[fiction] Wedding Dress 5/?

posted on 16 Apr 2011 15:06 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney
 
 
 

พวกเขาก้าวเดินไปพร้อมกัน แต่กลับไม่มีใครพูดอะไรอีก น้ำหนักของกระเป๋าเป้บนบ่าดูจะกดลงมาหนาหนักเป็นพิเศษ วันนี้ทั้งเขาและซอลลี่อยู่ทำงานที่คณะจนดึก อูยองถึงได้อาสาเดินมาส่งเธอที่บ้าน จะพูดว่าอาสาด้วยตัวเองก็ไม่ถูกหรอก เพราะชานซองกับพวกเพื่อนๆเขาอีกน่ะสิ ที่ยุให้เขาชวนซอลลี่กลับด้วยกัน มันไม่ควรจะอึดอัดหรอก ถ้าไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งขอเธอเป็นแฟน และเธอก็ตอบตกลงซะด้วยสิ...

 

“อปป้าคะ” เธอหันมาหาเขา อูยองหวังว่าเธอจะไม่ทันเห็นเขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เธอเป็นฝ่ายพูดอะไรขึ้นมาก่อน

 

“ครับ?”

 

“ซอลลี่ว่าเรา... อย่าเพิ่งคบกันดีกว่าค่ะ”

 

“....” แต่เขาก็ไม่คิดว่านี่คือสิ่งที่เธอจะพูด

 

“อปป้า อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันชอบอปป้า แต่... เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมดีกว่ามั้ยคะ” เธอเอียงคอเล็กน้อย รอคำตอบจากเขา ดวงตากลมมองเขาอย่างจริงใจ

 

เขากำลังอกหักหรือเปล่า อูยองถามตัวเองเป็นรอบที่ร้อยได้ล่ะมั้ง นับจากนาทีที่แล้ว เขากำลังถูกเธอปฏิเสธงั้นหรอ

 

“อปป้า?”

 

“ครับ” อูยองมองเข้าไปในดวงตาที่เหมือนลูกแมวของเธอ “นี่เรา.. คบกันถึงสิบนาทีรึยัง”

 

“เอ๊?..”

 

แล้วอูยองก็ยิ้ม

 

“พี่ว่าเราเพิ่งทำลายสถิติคนที่คบกันได้สั้นที่สุดในโลกแน่ๆ”

 

ซอลลี่หัวเราะออกมาเบาๆ รู้สึกโล่งใจที่ในเวลาแบบนี้ อูยองก็ไม่ได้ทำให้มันยุ่งยากใจ

 

“ขอบคุณนะคะ” เธอบอกกับเขา เมื่อเขาส่งเธอที่หน้าบ้าน อูยองโบกมือลา

 

“อปป้าคะ” เธอเรียกเขาไว้ ซอลลี่จูบแก้มของเขา สัมผัสเพียงแผ่วเบาและรวดเร็ว เหมือนกับความโล่งอกที่สอดแทรกมาด้วยความผิดหวัง ความสุขที่ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วก่อนจะแทนที่ด้วยความรู้สึกหนักอกหนักใจ เหมือนลมวูบนึงที่พัดพาหนังสือให้พลิกเปิด และสงบลง

 

เขากำลังสงสัยว่าหัวใจของเขามันเจ็บปวดหรือเปล่านะ หรือมันมีความสุขกับเพียงแค่นี้ หรือความจริงแล้วมันด้านชาจนไม่รู้สึกอะไร  เขาจ้องมองแผ่นหลังของเธอที่วิ่งเข้าบ้านไป ถ้าเขารักเธอและกำลังอกหัก... ถ้าเขาไม่ได้รักเธอ และดีใจที่มันจบลงอย่างเรียบง่าย... ถ้าคำตอบมันปรากฎขึ้นชัดเจน เขาคงไม่รู้สึกผิดหวังเท่าตอนนี้ ที่สิ่งเดียวที่เขาค้นพบ คือ เขาไม่รู้จักความรักเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

