[fiction] Wedding Dress 3/?

posted on 10 Apr 2011 12:09 by woohoney in SweetKhunnie, WooHoney

 

 

 

 

 

 

เสียงประตูที่เปิดผลัวะทำให้เขาต้องหันไปมองด้วยความประหลาดใจ อูยองที่หอบหนังสือมาเต็มแขนรีบเดินจ้ำเข้าห้องตัวเองก่อนจะปิดประตูปั้ง โดยไม่ทักทายอะไรเขาสักคำ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน้องเขากำลังมีปัญหา

 

 

“วิคครับ ขอโทษด้วยนะครับ” วิคตอเรียมองหน้านิชคุณด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

“เขาคงต้องมีเรื่องไม่สบายใจ ผมขอไปดูเขาก่อนนะครับ คุณกลับไปก่อนนะ” นิชคุณจับมือเรียวของหญิงสาว เธอยิ้มอ่อนแสดงถึงความเข้าใจ เธอตกหลุมรักนิชคุณเพราะความอ่อนโยนของเขา ความที่เขาใส่ใจในความรู้สึกของคนอื่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะวิธีที่เขาดูแลอูยองนี่แหละ

 

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ไปดูเขาเถอะ” วิคตอเรียเองก็อดจะมองไปที่ประตูห้องของอูยองด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ ก็ปกติอูยองร่าเริงจะตาย ไอ้อาการอย่างนี้เธอก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน

 

 

“งั้นฉันกลับละนะคะ บ๊ายบายค่ะ” นิชคุณเดินมาส่งเธอที่ประตู

 

 

“ผมรักคุณ” อีกแล้ว ต่อให้ฟังอีกกี่ครั้งเธอก็ยังอดเขินจนหน้าแดงไม่ได้

 

 

“ฉันก็รักคุณค่ะ”

 

 

“บ๊ายบายครับ แล้วเดี๋ยวผมโทรหานะ” เขาจุมพิตบนหน้าผากของหญิงสาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อูยองได้ยินเสียงเคาะประตู  

 

 

“อูยอง... อูยองเป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงคนข้างนอกเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

 

แต่อูยองยังคงเพ่งสมาธิไปกับกองกระดาษตรงหน้า และปากกาในมือ

 

 

“อูยอง พี่เข้าไปนะ”

 

 

ห้องมืดที่มีเพียงแสงไฟจากโต๊ะหนังสือเป็นสิ่งที่นิชคุณเห็นทันทีที่เปิดเข้าไป อูยองนั่งอยู่ตรงนั้น มือจับปากกาแน่นจนเห็นเส้นเลือด มืออีกข้างขยุ้มเส้นผมตัวเองเสียจนยุ่งเหยิง นิชคุณเดินไปนั่งคุกเข่าลงข้างๆ มือใหญ่จับมือเล็กๆไว้ แล้วดึงปากกาออก มืออีกข้างลูบหัวคนเป็นน้อง อูยองกำลังเครียด และนั่นไม่ใช่สิ่งดีเลย

 

 

“ฮยอง” ดวงตาเล็กที่แดงก่ำ แสดงให้เห็นว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก นิชคุณถึงได้ดึงตัวมากอด

 

 

“เกิดอะไรขึ้นอูยอง ร้องไห้ทำไม”

 

 

อูยองสะอื้นพึมพำ

 

 

“เรื่องงานน่ะครับ”

 

 

มือที่ลูบหัวปลอบโยน ชะงักก่อนจะหลุดยิ้ม เหมือนเดิมไม่มีผิดตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสุดท้าย เรื่องที่ทำให้อูยองเครียดจนร้องไห้ก็มีแต่เรื่องเรียนนี่แหละ ยิ่งช่วงนี้เขาต้องทำโปรเจ็คจบ ยิ่งต้องเครียดเป็นพิเศษ

 

 

“ใจเย็นๆก่อนนะ ยิ่งเครียด ก็ยิ่งรนนะครับ” เขาปาดน้ำตาบนหน้าอูยองที่ร้องไห้เป็นเด็กๆ

 

 

“ผมต้องส่งเอกสารพวกนี้วันพรุ่งนี้” อูยองสะอื้นออกมาทีละคำ “แล้วอาจารย์ก็สั่งผมแก้ใหม่ซะเกือบหมด ผมจะทำทันได้ยังไงล่ะครับ”

 

 

“ชู่วว ไม่ร้องนะๆ”

 

 

นิชคุณหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาคนน้อง

 

 

“ส่งกี่โมงครับ” อยู่ดีๆเขาก็เริ่มรู้สึกว่าเขากำลังเลี้ยงเด็กป.สามอยู่ยังไงอย่างงั้นแหละ งอแงเพราะทำการบ้านไม่ได้

