[SF] Shared Room

posted on 05 Mar 2011 18:41 by woohoney in WooHoney
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ผมนอนไม่หลับ

 

ผนังห้องสีชาประจันหน้ากับผมมาได้สักพัก ผมพลิกตัวบนที่นอนขนาดสามฟุตครึ่ง  อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเตียงข้างๆที่ยังว่างเปล่า ตัวเลขสีแดงเรือนรองจากนาฬิกาข้างหัวเตียง.. ตีสามแล้ว นิชคุณยังไม่กลับมา ผมหลับตาพยายามจะนอนอีกครั้ง นึกถึงที่นิชคุณบอกว่าจะออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศตอนเที่ยงคืนของญี่ปุ่น พลางหาอะไร’จิบเล่น’ไปด้วย เขาชวนผม แต่ผมปฏิเสธ สุดท้ายเขาถึงได้ชวนแทคยอนและชานซองออกไปแทน ส่วนผมที่ให้เหตุผลไปว่าง่วงนอนตั้งแต่หัวค่ำ จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่หลับ เพราะที่นอนที่ไม่คุ้น แปลกที่แปลกถิ่นละมั้ง ถึงไม่ยอมหลับลงง่ายๆ ผมพลิกกลับมามองหน้าผนังที่นิ่งกริบอีกครั้ง

 

“เฮ้” ผมแกล้งทักมันไปที ก่อนจะขดตัวลงกับผ้านวม ป่านนี้นิชคุณทำอะไรอยู่ ถึงยังไม่กลับมาอีก ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำหน้าบึ้ง มันเป็นนิสัยต่างหาก ความง่วงงุนค่อยๆพาสติผมให้เลือนลาง

 

 

แต่ผมก็ต้องตื่นขึ้นมาเร็วกว่าที่คิด

 

เพราะน้ำหนักที่กดทับอยู่บนตัวจนหายใจไม่ออก แผ่นดินไหว หรือตึกถล่มหรือยังไง ผมพยายามขยับตัว แต่สิ่งที่กดทับผมไว้มันหนักเกินไป ผมพยายามจะส่งเสียงร้อง แต่กลับไม่มีเสียงใดเล้นรอดออกจากลำคอ ขณะที่ผมกำลังคิดถึงความตายที่รีบมาหาผมตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น ผมถึงรู้ว่าไอ้ที่อยู่บนตัวผมน่ะ มันนิ่ม มันอุ่น มันหายใจได้ และโคตรเหม็นเหล้าเลยครับ

 

นี่มันจิบ หรือมันอาบ?

 

“อื้ออ” มันครางในลำคอ เมื่อผมพยายามจะถีบมันลงจากเตียง

 

“หน.. หนัก” ผมเค้นเสียงจากอากาศในปอดเฮือกสุดท้ายออกมาพูดเป็นคำ คนข้างบนถึงขยับตัวออก ผมอ้าปากสูดเอาออกซิเจนเข้าปอด แต่ได้ของแถมมาเป็นริมฝีปากที่ฉวยโอกาสมาประกบปากผมไว้ พร้อมกับตัวที่โถมมาทับผมไว้อีก ยิ่งผมออกแรงผลักมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจูบลงมาหนักหน่วงเท่านั้น

 

ลองนิชคุณเมาสิ ไอ้บ้านี่ เมาแล้วชอบจูบ เมาแล้วลวนลามชาวบ้าน แล้วอย่าได้หวังว่ามันจะรู้ว่าไอ้คนที่มันจูบอยู่เนี่ยเป็นผู้ชาย แล้วมันจะหยุดนะ

 

“อย่าดื้อสิคะ” นั่นไง มันไม่หยุด เพราะมันไม่สนหรอกว่ามันจูบใคร มาคะมาขา นึกว่าอยู่กับสาวที่ไหนของมันวะ

 

นิชคุณถอนจูบมาสบตาผมตาหวานหยาดเยิ้ม

 

