[SF] How did we get

posted on 06 Dec 2010 01:17 by woohoney  in WooHoney

 

ผมไม่รู้ว่าผมควรจะดีใจ หรือเสียใจดีที่ไอ้คนที่ผมแทบไม่ได้เห็นหน้ามาสองสามเดือน จะมานั่งเล่นอยู่ในห้อง... ของเขาที่ผมเผอิญยึดเป็นของตัวเอง ก็ตั้งแต่นิชคุณเริ่มใช้เวลาอยู่ในห้องวันละไม่เกินสี่ชั่วโมง เข้ามานอนตอนกลางดึก แล้วก็ออกไปทำงานซะตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันจะขัน ผมเลยรู้สึกว่ามันจะเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไม่คุ้มคุณค่า และเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของมวลมนุษยชาติผมเลยหอบข้าวหอบของมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในนี้ซะเลย ห้องนอนที่ไม่มีคนนอนมันก็เปรียบเหมือนห้องน้ำที่ไม่มีสายฉีด ยิ่งห้องคุณฮยองแล้วไซร้มีของพรั่งพร้อมสะอาดปลอดภัย ทิ้งไว้เปล่าประโยขน์ไม่มีคนใช้เสียดายแย่ ส่วนคุณฮยอง... มันเหมือนใช้ชีวิตอยู่กับวิญญาณน่ะ นึกออกมั้ยครับ รู้ว่ามีอยู่ แต่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ กลับบ้านทุกวันแต่ไม่เคยได้เจอ นอนเตียงเดียวกันแต่ไม่เคยเห็นหน้า แล้วการที่เห็นคนที่ควรเป็นแค่วิญญาณมานั่งเป็นตัวๆต้อนๆ มันก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ เหมือนเห็นผี

 

“คุณฮยอง” ผมเอ่ยทักเขา ด้วยความประหลาดใจ “ได้ไงกันเนี่ย กลับบ้านก่อนเที่ยงคืน”

 

“ไม่ดีหรอไง” เขาตอบโดยไม่หันมามองผมด้วยซ้ำ ตาจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่กระพริบ  อืมม.. ดีสินะ อย่างน้อยก็พัฒนาจากวิญญาณขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง

 

“ดูไรอ่ะฮยอง” ผมลองถามเขาอีกรอบ

 

“.........” เพื่อที่จะพบว่าผมอยู่กับวิญญาณที่ไม่หูหนวก ก็ต้องเป็นใบ้แน่ๆ ในเมื่อถามไม่ตอบ ผมจะเสียเวลาคุยด้วยให้เสียเวลานอนเด็กอนามัยอยู่ทำไม ผมคลานขึ้นเตียง สะบัดผ้านวมขึ้นห่มแบบลวกๆ

 

“อูยอง” น่าน... เมื่อกี้ไม่ตอบ พอจะนอนแล้วมาทำเป็นเรียก ให้มันได้งี้สิ น่ากระโดดกัดหูชะมัด

 

“อะไร” ผมพูดไปหาวไป

 

“นายหมายความอย่างนั้นจริงๆป่ะ ตอนที่พูดน่ะ” นิชคุณหันมามองหน้าผม

 

พูดอะไรอ่ะ

 

“ในรายการ...”

 

นิชคุณดูจะอึกๆอักๆ จนผมต้องลุกขึ้นนั่ง หันไปส่งสายตาเป็นเชิงถามให้นิชคุณพูดต่อ

 

“ที่นายบอกว่า ฉันควรจะส่งข้อความหานายบ้าง ที่ฉันส่งข้อความให้วิค แล้วนายก็อยากให้ฉันทำให้นายบ้าง”

 

ผมกระพริบตาใส่เขาสองที ไม่อยากเชื่อหูตัวเองในสิ่งที่ได้ยิน เฮ้ย ฮยองแกจริงจังเว้ยเห้ย

 

“ฮยอง ผมพูดเล่น นั่นในรายการนะ ผมแค่พูดให้มันตลก ฮยองจะส่งไม่ส่ง ผมจะมีสิทธิ์อะไรไปบังคับล่ะฮะ”

 

“อืม” เขาพยักหน้ากับตัวเอง ดีมาก เข้าใจอะไรง่ายๆ ผมจะได้นอนต่อเร็วๆ เลยสี่ทุ่มมาสองนาทีแล้ว

 

“นาย...ไม่ได้...” นิชคุณทำท่าเหมือนลังเลที่จะพูดต่อ ซึ่งผมหวังให้เขาตัดสินใจที่จะไม่พูดมากกว่า “หึงใช่มั้ย”


ผมแทบจะเอาหัวตัวเองโขกหัวเตียงสักที ฮยองแกใช้สมองส่วนเล็บขบคิดหรอไงถึงคิดได้แบบนี้เนี่ยห๊ะ

 

“จะบ้าหรอฮยอง ผมจะ...จะ...” ทำไมพูดไม่ได้วะ หึง..หึงหรอ? เอ่ออ ช่างมันเว้ย “ผมแค่พูดเล่น โอเคปะ”

 

“แต่แฟนๆเขาบอกว่านายพูดเหมือนว่านายหึงฉัน”  

 

ผมเหลือกตากลับเข้าไปในกระโหลกตัวเองเช็คว่าผมไม่ได้หูฟาดไป ให้ตายเหอะ... ที่นั่งเล่นคอมเมื่อกี้นะ อย่าบอกนะว่า...

