[SF] Farewell Is Coming

posted on 12 Aug 2010 13:29 by woohoney in JayBaby

**Note: คำเตือนห้ามดื่มเกินวันละสองขวด เด็กและสตรีมีครรภ์ควรได้รับคำแนะนำ - -"
ไม่ใช่แระ เอาจริงจัง ฟิคนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น
โปรดฟังอีกครั้ง ฟิคนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ....
ใครที่ยังอ่อนไหวต่อประเด็นนี้ ปิดไปนะคะลูก


 





เพราะไม่อยากให้เจ็บปวดไปมากกว่านี้...




ผมมองโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงร้องทำลายความเงียบของบ่ายวันพฤหัส บ่ายที่นักเรียนแอบไปนั่งสูบบุหรี่อยู่ในห้องน้ำ บ่ายที่คนทำงานกำลังนั่งสัปหงกอยู่ในห้องประชุม บ่ายที่แม่บ้านกำลังนั่งดูละครน้ำเน่าที่ฉายในโทรทัศน์ บ่ายที่ผมนั่งถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าในห้องสี่เหลี่ยมที่ล้อมด้วยผ้าม่านหนาหนัก กั้นไม่ให้แสงอาทิตย์ของฤดูร้อนสาดส่อง หัวของผมปวดหนึบเพราะนอนไม่พอและอากาศที่ร้อนอ้าว ผมไม่ชินกับเวลาที่นี่และร่างกายก็ไม่ยอมหลับลงง่ายๆ แม้ผมจะเหนื่อยสักเพียงไหน ผมกินยานอนหลับ แต่ผลที่ได้คือ ผมยังคงตื่นอยู่ เป็นเรื่องตลกเหลือร้าย ที่ร่างกายจะมาขัดขืนในยามที่หัวใจต้องการการพักผ่อนอย่างที่สุด อยากจะนอนนิ่งๆให้ความฝันกลืนกินผมเข้าไปหนีความจริงที่ยืนกวักมือเรียกผมอยู่ที่มุมห้อง แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังก้องไปทั่วห้องก็คอยตะโกนบอกผมว่า ถึงเวลาที่ปาร์ค เจบอมต้องเผชิญหน้าความจริงสักที


“ทำไมพี่ไม่รับโทรศัพท์ผม ผมโทรหาพี่เป็นสิบๆรอบแล้วนะ” เสียงตัดพ้อของคนปลายสาย นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ยินเสียงของคนตัวโตคนนี้ การได้ยินเสียงเขาอีกครั้ง ทำให้สมองผมว่างเปล่า คำพูดต่างๆในหัวถูกกลืนลงคอไปเสียจนหมดสิ้น เพียงแค่ได้ยิน ความเข้มแข็งที่ผมพยายามสร้างก็แทบจะทลาย


เพราะความเงียบของผม ประโยคถัดมาจึงถูกเอื้อนเอ่ย


“พี่ ผมคิดถึงพี่นะ”

คำพูดเขาทำให้หัวของผมปวดมากกว่าเดิม ผมใช้นิ้วคลึงขมับบรรเทาอาการปวดที่คล้ายสมองจะระเบิดเสียให้ได้
มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนหนักของคนปลายสายที่พอจะบอกผมได้ว่าเขายังอยู่ ยังรอฟังเสียงของผม หัวใจผมแทบจะตะโกนว่า ผมคิดถึงเขา แต่สมองที่ปวดตุ้บ กับหัวใจที่กรีดร้อง มันดันสั่งการไปคนละอย่าง



“แทคยอน นายออกมาหาฉันได้มั้ย “ ลำคอที่แห้งผากเปล่งเสียงออกไปโดยที่ผมเอาคืนมาไม่ได้



.....................





ผมมองน้ำกาแฟในแก้ววิ่งวนไปมาตามแรงคนจากช้อนเงินในมือ กลิ่นกรุ่นหอมลอยมาแตะจมูก พอจะทำให้ผมสงบจิตสงบใจได้บ้าง ผมคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ พยายามจดจำทุกรายละเอียดที่เคยเกิดขึ้น เรื่องเล็กน้อยที่เคยเป็นความสุขของผม ถึงตอนนี้ในยามที่นึกถึง มันก็ทำให้ผมอดหัวเราะไม่ได้ ยังจำเรื่องตลกโง่ๆที่เราเคยทำด้วยกัน เสียงหัวเราะที่เคยมี สารพัดเรื่องราวที่หยิบยกมาคุยกันได้ทั้งคืนจนเช้า  ยังไม่ลืมรอยยิ้มกวนประสาทที่ทำให้ผมนึกอยากโมโห แต่ก็ไม่เคยจะโกรธเขาได้จริงๆสักครั้ง แม้กระทั่งจูบแรก รสชาติอ่อนหวานยังคงละมุนอยู่ที่ริมฝีปาก มันเป็นความทรงจำที่ดีที่สุด อ้อมกอดของเขาผมยังรู้สึกถึงมัน ผมยิ้มให้กับภาพความทรงจำที่ชัดเจนในความคิด ในขณะที่ไออุ่นเอ่อล้นขึ้นเต็มหัวใจ


