[fiction] Wedding Dress 6/?

posted on 28 Apr 2011 21:01 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney

 

 

 

 

 

 

“เมิงให้อูยองย้ายออกดีกว่ามั้ย” เขาถามออกไป แม้จะรู้ว่าเรื่องนี้เจ้าตัวคงไม่ยอมกันง่ายๆ แต่แทคยอนก็ลองเสี่ยงดูสักครั้ง

 

 “ทำไมวะ” นิชคุณถามกลับในทันที แม้น้ำเสียงจะนิ่งแต่แทคยอนก็มองเห็นแววตาที่ซ่อนความหงุดหงิดไว้ไม่มิด

 

“ก็ไหนๆเมิงก็จะแต่งงานแล้ว ยังไงต่อไปก็ต้องแยกกันอยู่ ถ้าแยกกันตั้งแต่ตอนนี้มันจะต่างอะไร” เขาพยายามอธิบาย ถ้าเพียงแต่อีกคนจะฟังกันบ้าง

 

“แล้วเมิงจะให้อูยองไปอยู่ไหน” นิชคุณยกแขนขึ้นกอดอก สายตาคาดคั้น ราวกับเรื่องที่เขาทำเป็นสิ่งผิด

 

“อยู่กับกับกูไง” คำตอบที่ทำให้นิชคุณเหยียดรอยยิ้ม

 

“เมิงจะดูแลอูยองได้หรอ เมิงไม่มีเวลาให้อูยองด้วยซ้ำ” นิชคุณ คนที่ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวอูยอง ส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ล่ะ กูไม่ให้เมิงเอาอูยองไปไหนทั้งนั้น”

 

“ไอ้คุณ ดูเมิงพูดเข้าสิ เมิงรู้ตัวบ้างมั้ยว่าคนที่จะทำร้ายอูยองที่สุดก็คือตัวเมิงเอง” เพราะโกรธที่เพื่อนของเขางี่เง่าเหลือเกิน ถึงได้เผลอขึ้นเสียงตวาด นิชคุณจ้องมองเขาเขม็งด้วยดวงตาแข็งกร่าว ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน

 

“เมิงยังไม่เลิกคิดอะไรอย่างนั้นอีกหรอ” นิชคุณแค่นหัวเราะมองแทคยอนด้วยดวงตาที่แทคยอนบอกไม่ถูกว่ามันคือความสมเพชหรือเวทนากันแน่ “ทฤษฎีเกย์ของเมิง”

 

“อูยองรักเมิง” เขาเน้นเสียงในทุกคำ ให้มันหนักแน่นพอที่จะทลายความมืดบอดของนิชคุณได้บ้าง “และ... ถ้าเมิงไม่ได้รักมัน ปล่อยมันไปเถอะ”

 

“กูรักอูยอง” แต่ไม่เลยผู้ชายคนนั้น ยังคงเลือกที่จะไม่มอง และไม่รับฟัง ผู้ชายคนนั้น...ที่น่าเวทนากว่าใครๆ “แบบที่พี่ชายจะรักน้องชาย และกูก็มั่นใจว่าอูยองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”

 

“แล้วถ้าสิ่งที่กูพูดเป็นจริงขึ้นมาล่ะ.. เมิงจะ...”

 

“มันไม่มีทางเป็นไปได้แทค เมิงกลับไปเถอะ” นิชคุณพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบเกินจะขาดเดา “แล้วถ้าเมิงยังไม่เลิกมีความคิดบ้าๆอย่างนั้น ก็อย่ากลับมาที่นี่อีก!”

 

 

ถึงแม้ว่าจะเป็นเขาที่ต้องยอมถอยออกมา แต่นิชคุณต่างหากที่พ่ายแพ้เสียหมดรูป ไม่แม้แต่จะยอมรับในหัวใจตัวเอง คนที่ปฎิเสธความจริง คือ คนแพ้ ไม่ใช่หรอ? แม้ในใจเขาจะห่วงอูยองสักแค่ไหน แต่ความจริงที่เขาพบเมื่อยืนอยู่ต่อหน้านิชคุณแล้ว เขาไม่อาจเป็นคนลั่นไก ยิงกระสุนนัดนั้นที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปจากสิ่งที่มันควรเป็น ช่วยให้ทั้งสองคนรู้ใจตัวเอง... นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เพราะเมื่อนั้นอ๊กแทคยอนนี่แหละจะกลายเป็นคนที่ทำร้ายจางอูยองด้วยมือของเขาเอง