 

“ฮยองเข้าเว็บคู่เราอีกแล้วใช่มั้ย”

 

นิชคุณตอบมาด้วยสีหน้าที่แปลได้ว่า.. แล้วไง

 

“คุณฮยอง!! นั่นมันเว็บนิชคุณกับจางอูยอง  ถ้าเขาจะจิ้นให้ผมหึงฮยอง มันไม่ได้หมายความว่ามันต้องเป็นเรื่องจริงนะ” ด้วยความโมโห ผมเลยลุกขึ้นมาจากเตียง ขึ้นเสียงตะโกนใส่คุณฮยองอย่างเหลืออด แล้วถ้าผมมองไม่ผิดคุณฮยองเขาก็มีความสุขกับการแหย่ให้ผมโกรธดีนะ ไอ้บ้านี่ ซาดิสต์ชัดๆ

 

“โอเค งั้นก็ไม่หึงเนอะ” นิชคุณยักไหล่ ไอ้คนอึกๆอักๆเมื่อกี้ไปไหน เอาไอ้นิชคุณเวอร์ชั่นกวนประสาทไปเก็บที

 

“ไม่” ผมพูดชัดๆดังๆ ด้วยความปรารถนาดี

 

“แล้วอิจฉารึเปล่า” เขายกแขนขึ้นกอดอก หรี่ตามองผมอย่างพยายามจับผิด แต่มุมปากมันน่ะ.... ยิ้มใช่มั้ย

 

“ไม่”

 

“ไม่ได้โกรธด้วยใช่มั้ย”

 

“ไม่” ผมยืนกอดอกบ้าง ก่อนจะเปล่งเสียงออกจากปากชัดถ้อยชัดคำ

 

“ไม่งอนใช่มั้ย”

 

“ไม่หึง ไม่หวง ไม่ได้งอน ไม่ได้น้อยใจ ไม่ได้อะไรทั้งนั้น ผมจะนอนแล้ว เลิกถามได้แล้ว นิชคุณ”

 

ผมตัดบท ก่อนจะปีนขึ้นไปนอนบนเตียงชั้นบนแทน พยายามไม่ใส่ใจไอ้หน้าเจ้าเล่ห์นั่น ไอ้รอยยิ้มมุมปาก ไอ้แววตาลูกหมาที่ระริกเหมือนกำลังแหย่ลูกไก่ที่ไม่มีทางสู้

 

“ไม่โกรธ แล้วทำไมถึงไปนอนข้างบนล่ะ นายไม่ชอบไม่ใช่หรอ” เสียงนิชคุณดังไล่หลังมาให้ได้ยิน

 

ฝากบอกเขาทีว่าผมจะโกรธก็ไอ้ตรงที่เขาไม่ยอมเลิกถามเซ้าซี้ผมนี่แหละ ผมจะนอนตรงไหน จะชอบนอนที่ไหน มันเกี่ยวไรกับคุณฮยองด้วยล่ะครับ

 

“ผมไม่อยากนอนเบียดๆ” ผมเอนตัวลงนอนหันหลังให้นิชคุณ “นอนคนเดียวมาตั้งหลายคืนแล้ว จู่ๆมีคนมานอนด้วย มันอึดอัด”

 

“พูดเหมือนงอนเลยเนอะ” นิชคุณพึมพำแต่ก็ดังพอให้ผมได้ยินแล้วขว้างหมอนใส่เขาสักที

 

“ไม่ได้งอน!!ผมตะโกนใส่คนที่ยืนฉีกยิ้มกอดหมอนที่ผมเพิ่งเขวี้ยงใส่

 

“แน่นะ”

 

“ก็เออดิ่” ผมสบตาตอบเขาหนักแน่น “เอาหมอนคืนมาด้วย แล้วก็ปิดไฟด้วย”

 

 

 

 

 

“ถ้าไม่ได้งอน แปลว่าฉันจะทำอะไรก็ได้ใช่ปะ”

 

ยังไม่จบอีกเว้ย

 

“ตามสบาย จะทำไรก็เรื่องของฮยองเหอะ” อย่ามายุ่งกับตรูก็พอ อยากจะต่อมากครับ ประโยคนี้

 

 

 

 

 

 

และในความมืดผมก็ได้ยินเสียงนิชคุณคุยโทรศัพท์

 

“อากาศเย็นแล้วนะ ดูแลตัวเองด้วย ใส่เสื้อผ้าหนาๆนะครับ”

 

เออ..ดี เลิกกวนผม แล้วก็ไปโทรศัพท์หวานๆเลี่ยนๆให้ผมได้ยินเนี่ยนะ ไอ้...ไอ้..ไอ้หล่อ ไอ้พระเจ้า ไอ้นิชคุณณณณ ผมปีนลงจากเตียง ไม่นงไม่นอนมันแล้วครับห้องนี้อ่ะ มันห้องนิชคุณนี่ ไม่ใช่ห้องผม ผมมุ่งหมายไปตามแสงสว่างที่ลอดใต้ประตูเข้ามา

 

“จะไปไหนอูยอง”

 

กลับไปเป็นวิญญาณที่ไม่มีตัวตนเหมือนเดิมได้มั้ยเนี่ย ถามมากจัง

 

“นอน...ข้างนอก”

 

“ทำไม”

 

