[fiction] Wizard of orz - Ch.3

posted on 06 Jan 2011 23:21 by woohoney in WooHoney
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

นิชคุณพยายามประคองตัวให้ยืนอยู่บนขาเดียว ปากเม้มเข้ากับไม้บรรทัดรสเฝื่อนปะแหล่มที่คาบอยู่ เขาคงไม่ต้องถูกลงโทษ ถ้าไม่ได้มาถึงโรงเรียนสายไปเป็นชั่วโมง แล้วเขาก็คงไม่มาสาย ถ้าไม่ใช่ เพราะ... จางอูยอง เจ้าเก่าเจ้าประจำเจ้าเดิม

 

 

หลังจากกินไก่จนเกลี้ยงจาน อูยองก็รบเร้าให้เขาสอนเปียโน พอสอนไปได้สักพัก ไอ้เด็กห้าขวบก็เริ่มงอแงว่ามันยาก พอเขาพาเข้านอน อูยองก็ไม่ยอมนอน โวยวายจะให้เขาอ่านหนังสือให้ฟังก่อนนอน พอเขาเริ่มอ่าน อูยองบอกว่าไม่สนุกให้เปลี่ยนเรื่องใหม่ พอเปลี่ยนเรื่องใหม่ อูยองบอกเขาเล่าไม่ได้อารมณ์ พอเขาใส่อารมณ์อูยองก็ด่าว่าปัญญาอ่อน กว่าจะยอมหลับยอมนอนไปได้ว่ายากแล้ว

 

 

แต่ตอนอูยองหลับ อย่าได้คิดว่าเขาจะสบาย คนเขาว่ากันว่าพอเด็กหลับมักจะสิ้นฤทธิ์จากเด็กแสบกลายเป็นเด็กน้อยน่าเอ็นดู แต่คนที่คิดอย่างนั้นคงไม่เคยได้เจอจางอูยอง ก็พอเขากำลังจะเคลิ้มหลับ ไอ้เด็กตัวแสบทั้งยามหลับยามตื่นมันก็นอนดิ้นทั้งเตะทั้งถีบจนเขาแทบตกเตียง เขาถึงต้องยอมสละเตียงตัวเองและอพยพระหกระเหินมานอนโซฟา แต่ไม่ทันได้นอนหรอก อูยองก็นอนกัดฟันเสียงดังกรึดๆ แถมยังละเมอท่องมนต์ให้อุณภูมิในห้องลดต่ำจนเขาต้องสั่นงึกๆ

 

 

เพราะเห็นว่าคนตัวเล็กขดตัวด้วยความหนาวจากฝีมือตัวเอง เขาเลยหวังดีเข้าไปปลุก แต่คนหลับมันดันละเมอดึงมือเขาไปนอนหนุนซะอีก ไอ้ที่ว่าจะปลุกก็เลยไม่กล้าปลุก เพราะอูยองดูเหมือนจะเริ่มหลับสบาย จะดึงมือออกก็กลัวจะตื่น เขาเลยต้องค่อยๆหย่อนตัวลงนอนด้วยท่าประหลาดๆ ที่ไม่สบายตัวสักนิด แถมมือยังเหน็บกินจนชาแทบไม่รู้สึก ยังดีที่อากาศรอบตัวมันเริ่มอุ่นขึ้น ไม่งั้นเขาคงอาละวาดใส่เด็กนี่สักหน่อยตอนมันดึงผ้าห่มไปห่มคนเดียว

 

 

ไอ้ตอนตื่นก็ไม่ได้ง่ายกว่ากัน กะอีแค่ตัวเขาเองตื่นมาก็ไปเรียนจะไม่ทันอยู่แล้ว แต่เพราะกลัวไอ้เด็กที่หลับอุตุอยู่บนเตียงมันจะโมโหหิวแล้วระเบิดตัวเองและสิ่งรอบข้างไปเสียก่อน เพื่อสวัสดิภาพของที่คุ้มกะลาหัว นิชคุณเลยต้องเข้าครัวทำกับข้าวทิ้งไว้ให้อูยองกินตอนตัวเองไม่อยู่ รู้ตัวอีกที เข็มนาฬิกาบนผนังห้องก็เหมือนจะยิ้มเยาะกับเขาว่า ... เมิงสายแน่ๆ

 

 