นิชคุณเป็นเจ้าชาย อูยองเคยนึกขำทุกครั้งเวลาที่ได้ยินคนชมเชยนิชคุณอย่างนั้น จนวันนี้นี่แหละที่เขารู้สึกว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ได้มากเกินจริง นิชคุณในทักซิโด้สีขาวตัดเย็บอย่างประณีตงดงามราวกับเจ้าชายในเทพนิยาย

 

“คิดว่าไง” นิชคุณยิ้มให้อูยอง

 

“หล่อแล้วครับ” อูยองตอบ

 

“อืม คนมันเกิดมาหน้าตาดีอ่ะ ใส่อะไรก็หล่อ” นิชคุณยักคิ้วกวน อูยองเลยขยับปากมุบมิบด่าในใจ

 

“หลงตัวเอง” ในใจแล้วนะ ไม่ได้ตั้งใจให้อีกคนได้ยินจริงๆ แล้วนิชคุณจะเอามือมาตีหน้าผากเขาทำไมเล่า ยิ่งพองแก้มใส่ นัยน์ตาอีกคนถึงได้ฉายแววจะแกล้งเขามากขึ้นเท่านั้น

 

“เมื่อกี้พูดเองไม่ใช่หรอว่าพี่หล่อนะห๊ะ” เอากะเขาสิ จางอูยองพลาด พลาดไปแล้วจริงๆ

 

“ผมหมายถึงชุด ใส่แล้วหล่อ แต่ฮยองน่ะโคดขี้เหร่เลย” เท่านั้นล่ะ พนักงานสาวๆในร้านถึงได้หัวเราะออกมาพรืดใหญ่ ทำไมล่ะ นอกจากจางอูยองคงไม่มีใครกล้าด่าคุณฮยองขี้เหร่อีกแล้วล่ะ

 

“นี่ สองคนพี่น้องทะเลาะอะไรกันอีกแล้วล่ะคะ” เสียงหวานลอยมาขัด ก่อนที่นิชคุณจะทันได้เข้ามาจัดการเด็กปากดีเสียก่อน

 

ถ้านิชคุณเป็นเจ้าชาย วิคตอเรียก็เป็นเจ้าหญิงที่สวยสง่า เธอเดินออกมาพร้อมชุดแต่งงานสีขาวสะอาดที่ตกแต่งด้วยระบายลูกไม้งดงามอ่อนหวาน เส้นผมสีน้ำตาลคลอเคลียไปกับมนไหล่ที่เปลือยเปล่า เธออมยิ้มเก้อเขินขณะเดินมายืนเคียงข้างว่าที่เจ้าบ่าวที่จับจ้องเธอไม่วางตา ยิ่งอยู่ข้างกัน ก็ยิ่งอดชื่นชมไม่ได้ พวกเขาเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบอย่างที่คนอื่นๆมักวาดฝันไว้ในจินตนาการ เหมือนภาพวาดที่อูยองไม่สามารถแม้แต่จะจับต้อง

 

“อูยอง เลือกชุดหรือยังคะ” วิคตอเรียดึงเขาให้หลุดจากความคิด

 

“เอ๊?” อูยองส่งเสียงแปลกใจ

 

“ไม่ต้องแปลกใจหรอกน่า เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวก็ต้องดูดี อย่าให้แพ้พี่เขานะ” เธอจูงมือเขามาที่มุมห้อง หยิบหนังสือที่เต็มไปด้วยแบบเสื้อให้แก่เขา

 

“นิชคุณมาช่วยอูยองดูหน่อยนะคะ ฉันขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อน” เธอทำหน้าน่ารัก ชี้ให้ดูว่าชายกระโปรงฟูฟ่องน่ะมันช่างหนาหนักและไม่สะดวกเลยสักนิด

 

“แต่ผมชอบชุดนี้นะครับ” นิชคุณยิ้มให้หญิงสาว

 