“พี่คุณ ไปนอนเตียงตัวเองนู่น” เขาทำหน้าบึ้งแบบเด็กถูกดุ ก่อนจะกอดตัวผมไว้เสียแน่น

 

“ไม่อาววว นอนด้วยกันดีกว่า” ผมดิ้น เขายิ่งรัดตัวผมแน่นขึ้นอีก

 

“นะคะ” ลมหายใจอุ่นเป่าอยู่ที่ซอกคอ พาให้ผมขนลุกไปทั้งตัว

 

“นะคะ” ผมรู้สึกถึงแรงรัดที่แน่นขึ้นอีก ก่อนที่กระดูกซี่โครงผมจะหักไปเสียหมด ผมถึงต้องยอมตอบตกลง

 

“นอนเฉยๆนะ อยู่นิ่งๆ”

 

“อืมมม” เขาถอนหายใจ คลายอ้อมกอดออกไปหน่อย ก่อนจะนอนทับลงมาอยู่ดี

 

“ลงไปจากตัวผมด้วยครับ”

 

“...........”

 

“อย่ามาแกล้งหลับ ลงไป”

 

“............”

 

เงียบ ร่างของนิชคุณนิ่ง มีเพียงไหล่ที่ขยับเคลื่อนไหวตามการหายใจ

 

“นี่” ผมสะกิด

 

หลับจริงหรอวะ...

 

ผมค่อยๆดันตัวเขาออกไป จนร่างเขาหล่นจากตัวผมในที่สุด ผมกำลังจะลุกขึ้นเพ่นไปนอนอีกเตียง ตอนที่มือของคนที่ควรจะหลับมันคว้าเข้าที่เอว แล้วดึงผมไปกอดไว้จากข้างหลัง

 

“คุณ ฮยองงง” ผมร้องออกมาอย่างเหลืออด

 

“เรียกอปป้าสิคะ” ผมศอกใส่ท้องคนเมาสักที คราวนี้มันถึงพาดขามาทับผมไว้ด้วย

 

ผมรู้สึกถึงความชื้นที่ต้นคอ เอาอีกแล้วไง  ริมฝีปากจูบลงบนผิวหนัง ลมหายใจร้อนเป่ารดพาให้ร้อนวูบไปทั้งตัว มือของผมถูกคนข้างหลังรวบไม่ให้ดิ้นหนี ร่างกายถูกกอดรัดไม่ให้ขยับ

 

“ป..ปล.. ปล่อยนะ” เสียงผมสั่น ความกลัวแล่นปรี่มาเป็นน้ำตาที่รื้นขึ้นเต็มเบ้า

 

จะไม่ให้กลัวได้ยังไง ในเมื่อฝ่ามือหนาสอดเข้ามาใต้เสื้อ ลูบไล้ไปบนหน้าท้อง ไล่ขึ้นมาเคล้นคลึงอยู่ที่หน้าอก สะโพกถูกเบียดสีด้วยร่างของคนข้างหลัง

 

“หยุด! นิชคุณ หยุดเดี๋ยวนี้!” ผมตะโกน ฟาดมือเข้าที่ท่อนแขนของนิชคุณ เขาหยุด ก่อนจะพลิกตัวผมให้นอนหงาย แล้วนั่งคร่อมตัวผมไว้ แขนผมที่ยกขึ้นยันตัวเขาออกไปดูจะไร้ความหมาย เมื่อเขาโถมตัวลงมาฉกฉวยลมหายใจผมไปอีกครั้งบดริมฝีปากของเราเข้าด้วยกัน กลิ่นแอลกอฮอลล์ที่ถูกป้อนจากอีกคนทำให้ผมเริ่มเบลอ น้ำตาไหลออกจากหางตา หยดลงบนที่นอนโดยที่ไม่มีใครเห็น

 

“พี่คุณ.. ฮึกก..ฮืออ พี่..คุณ” ผมสะอื้น ควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นไม่ได้เลยสักนิด

 