ดูฮยองแกถาม ก็ใครมันกวนผมก่อน ใครมันต่อสายโทรศัพท์คุยกระหนุงกระหนิง ให้คนโสดมาตั้งแต่เกิดแล้วอย่างผมได้ยิน  อย่าให้ตูมีแฟนบ้างแล้วกัน พ่อจะโทรหาเช้าสายบ่ายค่ำ ใช้โทรศัพท์นิชคุณด้วยเอ้า เอาให้มันตังค์หมดซะแมร่ง

 

“ปกติก็นอนตรงนั้น ต้องมีเหตุผลด้วยหรอไง”

 

“ข้างนอกมันหนาวออก นอนด้วยกันนี่แหละ” ไม่พูดเปล่า ฮยองแกแถมตบเตียงเรียกด้วยอีกแหน่ะ ไม่ใช่หมา ใช่แมวนะเห้ย

 

“ในห้องก็ไม่ได้อุ่นกว่ากันเท่าไหร่นี่ครับ” ผมพูดขึ้นลอยๆ

 

“อูยอง..” ผมได้ยินเสียงเขาถอนหายใจ

“ถ้านาย.. โกรธ..”

 

“ผมไม่ได้โกรธ ผมแค่อยากออกไปนอนดูทีวีกับชานซอง” เราสบตากันนิ่งอยู่สักพัก แล้วนิชคุณก็เป็นคนทำลายความเงียบขึ้นก่อน

 

“อย่างงั้นหรอ”

 

เขาเปิดไฟ แล้วเดินมาหยุดตรงหน้าผม ผมเพิ่งรู้สึกตัวตอนนี้นี่เองว่าผมไม่ได้เห็นหน้าเขามานานแค่ไหน หน้าตาอิดโรยของคนที่ไม่ได้พักผ่อนทอดสายตามองดูผมด้วยความเป็นห่วง อย่างน้อยผมก็รู้สึกอย่างนั้น ทั้งๆที่คนที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นนิชคุณเองเสียมากกว่า ดูสิใต้ตาเป็นริ้วเชียว

 

“อื้อ” ผมพยักหน้าตอบเขา เขาถอนหายใจอีกรอบก่อนจะพูดต่อ

 

“พื้นมันเย็น อย่านอนพื้นนะ”

 

“ผมจะนอนบนโซฟา โอเคปะ”

 

“อื้ม” เขายิ้มออกมาบางๆ “แล้วก็... อูยอง ใส่เสื้อผ้าให้มันหนากว่านี้เถอะ”

 

ผมก้มลงมองชุดที่ตัวเองใส่ตามสายตาของคุณฮยอง ชุดนอนลายลูกเจี๊ยบสีชมพู... ลูกเจี๊ยบอ่ะ ตัวเล็กๆน่ารักๆอ่ะ และก่อนที่ผมจะรู้ตัว เสื้อไหมพรมสีแดงสดก็ถูกสวมเข้าที่หัว ตามด้วย ผ้าพันคอสีขาว หมวกไหมพรมเข้าเซ็ตที่มีปอมๆอันกลมใหญ่ยักษ์อยู่ข้างบน ปิดท้ายด้วยถุงเท้าลายนิชคุณแห่งทูพีเอ็มที่นิชคุณบรรจงใส่ให้ด้วยตัวเอง ผมทำหน้าหงิกใส่เขาที ตอนที่นิชคุณยืนยิ้มมองผลงานการแต่งตัวตุ๊กตาของตัวเองด้วยความภูมิใจ

 

“จะได้ไม่เป็นหวัด” เขาพูดพร้อมยื่นเสื้อกันหนาวตัวเบ่อเร่อให้ผมอีกตัว ผมยิ้มแห้งๆกลับไป ถ้าไม่เกรงใจอยากจะบอกจริงๆว่า... กูร้อน

 

 

 

 

 

 

“เห้ยย อูด้ง จะออกไปไหนอ่ะ” ชานซองพร้อมช้อนที่คาปากทักผมทันทีที่ผมก้าวขาออกจากห้องนอน

 

“เปล่า” ผมส่ายหน้า

 

ชานซองมองหน้าผมด้วยความประหลาดใจ ไม่ประหลาดได้ไง ก็ดูชุดที่ผมใส่อยู่ กะว่าแบบหิมะตกก็ยังไม่หนาวอ่ะ

 

“ฝีมือคุณฮยองน่ะ” ผมชี้ที่ตัวเอง เป็นคำตอบแก่สีหน้าฉงนของเขา

 

“อ่า..” เขาพยักหน้าก่อนจะตักซีเรียลจากถ้วยในมือใส่ปาก ได้ข่าวว่านี่ห้าทุ่ม บ้านมันกินซีเรียลเป็นอาหารค่ำ?

 

ผมกระโดดลงนอนที่โซฟา ชานซองถลามานั่งข้างๆ แล้วเอาช้อนชี้หน้าผม แววตาระริกระรี้แบบที่แถวบ้านเรียกว่าสนใจใคร่รู้เป็นพิเศษ

 

“เดี๋ยวก่อน นี่พวกฮยองสองคนดีกันแล้วหรอ”

 

“แล้วพวกฉันทะเลาะกันต่อไหน”

 

“แล้วฮยองไม่ได้ทะเลาะกันหรอ”

 

“หึ” ผมส่ายหน้า

 

“ก็ช่วงนี้เห็นฮยองห่างๆกัน ก็นึกว่าทะเลาะกันซะอีก” เออ.. เอากะเขาอีกคนสินะ ไอ้คนเมื่อกี้ก็หาว่าผมหึง ไอ้นี่ก็หาว่าผมทะเลาะกับไอ้คนเมื่อกี้ มันยังไงนะ หน้าผากผมมีคำว่า กรูหึง กรูงอน ติดไว้หรอไง

