้นลงมาอีก เห็นพี่คุณว่าเป็นต้นประดู่ ปีนึงจะออกดอกบานสะพรั่งเพียงครั้งเดียว อูยองนั่งลงที่ริมน้ำ ใช้นิ้วแหวกแพดอกไม้ออกจากกัน มองภาพสะท้อนของตัวเอง มันน่าจะเห็นเป็นห้องซ้อมนะ อูยองถอนหายใจ เบะปาก หรือว่าเขาจะต้องลองดู...

 

เสียงน้ำแตกกระจายเมื่ออูยองกระโดดลงไป คลื่นน้ำแผ่ออกเป็นวง น้ำไม่ลึกมากนัก แต่ก็พอท่วมหัว อูยองเขย่งถีบตัวขึ้นสูดหายใจ ก่อนจะดำลงใต้น้ำ หลับตานับหนึ่งถึงสิบในใจ

 

เอาละ.. พอเขาลืมตา เขาจะกลับมาอยู่ในห้องซ้อม ที่ปูซาน ในปี 2011 ใส่กางเกงวอร์มสีเหลือง ไม่ใช่พันผ้าโจงกระเบนสีเลือดนก

 

......

 

โครม!


เสียงวัตถุขนาดใหญ่หล่นลงมาในน้ำไม่ใกล้ไม่ไกลตัว อูยองรู้สึกได้ถึงแรงคลื่นที่เคลื่อนกระทบตัว อูยองอยากจะลืมตา แต่ยัง..เขายังลืมไม่ได้ จนกว่าจะกลับไปที่ห้องซ้อม อูยองอยากจะหายใจเพราะตอนนี้ปอดของเขาเริ่มปวด เขาต้องการอากาศแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้  เขารู้สึกได้ว่ามันใกล้เข้ามาเขาจะต้องทำสำเร็จ

 

อูยองอ้าปาก อากาศแรกถูกสูดเข้าปอดอย่างรวดเร็ว จนแสบไปทั้งหลอดลม แสงสว่างจ้าแยงเข้าตา และอ้อมกอดที่อบอุ่น อูยองสำลักน้ำที่เผลอกลืนลงไปอยู่สักพัก ปวดซี้ดไปทั้งโพรงจมูก น้ำตาถึงรื้นขึ้นมาคลอที่ดวงตา อูยองยึดไหล่ของอีกคนไว้แน่น ขณะที่ขาเตะพยุงตัวให้ลอยขึ้น

 

เขายังอยู่ในน้ำ... ตื้นขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในน้ำ

 

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” เสียงนุ่มเอ่ยถาม และตอนนั้นเองที่อูยองเพิ่งรู้ตัวว่าคนที่เขาเกาะ จนคล้ายจะกอดคออยู่นี่ คือ นิชคุณ

 

นิชคุณที่ไม่ได้ใส่เสื้อเสียด้วย  มีเพียงช่วงไหล่สีขาวจัดโผล่พ้นน้ำ แต่อูยองก็รู้สึกได้ถึงวงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังกอดเอวเขาไว้

 

“ม.. ไม่เป็นไร” อูยองพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แต่ไม่สำเร็จ ยิ่งเมื่อคอยแต่จะนึกถึงร่างกายสมบูรณ์แบบของอีกคนที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ

 

“เจ้าโดดลงน้ำทำไม”

 

“ผม...” อูยองกัดลิ้นตัวเอง “ร้อน”

 

นิชคุณขมวดคิ้ว มองหน้าอูยองนิ่ง

 

“ผมแค่จะมาเล่นน้ำ” อูยองพยักหน้างึกงักราวกับเป็นหัวตุ๊กตา ปั้นหน้าปั้นตาไร้เดียงสาให้คนพี่เชื่อ

 

“เจ้าทำเอาข้าใจหายใจคว่ำ พวกบ่าววิ่งไปบอกข้าว่าเจ้ากระโดดลงน้ำ และก็มิยอมโผล่ขึ้นมา เจ้าคิดจะทำอะไรกัน”

 

“ผมก็แค่... แค่อยากรู้ว่าจะกลั้นหายใจได้นานแค่ไหน”

 

“มณีจาง เจ้าเล่นอะไรเสี่ยงนัก รู้ตัวหรือไม่ ถ้าข้าไม่มา...” เด็กที่กำลังถูกดุกวักน้ำใส่หน้าคนพี่ตัดบทเสีย หัวเราะคิกคักชอบใจ จนนิชคุณอยากจะจับร่างเล็กที่กอดอยู่นี่โยนลงน้ำอีกสักที คนอุตส่าห์เป็นห่วง แล้วดูเด็กคนนี้นี่สิ