“ช่ววว” พี่คุณกระซิบ ก่อนจะขบเม้มเล่นที่ใบหู ฝ่ามือลูบขึ้นลงอยู่ที่ต้นขา ก่อนจะเลื่อนมาที่ขอบกางเกง เขาเคลื่อนนิ้วไปมาที่ท้องน้อย กางเกงผมถูกดึงลงจนหลุดต่ำ

 

“อย่านะ” ผมกัดปากตัวเอง เมื่อนิ้วมือเรียวล้วงลงไปสัมผัสในบ็อกเซอร์

 

นิชคุณจูบแก้มผม ไล่มาตามขากรรไกร จนมาหยุดที่มุมปาก ก่อนจะแทรกลิ้นร้อนเข้าไปข้างใน

 

เสื้อของผมถูกถกขึ้นสูง นิ้วมือของนิชคุณสัมผัสไปทั่วร่าง เขาถอนจูบออก เพื่อดึงเสื้อออกจากตัวผม ผมพยายามจะหนี แต่ร่างกายท่อนล่างของผมกลับถูกเขานั่งทับอยู่จนไม่สามารถขยับไปไหน ผมผลักเขา ไม่สนอีกแล้วว่าคนตรงหน้าจะเป็นนิชคุณ พี่ชายที่ผมเคารพรักมาตลอด เพราะคนๆนี้มันไม่ใช่ คนตรงหน้าผมเป็นแค่คนเมาที่กำลังเป็นบ้าขาดสติอยู่เท่านั้น

 

ผมต่อยหน้าเขา

 

และมันเป็นการกระทำที่พลาดที่สุด เมื่อเขาดันร่างผมไปกระแทกกับหัวเตียง มือที่ยังคงกำแน่นถูกแรงอีกคนรวบไว้เหนือศรีษะ เขาปลดกางกางตัวเองออก

 

“คนเลว” หลังผมเจ็บร้าวจนต้องร้องออกมา น้ำตาของผมร่วงพรูด้วยความเจ็บปวด ไม่ใช่แค่ที่ตัว แต่เจ็บใจที่สุด “ไปให้พ้น นิชคุณ ไปให้พ้น” ผมตะโกนใส่เขา ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า

 

ผมสะดุ้งเมื่อมือเขาโดนหน้าผม นิ้วมือหยาบกระด้างเกลี่ยน้ำตาบนแก้มผมออก ก่อนจะดึงตัวผมไปกอด ผมปล่อยเสียงสะอื้นใส่แผงอกนั้น ทั้งทุบทั้งตีด้วยความโมโห ผมเกลียดสิ่งที่เขาทำกับผม ทั้งโกรธทั้งเกลียด เขายังคงกอดผม เมื่อผมเหนื่อยจะตีเขาแล้วนั่นแหละ ถึงได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆของนิชคุณ เขากำลังร้องไห้

 

ผมดึงตัวเองออกมาเพื่อจะมองหน้าเขา พี่คุณของผมกลับมาแล้ว

 

 “พี่คุณ ร้องไห้ทำไมครับ”

 

“.....”

 

ผมบอกตัวเองให้โอบแขนรอบตัวเขา ลูบแผ่นหลังเขาเบาๆปลอบโยนร่างที่สั่นไหว น้ำตาของเขาหยดลงบนไหล่ที่เปลือยเปล่าของผม

 

“อย่าไปไหนนะ” เขากระซิบ

 

“อื้อ” ผมกระชับอ้อมกอดเข้าไปอีก พี่คุณตอนนี้เหมือนเด็กตัวโตกำลังร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ไม่มีเค้าของคนที่น่ากลัวเมื่อกี้อยู่เลย ผมถึงได้ลืมความโกรธไปเสียหมด

 

“นอนเถอะนะครับ”

 

“อย่าไปไหนนะ”

 

“อืมมม” ผมลูบหัวเขา พาร่างเขานอนลงบนเตียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมตื่นขึ้นและพบว่าผมนอนอยู่คนเดียว เสื้อผ้าผมถูกใส่กลับเรียบร้อย ซึ่งเท่าที่จำได้ ผมไม่ได้ลุกขึ้นมาสวมมันเลย