 

“มันไม่มีทางเป็นไปได้แทค”


จริงของนิชคุณ มันไม่มีทางเป็นไปได้ ... นิชคุณไม่ได้บอกกับเขา แต่กำลังบอกกับหัวใจตัวเองต่างหาก

 

 

 

 

 

และเพราะว่านั่นคือการสนทนาสุดท้ายระหว่างเขากับนิชคุณ เขาจึงไม่คาดคิดสายเรียกเข้าจากนิชคุณที่ปลุกเขาในกลางดึกอย่างนี้ เขาคลำเอามือถือที่หัวเตียง หรี่ตาเมื่อเจอแสงจ้าจากหน้าจอ

 

“อูยองอยู่กับเมิงรึป่าว” นิชคุณพ่นรัวผ่านหูโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว จนสลัดความง่วงงุนของเขาไปได้หมด

 

“เปล่า” เขาได้ยินเสียงนิชคุณสบถเป็นภาษาอังกฤษ

 

“เกิดอะไรขึ้น คุณ”

 

“อูยองยังไม่กลับบ้าน และฉันก็ติดต่อเขาไม่ได้”

 

“โทรหาชานซองรึยัง” แทคยอนเหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาตีสองกว่า อูยองไม่เคยกลับบ้านดึกโดยไม่โทรบอกนิชคุณเสียก่อน

 

“ไม่รับสาย” ภาษาไทย คราวนี้นิชคุณสบถเป็นภาษาไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อูยองพลิกหนังสือในมือ อ่านซ้ำตัวอักษรที่ขีดเน้นไว้ด้วยปากกาไฮไลท์สีเหลือง ริมฝีปากรูปกระจับขยับมุบมิบท่องหนังสือให้ขึ้นใจ หัวคิ้วขมวด หน้าตาเคร่งเครียด ที่หากใครเห็นคงต้องแหย่เข้าให้สักที อุณหภูมิในห้องสมุดค่อนข้างหนาวจนเขาต้องถูมือเข้าด้วยกัน แล้วซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง เพราะอยู่ในช่วงสอบกลางภาค เขาถึงเลือกหมกตัวอยู่ในห้องสมุดมากกว่าที่อื่น มันทำให้เขาสงบ และปล่อยวางเรื่องอื่นๆที่รบกวนจิตใจไปได้บ้าง

 

“อูยองอ่า” เสียงชานซองกระซิบกระซาบมาจากฝั่งตรงข้าม “อูยอง”

 

จะมีเหลือก็แต่เพื่อนเขานี่แหละที่คอยทำหน้าที่กวนประสาทเขาให้แทน อูยองเงยหน้าจากหนังสือ ขยับปากโดยไร้เสียง “มีอะไร”

 

“เมิงยังไม่ได้ฉลองที่เมิงได้เป็นแฟนซอลลี่เลยนะเว่ย”

 

อูยองกลอกตา กระซิบกระซาบตอบกลับไป

 

“เพราะกูเผอิญเลิกกับเขาหลังจากนั้นไง”

 

“ยิ่งแล้วใหญ่ เมิงเลิกกันมาตั้งนานแล้ว เมิงยังไม่ได้ไปดื่มย้อมใจเลยนะ” ชานซองแกล้งทำสีหน้าตกใจ เบิกตาโพลงราวกับเห็นผี เอากะเพื่อนเขาสิ เรื่องเที่ยวเนี่ยมันหาโอกาศได้ตลอด ฉลองผ่าฟันคุดซี่แรกมันยังทำมาแล้วเลย

 

อูยองเขวี้ยงปากกาข้ามโต๊ะ ให้ชานซองได้นั่งนวดหน้าผากป่อยๆ

 

“เมิงอ่านหนังสือต่อไปเลยไป จะสอบอยู่แล้ว”

 

“โห นี่กูหวังดีหรอกนะ กลัวเมิงจะช้ำในตาย พูดจริงๆ กูยังไม่เห็นเมิงร้องไห้ เมิงไม่เสียใจหรอวะ”

 

“กูไม่ใช่เมิงนี่ ที่โดนสาวทิ้งที ก็ร้องหายจะเป็นจะตายที แล้วอาทิตย์ถัดมาก็มีคนใหม่น่ะ” อูยองสวนกลับ พยายามควบคุมเสียงให้เบาที่สุด

 