 

 

“ก่อนเที่ยง”

 

 

“อ่า.. ยังมีเวลา ค่อยๆทำเดี๋ยวมันก็เสร็จนะ” อูยองอ้าปากจะเถียง นิชคุณถึงได้รีบเสริม “เดี๋ยวฉันช่วยทำ โอเคมั้ย”

 

 

อูยองเม้มปากจนเป็นเส้นเดียว

 

 

“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น ฉันช่วยจริงๆ เลิกร้องไห้ขี้มูกโป่งได้แล้ว” นิชคุณยิ้มให้เด็กขี้แง คนโดนว่าว่าร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดหน้าพัลวัน

 

 

“ไปล้างหน้าไป แล้วรีบๆกลับมาทำงานกัน”

 

 

“อื้อ” คนตัวเล็กกว่ารับคำก่อนจะกระโดดผลุงลงจากเก้าอี้ แล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำ นิชคุณอดมองตามด้วยความเอ็นดูไม่ได้ จะผ่านมากี่ปีน้องเขาก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยันค่ำ เพราะเป็นอย่างนี้ถึงได้อดห่วงไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

“ไปนอนก่อนเถอะ” นิชคุณสะกิดเรียกอูยองที่นั่งสัปหงก ตีสี่แล้ว เสียงนกร้องยามเช้ามืดดังแว่วมาให้ได้ยิน อูยองมองหน้าเขาตาปรือก่อนจะส่ายหัว

 

 

“งานยังไม่เสร็จเลยครับ”

 

 

“เหลือแค่จัดหน้า กับปริ้นเองนี่ เดี๋ยวฉันทำให้ก็ได้ไปนอนเถอะ”

 

 

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมทำเอง คุณฮยองไปนอนเถอะ” อูยองส่ายหัวพัลวัน ดูเหมือนจะเป็นการสลัดความง่วงออกไปมากกว่าจะเป็นการปฏิเสธอีกคนเสียอีก นิชคุณถอนหายใจ แล้วถอยไปนั่งมองเด็กดื้อนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอม จนเสียงกดแป้นพิมพ์มันเงียบลงนั่นแหละ เขาถึงต้องเดินไปอุ้มร่างเล็กที่ส่งเสียงกรนเบาๆ มานอนบนเตียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อูยองสะดุ้งตื่นมาด้วยความร้อนรน เขาได้ยินเสียงช้อนกระทบกับถ้วยกาแฟดังกริ้งๆอยู่ข้างนอก เขาวิ่งไปดูที่โต๊ะทำงาน หนังสือที่เมื่อคืนเขาเปิดอ้าไว้เสียเต็มโต๊ะ ถูกจัดเรียงไว้อย่างเรียบร้อย และสิ่งที่วางทับไว้ด้านบนสุดของกองหนังสือ...

 

 

“คุณฮยองงง..” เขาวิ่งออกมา ปากร้องเรียกหาคนที่กำลังจรดกาแฟเข้าปากให้ต้องสะดุ้ง

 

 

“อะไร”

 

 

“คุณฮยอง” เขาโบกปึกกระดาษในมือไปมา “ขอบคุณฮะ”

 

 

นิชคุณยังใส่ชุดเดิมในเมื่อวานไม่มีผิดเพี้ยน ใบหน้าหล่อเหลาโทรมจนพอระบุได้ว่า เขายังไม่ได้นอนมาทั้งคืน นิชคุณส่งจานขนมปังปิ้งให้อูยอง พร้อมนมสดอีกเต็มแก้ว เขาลูบหัวเด็กที่ทำหน้าสำนึกผิด

 

 

“กินซะ แล้วรีบๆเอางานไปส่ง ฉันจะนอนละ”

 

 

“ขอบคุณครับ” เขามองหน้านิชคุณ รอยยิ้มที่ยิ้มให้เขา ทำให้เขาคิดขึ้นมาได้ว่าเขาโชคดีแค่ไหน...ที่มีพี่ชายคนนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าไม่ติดว่าคนข้างหน้าเป็นเพื่อน เขาคงจะเตะมันให้หน้าคว่ำลงสักที

 

 

“เมิงจะหัวเราะทำไมนักหนาวะ ไอ้แทค” นิชคุณว่า พลางมองคนอื่นๆที่นั่งในร้านด้วยสีหน้าแสดงความขอโทษแทนเพื่อนตัวดี กลางร้านอาหารมันยังจะหัวเราะไม่อายผู้อายคน

 

 

“กูขำเมิงนี่แหละ นี่เมิงจะแต่งกับไอ้ด้งหรือวิคตอเรียกันแน่วะ ถึงต้องรอมันเรียนจบ”

 

 