 

“จะไปทะเลาะได้ไง หน้ายังไม่เจอกันเลย” ผมหลับตา ในความหมายที่ว่า ผมไม่อยากคุยต่อแล้ว

 

“นั่นไง” ผมได้ยินเสียงชานซองพึมพำในลำคอ

 

“นั่นไง อะไร” ผมเผยอเปลือกตาขึ้นข้างนึง มันคิดว่าผมจะไม่ได้ยินหรอไงนะ

 

“เปล๊า”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูก ทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นจากฝันบ้าบออะไรไม่รู้ที่มีหมาตัวโตวิ่งไล่ขนมโมจิอะไรสักอย่างผมจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว และผมชัวร์ว่าอีกห้านาทีต่อจากนี้ผมก็คงลืมเจ้าหมาและขนมโมจิไปเช่นเดียวกัน ผมกระพริบตารัวเมื่อเห็นว่าต้นตอของกลิ่นหอมยั่วน้ำลายนั่นมาจากไหน ไม่ใช่แค่กลิ่นอ่ะที่แตะจมูก มันจ่ออยู่ทั้งจานเลย ผมลืมตามองจานอาหารที่ถูกเสิร์ฟมาตรงหน้า ก่อนจะมองไล่ไปที่คนที่ถือมันมา... นิชคุณ

 

“อะไรอ่ะฮยอง”

 

“กินซะ วันนี้ฉันว่าง ไปเที่ยวกัน”

 

แล้วผมว่างหรอ

 

“นายก็ว่าง ฉันถามพี่มินแจแล้ว เพราะงั้นอย่าคิดปฏิเสธ” รู้ทันตูอีกแน่ะ

 

“ฉันรับรองว่าคราวนี้ไม่มีผู้หญิง” เขาพูดดัก ตอนที่ผมกำลังอึกอักลังเล ผมเบ้ปาก นี่ฮยองเขาจะไม่ปล่อยๆไปสักเรื่องเลยหรอไง เก็บทุกเม็ดจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว และเมื่อเดินไปหานิชคุณ ผมก็โดนห่อและพันด้วยอุปกรณ์กันหนาวสารพัดเท่าที่ฮยองแกจะหยิบได้จากตู้เสื้อผ้า ผมอดคิดไม่ได้ว่าตู้เขาจะต้องมีประตูกลที่ทะลุไปห้องลับที่ไหนสักแห่ง ก็ดูจากขนาดตู้เล็กๆแค่นั้น มันไม่น่าจะมีเสื้อผ้ามากมายขนาดนี้ คราวนี้ผมโดนบีบบังคับให้ใส่เสื้อไหมหรมสีขาวลายแดง เพราะคุณฮยองแกใส่เสื้อสีแดงลายชาว ไอ้บ้านี่จะให้แต่งตัวให้แมตช์กันอีก ไม่เลือกลายกางเกงในให้กรูด้วยเลยล่ะมาขนาดนี้แล้ว

 

“อ๊ะ ขอมือหน่อย” เขาแบมือข้างหน้าผม มืออีกข้างถือถุงมือถักสีครีม เห็นน้องตัวเองเป็นหมาว่างั้น นี่กำลังจะพาตูออกไปเดินเล่นสินะ

 

“ผมใส่เองก็ได้” แต่ผมก็ทำได้แค่บ่นมุบมิบเพราะฮยองเขาฟังผมที่ไหน ยังไม่ทันจะเถียงอะไร เขาก็คว้ามือผมไปสวมถุงมือให้เรียบร้อย ถุงมือหนาอุ่นวูบจนถึงขั้นร้อนเมื่อรวมสัมผัสของคนที่สวมให้ พาให้ผมต้องรีบดึงมือกลับ ก่อนความร้อนมันจะแผ่จนร้อนหน้าร้อนแก้มไปเสียก่อน

 

นิชคุณหันไปหยิบแว่นกันแดดขึ้นสวมก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้ผม

 

“ป่ะ”

 

สายจูงล่ะ.. อ้าว.. ไม่มีสายจูงหรอ ว๊า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นิชคุณพาผมเดินออกจากหอ เดินไปเรื่อยๆ อย่าว่าแต่จุดมุ่งหมาย ไอ้ทางที่ผ่านมามาทางไหนผมยังจำไม่ได้ ผมเลยไม่มีทางเลือกนอกจากเดินตามนิชคุณต่อไป ซึ่งไอ้นิชคุณเองนี่อย่าหวังจะไว้ใจได้นะครับ มันรู้ทางจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ ดีไม่ดีอาจจะหลงทางอยู่ด้วยซ้ำ ดีมั้ยเด็กหนุ่มชาวปูซานถูกหนุ่มไทยล่อลวงมาเดินวนไปวนมาในกรุงโซล ในวันที่อุณหภูมิหนาวจัดอีกต่างหาก ผมคิดถึงที่นอน คิดถึงผ้านวม แต่จะวิ่งหนีกลับก็กลับไม่ถูก ผมเลยต้องบังคับขาตัวเองให้ก้าวตามทันทางเลือกเดียวของผม

 

“เราจะไปไหน”

 

“ไม่รู้สิ” เขาตอบผมหน้าตาย พาให้ผมอยากคว้าอะไรสักอย่างมาเสยหน้าดูสักที ลากผมออกจากบ้านโดยที่ไม่รู้ว่าจะไปไหนเนี่ยนะ