 

ยิ่งเห็นคิ้วขมวดยุ่งของนิชคุณอูยองยิ่งหัวเราะร่า กวักน้ำใส่อีก จนนิชคุณปล่อยมือออกจากเอว อูยองกำลังเผลอกลัวว่าพอไม่มีอีกคนพยุงจะหล่นลงน้ำไปอีก นิชคุณก็ซัดน้ำใส่หน้าเสียโครมใหญ่ อูยองสำลักค่อกแค่กบ้วนน้ำที่มีดอกประดู่ปนออกจากปาก นิชคุณหัวเราะลั่น สาดน้ำใส่จนเจ้าตัวเล็กหันมาตวาดแว้ด

 

“พี่คุณ” อูยองทำปากบึ้ง มองหน้านิชคุณที่ยิ้มเผล่

 

“เจ้าจะเล่นน้ำมิใช่รึ”

 

“ไม่เอาแล้ว ไม่เล่นแล้ว” เล่นบ้าอะไร.. เขาถึงโดนแกล้งอยู่คนเดียวล่ะ

 

“ทำไมเล่า เจ้าจะเล่น ข้าก็มาเล่นเป็นเพื่อน ไม่ดีดอกหรือ”

 

อูยองฉวยโอกาศที่นิชคุณเผลอยิ้มอยู่นั่นแหละ กวักน้ำใส่คนพี่อีกโครม เศษดอกไม้ติดปากติดแก้มจนอูยองหัวเราะตัวงอ นิชคุณคว้าตัวอูยองไว้ น้ำตรงนี้ดูจะตื้นกว่าเมื่อครู่ เมื่อหน้าอูยองแนบอยู่ที่แผงอก ผิดจากที่คิดไว้เสียเมื่อไหร่ แผ่นอกกว้างและหน้าท้องที่สมบูรณ์แบบ กล้ามท้องที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผิวขาวจัด อูยองสูดหายใจที่ไม่รู้ตัวว่าหยุดหายใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ออกแรงดันลำตัวที่แข็งแรงผิวขาวนุ่ม และอุ่น ไม่รู้เรี่ยวแรงของเขามันหายไปไหน

 

นิชคุณโอบเอวบาง เสื้อเปียกที่แนบไปกับผิวจนเห็นทุกส่วนสัด กลิ่นหอมกรุ่นนั่นมาจากดอกไม้พวกนี้ หรือจากคนๆนี้กันแน่ แก้มนุ่มๆแนบพิงอยู่ที่อก จนเขาเกรงว่าอีกคนจะได้ยินเสียงหัวใจที่จู่ๆก็เต้นแรงขึ้นมา เขารู้สึกถึงมือเล็กที่จับอยู่ข้างลำตัวออกแรงผลักที่เบาเสียจนเขารู้สึกเหมือนกำลังโดนลูบไล้เสียมากกว่า เขาจับมืออูยองไว้ให้หยุดก่อนความคิดเขาจะเตลิดไปมากกว่าเดิม

 

“เรา.. กลับขึ้นไป เปลี่ยนเสื้อผ้ากันดีกว่านะ”

 

“อื้มม” อูยองพยักหน้า ลืมวิธีพูดไปเสียแล้ว

 

อูยองเดินแยกกับนิชคุณกลับไปที่เรือนเล็ก อีเรียมวิ่งไปหาผ้าแห้งมาให้นุ่งเปลี่ยน อูยองเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จ หัวใจก็ยังไม่มีทีท่าจะกลับมาเต้นในจังหวะเดิม

 

 

ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไร่ แต่ในตอนนี้รอบตัวดูมืดสนิทนัก มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องเรไร เขาต้องนอนเพลินไปแน่ๆ อูยองใช้เวลาสักพักในการปรับสายตาให้มองเห็นในความมืด และใช้เวลาอีกสักพักที่จะตระหนักว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องตัวเอง ไม่ใช่ห้องที่ปูซาน และไม่ใช่ห้องที่เรือนเล็ก ไม่ใช่ห้องซ้อมด้วยเหมือนกัน เพราะตอนนี้เขานอนอยู่บนเตียงที่ใหญ่กว่าเตียงที่มีในห้องอื่นๆที่กล่าวมา อูยองใช้เวลาอีกสักพักที่จะสังเกตว่ามีคนนอนฟุบอยู่ที่ข้างเตียง

 

“ตื่นแล้วรึ” นิชคุณงัวเงียขึ้นมายิ้มให้เขา

 