ปกติโทษของการเข้าเรียนสายอย่างหนักสุด มันก็แค่โดนอาจารย์ไล่ออกมาจากห้อง ไม่ให้เรียนในคาบนั้น แต่ที่เขาต้องมาคาบไม้บรรทัดแล้วยืนกระต่ายขาเดียวเนี่ย เพราะการบ้านที่ส่งต่างหาก ใครจะไปรู้ล่ะว่าการบ้านที่สู้อุตส่าห์ตั้งใจทำ จะมีมือดีมือบอนมาวาดรูปใส่ซะลายพร้อย เขาถึงโดนอาจารย์ด่ายับ พร้อมสั่งเพิ่มโทษให้มายืนฝึกการทรงตัวรอเสียงกริ่งอยู่อย่างนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

และเขาไม่เคยดีใจที่ได้ยินเสียงกริ่งหมดเวลามากเท่านี้มาก่อนเลย

 

 

 

 

“เป็นไงวะไอ้คุณ” เพื่อนสนิทของเขาอีกคนตบหลังทักทาย นอกจากจุนซู เขาก็มีอ๊กแทคยอนนี่แหละที่พอจะคบกันได้ ไม่ใช่เพราะเขาเรื่องมากหรืออะไร แต่เพราะเขาเป็นคนต่างชาติในเกาหลี ตอนมาเกาหลีแรกๆก็พูดภาษาเกาหลีไม่ได้ ก็ได้ไอ้สองตัวนี่แหละที่พอจะงูๆปลาๆภาษาอังกฤษกับเขา

 

 

“ทำไมมาสายวะ”

 

 

“ก็...”

 

 

“แล้ววันนี้ ไอ้จุนซูมันหายไปไหนของมันอีกวะ” ตกลงเมื่อกี้มันถามเขา หรือทักพอเป็นมารยาท ยังไม่ทันจะตอบ มันก็ถามถึงจุนซูซะแล้ว มันจะรู้มั้ยว่าที่เพื่อนนิชคุณของมันมาสายเพราะ ไอ้จุนซูเนี่ยแหละ ไอ้จุนซูที่มันเอาเด็กห้าขวบตัวแสบมาฝากให้เขาเลี้ยง

 

 

“มันมีธุระ เห็นบอกว่าจะหายไปสักเดือนนึง” ไอ้เหี้ย ไอ้ห่า ไอ้เวร ทิ้งภาระให้เพื่อน

 

 

การหายตัวไประหว่างเรียนของจุนซูถือเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา เพราะหมอนี่ทั้งลาหยุด ลาป่วย ลากิจ ทั้งโดดเรียน ทั้งหนีเรียน เป็นประจำอยู่แล้ว เรียกได้ว่าทั้งเทอมนับวันมาเรียนได้ไม่ถึงสิบวันด้วยซ้ำ น่าแปลกที่ไม่เคยโดนไล่ออกหรือเรียกผู้ปกครองเอาสักที พวกเขาเคยสงสัยจนเลิกสงสัย จนยิ่งตอนนี้นิขคุณเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วเลยว่าทำไมจุนซูถึงได้หายตัวไปได้บ่อยๆนัก... เพราะมันหายตัวได้ไง มันเป็นพ่อมด

 

 

“ธุระอะไรของมัน”

 

 

“กูก็ไม่รู้” กิจพ่อมด มนุษย์อย่างเขาจะไปล่วงรู้ได้ยังไง

 

 

 “แล้วเมิงอยากรู้ปะ ทำไมกูมาสาย”

 

 

“เฮ้ย ไม่เป็นไร มาสายมันเป็นเรื่องปกติ กูเข้าใจ” นั่นไง ความอยุติธรรมของโลกมันอยู่ตรงนี้ไง

 

 

 

 

 

 

 

โรงอาหารช่วงพักกลางวันคราคร่ำไปด้วยเด็กนักเรียนหลากหลายจำพวกทั้งเด็กเนิร์ด เด็กแว๊นซ์ เด็กนักกีฬา เด็กลูกไฮโซ สำหรับนิชคุณและอ๊กแทคยอน อาจรวมถึงจุนซูด้วยในบางครั้งถ้ามันจะโผล่หัวมาเรียน พวกเขาจัดอยู่ในกลุ่มเด็กหน้าตาดีที่รักสงบ พวกเขาเคยถูกทาบทามให้เข้าร่วมกลุ่มเด็กฮ็อตประจำโรงเรียน แต่ภาระที่ตามมาจากการตกเป็นเป้าสายตาไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการเผชิญในช่วงวัยมัธยมปลายอันเป็นอิสระ และการนั่งกินข้าวสองคนกับแทคยอน หรือสามถ้าจุนซูจะกรุณามาเรียน มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรสำหรับนิชคุณ แต่นั่นก็ยังไม่ช่วยให้เขาลอดพ้นสายตาของสาวๆในโรงเรียนอยู่ดี มีแต่จะเพิ่มเสน่ห์ของความเข้าถึงยาก ให้รู้สึกราวนิชคุณเป็นเทพบุตรไปเสียอย่างนั้น 