แต่ความทรงจำ บางทีก็ควรเป็นแค่ความทรงจำ...



ของเหลวสีเข้มสะท้อนภาพใบหน้าของผมบิดเบี้ยวพิลึก กาแฟร้านนี้รสชาติแย่ และไม่มีอาหารสักจานของที่นี่ที่รสชาติดี แต่นั่นทำให้ทั้งร้านแทบจะไม่มีลูกค้า เป็นข้อดีที่พอทำให้ผมนัดเขาออกมาเจอได้ มันคงไม่ดีแน่ถ้าใครเห็นเราอยู่ด้วยกัน ชายหนุ่มร่างสูงที่ผมจำได้ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้านเดินตรงมาที่ผม เขาใส่หมวกสีดำ พร้อมแว่นตาดำที่เขาถอดออกทันทีที่เห็นผม รอยยิ้มซื่อส่งมาให้ผม รอยยิ้มที่จะฝังแน่นในความทรงจำของผมไปตลอดกาล



“รอนานมั้ยครับ”


“ไม่หรอก ฉันก็เพิ่งมาได้สักพัก”


เขาอยู่ตรงนี้แล้วนี่ไง หัวใจของผมเต้นแรงจนมันปวด ผมอยากพูดกับเขา มีอีกตั้งหลายอย่างที่ยังไม่ได้เล่าให้เขาฟัง ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้น แต่ผมพูดไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์จะพูดมันอีกแล้ว ผมรับรู้ถึงสายตาของเขาที่จับจ้องมา มันยังอ่อนโยนเหมือนเดิมเสมอ และหัวใจของผมก็ไม่แข็งแรงพอจะสบสายตาลึกซึ้งแบบนั้น ผมหลบตาลงต่ำ ก้มมองถ้วยกาแฟอีกครั้ง


“คิดถึงผมใช่มั้ย ถึงนัดผมมาน่ะหึ๊?” คนพูดเอ่ยเสียงล้อเอาคางลงเกยโต๊ะ  จากมุมนี้เขามองเห็นหน้าผมแม้ผมจะก้มหลบเพียงไหน


“พี่ครับ ผมคิดถึงพี่มากเลยนะ ไม่ใช่แค่ผม ทั้งจุนซู นิชคุณ ชานซอง ยิ่งจุนโฮนะ ยิ่งคิดถึงพี่เลยล่ะ ขนาดอูยองเองปากแข็งอย่างนั้น ยังบ่นคิดถึงพี่ให้ได้ยินบ่อยๆ”


รอยยิ้มอ่อนระบายบนหน้าคนพูด


“ผมดีใจนะที่ได้เจอพี่”


“ฉัน...” เสียงของผมสั่น และน้ำตาก็ไหล ผมไม่ได้อยากร้องไห้สักหน่อย ผมยกมือขึ้นหวังจะเช็ดมันก่อนที่คนตรงหน้าจะได้เห็น แต่มือหนาของเขาก็มาเช็ดมันได้เสียก่อน


“อย่าเพิ่งพูดถึงมันตอนนี้ได้มั้ยครับ ขอเวลา..ให้ผมอีกหน่อย” แววตาของเขาวูบไหว แม้เจ้าตัวจะพยายามฝืนยิ้ม น้ำเสียงท้ายประโยคเปลี่ยนเป็นหยอกเล้า “ผมยังไม่ทันจะหายคิดถึงพี่เลยนะ”


“พี่เจย์ ตัวสูงขึ้นรึป่าวครับ”

......................


“ผมได้ยินว่าพี่ไม่ค่อยสบาย เป็นยังไงบ้างครับ”

.............................

“พี่ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะ อย่าทำงานหนักไปล่ะ พักผ่อนด้วยนะ รู้มั้ย”

...........................................