“ค่ะ แล้วฉันจะเก็บไว้เป็นตัวเลือก แต่ตอนนี้ขอลองชุดอื่นก่อนนะ”

 

“ครับ แต่คุณยิ่งลองเยอะ ผมก็ยิ่งเลือกยากนะ” วิคตอเรียขมวดคิ้ว

 

“ก็คุณใส่อะไรก็สวยไปหมดเลยนี่ครับ”

 

เท่านั้นล่ะ อูยองถึงเกือบจะทำหนังสือที่ถืออยู่หลุดมือ วิคตอเรียหัวเราะเขินอายก่อนจะเดินจากไปพร้อมพนักงานหญิงที่พาเธอไปลองชุดต่อไป

 

“ทำหน้าอะไรของนาย” นิชคุณทัก ก็ดูอูยองสิยืนทำหน้าปุเลี่ยนๆอยู่ได้

 

“น่าอิจฉาจังเลยนะครับ คนมีความรักเนี่ย” อูยองแกล้งทำเป็นพูดลอยๆ พลิกดูรูปในหนังสือ... นอกจากจะหลงตัวเอง แล้วยังหลงคู่หมั้นเสียด้วยสิ

 

 

 

เขากำลังมองคนในกระจก คนที่หน้าตาก็เหมือนเขา แถมยังจะทำท่าตามเขาอีก มันใช่เขาจริงๆหรอ จางอูยองในชุดสีขาวเหมือนกับที่นิชคุณสวมใส่ รู้สึกไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจเอาเสียเลย เขาเห็นนิชคุณยืนอยู่ข้างหลังกำลังยิ้มให้เขาผ่านภาพสะท้อนของกระจกเงา

 

“เหมือนเจ้าชายน้อยเลย” นิชคุณกระซิบ กลีบปากบางของอูยองเลยคลี่ออกเป็นรอยยิ้มในที่สุด

 

“หันมานี่” อูยองทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย นิชคุณจัดผ้าที่ปกเสื้อ ก่อนจะก้มตัวลงช่วยผูกหูกระต่ายให้อูยอง

 

“ผมอยากผูกไทด์มากกว่า” อูยองพึมพำ เบะปากเหลือบมองไทด์ของนิชคุณที่เจ้าตัวคลายมันออกหลวมๆที่คอเสื้อ นิชคุณหันมามองคนพูดด้วยสายตาดุๆ เพราะใกล้กันขนาดนี้ อูยองถึงได้หันหนีหลบสายตา

 

“พี่ว่าอูยองผูกหูกระต่ายน่ารักกว่านี่นา” น่ารักอะไรกัน... ไม่รู้จะเถียงยังไงให้ชนะ เลยได้แต่ยืนนิ่งให้คนพี่จัดการกับหูกระต่ายต่อไป เพราะหน้าง้ำหน้างอนี่แหละนิชคุณถึงได้ชอบแกล้งนัก

 

“แล้วพี่แทคละครับ ผมนึกว่าฮยองจะให้พี่แทคเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวซะอีก” มือของนิชคุณหยุดลงชั่วครู่ ก่อนจะขยับหูกระต่ายนั่นอีกที เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงนิชคุณลอบถอนหายใจ

 

“เพื่อนเจ้าบ่าวเขามีคนเดียวกันซะที่ไหนล่ะอูยอง” นิชคุณถอยออกไปยืนดูผลงานตัวเอง ทำให้อูยองหายใจได้เต็มปอดสักทีถึงจะสนิทกับนิชคุณแค่ไหน แต่เล่นมาหายใจรดแก้มกันขนาดนั้น ก็ต้องกระอักกระอ่วนกันบ้างไม่ใช่หรอ นิชคุณจับไหล่ให้อูยองหันกลับไปหากระจก สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือที่บีบลงบนบ่า ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เขาเห็นในกระจกไม่ใช่ภาพฝัน

 

แม้ว่ามันจะสวยงามจนเกินจริงก็ตาม

 