 

“นายอยากไปไหนอ่ะ” นิชคุณจับหัวผมโคลงไปมา

 

“นอนต่อจะดีมาก” ผมล้วงมือเข้าในกระเป๋าเสื้อ ข้างนอกนี่หนาวชะมัด ขนาดโดนนิชคุณห่อซะหนาขนาดนี้ ไอ้ลมเย็นๆมันก็ยังจะหาที่แทรกเข้ามาได้อีก

 

“ไม่เอาน่า... ขอฉันไปเที่ยวกับนายบ้างไม่ได้หรอไง”

 

ได้ ไม่ได้ คงไม่ใช่ผมหรอกมั้งที่เป็นคนตัดสินใจน่ะ ยังไงเขาก็ลากผมออกมาอยู่แล้ว ปฏิเสธได้ที่ไหน

 

“เราไม่ได้ไปไหนด้วยกันนานแล้วนะ”

 

“แล้วมันความผิดผมหรอไง ที่ฮยองไม่ว่างไปเที่ยวกับผมน่ะ”

 

“ขอโทษ...”

 

นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดว่าจะได้ยินจากปากนิชคุณเลยสักนิด ทำให้ผมได้แต่เสมองไปทางอื่น

 

เขายิ้มออกมาบางๆ ยิ้มที่ผมเดาไม่ถูกว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่

 

“ไปหาอะไรร้อนๆกินกันดีกว่าเนอะ” พูดจบ นิชคุณก็โอบไหล่ผม ผมยอมให้เขาพาผมเดินไปพร้อมๆกัน ไม่ปฏิเสธเลยว่ามันอุ่นขึ้นแค่ไหนที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ

 

 

 

แก้วกาแฟร้อนกรุ่นส่งไอลอยฉุยอยู่ระหว่างเราสองคน ผมจดริมฝีปากกับขอบถ้วยจิบเอาของเหลวรสเข้มลงคอ พยายามไม่สนใจสายตาที่ทอดมองของอีกฝ่าย มองจนผมไม่รู้ว่าอาการร้อนผะผ่าวที่อุ่นซ่านไปทั่วตัวนี่มันมาจากกาแฟที่ดื่มไป หรือเพราะอะไรกันแน่

 

“ไม่กินหรอครับ” ผมพยักเพยิดไปที่แก้วของเขาที่ยังไม่ถูกแตะต้องเลยสักนิด เรื่องของเรื่องผมพยายามให้เขาละสายตาจากผมไปสักพัก มันกระอักกระอ่วนยังไงชอบกลเวลาที่ถูกจ้องไม่วางตาอย่างนี้

 

เขายกกาแฟขึ้นจิบอีกพอเป็นพิธี ก่อนจะเท้าคางแล้วมองหน้าผมต่อ มองเป็นจริงเป็นจังอะไรขนาดนั้น

 

“คุณฮยองมีอะไรรึป่าวฮะ” ผมวางถ้วยลงกับโต๊ะ หันไปสบตาเป็นเชิงถาม

 

“นายรู้มั้ย... “เขายิ้ม ”แก้มนาย มันเป็นสีชมพู”

 

ห๊ะ! โดยอัตโนมัติผมยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง ก่อนจะมองซ้ายมองขวาหากระจก

 

“ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้ น่ารักดีออก”

 

“สงสัย เพราะอากาศเย็นน่ะ” ทำไมเสียงผมมันหายไปไหนหมด ถึงได้พูดอ้อมๆแอ้มๆอย่างนี้นะ อยากจะกัดลิ้นตัวเองชะมัด

 

“หายโกรธรึยัง” น้ำเสียงนุ่มๆเอ่ยถาม อ่า... แล้วเราก็กลับมาที่ประเด็นเมื่อคืนกันอีกแล้วใช่มั้ย ไอ้ป้ายกรูหึง กรูงอนมันยังอยู่บนหน้าผากผมอีกหรอ

 

“ก็บอกว่าไม่ได้โกรธ”

 

“รู้ตัวมั้ยว่าตัวเองขี้งอนน่ะ” ผมกำลังอ้าปากจะเถียง แต่ยังไม่ทันจะมีเสียงอะไรเล็ดรอดออกไป ไอ้คนนั่งตรงข้ามมันก็เอื้อมมือมาดึงแก้มผมไปมา แถมยังจะยิ้มชอบใจอีก

 

“อะไรเล่า ใครงอนกัน” ผมอมลมในแก้ม ปัดมือหนาออกจากหน้าตัวเอง

 

“นี่ถ้าปากแข็งนัก ฉันช่วยให้อ่อนได้นะ”

 

ผมอ้าปากค้าง ก่อนจะเม้มปากแน่น ไม่อยากจะคิดถึงวิธีแก้อาการปากแข็งของคุณฮยองเลยจริงๆ

 

“ไม่งอนก็ไม่งอน แต่อูยอง...” น้ำเสียงแหย่เย้ากลายเป็นจริงจัง ทำให้ใจผมกระตุกแปลกๆ “นายรู้ใช่มั้ยว่า ฉันแคร์นายนะ”

 

“............”

 

“นายบอกว่าฉันไม่ห่วง แต่ความจริงฉันห่วงนายมากนะ”

 

มากเกินไปด้วยซ้ำ ไอ้อาการจับผมห่อเป็นหมูพันอ้อยพอจะบ่งบอกได้อยู่

 

“ห่วงจนบางทีมันมากกว่าที่ฉันจะห่วงน้องชายคนนึงด้วยซ้ำ...”