 

 

 

ท่ามกลางเด็กนักเรียนที่เบียดเสียดจอแจ เสียงพูดคุยดังจ้อกแจ้ก จนไม่น่าจะเป็นที่อภิรมณ์สำหรับการรับประทานเท่าไหร่นัก นิชคุณกำลังจะตักข้าวเข้าปาก ตอนที่สายตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่เลยสักนิด ไม่ได้ตรงกับเด็กจำพวกไหนๆที่มีอยู่ เลยยิ่งทำให้โดดเด่นออกมาจากฝูงคน ตัวเล็กๆ ขาวๆ แก้มกลมๆ ดวงตาเล็กๆคู่นั้นหันมาสบ แววตาของเด็กหลงทางเปล่งประกายวับ ก่อนที่ริมฝีปากสีชมพูจะเปล่งเสียงร้อง

 

 

 

 

“นิคคุณ!!


 

 

เรียกสายตาคนทั้งโรงอาหารให้หันมามองทั้งคนเรียก และคนถูกเรียก

 

 

เขาถึงต้องลากอูยองออกมาข้างนอกเสียก่อนที่ทุกคนจะได้ชมมายากลรูปแบบใหม่เล่นจริงเจ็บจริง อูยองมาได้ยังไง มาทำอะไร มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเอาชุดนักเรียนจากไหนมาใส่ นั่นยังไม่น่าสงสัยเท่ากับว่า แล้วตอนนี้อูยองจะมากอดเขาไว้ทำไม

 

 

“นิคคุณ นึกว่าจะหาไม่เจอซะแล้ว” คนตัวเล็กกอดเขาไว้เสียแน่น ราวกับเด็กที่หาของเล่นชิ้นโปรดเจอ

 

 

“นายมาทำอะไรที่นี่” นิชคุณดันตัวอูยองให้คลายอ้อมกอด

 

 

“มาหานิคคุณ” เขารู้จักเสียงนี้ ทำหน้าแบบนี้ จางอูยองกำลังอยู่ในโหมดอ้อน และถ้าอ้อนไม่สำเร็จจางอูยองจะเปลี่ยนเป็นโหมดดื้อในทันที คนโดนอ้อนเลยได้ล้มเลิกอารมณ์ที่ว่าจะดุเด็กดื้อไปเสีย

 

 

“เวลามาม๊าไม่อยู่ มาม๊าจะบอกว่าเรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกหลายร้อยปี เดี๋ยวมาม๊าก็กลับมา แต่นิคคุณไม่เหมือนมาม๊า นิคคุณเป็นมนุษย์ มนุษย์อายุสั้นนิดเดียว เดี๋ยวนิคคุณก็ตายแล้ว”

 

 

ควรจะซึ้ง ควรสงสาร ควรเอ็นดูหรือว่าอย่างไร ตกลงจางอูยองเห็นเขาเป็นแมลงวัน?  ถึงได้คิดว่าเขาจะตายวันตายพรุ่งขนาดนั้น

 

 

“จู่ๆก็หายไป ตื่นมาก็ไม่เจอแล้ว ถ้านิคคุณไม่กลับมาจะทำยังไงล่ะ” แก้มป่องขยับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไอ้คนฟังถึงได้แต่นึกขำ ตกลงเด็กนี่กลัวเขาตายว่างั้น

 

 

“ยังไม่ตาย ไม่ตายเร็วๆนี้ด้วย สบายใจได้”

 

 

“ใครจะไปรู้ นิคคุณโดนรถชนตู้มเดียวก็ตายแล้ว”

 

 

มันแช่ง หรือมันเป็นห่วง..