อ๊ก แทคยอน ยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงปกติราวกับว่าเขาไม่รู้ ไม่รู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ แม้ว่าผมจะไม่ตอบเขาสักคำ แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มยังคงส่งยิ้มให้ผมเสมอ ความรู้สึกผิด ความสับสนไหลบ่าเข้าท่วมท้นภายในตัว แม้อากาศจะร้อน แต่มือของผมเย็นเฉียบ ผมกำแก้วกาแฟไว้แน่น หวังเพียงบางสิ่งที่ผมพอจะยึดไว้ด้วยสองมือ ผมเม้มริมฝีปากสะกัดกั้นน้ำตาที่ร้อนผ่าวไม่ให้รินไหล


“พี่ครับ ผมรักพี่นะ” สุดท้าย เขาก็ถอนหายใจ แววตาอ่อนแสงลงอย่างเหนื่อยล้า รอยยิ้มเจื่อนระบายบนหน้าคม ขณะที่มือหนาๆของเขาเลื่อนมากอบกุมมือผมไว้อย่างหลวมๆ


“ฉันก็รักนาย แทคยอน”



ผมดึงมือตัวเองออกมา เขามองสบตาผม ดวงตาแดงก่ำเอ่อรื้นด้วยหยาดน้ำตา


“ทำไมกันนะ” เขาพูดเพียงเท่านี้ เสียงแผ่วจบแทบไม่ได้ยิน หัวใจของผมหล่นวูบ


 “มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว นายก็รู้” ผมพูดออกไปเองแท้ๆ แต่หัวใจผมเองกลับไม่ยอมรับมันด้วยซ้ำ


ทำไม ทำไม ทำไม.....


ผมถามตัวเอง ผมไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้ ไม่เคยต้องการ อาการปวดตุ้บที่ขมับเริ่มแผลงฤทธิ์ขึ้นมาอีกครั้ง



เพราะความรัก ไม่มีทางให้ไปต่อ ทั้งๆที่ยังรักแสนรัก


เพราะความรัก ที่ไม่มีใครยอมรับ


เพราะความรัก... เพราะรัก จึงไม่อาจเห็นแก่ตัว ทำตามเพียงเสียงเรียกร้องของหัวใจ





ผมก้มมองถ้วยกาแฟที่ยังเหลืออีกค่อนถ้วย มันสั่นวูบไหวราวกับเป็นภาพสะท้อนของใจที่กำลังไหวหวั่น


“แต่เรารักกัน...”


“รักกันมันไม่พอหรอกนะแทค เราเจอกันไม่ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งดึงดันต่อไป เราจะยิ่งเจ็บ ให้มันพอแค่นี้เถอะนะ อย่าทำลายความทรงจำดีๆที่เรามีต่อกันเลย”



เขาหลับตาลง ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยอ่อนเหลือเกิน  เก้าเดือนที่ห่างกัน ผมพบกับความคิดถึงที่พาให้ใจปวดร้าว แต่ความหวังที่จะได้เจอกันนั้นหล่อเลี้ยงใจผม น้ำหล่อเลี้ยงนั้นแห้งเหือดลงทุกวันที่หมุนผ่าน จนผมพบความจริงที่อยู่ลึกลงไปว่าความหวังของผมมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ทั้งเขาและผม ไม่มีทางจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เส้นทางเส้นนั้น ไม่ใช่ทางที่เราจะกลับไปเดินได้ง่ายๆ หากเราต่างคนต่างก็ใช้ชีวิตอยู่กับฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง มัวแต่หาทางวิ่งย้อนกลับไปที่เดิม ยิ่งดึงยิ่งรั้งก็ยิ่งเหนื่อย สุดท้ายก็คงต้องเจ็บหนักกันทั้งคู่ มันถึงเวลาที่เขาจะต้องเดินไปข้างหน้าเสียที เราจะเป็นอิสระต่อกัน ผมไม่อาจจะใช้คำว่ารักมาผูกมัดเขาไว้กับตัวได้อีกต่อไป
ผมเอื้อมมือที่สั่นเทาออกไป แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น ผมไม่มีสิทธิ์จะกอด จะปลอบผู้ชายคนนี้อีกแล้ว ผมปล่อยมือลงวางกลุ่มผมนุ่มอยู่ห่างแค่ปลายนิ้ว แทคยอนฟุบอยู่กับโต๊ะ เสียงสะอื้นเบาแทบไม่ได้ยิน มีเพียงไหล่ที่ไหวขึ้นลงที่กำลังบอกว่าเขากำลังร้องไห้ อ๊ก แทคยอนที่แทบจะไม่เคยร้องไห้ กำลังร้องไห้เพราะปาร์ค เจบอม