“เย็นนี้เราก็สอบเสร็จทุกตัวแล้วนะ” ชานซองเท้าแขนลงบนโต๊ะ กระพริบตาปริบๆยื่นหน้ามาใกล้เขา “คืนนี้ ไปดื่มกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

นิชคุณหักพวงมาลัย เลี้ยวเข้าไปในเขตมหาวิทยาลัย บรรยากาศยามค่ำคืนไร้ผู้คนแตกต่างจากตอนกลางวันที่มีนักศึกษาเดินกันขวักไขว่ เขาจอดรถที่ลานจอดรถในคณะของอูยอง แทคยอนมองนิชคุณที่รีบวิ่งเข้าตัวอาคารไปอย่างรวดเร็ว นิชคุณกำลังร้อนใจ แทคยอนกดมือถือ พยายามโทรออก แต่ก็เหมือนกับครั้งก่อนๆเขาเจอกับบริการฝากข้อความเสียง... หายตัวไปไหนของเขากันนะ

 

“ยามบอกว่าไม่มีใครอยู่ข้างใน” นิชคุณกลับเข้ามาในรถ หอบหายใจจากการวิ่งไปทั่ว ที่ๆอูยองชอบไปเขาตามหาตัวเด็กคนนั้นเสียทุกที่ แต่เขาก็ยังหาอูยองไม่เจอ เขาถอยรถออก ตัดสินใจจะตระเวนตามหาที่บริเวณรอบๆมหาลัยดู

 

“ติดต่ออูยองได้มั้ย” เขาถามแทคยอนที่ร้อนรนไม่แพ้กัน

 

“ไม่ได้เลย” แทคยอนส่ายหน้า แวบหนึ่งที่แสงไฟจากเสาไฟริมถนนส่องเข้ามา เขาคิดว่าเขาเห็นใบหน้าของนิชคุณบิดหนิ่วคล้ายจะร้องไห้

 

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับอูยอง..” นิชคุณกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

 

“ใจเย็นๆน่าคุณ อูยองจะต้องไม่เป็นอะไร”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“กูถามจริง เรื่องระหว่างเมิงกับซอลลี่” ชานซองรินเหล้าเพิ่มให้อูยองที่แก้มอูมเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด

 

“หือ?”

 

“มันยังไงกันแน่วะ” ชานซองต่อประโยคให้จบ

 

“กูไม่รู้ว่ะ” อูยองยกดื่มจนหมดแก้ว แต่ไม่วายจะเบะปากเหมือนโดนบังคับให้กินยังไงยังงั้น

 

“กูว่าถ้าไม่เมิงเป็นตุ๊ด ซอลลี่ก็คงเป็นทอมอ่ะ” ชานซองพูดหยอกพลางหัวเราะลั่น

 

“ไอ้บ้า” อูยองหันไปด่าเสียงอ้อแอ้เต็มที พร้อมยื่นแก้วเปล่ากลับไปให้ชานซองที่รับมารินใหม่จนเต็ม

 

“เอ้า ของอย่างงี้” ชานซองยื่นแก้วกลับให้อูยอง ก่อนจะยื่นหน้าไปพิจารณาเพื่อนตัวเล็กใกล้ๆ รู้จักกันมาตั้งนาน ไม่เห็นมันจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาสักที จะเห็นก็มีแต่น้องซอลลี่นี่แหละที่น่าลุ้น มันก็ยังจะปล่อยหลุดมือไปอีก

 

“ไม่แน่ เมิง... อาจจะชอบผู้ชายก็ได้นะเว้ย” เขาหรี่ตามองอูยองอย่างพยายามจะจับผิด อูยองปรือตามองเขา มือเล็กที่เป็นสีขาวเหมือนน้ำนมเอื้อมมาจับหน้า ริมฝีปากแดงฉีกยิ้ม ก่อนจะออกแรงตบมาเต็มแก้ม

 

“เชี่ย ตบกูไมเนี่ย”

 

“เมิงแมร่งไร้สาระ” อูยองหัวเราะร่วน พลางแย่งขวดโซจูจากมือเขาไปดื่มเอาอั้กๆ

 

นั่นแหละ ชานซองถึงได้เสียวสันหลังวาบ จะแย่งคืน ไอ้เพื่อนที่กำลังจะพาเขาซวยมันก็ดื้อดึง ดื่มจนหมดขวด ไม่วายจะหันมายิ้มให้เขาอีก ชานซองกลืนน้ำลายหนืดลงคอ

 

“ไอ้ด้ง เมิงบอกพ่อเมิงยังวะ”

 

“พ่อ?”