“แล้วเมิงจะให้กูทิ้งอูยองให้อยู่คนเดียวไงวะ” แทคยอนยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เขาพูดต่อ ก่อนจะยกน้ำขึ้นจิบไปสำลักไป   

 

 

“คืองี้นะ” แทคยอนสูดหายใจ กลั้นหัวเราะจนหน้าแดง “มันไม่ผิดเว่ย ที่เมิงจะอยู่เป็นเพื่อนมัน ถ้าเมิงทิ้งมันไปตอนนี้มันก็คงลำบาก ไหนจะเรียน ไหนจะยังต้องมาห่วงค่าใช้จ่าย แต่กูขอเถอะ ถ้าคนอื่นถามว่าเมิงจะแต่งเมื่อไหร่ เมิงอย่าไปตอบเขาแบบที่ตอบกูนะ”

 

 

นิชคุณขมวดคิ้ว

 

 

“แบบไหนวะ”

 

 

พอได้ยินคำถามจากเพื่อนสนิทของเขานี่แหละ แทคยอนถึงปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอีกระลอก

 

 

“จะรอจนกว่าอูยองเรียนจบ” แทคสำลักออกมาทีละคำ “เมิงพูดอย่างกะเมิงจะแต่งกับอูยองงั้นแหละ”

 

 

“เออ กูบอกอย่างงี้กับเมิง เพราะเห็นเมิงเป็นพี่มันหรอก กลัวจะเป็นห่วงมัน” นิชคุณตอบ พร้อมถีบเก้าอี้คนตรงข้ามให้หายหมั่นไส้เป็นของแถม

 

 

แทคยอนลอบยิ้มก่อนจะตักอาหารใส่ปาก เอาเถอะ เขารู้จักเพื่อนเขาดี รู้จักน้องชายของเขาดี และบางทีอาจจะดีกว่ามันสองคนเองเสียอีก

 

 

“เออ ไอ้แทค” นิชคุณพูดขึ้นมา เรียกสายตาแทคยอนให้เงยขึ้นมามอง

 

 

“อาทิตย์หน้ากูจะไปหาพ่อแม่วิคที่จีน ฝากเมิงดูอูยองด้วยนะ” เท่านั้นละ แทคยอนถึงเกือบได้สำลักอาหารขึ้นมาอีกรอบ

 

 

“กูถามเมิงจริงๆเหอะ ไอ้คุณ” เขาจ้องลงไปในดวงตาของนิชคุณ “เมิงไม่คิดว่าเมิงเป็นห่วงอูยองมันเกินไปบ้างหรอ”

 

 

“ก็พี่มันไม่ห่วง กูถึงต้องห่วงแทนพี่มัน” นิชคุณหัวเราะ แต่แทคยอนยังคงสีหน้าจริงจังไว้

 

 

“กูหมายถึง... เมิงคิดยังไงกับอูยองกันแน่วะ” แทคยอนถามออกไป นิชคุณดูจะตกใจกับคำถาม เขานิ่วหน้า ก่อนจะเหยียดยิ้ม

 

 

“อูยองเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆของฉันนะแทค”

 

 

“ให้มันจริงเหอะ” แทคยอนยักไหล่ ก่อนจะหันกลับไปสนใจอาหารในจานต่อ

 

 

“เมิงหมายความว่าไง”

 

 

“อืมมม กูแค่อยากเตือนๆเมิงไว้” แทคยอนยกผ้าขึ้นเช็ดปาก “ห่วงมันอะห่วงได้ กูก็ขอบคุณเมิงที่ดูแลน้องให้กู แต่พูดตรงๆนะเว้ย กูเห็นเมิงสองคนแล้วกูกลัวว่ะ เอาเป็นว่า... อย่าให้มันมากเกินกว่าพี่กับน้องเหมือนที่เมิงบอกกูแล้วกัน”

 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกเว้ย” นิชคุณยิ้ม “ถึงเมิงจะเป็นเกย์ ก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเหมือนเมิงนะ”

 

 

เท่านั้นแหละ แทคยอนถึงแทบจะปาแก้วน้ำในมือใส่คนตรงหน้าเอาสักที ให้ตายสิ ทำไมถึงต้องวกกลับมาเล่นเขาตลอดนะ มันใช่เวลาพูดเล่นที่ไหน เขาจริงจังนะ

 

 

“กับพี่เจย์เป็นไงบ้างล่ะ” นิชคุณเอ่ยแซว

 

 

“กูกับพี่เจย์ไม่ใช่เกย์เฟ้ย”

 

 