 

เรื่องเมื่อคืน... จู่ๆผมก็ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจริง หรือผมฝันไปกันแน่ ผมมองไปที่เตียงข้างๆ และก็เห็นนิชคุณที่คงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาหันมายิ้มให้ผมเมื่อเห็นว่าผมมองอยู่ ก่อนจะกลับไปสนใจหนังสือนั่นต่อ

 

ผมลุกเข้าห้องน้ำ ก่อนจะแต่งตัวเพื่อลงไปกินอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ทุกคนนั่งกันอยู่ที่โต๊ะ รวมถึงนิชคุณด้วย ผมนั่งลงตรงที่ว่างตรงข้ามกับเขา ตลอดการร่วมโต๊ะอาหาร เขาดูจะทำตัวปกติดีทุกอย่าง ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนผมเริ่มสงสัยว่าหรือมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆกันแน่ ผมฝันไป หรือไม่นิชคุณนั่นแหละที่เมาจนจำไม่ได้

 

 “จะกินมั้ยน่ะ อูยอง” จุนซูชี้มาที่ผม ที่กำลังม้วนเส้นสปาเกตตี้เข้ากันส้อมจนเป็นก้อนโต ผมหันไปยิ้มแห้งๆให้เขาก่อนจะคลายปมสปาเกตตี้ ม้วนเป็นคำเล็กๆแล้วเอาเข้าปาก ถ้านิชคุณจำไม่ได้ ก็ดีเหมือนกันที่ผมจะแค่ลืมๆมันไป

 

“แล้วเมื่อคืนไปไหนกันมาห๊ะ” จุนซูแย่งขนมปังจากมือแทคยอน

 

“ก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อย” แทคยักไหล่

 

“แล้วก็ดื่มนิดหน่อย พูดแล้วยังเสียดายไม่หาย ไอ้คุณแมร่มเปิดเหล้าทีหกไปเกือบหมดขวด เหลือกินอยู่คนละสองอึก เลยไม่ทันได้เมากันเลย”

 

“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอไง ขืนจินยองรู้ว่าฉันปล่อยพวกนายไปดื่มกัน ฉันคงโดนเชือดแน่” พี่มินแจโวย “ถ้าพวกนายเมาเละเทะกันมาอีก ฉันคงเละว่ะ”

 

ผมไม่ได้ยินเสียงของชานซอง ไม่ได้ยินเสียงของจุนซู พวกเขากำลังพูดกัน ทั้งเสียงหัวเราะ ทั้งเสียงพูดคุย มันถูกกลืนหาย ด้วยความจริงที่ว่า

 

.. ไม่ได้เมา??..

 

ผมรู้สึกหูอื้อ ผมเงยขึ้นสบตาของนิชคุณด้วยความไม่เข้าใจ เขาหลบสายตาผม

 

“ผมขอตัวนะครับ” ผมเชื่อว่าเสียงตัวเองมันคงสั่นจนจับใจความไม่ได้ ผมรู้แต่เพียงว่าผมต้องเดินออกมาจากตรงนั้น เดินให้ไกลจากนิชคุณที่สุด ผมคิดว่าผมทำจานข้าวหล่นตอนที่ลุกขึ้น แต่ผมไม่สนใจ ผมได้ยินเสียงคนเรียก แต่ผมไม่หันมอง ผมรู้แค่ว่าผมไม่สามารถทนอยู่ตรงนั้น

 

ประตูลิฟท์กำลังจะปิด ตอนที่เขาแทรกเข้ามา

 

“อูยอง” นิชคุณยืนหายใจหอบ อยู่ข้างหน้าผม พาให้ผมต้องเดินถอยหลังไปจนแนบกับผนังลิฟท์

 

“ฉันขอโทษ ฉ..ฉันขอโทษ”

 

“พี่คุณขอโทษเรื่องอะไรครับ”

 

“เมื่อคืน ฉัน..”