 

“ผมรู้แล้ว” ผมพึมพำกับแก้วกาแฟ ถ้าเป็นไปได้จะเอาหน้ามุดลงแก้วให้รู้แล้วรู้รอด พอแล้ว.. พอแล้ว... ไอ้คำพูดแบบนี้ใครเขาใช้ให้ฮยองพูดออกมากันนะ คนฟังมันทำตัวไม่ถูกเว้ย

 

“งั้น...ดีกันนะ” เขายื่นนิ้วก้อยมาหน้าผม ใบหน้าหล่อระบายยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ เห้ออ ตกลงผมงอนเขาอยู่จริงๆงั้นสิ ถึงต้องดีกันด้วย ผมเกี่ยวก้อยกับเขา นิ้วผมดูจะเล็กนิดเดียวเองเมื่ออยู่กับมือนิชคุณ เขาโยกมือผมไปมา พร้อมเสียงหัวเราะเบาๆที่ทำให้ผมต้องยิ้มตาม

 

“ฉันสัญญา ฉันจะหาเวลาอยู่กับนายให้มากกว่านี้ โอเคมั้ย” ทั้งๆที่นิ้วก้อยยังคงเกี่ยวกันอยู่ เขาแตะนิ้วโป่งลงที่ปลายจมูกผม ไม่รู้ว่าเสียงผมมันวิ่งหนีหายไปไหนอีก ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองหายใจอยู่รึเปล่า จนผมทำได้เพียงพยักหน้างุดๆให้เขา

 

“เริ่มจากวันนี้ ฉันให้นายหมดเลย อยากทำอะไรครับ” เขาคลายนิ้วที่เกี่ยวออก ผมกำลังจะสูดลมหายใจเข้าปอด ตอนที่มือของเขาเลื่อนมากุมมือผมไว้หลวมๆแทน ลมหายใจผมถึงขาดห้วงเข้าอีกรอบ

 

“กลับหอ” ผมรวบรวมเสียงที่สั่นพร่าจนเปล่งออกมาเป็นคำพูดในที่สุด

 

เขาเบะปากทำหน้าแบบเด็กๆโดนขัดใจ

 

“ยังไม่หายงอนอีกหรอ จางอูยอง”

 

“ผมไม่ได้อยากไปเที่ยวไหนนี่ เรากลับไปนอนดูหนังกันดีกว่านะ” ผมโหลดมาเป็นตับอ่ะ ตอนคุณฮยองไม่อยู่

 

ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆอีกรอบ ให้ตายสิ ... พูดอะไรให้ตรงกับใจนี่มันยากชะมัด

 

“ผมแค่อยากอยู่กับคุณฮยอง แค่นี้ก็พอแล้ว”

พูดไปแล้ว พูดไปแล้วจริงๆ หน้าผมแดงจนไม่รู้จะไปซุกไปซ่อนไว้ไหนแล้ว จะเอามือมากุมแก้ม มือก็ไม่ว่างเพราะฝ่ายตรงข้ามดันเอาไปจับไว้เสียแน่น ให้ตายเถอะ... คราวนี้จางอูยองปฏิเสธไม่ได้แล้วสินะ ไอ้ป้ายที่หน้าผากผมมันต้องเปลี่ยนไปเขียนว่ากรูเขิน กรูเขินแน่ๆ นิชคุณถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เอาอย่างนั้น ผมอยากจะสลายร่างหายตัวไปซะให้รู้แล้วรู้รอด กัดลิ้นแกล้งตายซะเลยดีมั้ย เออ.. แต่คราวนี้อย่างน้อยผมก็คงไม่โดนรักษาอาการปากแข็งแล้วล่ะครับ...

 

ใช่มั้ย?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk{};

ไหนบอกแทค-ซูกำลังมา โผล่คุณด้งเฉย ฮ่าๆ
อะหุอะหุ ลงฉลองที่จางอูยองกำลังจะเป็นมาดาม แอร๊ยย
เห็นกันแล้วชิมิๆ เห็นแค่หน้า...หน้าขาวๆกลมๆเครื่องหน้ากระจุ่มกระจิ่มเหมือนตุ๊กตากระเบื้องญี่ปุ่น
มองมาเจอต้นแขน แมร่มม.. จบกัน - -"

ยังไงก็รัก... สินะ รู้สึกจะต้องท่อนประโยคนี้ให้ขึ้นใจซะแล้ว

เรื่องนี้แต่งค้างไว้นานแล้ว ความจริงแต่งค้างไว้หลายเรื่องมาก
มันเขียนไม่ออกจริงๆนะ สมองตัน คงใกล้ถึงจุดจบของชีวิตไรต์เตอร์แล้วล่ะ = =
เราก็รู้ตัวว่าเราไม่ใช่นักเขียน ไม่ได้เขียนดีอะไร ที่ทำเพราะสนองนี้ดตัวเองล้วนๆ
เอาฮาว่างั้น สนุกที่ได้จิ้นเองเออเอง ฮ่าาๆ แต่จิ้นไปจิ้นมามันเริ่มซ้ำไปซ้ำมา กร้ากกก

อิด้งครบดีเนอะ เตรียมพร้อมสู่การเป็นหญิงไทยใจงามมาก
ปากแข็ง ขี้งอน ขี้น้อยใจ ช่างประชดประชัน ชอบอิด้งบทนี้อะ น่าหมั่นเขี้ยวชะมัด
ชอบความสัมพันธ์แบบนี้ด้วย ไม่หวือไม่หวา ไม่มีคำจำกัดความ แต่น่ารักๆพอกรึบๆ หึๆๆ
(จะบอกทำไม... เขียนเองชอบเอง อินี่ = =)