“เจ้าเล่นน้ำกลางแดดจัด จึงได้เป็นไข้” นิชคุณว่า พลางขึ้นมานั่งริมเตียง ทาบมือใหญ่ลงบนหน้าผากของอูยอง

 

“ผมอยู่ที่ไหน”

 

“ห้องข้า” นิชคุณตอบ ใบหน้าระบายรอยยิ้มด้วยความโล่งใจ “ไข้เจ้าลดลงแล้ว”

 

“ผมมาที่นี่ได้ยังไง”

 

“ข้าพาเจ้ามา”

 

พามา.. พามายังไง อูยองมองหน้านิชคุณด้วยความงุนงง แต่นิชคุณเพียงยิ้มกลับมา

 

“เจ้าหิวหรือไม่ เมื่อเย็นเจ้ายังไม่ได้กินอะไร”

 

“ม..ไม่ครับ”

 

“หมอบอกให้เจ้ากินยาเมื่อเจ้าตื่นขึ้นมา”

 

อูยองเบะปากเมื่อได้ยินว่าต้องกินยา

 

“แต่ข้าเดาว่าเจ้าคงไม่ชอบกินยาสินะ”

 

อูยองพยักหน้าอย่างรวดเร็ว นิชคุณหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นกริยาเช่นนั้น

 

“ถ้าเยี่ยงนั้น เจ้านอนต่อเถอะ” นิชคุณดึงผ้าห่มขึ้นให้อูยอง “เจ้าต้องพักผ่อนให้มากๆ”

 

“แล้วพี่คุณ?”

 

“ข้าจะนอนที่พื้นข้างๆนี่แหละ ถ้าเจ้าต้องการอะไรก็เรียกข้าได้ทันที”

 

“แต่..”

 

“มิต้องมีแต่แล้ว มิเช่นนั้นข้าจะจับเจ้ากินยาเสียดีไหม” นิชคุณลูบหัวอูยองที่ทำหน้าบึ้งทันทีที่เขาพูดถึงยาอีก “พรุ่งนี้ข้าจะให้บ่าวเตรียมห้องในเรือนใหญ่ไว้ให้เจ้า”

 

“ต..แต่..” อูยองอ้าปากจะพูด แต่ก็โดนสายตาดุๆของนิชคุณขู่เสียจนต้องหลับตาปี๋ แค่นึกถึงยามันก็ขมปร่าไปทั้งคอแล้ว

 

“คืนนี้เจ้านอนพักผ่อนเถิด” นิชคุณลูบหัวคนน้องอย่างเอ็นดู จนร่างเล็กผล็อยหลับไป

 

 

จากวันนั้นอูยองไม่ได้กระโดดลงน้ำอีก บางทีอาจเป็นเพราะพายุฝน... เขาจะรอให้ฝนตก เขาย้ายมาอยู่เรือนใหญ่กับนิชคุณ เวลาผ่านไปเสียเกือบเดือน อูยองได้เรียนรู้ว่านิชคุณเป็นผู้ใหญ่ใจดี ทั้งดูสง่างามน่านับถือ อูยองก็เคารพเชื่อฟังนิชคุณอยู่หรอก จะเว้นก็แต่เรื่องเดียว...

 

“ทำไมผมต้องใส่สไบด้วยอ่ะ” อูยองทำหน้าบึ้งเอ่ยถามอีเรียมที่นิชคุณยกให้เป็นบ่าวรับใช้ประจำกายเสียแล้ว

 

“ก็คุณหลวงท่านสั่งมานี่เจ้าคะ แม่หญิง” อีเรียมจัดแจงกลัดเข็มกลัดให้แม่หญิงของตน

 

“ผมเป็นผู้ชายนะ” อูยองจับชายสไบที่ทิ้งตัวยาวอยู่ข้างหลังขึ้นมาสะบัดเล่น ผ้าแพรไหมนิ่มลื่นฝีมือถักทอประณีต สวยน่ะสวยอยู่หรอก แต่คนที่ห่มสไบมีแต่ผู้หญิงไม่ใช่หรอ แล้วเรื่องอะไรพี่คุณต้องมาจับเขาห่มผ้าสไบอย่างงี้ด้วย ไหนจะคำเรียกชื่อนั่นอีกจากมณีจาง จู่ๆก็มาขึ้นต้นว่าแม่มณีจาง จนคนอื่นๆถึงได้เรียกตามเป็นแม่หญิงกันหมด ยิ่งนึกก็ยิ่งน่าโมโห

 