 

“พี่รู้รึป่าว ว่าเมื่อคืนพี่เกือบจะ...” ผมหยุดเพราะสิ่งที่ผมคิดพาก้อนสะอื้นมาหยุดอยู่ในลำคอ “ทำอะไรผม”

 

“......”

 

“พี่ทำอย่างนั้นทำไมครับ ทำไปทำไม” ผมตะโกนใส่เขา ไม่สามารถจะกลั้นน้ำตาได้ด้วยซ้ำ ทั้งโกรธ ทั้งผิดหวัง ทั้งเสียใจ

 

“อูยอง”

 

“อย่าเข้ามาครับ” ผมกระเถิบหนี เมื่อนิชคุณพยายามจะก้าวเข้ามาใกล้

 

“ขอโทษ” ดวงตาของเขาแดงก่ำ ใบหน้าบิดนิ่วด้วยความเสียใจ

 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ตอนแรก ฉันแค่จะแกล้งนาย แต่พอได้เริ่มฉันกลับคุมตัวเองไม่ได้”

 

“พี่จะบอกว่าพี่เมาหรอครับ” ผมอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะ “พี่ไม่ได้เมาไม่ใช่หรอครับ”

 

“เพราะนายต่างหาก” เขาก้าวเข้ามา “พอฉันได้อยู่ใกล้นาย ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้”

 

“พี่พยายามจะพูดอะไร จะบอกว่าตัวเองเป็นเกย์หรอไง!” อยู่ดีๆผมก็กลัวในสิ่งที่ผมพูดออกไป กลัวคำตอบที่จะได้ยิน เพราะผมไม่รู้เลยว่านิชคุณกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

 

“.....”

 

“ผมขอตัวนะครับ” ประตูลิฟท์เปิดออก

 

ผมกำลังจะก้าวออกจากลิฟท์ ตอนที่ถูกเขาสวมกอดจากด้านหลัง

 

“ฉันเป็นผู้ชาย อูยอง... ฉันเป็นผู้ชาย และฉันรักนาย”

 

ผมมองประตูลิฟท์ที่ค่อยๆเลื่อนปิด คำพูดของนิชคุณตรึงผมให้อยู่กับที่ เขาจับตัวผมหันกลับหลัง จ้องลึกลงไปในตาผม

 

“และถ้านั่นทำให้ฉันเป็นเกย์สำหรับนาย ฉัน...” เขาแตะริมฝีปากลงบนปากของผม

 

“ขอโทษ” เขาพึมพำ ก่อนจะแตะลงมาอีกครั้ง จูบแผ่วเบานิ่งช้าต่างจากเมื่อคืน “ถ้านายโกรธ จะต่อยฉันอีกทีก็ได้ แต่อย่าหนีฉันเลยนะ”

 

 

 

ผมกำหมัด แล้วทำตามประสงค์ของเขาด้วยแรงทั้งหมดที่ผมมี

 

นิชคุณล้มไปกองกับพื้น พอดีกับที่ประตูลิฟท์เปิดอีกครั้ง สมาชิกวงคนอื่นๆ ยืนเบิกตาอยู่หน้าลิฟท์ ก่อนจะรีบกรูกันเข้ามา ทุกคนยืนล้อมนิชคุณหันมามองผมเป็นตาเดียว ผมไม่สนใจที่พวกเขามองว่าผมเป็นคนผิด เพราะได้ต่อยนิชคุณอย่างนั้น มันสะใจชะมัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“หายโกรธรึยัง”

 

ผมกดสำลีลงไปที่แผลเขาแรงๆแทนคำตอบ

 

“อูยองอ่า” คนโตแต่ตัวมันถึงร้องออกมา

 

“สมน้ำหน้า” ผมแกล้งทำเป็นวุ่นวายกับกล่องยา ไม่สนใจเด็กตัวโตที่ทำหน้าบึ้งหน้าบูด

 