 

 

“เราเถอะ มาได้ยังไงเนี่ย หลงทางขึ้นมาจะทำยังไง ถ้านายหายไป จุนซูสาปฉันเป็นกบแน่ๆ”

 

 

“ท่านอาจารย์ไม่สาปนิคคุณหรอก เพราะถ้าผมหายไป ปะป๊ากับมาม๊าจัดการท่านอาจารย์คนแรก” เจ้าตัวดีปลอบใจนิชคุณให้ใจหายวาบ “นิคคุณไม่ต้องห่วงนะ”

 

 

ไม่ห่วง ไม่ห่วงเลย พ่อแม่มันนี่สิ ที่น่ากลัว เขายอมโดนจุนซูสาปให้เป็นหมีแพนด้าดีกว่าเจอพ่อแม่อูยองแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

“อธิบายด่วน” แทคยอนเอ่ยทัก ทันทีที่เขากลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมด้วยอูยองที่เดินตามเขาต้อยๆ เขาพยายามแล้วนะ เกลี้ยกล่อมให้อูยองกลับบ้านไปก่อน แต่พอเห็นเด็กน้อยทำหน้าจะร้องไห้ เขาถึงต้องยอมให้เดินตามมาด้วย กะว่าซื้อข้าวซื้อขนมให้กินคงยอมกลับไปเอง

 

 

“นี่อูยอง อูยองเป็น.....” พ่อมดห้าขวบ ขืนบอกไปอย่างงั้น แทคยอนคงได้จับเขาส่งโรงพยาบาลบ้า เขาเว้นจังหวะกลืนน้ำลายลงคอ

 

 

“ญาติไอ้จุนซู มาจากต่างจังหวัด มันเอามาฝากกูไว้”

 

 

 “แล้วไป กูก็นึกว่าเมิงแอบเลี้ยงเด็กไว้ไม่บอกกู” แทคยอนยิ้มแซวนิชคุณ

 

 

“ญาติจุนซู แล้วทำไมมาฝากเมิงวะ”

 

 

“เขาก็ฝากไอ้จุนซูนั่นแหละ แต่มันไปไหนของมันไม่รู้ มันเลยให้กูช่วยดูแลไปก่อน”

 

 

แทคยอนพยักหน้ากับคำตอบของนิชคุณ อูยองเป็นเด็กหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แก้มยุ้ยก็ดูนุ่มๆนิ่มๆไปเสียหมด ไหนจะท่าทางตื่นคนตอนที่เดินตามหลังนิชคุณมานั่นอีก เขาน่ะไม่คิดอะไรหรอก แต่พ่อคุณทูนหัวนั่นน่ะ เป็นเพื่อนกันมานาน เขาก็พอจะรู้ว่า คิมจุนซูเลือกคนไม่ผิดแล้วจริงๆ เพราะไอ้นิชคุณแพ้เด็ก

 

 

“อูยองนี่ น่ารักจังนะ” ไม่พูดเปล่า แทคยอนยังถือโอกาสเอื้อมมือมาดึงแก้มให้ย้วยติดมือแก้อาการหมั่นเขี้ยวสักหน่อย

 

 

 

ปั่ก!

 

 

 

วัตถุในมือนิชคุณลอยหวือไปโดนกลางหน้าผากแทคยอน

 

 

“ไอ้เชี่ยคุณ จับนิดจับหน่อยไม่ได้หรอวะ” แทคยอนก็แอบคิดอยู่บ้างแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าเพื่อนเขาจะของแรงขนาดนี้ “หวงเด็กนะเมิง”

 

 

“.........”

คนถูกกล่าวหาได้แต่นั่งงง ก่อนจะรู้ตัวว่าช้อนที่ถืออยู่ มันไปอยู่ในมือแทคยอนซะแล้ว ช้อนน่ะช้อนเขาที่ลอยไป แต่คนปาน่ะไม่ใช่เขา ไอ้เรื่องอย่างนี้คนที่จะทำได้คงมีคนเดียว คนที่นั่งกระพริบตาปริบๆทำหน้าเป็นเด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่นั่นไง

 

 

“มันหลุดมือน่ะ” นิชคุณพูดเสียงนิ่งจนน่ากลัวตอนที่รับช้อนจากมือแทคยอน ไม่ได้ตั้งใจจะขู่แทคยอน แต่จะปรามอูยองต่างหาก

 

 

“หิวแล้ว นิคคุณ” แต่อูยองกลัวเสียที่ไหน ยังส่งเสียงใสมาได้ซะอย่างนั้น

 

 

 

 

 

 