“คร้าบบ ครับ เมิงไม่ใช่เกย์ แต่เมิงแค่ชอบพี่เจย์” ใช่ นั่นแหละแทคยอน ถึงเขาจะไม่เข้าใจว่ามันต่างกันตรงไหน ในเมื่อเจย์ก็เป็นผู้ชาย และไอ้แทคยอนของเขาก็เป็นผู้ชาย แต่มันก็ยังยืนยันว่ามันไม่ใช่เกย์ เพราะมันไม่ชอบผู้ชายคนอื่น ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครนอกจากพี่เจย์ นี่คือประโยคแรกที่มันพูดถึงพี่เจย์ของมันให้เขาฟังพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างคนมีความรักคับอก

 

 

“เมิงอย่ามานอกเรื่องดีกว่าไอ้คุณ” เพราะอะไรก็แล้วแต่ใบหน้าไม่สบอารมณ์ของแทค ดูจะเป็นเรื่องบันเทิงใจของนิชคุณได้อย่างประหลาด เขาหัวเราะร่วน จังหวะเดียวกับโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ชื่อคนโทรเข้าทำให้เขาหลุดยิ้มกว้างออกมา

 

 

“ว่าไงครับ อูยอง”  แทคยอนที่ทำท่าหัวเสีย ถึงได้หันขวับมามองในทันที

 

 

“เย็นนี้ฮยองอยู่บ้านรึป่าวครับ” เสียงร่าเริงของอูยองดังมาตามสาย แบบที่ทำให้คนฟังมีความสุขตามไปด้วย

 

 

“อื้ม”

 

 

“ดีเลย เดี๋ยวผมซื้อเนื้อเข้าไป เย็นนี้เราทำซัมกยอบซัลกินกันนะ”

 

 

“โอเค้ แล้วพี่จะเตรียมท้องรอเลยนะ” อูยองหัวเราะก่อนจะวางสาย นิชคุณยังคงยิ้มจนหันกลับมาเจอหน้าแทคยอนที่ร้องขอคำอธิบายนี่แหละ

 

 

“เมิงกำลังจะแต่งงานเมิงรู้ตัวมั้ย”

 

 

นิชคุณพยักหน้า แทคยอนถอนหายใจยาว

 

 

“กูไม่ใช่พี่ที่ดีอะไรนัก กูยอมรับ แต่กูขอร้องนะเว้ย อย่าทำให้อูยองเสียใจ สิ่งที่เมิงกำลังทำกูขอให้เมิงรู้ตัวว่าเมิงกำลังทำอะไรอยู่”

 

 

“เชื่อสิแทค กูรู้ว่ากูทำอะไร กูรัก และเป็นห่วงอูยองในฐานะพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น” นิชคุณสบตานิ่งยืนยันคำพูดของตัวเอง ทั้งสองคนเงียบไปสักพัก ก่อนที่แทคยอนจะเป็นฝ่ายเริ่มพูดมาก่อน

 

 

“อาทิตย์หน้าใช่มั้ย กูต้องทำอะไรมั่งล่ะ”

 

 

นิชคุณยิ้ม ก่อนจะร่ายรายการที่สำหรับแทคยอนแล้วฟังดูเหมือนคุณแม่กำลังฝากฝังเด็กห้าขวบไว้กับพี่เลี้ยงเด็ก  อย่าให้กินหวานเกินไป อย่าให้กินเค็มเกินไป อย่าให้นอนดึก หาข้าวให้กินครบสามมื้อ ก่อนนอนอุ่นนมอุ่นให้สักแก้ว จะได้หลับสนิท

 

 

ยิ่งฟังแทคยอนถึงยิ่งต้องหนักใจ ปากบอกไม่คิดอะไร แต่ใจล่ะ... จะคุมกันได้ถึงไหน ถ้าเกิดว่าวันนึง... ไอ้เส้นบางๆที่สองคนมันกั้นเอาไว้มันทลายลง คนที่เจ็บที่สุดจะเป็นใครกัน ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้ามันมีตัวแปรขึ้นมามากกว่านั้น ไม่ว่าใครสักคนหนึ่งยังไงก็ต้องเจ็บ หรือไม่ก็คงต้องเจ็บปวดกันทั้งหมด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk{};

เหมือนเรื่องนี้จะแป้ก แต่เค้ากำลังอินอ่ะ = =

มันดูเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไร แต่... เหนื่อยมาก ปวดใจมาก
ตอนถัดไปแต่งไปร้องไห้ไป ทั้งๆที่มันก็ยังไม่ได้มีอะไรเลยนะ
คนในมองไม่เห็น แต่คนนอกเจ็บแทนเฟ้ยยยยย เหมือนอิแทคแทนปากแทนตัวกรูเลย แง้งงง

T______________________T

 

 

edit @ 10 Apr 2011 12:34:19 by LIMEs

edit @ 26 Jun 2011 22:33:58 by LIMEs

Comment

Comment:

Tweet