“นี่” เขาสะกิด จะเอาอะไรอีกล่ะ มันน่าจะต่อยให้น็อคไปซะสิ้นเรื่องสิ้นราว  ผมหันไปมองหน้าเขา จังหวะเดียวกับที่เขาดึงตัวผมลงไปกอดนั่นแหละ

 

“ขอกอดหน่อย”

 

“พี่อยากโดนต่อยอีกสักทีมั้ยล่ะ”

 

“นายอยากให้ฉันฟ้องจุนซูหรอ”

 

ใช่ เพราะคิมจุนซูเนี่ยแหละ ที่สั่งให้ผมมาดูแลไอ้คนสำออยอยู่นี่ไง ผมถอนหายใจแรงๆอย่างหัวเสีย ผมต่างหากที่เป็นคนถูกกระทำใช่ไอ้บ้านี่ที่ไหน แต่เพราะผมไม่กล้าพูดออกไป จะให้พูดยังไง ผมต่อยเขาเพราะเขาลวนลามผมงั้นหรอ เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่หรอกนะ ถึงได้ยอมขยับไปนอนนิ่งๆข้างนิชคุณ ให้คนเจ้าเล่ห์มันเอาแขนมาโอบเอว

 

“ถ้าพี่ทำอะไรผม ผมเอาพี่ตายแน่” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน

 

“อื้อ” เขาพึมพำ รั้งร่างผมเข้าไปใกล้อีก

 

“แต่จะว่าไปก็คุ้มนะ ถ้าได้ปล้ำอูยอง ฉันยอมตายเลยอ่ะ” ปากมันยังเจ่อไม่พอใช่มั้ย ผมกดมือลงบนแผลบวมชึ่งของเขา จนนิชคุณร้องโอ๊ยออกมา เขารวบมือผมไว้ ก่อนจะโถมน้ำหนักลงมาทับตัวผมไว้

 

“ออกไปนะ” ผมผลักไหล่เขา

 

“ไม่” นิชคุณตอบพลางซบหน้าลงที่ซอกคอของผม

 

“พี่คุณณณ” ผมพยายามออกแรงผลัก แต่เขาก็ไม่ขยับ

 

“อยู่นิ่งๆสิ ไม่ทำอะไรหรอกน่า” เขาพึมพำอยู่ข้างหู ถึงอยากจะขยับก็ขยับไม่ได้หรอกครับ สุดท้ายผมถึงต้องยอมนอนนิ่งๆให้เขานอนทับอยู่อย่างนี้ มันไม่ทำอะไร แต่มันเคยคิดมั้ยว่าผมหนักน่ะ

 

“นิชคุณ”

 

“.....”

 

แกล้งหลับอีกแล้วหรอ

 

“นิชคุณณณ”

 

“............”

 

ผมดันตัวเขาออกจากร่างกายของตัวเอง นิชคุณยังคงนิ่ง ผมกระเถิบออกห่างเขา นิชคุณก็ยังหลับตานิ่ง ผมเดินลงจากเตียง นิชคุณก็ยังนิ่ง

 

ท่าทางจะหลับไปแล้วจริงๆสินะ นิชคุณยามหลับยิ่งเหมือนเด็กตัวโตเข้าไปใหญ่

 

ผมเก็บกล่องยา เข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา เมื่อกลับมานิชคุณก็ยังคงนอนอยู่ในท่าเดิม อากาศตอนบ่ายทำให้ผมเริ่มง่วง ผมมองที่เตียงตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปนอนที่เดิม ที่ข้างๆนิชคุณ

 

เขาดึงตัวผมไปกอดทันทีที่ผมนอนลงบนเตียง

 

“แกล้งหลับอีกแล้วนะ พี่คุณ”

 

“แล้วกลับมาทำไมล่ะครับ ปล่อยให้หนีแล้วเชียว” เขาพูด เปลือกตายังคงปิดสนิท  แต่มุมปากยกยิ้ม

 

“หึ เมื่อคืนใครมันร้องห่มร้องไห้ อย่าไปนะๆ ละ”

 

“ก็ฉันกลัวจริงๆนี่นา กลัวนายจะโกร