“แล้วนี่อูยองจะมาเรียนที่นี่หรอ” แทคยอนเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มกลับสู่ปกติ นิชคุณเลิกทำหน้าโหด และเสียงหัวเราะต่อซิกกับอูยองดังแว่วเป็นระยะ

 

 

“ใช่ฮะ” “เปล่า” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันไปคนละทิศคนละทาง เมื่ออูยองพยักหน้ารับเต็มที่ แต่นิชคุณทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

 

“อูยองจะมาเรียนที่นี่ได้ไง อูยองไม่ใช่นักเรียนที่นี่”

 

 

“แต่นิคคุณเรียนที่นี่” นิ้วเล็กๆชี้ที่นิชคุณ ก่อนจะหันมาชี้ตัวเอง “ผมก็จะอยู่กับนิคคุณ”

 

 

“ได้ไงละ อูยอง นายจะไปอยู่ที่ไหน”

 

 

“ก็อยู่กับนิคคุณ”

 

 

“อาจารย์จับได้ เขาก็ไล่นายออกมาอยู่ดี”

 

 

“อาจารย์ไม่ว่าหรอกฮะ”

 

 

“อาจารย์ฉันไม่ได้ใจดีแบบอาจารย์นายนะ” ไอ้จุนซูนั่นน่ะ ที่มันตามใจจางอูยองทุกอย่าง

 

 

“แต่ผมไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวนี่” อูยองส่ายหัวซ่อนความผิดหวังไว้ไม่มิด

 

 

“ไอ้คุณ น้องเขาอยากอยู่กับเมิง ก็ให้อยู่ไปสิวะ” แทคยอนอดแทรกขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเห็นคนพี่ก็ปฏิเสธจนเหนื่อยใจ คนน้องก็ยืนยันจะอยู่ให้ได้ เถียงกันไปมายังไงนิชคุณก็แพ้อยู่ดี

 

 

“ไปนั่งเรียนด้วยกันก็ได้เนอะ นั่งที่ไอ้จุนซูมันก็ได้ อาจารย์จำหน้ามันไม่ได้หรอก หมอนี่โผล่หน้ามานับครั้งได้”  อูยองยิ้มกว้างให้แทค ก่อนจะหันมาหานิชคุณ สองมือจับแขนนิชคุณเขย่า

 

 

“นะครับ ให้ผมอยู่ด้วยนะ”

 

 

“....”

 

 

“น้า” ตาปรอยๆที่ช้อนขึ้นมอง แก้มป่องเว้าวอน  แพ้...นิชคุณแพ้แหงมๆ แทคยอนแทบไม่ต้องเดา

 

 

 

เกาะเป็นตุ๊กแกขนาดนี้ แล้วเขาจะปฏิเสธได้ยังไงเล่า

 

 

“เอาก็เอา แต่นายต้องพยายามทำตัวไม่ให้เป็นที่สนใจนะ” ความหมายของนิชคุณ หมายถึงห้ามเสกคาถา แปลงร่างเป็นแมว สาปเพื่อนเขาเป็นหนู เสกหนังสือให้เป็นนก ระเบิดขาโต๊ะ เผากระดานดำหรืออะไรก็ตามที่อาจส่งผลต่อความเป็นปกติมนุษย์

 

 

“จะไม่มีใครรู้ว่าผมอยู่ในห้องเลยฮะ” คำพูดตกปากรับคำเป็นอย่างดี แต่มุมปากที่ยกยิ้มของคนตอบ ก็ทำให้นิชคุณต้องหวาดๆชอบกล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk{};

หลงเจสัน จนแทบลืมพ่อมดน้อยไปแล้ว โว้ววๆ
เอามาลงก่อนที่ตัวเองจะหายสาบสูญไปจากโลก = ='

 

 

แถมรูปรวมมิตรงานปีใหม่ที่ผ่านมา
จางอูยอง เวอร์ชั่น ห้าขวบบ ฮ่าๆ

 

อ้วนท้วนสมบูรณ์ชะมัด - -"
ตอนวาดไม่คิดไงว่างานสุดท้ายมันจะใส่ชุดนั้น
วาดไว้ตัวกลมขนาดนี้ กล้ามคงไม่มีจะโชว์ คงเป็นโชว์พุงเท่านั้นแหละ

จบดื้อๆ.

 

edit @ 7 Jan 2011 00:00:04 by LIMEs

Comment

Comment: <