“แต่คนที่พี่อยากให้ยืนอยู่ข้างๆกันในวันแต่งงาน ก็คือ... อูยองครับ”

 

ทำไม.. ทำไมกันนะ คนฟังถึงหุบยิ้มไม่ได้เลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จางอูยองไม่ได้อ้อนเขาบ่อยนักหรอก แต่ถ้าเข้ามาอ้อนเมื่อไหร่เดาได้เลยว่าต้องมีอะไรกับน้องเขาแน่ อูยองน่ะ ถ้าไม่ถึงที่สุดก็ไม่เอ่ยปากออกมาหรอก ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นการที่อูยองเอ่ยปากขอมานอนด้วย คงต้องมีเรื่องที่รบกวนใจอยู่จริงๆ

 

“ผมเหนื่อยจังครับ” อูยองพูดเสียงอ่อย ดวงตาหลับลงอย่างอิดโรย

 

“เป็นอะไรอีกครับ เรื่องเรียน หรือเรื่องหัวใจล่ะคราวนี้” นิชคุณพลิกตัวนอนตะแคงเอาแขนเท้าศรีษะ มองหน้าคนนอนหลับตาแต่คิ้วขมวดมุ่น

 

“ทั้งสองอย่าง” ปากเล็กๆนั่นขยับเอื้อนเอ่ย

 

“อยากเล่าให้พี่ฟังมั้ย” รู้หรอกว่าต้องอยากเล่า ไม่งั้นคงไม่เคาะประตูเขากลางดึกแล้วปีนมานอนด้วยอย่างงี้ แต่เพราะเห็นคนน้องทำท่าลังเลไม่กล้าจะพูด เขาถึงต้องเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อนเสียเอง

 

“ผมขอซอลลี่เป็นแฟนแล้วล่ะครับ” อูยองนิ่งไปสักพัก ก่อนจะพูดมันออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน

 

“แล้วเขาปฏิเสธเราหรอ”

 

“เปล่าครับ” คนนอนหลับตาส่ายหัว

 

“แล้วมันไม่ดียังไง ทำไมถึงทำหน้าเหมือนโดนหักอกมาอย่างงั้นล่ะครับ”

 

“อาจเป็นเพราะว่าหลังจากนั้น เขาบอกให้ผมกับเขากลับไปเป็นเหมือนเดิมดีกว่า” อูยองเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นิชคุณฟัง เรื่องที่พวกเขาอึดอัดต่อกัน รวมถึงเรื่องที่ซอลลี่จูบแก้มเขาเป็นการลา

 

“เราเลิกกันแล้วครับ ภายในวันเดียว ไม่สิ ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ”

 

นิชคุณยิ้มอย่างอ่อนใจ มือเขี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากให้อีกคน

 

“เสียใจหรอ”

 

 

 

อูยองครุ่นคิด คิดไปถึงเรื่องที่เขาคุยกับวิคตอเรียเมื่อตอนเย็น สายฝนโปรยปราย ทำให้เขาได้อยู่กับวิคตอเรียเพียงสองคน ในขณะที่นิชคุณวิ่งตากฝนออกไปเอารถมารับ

 

“ความรักมันคืออะไรหรอครับ” อูยองเอ่ยถาม จ้องมองผ่านหุ่นที่สวมชุดแต่งงานมองผ่านกระจกร้านไปยังเม็ดฝนที่พราพรำ

 

วิคตอเรียดูจะแปลกใจในตอนแรก ก่อนจะยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของอูยอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนิชคุณถึงได้ประคบประหงมเหมือนเป็นเด็กๆ

 

“ผมสงสัยน่ะครับ” อูยองเม้มริมฝีปาก “เวลาที่เรารักใครสักคน เราจะรู้ได้ยังไงกัน”

 

“ถ้าเรารักใครสักคน” เธอฉีกยิ้มอ่อนหวาน ดวงตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงความรัก “เราจะยิ้มเพราะเขา หัวเราะเพราะเขา และก็ร้องไห้เพราะเขา”