 

“นิชคุณน่ะ?”

 

อูยองกระพริบตาปริบๆ ก่อนที่หยดน้ำตาหยดแรกจะไหลออกจากดวงตา แทนที่มันจะตอบ ไอ้บ้านั่น.. มันดันร้องไห้!

 

 

 

ซวยแล้วไง ฮวังชานซอง..ซวยแล้วไง

 

 

 

เขากำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายที่แขวนเกี่ยวเอาไว้ระหว่างความเป็นและความตาย จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ขามันทำท่าจะขยับวิ่งหนี แต่ดวงตาที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อเขาอยู่มันก็ตรึงให้ไม่กล้าขยับไปไหน ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เตรียมพร้อมรับแรงจู่โจมจากนิชคุณ ที่ถลาเข้ามาขยำคอเสื้อเขาในทันทีที่เห็นหน้า

 

“นายพาอูยองมาที่แบบนี้ได้ยังไง” นิชคุณตวาดลั่นจนชานซองสะดุ้งหัวใจแทบหยุดเต้น นิชคุณน่ะถึงเวลาปกติจะเป็นพี่ชายที่แสนดี ดูสุภาพอ่อนโยน แต่ลองโมโหขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็น่ากลัวจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แล้วเขาเป็นใครกันถึงกล้าไปยั่วอารมณ์คนแบบนี้ให้เลือดร้อนขึ้นมา

 

ตั้งใจที่ไหนล่ะ เขาก็รู้อยู่ว่าอูยองเป็นไข่ในหิน ที่พี่มันทั้งหวงทั้งห่วง จนเขาต้องเลื่อนขั้นให้เป็นพ่อนั่นแหละ ตอนแรกที่คบกัน นิชคุณสั่งห้ามเขาสารพัด แต่พอรู้จักกันไป นิชคุณถึงได้เริ่มปล่อยบ้าง เพราะอูยองด้วยนั่นแหละ อ้อนจนพี่คุณใจอ่อน ยอมให้ไปไหนมาไหน แต่ไม่วายจะต้องให้ขออนุญาตก่อนทุกครั้ง แล้วใครจะไปรู้ว่าคราวนี้อูยองมันจะไม่ยอมโทรบอกนิชคุณ แถมยังดื่มจนเมาร้องห่มร้องไห้ไม่รู้เรื่อง เอาแต่สะอึกสะอื้น ทั้งดื้อทั้งดึงจะดื่มต่อ พอห้ามก็โวยวาย พาจะลากกลับบ้านก็ดันปล่อยโฮเสียยกใหญ่ แล้วฮวางชานซองจะทำยังไง นอกจากจะเป็นคนโทรเรียกเพชรฆาตให้มาเชือดตัวเอง

 

“ใจเย็นน่า ไอ้คุณ เด็กมันแค่มาเที่ยวกัน” แทคยอนปรามนิชคุณ ดึงตัวนิชคุณออกจากชานซองที่กลัวจนจะหยุดหายใจไปแล้ว

 

“ตอนนี้นายพาอูยองกลับบ้านก่อนเถอะ” เขาเตือนสตินิชคุณที่กำลังร้อน

 

นิชคุณสบถอย่างหัวเสีย ผลักชานซองให้พ้นทาง ก่อนจะไปประคองร่างเล็กที่นั่งคอพับคออ่อนอยู่คาขวดเหล้า อูยองน่ะ กินแค่แก้วเดียวหน้าก็แดง กินแค่ครึ่งขวดก็เมาไม่รู้เรื่อง แล้วนี่ดื่มไปตั้งเท่าไหร่

 

“อูยอง” เสียงนุ่มเอ่ยเรียก ก่อนจะเช็ดน้ำตาที่เปียกแก้ม “อูยองครับ”

 

“คุณแฮม!” เจ้าตัวเล็กเรียกชื่อเขาพลางหัวเราะคิกคัก “มาแล้วหรอ ดื่มด้วยกันสิครับ”

 

“ไม่เอาแล้วอูยอง กลับบ้าน” โดนแย่งขวดเหล้าไปจากมือ อูยองถึงได้เบะปากไม่ได้ดั่งใจ

 

“ทำไมไม่โทรบอกพี่ แล้วปิดมือถือทำไม” คนเป็นพี่ดุ พลางประคองตัวอูยองให้ลุกยืน อูยองปัดป่ายขืนตัวไม่ยอมจะไปด้วยง่ายๆ มองค้อนนิชคุณอ