ชื่อเรื่องเพิ่งแปะเอาเมื่อกี้แหละ ฮ่าาา
ตอนแต่งไม่มีชื่อเรื่อง แต่ชอบดนตรีเพลงนี้อ่ะ คิดว่าเข้ากันดี - -

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ววว น่ารักจิงๆ ค่ะไรเตอร์
อ่านไป ยิ้มไป ด้งขี้งอนแบบน่ารักอ่ะ
ชอบคำว่าน่ารักแบบกรึบๆ ของไรเตอร์ อิอิ
คือมันไม่มากไปจริงๆ นะ ดูเป็นห่วงเป็นใยน้องดี
ชอบเวลาด้งคิดอะไรในหัวด้วย แบบอ้าวไม่มีสายจูงหรอ
เหอๆ พี่คุณก็น่ารักเอาใจน้อง แอบขัดใจนิดนึงก็ตอน
โทรไปหาคนอื่นนี่แหล่ะ พยามคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่คุณ
โทรหาน้องสาว ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ
ไรเตอร์ชอบ รีดเดอร์ก็ชอบเหมือนกันค่า

#1 By love-khunyoung (65.190.191.249) on 2010-12-06 10:01

บอกตรงๆ ค่ะ ว่าชอบผลงานเขียนฟิค แนวกึ่งๆ อิง-วงของน้องไรท์เตอร์ มากๆ

ถึงจะเป็นแค่ฟิค แต่คาแรกเตอร์นี่นะ แบบว่า ถูกใจใช่เลยค่ะ ....เป๊ะมากกก
ชอบความสัมพันธ์แบบนี้ ของคู่นี้ เหมือนกันค่ะ มันไม่ได้เยอะแยะ หวือหวา อะไรมาก
แต่แบบ..มันน่ารัก อิ๊อ๊ะ กรึบๆ กำลังดี อย่างที่ไรท์เตอร์ว่า จริงๆ ค่ะ 55

ชอบนะคะ เป็นกำลังใจให้อยู่น๊า
หวังว่า คงจะได้อ่านผลงาน เรื่องต่อๆไปของไรท์เตอร์ นะคะ

ปล.กำลังมีนๆ กะความงามล่ำ!ของลูก(ชาย) อยู่เหมือนกันค่ะ
ไม่รู้ว่า จะปลื้มใจ รึกลุ้มใจดี ฮ่าๆๆ TT

#2 By Fleur (182.52.18.35) on 2010-12-06 12:22

โอ้ยยย ฟิคน่ารักเข้ากับบรรยายกาศตอนนี้มากอะ55
ดูห่างๆกันแปลกๆคู่นี้
บรรยายฮาดีด้วย เพลงก็น่ารัก
สายจูงล่ะ.. อ้าว.. ไม่มีสายจูงหรอ ว๊า.. <<ชอบๆๆ 5555555
คาแรกเตอร์ด้งนี่น่ารักมากอะ ขี้งอน ปากแข็งอีกต่างหากก
พี่คุณก็ดูอบอุ่น อ่vนโยนกับน้องมาก ให้ตายเถอะ
ดูแลทุกอย่างเลยอะ ...ขี้แกล้งอีกต่างหาก

“ผมแค่อยากอยู่กับคุณฮยอง แค่นี้ก็พอแล้ว”
โอ้ยย เขินแทนด้งอะ เขินเขินเขิน cry

ชอบฟิคไรเตอร์มากกกก แต่งอีกๆๆๆ น่ารัก : )

#3 By beriinz-kn3 on 2010-12-06 15:41

น่ารักเว่อร์ค่ะจาง อูยอง
น่ารักทั้งพี่คุณทั้งอูยอง
ดูแล และใส่ใจซึ่งกันและกัน
แต่มันหงุดหงิดตรงที่โทรไปหาใครนั้นน่ะ
คิดในแง่ดีละกันว่าเป็น พ่อ-แม่-พี่-น้อง
ขอบคุณนะค่ะที่แต่งมาให้ได้สุขสำราญกัน

#4 By FERNSEASON on 2010-12-06 22:10

หุหุหุหุ พี่เค้าไม่ใช้สายคล้องแต่คงใช้อย่างอื่นคล้องค่ะลูก...(ถ้าบอกว่าใช้ใจคงเสี่ยวมากเนอะ - -")

นั่นน่ะสิ ไหนบอกว่าจะเป็นแทคซูไง เราอุตส่าห์รออ่านของแปลก (??)แต่เป็นคุณด้งน่ะดีแล้วค่ะ น่ารักน่าชัง

จริงๆ แล้วน้องไม่ได้หึงใช่มั้ยอ่ะ คนพี่คิดไปเองใช่มั้ย แน่ คิดเข้าข้างตัวเองขนาดนี้ แอบชอบมาดามจางอยู่แน่เลย (ยังจะลากเข้ามาเกี่ยว555)

เรื่องนี้พี่คุณดูอ่อนโยนกว่าSFเรื่องอื่นๆ เนอะ ออกแนวหวานๆ confused smile ชอบค่ะชอบ กดไลค์!!!!