 

“กับคุณฮยอง เป็นอย่างนั้นหรอครับ” เธอหัวเราะ แต่ก็กลบอาการเขินอายนั่นไม่พอ

 

“เวลาอยู่ใกล้เขา ฉันมีความสุขมากนะ เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์ไม่ว่าใครที่อยู่ใกล้ก็คงตกหลุมรักเข้าอย่างง่ายๆ”

 

“ถ้าเราอยู่กับคนที่เรารัก เราจะมีความสุขใช่มั้ยครับ” อูยองเอ่ยถาม

 

“อื้มม” เธอยิ้มให้เขา และอูยองก็สัมผัสได้ในทันที... เธอกำลังมีความรัก

 

 

 

 

 

 

อูยองหันไปสบตานิชคุณที่ยังคงรอคำตอบ เสียใจหรอ?...

 

“สับสน... มากกว่าน่ะครับ”

 

อูยองขยับตัวเอาหัวซุกคุณฮยองเหมือนลูกนกหาที่พึ่งพิง พอได้ที่ที่อบอุ่นถึงได้หลับตานอน อูยองไม่ใช่คนขี้อ้อน แต่ถ้าอ้อนขึ้นมาเมื่อไหร่มันก็น่ารักเสียจนนิชคุณต้องยอมให้ได้ทุกอย่าง อูยองดึงมือคนพี่มาวางบนหัว  นิชคุณอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ ลูบหัวกลมที่เข้ามาคลอเคลียเป็นลูกแมวจนหลับปุ๋ยไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

talk{};

นิชาคุ๊ณณณณณณ... พูดกับเพื่อนเจ้าบ่าวอย่างงั้นหราา?

ฮ่าาๆๆ ๆ

ความท้าทายของเรื่องนี้คือ ทำให้คนอ่านกว่าหนึ่งล้านสิบสองคน(เพิ่มมาจากคราวที่แล้วสองแสนคน - -)
รักวิคตอเรีย สงสารวิคตอเรีย
แม้ความจริงจะหมั่นไส้อะไรสักแค่ไหนก็ตาม
ช่วยรักวิคตอเรีย(ในเรื่อง)กันด้วยนะค๊าาาา !!

เราพยายามเขียนให้ตัวละครทุกตัวมีเหตุผลอ่ะ ไม่งี่เง่า
พยายามมองในโลกของความเป็นจริงแล้วเขียนมันออกมามากกว่า
ให้มันเป็นการดราม่าที่อารมณ์ของคนอ่าน (และคนเขียน)
มากกว่าจะแสดงออกมาให้โจ่งแจ้ง

ฟังดูดีม๊ะ ฮ่าาาๆ

แต่ฉากคุณด้งนี่ไม่รู้จิ้นเพลินไปป่าว กร้ากกก
นี่ก็พยายามให้เป็นมีความเป็นพี่คุณกะน้องด้งที่สุดละนะ = =

ส่งท้ายสงกรานต์กันด้วยพาร์ทนี้ล่ะเนอะ
ตอนต่อๆไปจะพยายามมาอัพให้ได้ทุกอาทิตย์ ไม่อยากให้ขาดตอน
และที่สำคัญ อยากให้จบ! ฮ่าาาๆ ฟิคยาวเมื่อไหร่มันค้างตลอด
แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นฟิคสั้นขนาดยาว มันจะต้องจ๊บบบ คิดว่ามีไม่เกินสิบตอนแน่ๆค่ะ ^^

วันนี้พยายามทำโปสเตอร์ แต่ไม่สำเร็จ ไม่ถูกใจ ฮ่าา
งั้นปล่อยไว้งี้ล่ะ เป็นฟิคที่ดูดิบๆดีแท้ - -"

 

 

edit @ 26 Jun 2011 22:34:39 by LIMEs

Comment

Comment:

Tweet