“คุณหลวงคงเห็นแม่หญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม จนเหมือนผู้หญิงเสียแล้วกระมัง” บ่าวหญิงยิ้ม ตั้งแต่อยู่เป็นข้ารับใช้คุณหลวงมา อีเรียมก็ไม่เคยเห็นคุณหลวงจะเอ็นดูใครเท่าแม่มณีจางอีกแล้ว ไหนจะคอยดูแล เป็นห่วงเป็นใย ผ้าสไบนี่ก็เห็นว่าสวยจึงซื้อมาฝาก ทั้งเครื่องหอม และแพรผ้า ไหนจะสรรพนามคำเรียก เคยที่ไหนที่จะยอมให้ใครเรียกว่าพี่คุณอย่างที่แม่หญิงเรียก

 

อูยองกำลังทำหน้าบึ้งตึงตอนที่นิชคุณเข้ามาในห้อง คนเป็นบ่าวได้แต่แอบยิ้มก่อนจะหลบออกจากห้องไป

 

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นเล่า” อูยองมองค้อนขวับเข้าให้

 

“ก็พี่คุณน่ะ ให้ผมใส่ชุดอะไรก็ไม่รู้ คนเขาจะมองว่าผมเป็นผู้หญิงกันหมดแล้ว” อูยองกอดอก กระแทกตัวลงนั่งบนตั่งเตียง

 

“ก็แม่มณีจางของฉันเป็นผู้หญิง”

 

“ผมเป็นผู้ชาย!” อูยองสวนกลับในทันที

 

“หน้าตาก็เหมือนผู้หญิง ตัวก็เล็กบอบบางเหมือนผู้หญิง ผิวก็ขาวผุดผ่องเสียอย่างนี้ มีตรงไหนอีกเล่าที่เจ้ามิใช่ผู้หญิง”

 

“ก็ตรง...” อูยองอ้าปากจะเถียง อ้ำอึ้งอื้ออึงหน้าแดงจัด ยิ่งมองสายตาระยิบของนิชคุณ หน้ายิ่งร้อนยิ่งแดงเข้าไปใหญ่

 

“ถ้าไม่มี งั้นเจ้าก็เป็นผู้หญิงน่ะสิ” นิชคุณกระซิบที่ข้างแก้มร้อนผ่าว อูยองได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สงบจิตสงบใจอยากเอานิ้วจิ้มตาที่มองล้อกันอยู่ได้เอาสักที

 

“ไปเถิด เช้านี้อากาศดีน่าเดินเล่นนัก ฉันจะพาแม่มณีจางไปตลาด ไม่อยากไปหรือ” ว่าจบ คนที่นั่งปั้นหน้าบึ้งตึงถึงตาเป็นประกายวาววับ อูยองอยากออกไปข้างนอกนานแล้ว เข้าไปอ้อนคนพี่อยู่หลายครั้ง แต่นิชคุณก็ไม่ว่างสักครั้ง พอบอกว่าจะไปเองก็ไม่ยอมให้ไป

 

“ข้าว่างแค่วันนี้เท่านั้นนะ” นิชคุณเอ่ย เมื่อเห็นอีกคนยังนั่งอิดออด

 

“ต้องใส่ชุดนี้ไปหรอ”

 

“เป็นไรไปเล่า”

 

“น่าอายออกจะตาย”

 

“ไม่เห็นน่าอาย หรือถ้าเจ้าอายนัก...” นิชคุณทำท่าจะเดินออกจากห้อง “ข้าไปคนเดียวก็ได้”

 

“พี่คุณอ่ะ” อูยองร้องตามอย่างขัดใจ เมื่อเห็นแผ่นหลังอีกคนเดินไวๆ ไม่สนใจกัน กลัวจะอดเที่ยว เลยรีบวิ่งตามจนชายสไบปลิวสไว ได้ยินเสียงบ่นมุบมิบไล่หลังนิชคุณจึงต้องกลั้นขำจนหน้าแดงก่ำไปหมด

 

 

 

“ทำไมต้องจับมือด้วย” ปากบางขยับมุบมิบอีก เมื่อมือเล็กถูกฉกฉวยไปกุมไว้

 

“ก็ข้าเกรงว่าเจ้าจะหลง ดูสิ ผู้คนมากมาย ประเดี๋ยวจะพลัดหลงกันง่ายๆ”

 

อูยองย่นจมูก มองไปรอบๆ ชาวบ้านร้านตลาดเบียดเสียดกันจอแจ เสียงตะโกนแข่งกันเรียกลูกค้า บ้างก็ต่อราคากันดังแว่ว พ่อค้าปลาใช้สันมีดทุบลงหัวปลาที่กำลังดิ้นดังปึ้ง อูยองสะดุ้งกระชั