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By YoochunMySunshine on 2010-12-07 00:15

น่าร๊ากกกกกกก น่ารักสุดๆ แบบถูกใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฮากับความคิดของอูยองอ่ะ หนูไม่รู้จริงๆหรอว่าโลโก้
ที่อยู่บนหน้าของหนูนะ นิชคุณทั้งนั้น มีทุกอย่าง
จนเค้ารู้กันหมดแล้ว

ชอบตอนพี่คุณจับน้องแต่งตัวอ่ะ ดูแลดีและอบอุ่นด้วย
ขาดอย่างเดียวไม่มีสายจูง555555555555

ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ สนุกมากๆ

#6 By snow (178.83.230.188) on 2010-12-10 07:08

ตอนแรกมาแบบฮาๆกวนๆ
พอตอนท้ายนี่น่ารักมากกกกกกกกค่ะ

*แต่ตอนคุณโทรไปเนี่ย แค่แกล้งคุยงั้นชิมิ*
(ถ้าด้งตรวจดูเบอร์ในมือถือคงจะรู้ว่าไม่ได้โืทรจริง น่าน จิ้นเองเออเอง 55+)

#7 By 2564731 (113.53.50.255) on 2010-12-15 03:11

น่ารักอ่ะ ชอบจัง
อ่านแล้วก็ยิ้มปากกว้าง
อินู๋ด้งไม่รู้ว่าตัวเองอึ้ง อิหนูปากแข็งซะไม่มี คริๆๆ
แต่คุณฮยองก็ง้อน้องได้น่ารักมาก
เอาอยากนู๋ต้งกลับบ้านอ่ะ
แบบแต่งมาซะเหมือนด้งตัวจริงๆ คิดว่าตัวจริงอิด้งมันต้องนิสัยอย่างนี้แน่ๆ อ่ะ
ปากแข็งๆๆๆๆๆ คริๆๆๆ เขินง่ะ

#8 By bee-nizaa on 2010-12-22 20:29

เมื่อคืนนั่งอ่านของไรท์เตอร์ไปหลายเรื่องแ่ต่ยังไม่หมดเช้านี้เลยเลือกนี้มาอ่านเป็นอันดับแรก แล้วก็ไม่ผิดหวังยิ้มจนแก้มบวมไม่ต่างจากจางอูยองแสนงอน ขี้ใจน้อย และขี้หึงเลยซักนิด แต่เจ้าตัวทำซึนปากแข็งโป๊ก มันน่าให้นิชคุณหาวิธีสลายปากแข็ง ๆ นั่นจริง ๆ มีความสุขที่ได้อ่านฟิคของไรท์เตอร์เขียนได้ดีทีเดียว อ่านแล้วอมยิ้มอินได้ทุกที เราชอบสไตล์การเขียนแบบนี้อ่ะค่ะ อ่านแล้วอิ่ม ๆ อุ่น ๆ ไม่ต้องใส่สีตีไข่ให้แรงมากนัก บอกได้คำเดียวว่าชอบค่ะ

จะทยอยเก็บอ่านทุกเรื่องของไรท์เตอร์ค่ะ

ขอบคุณสำหรับฟิคดี ๆ นะคะ

#9 By talingping on 2011-03-03 08:38

หึ่ยยยยยยย >.,<
สองคนนี้มันก้ำ ๆ กึ่ง ๆ กันเนอะ
พี่น้องก็ไม่ใช่ แฟนก็ไม่ใช่ แต่ที่แน่ ๆ คือมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ไรเง้
น่ารัำกอ่า เขาแคร์กัน เขาห่วงกัน เขาหึงกัน > <
เข้าใจฟีลนี้นะ ถึงจะไม่ได้เป็นอะไรกันแต่คือมันรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ^ ^
น่ารักมากอ่ะด้ง โหลดหนังมาดูเหรอ อร๊ายยยย
แล้วเราขำมากตอนที่ด้งบอกว่า นีพี่คุณเข้าบอร์ดคู่ใช่มั้ย 5555
น่ารักจริง ๆ เชียว -..-

#10 By cloudworld (58.9.135.42) on 2011-03-10 14:04

เค้าก้อยากอยู่กับ คุณฮยอง(โอป้า)บ้างอ่ะ

#11 By nochii (118.173.158.244) on 2011-04-18 23:42

ชอบด้งแบบนี้เหมือนกันอ่ะไรท์เตอร์ ฮ่าๆๆๆๆๆ

น่ารัก กรุบกริบๆๆ หึง งอน ก็ทำเป็นปากแข็ง ต้องให้ฮยองง้อ เนอะๆๆๆ เวลาพี่คุณง้อ ก็ง้อแบบผู้ใหญ่หน่อย เด๋วจะเสียฟอร์ม แต่ก็แทบอดใจไม่ไหวใช่มั้ยล่า (กัดหมอนๆๆ)

ไรท์เตอร์นี่แหละค่ะที่เรียกว่านักเขียน ฮิๆิ ทำให้คนอ่านมีความสุข

confused smile confused smile confused smile

#12 By LeeLaYa on 2012-03-17 23:43

ด้งเอ๊ยยยย ซึนไม่รู้ตัวสินะ งอน หึง หวง ไม่รู้ตัวเล้ย

แต่คนอื่นเค้ารู้กันหมดแล้วเนี่ยนะ จางอูยอง คนปากแข็ง

เด๋วพี่คุณละลายให้ อุกรี๊ดดดดดดด เขินแทนน้อง พี่คุณบ้า

#13 By YuMiTan (103.7.57.18|27.55.6.47) on 2012-05-07 16:40