“ฉันขอโทษ” เสียงของผมสั่น ปาร์ค เจบอมก็กำลังร้องไห้เช่นเดียวกัน




 ผมมองออกไปข้างนอก แสงสุดท้ายของวันจากไปแล้ว ท้องฟ้ามืดเต็มไปด้วยเมฆที่เคลื่อนไหวอย่างเกลียดคร้านพลางส่งเสียงครางครืน ฝนกำลังจะตก หลังจากที่อากาศอ้าวมาทั้งวัน ชีวิตของเรากลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ แทคยอนลุกขึ้นยืนตรงข้ามผม เขากอดผม


“ผมจะทำยังไงดี ถ้าผมคิดถึงพี่ ผมจะทำยังไง”


“นายทำได้แทค นายไม่ต้องการฉันหรอก นายเก่งจะตาย นายหน้าแมว”


เขาหัวเราะเบาๆ ผมเชื่อว่าเขาจะผ่านมันไปได้ วันนี้มันอาจจะเจ็บจนแทบไม่อยากหายใจ ความทรงจำอาจกลายเป็นคมมีดที่พร้อมจะกรีดลงที่หัวใจเมื่อนึกถึง ความมืดอาจทำให้รู้สึกหว้าเหว่และเคว้งคว้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาจะหายใจได้อีกครั้ง เขาจะยิ้มให้กับความทรงจำพวกนั้น อีกไม่นานฝนห่าใหญ่ที่กำลังเทกระหน่ำจะต้องหยุดตก ท้องฟ้าที่มืดสนิทจะต้องถูกแต่งแต้มด้วยแสงอรุณของวันใหม่ เขาจะเข้มแข็ง และน้ำตาทั้งหลายจะเหือดหาย เขาจะลุกขึ้นยืน และเป็นแทคยอนคนเดิม ที่ไม่เคยถูกทำร้ายให้ใจต้องเจ็บปวด



“พี่ไม่ไป ไม่ได้หรอ” เขากระซิบ


“ลาก่อน แทคยอน” ผมผละจากเขาที่ยังยืนนิ่ง แม้จะไร้น้ำตาแต่ใบหน้าเขายังบิดนิ่วด้วยความปวดร้าว ดวงตาอ้อนวอนแม้เสียงจะไม่ได้ถูกเปล่ง แต่ผมแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเขากรีดร้อง... ‘อย่าไป’



ฝนเม็ดโตตกกระทบผิวหนัง ผมทำให้เขาร้องไห้ ผมทำร้ายคนที่ผมรักด้วยมือของผมเอง ผมคิดว่าผมทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่ใบหน้าที่เจ็บปวดของเขา ทำให้ผมไม่แน่ใจมันอีกแล้ว ผมปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งลงด้วยความเหนื่อยอ่อน ผมเดินต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เข่าอ่อนยวบลงทรุดพิงกับกำแพงที่เย็นเยียบ หัวที่เต้นตุ้บกับหัวใจที่เจ็บปวด ดูจะทำงานสัมพันธ์กันดีในตอนนี้กับการปล่อยน้ำตาให้ไหลริน ผมขดตัวโอบกอดร่างของตัวเองที่สั่นโยน ปล่อยเสียงสะอื้นไห้ไปกับเสียงสายฝนที่สาดเท เคยมีคนบอกผมว่าคนที่เจ็บที่สุดไม่ใช่คนที่ถูกบอกเลิก แต่คือคนที่เดินจากมาทั้งๆที่ยังรักอยู่เต็มหัวใจ...


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Talk{};

มันมาอีกแล้ว ฟิคแบบชั่ววูบ เขียนเองก็ร้าวเอง มันเรียลๆยังไงไม่รู้ TT

ช่วงนี้คิดพล็อตได้แต่แนวนี้ทั้งน้านนเลย เศร้าๆทั้งนั้น เหมือนคนอ่านจะไม่ชอบกันใช่ม๊ะ เพราะไม่ค่อยมีคนเม้น
ก็อยากลองแต่งดูหลายๆแนวอ่านะ คิดว่าเค้าแต่งแนวไหนดีสุดอ่ะ
(ไม่ดีสักแนว เลิกแต่งเหอะ อันนี้ไม่ต้องบอกนะคะ ใจร้ายไป - -")


Comment

Comment:

Tweet

ร้าว

#10 By khundong (103.7.57.18|124.120.25.42) on 2012-06-24 14:38

น้ำตาไหลเลยอ่า....งื้อออออออออออ
ยิ่งกำลังฟังเพลง eternity ของ robbie ยิ่งโคตรอินเลยค้าไรเตอร์
เศ้รามาก จุกเลยอ่า แบบว่าคำพูด การกระทำ บรรยากาศของฟิคมันสุดยอดมากอ่ะ
เขียนดีมาก จนนึกว่าเป็นเรื่องจริง แอ้ยยยยยย เศ้รา!!!! กี่ปีมาแลวก็ยังเศร้า  เพราะแทคเจย์ เป็นอะไรที่เรียลมากๆตอนที่ยังอยู่ด้วยกัน.....angry smile

#9 By Emmett (103.7.57.18|182.52.208.171) on 2012-06-02 13:22

ประเด็นเจย์นี่ คิดว่าทำใจได้แล้ว แต่พอต้องมาอ่าน อะไรแบบนี้

ความเศร้าลึกๆในใจก็กลับเข้ามาอีกครั้ง ความจริงที่ย้ำว่ามันไม่มีทาง

กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก ก็รังแต่จะทำให้เจ็บ ได้แต่หวังและภาวนาว่าวันนึง

จะได้เห็นพวกเค้าหยอกล้อ ได้มีโอกาสออกงานแสดงบนเวทีเดียวกัน

แม้จะต่างการแสดงกัน และได้กอดแสดงความยินดีกันเมื่ออีกฝ่ายทำได้ดี

ชั้นมาเวิ่นอะไร ขอโทษนะคะ ไรเตอร์ แต่เรารู้สึกเหมือนคำพูดที่เจย์ พูดให้แทค

จะเหมือนเป็รคำพูดที่บอกกับทั้งวง และ บอกกับแฟนคลับอย่างเรา

เลยอินไปหน่อย ไรเตอร์ใช้ภาษาได้สวยงาม และถ่ายทอดความรู้สึกได้ดีมากค่ะ

#8 By YuMiTan (103.7.57.18|27.55.6.47) on 2012-05-07 14:45

ชอบค่ะ

แต่งเก่งมากกกกก

อ่านแล้วเรียลมากกก

สู้ๆจ้า

#7 By TaEJiN (125.24.5.51) on 2011-11-05 13:42

ตามอ่านหลายๆเรื่องแล้ว ไรเตอร์ออกจะเขียนได้ดี ใช้ภาษาสวย ไม่แรงเกินไป ออกแนวน่ารักแต่มีหวานเล็กๆ ให้ชุ่มชื่น 555 เป็นกำลังใจให้นะคะ big smile จริงๆแล้วเราก็เป็นพวกชอบดราม่าด้วย อ่านไปร้าวไป แต่มีหวานสลับเข้ามาด้วยก็ดีเหมือนกัน เขียนมาให้อ่านอีกเยอะๆน้า double wink

#6 By ~iii~ (58.9.159.175) on 2011-05-14 02:56

โคตรอิงเลยไรเตอร์ T_T
อ่านแล้ว ทั้งแทคทั้งเจย์ ปวดร้าวเท่า ๆ กัน =[]=
(รีดเดอร์ก็ร้าวนะ)

อยากถามเจย์เหมือนกันล่ะ ไม่ไปไม่ได้เหรอ ?
เศร้าก่อนนอนเลย ฮือ ๆ
อิแทคมันเลยกลายเป็นคนไร้คู่ตั้งแต่ตาแก่เดินจากไป เศร้าอีก.

#5 By Cloud World (58.9.34.84) on 2010-10-12 00:05

สงสารแทคจังเลยอ่ะ จากกันทั้งๆๆที่ยังรัก ทำไมรักกันไม่ได้อ่ะ สงสารทั้งคู่จังเลย ออกแนวดาร์กนะเนี่ย นราฟิคชั่ววูบเหรอเนี่ย ไม่ชั่ววูบจะขนาดไหนเนี่ย สนุกจังชอบแนวๆๆแบบนี้ แต่งมาอีกนะค่ะ จะติดตามอ่าน

#4 By kritjung (124.121.219.47) on 2010-08-31 21:37

ใช่ค่ะ มันเรียล เรียลเกินไปจริงๆ ฮื้อออๆ
ฟิคเรื่องนี้มันเข้ากับบรรยากาศตอนนี้มากๆ
เราอินจริงๆนะเนี้ยย T_T

แทคเจย์มันจะเป็นแค่อดีตสินะ...
มันจะไม่มีอีกแล้วใช่มั๊ย...
ขนาดในฟิคเจย์ก็ยังจากแทคไป ฮื้อออ
สงสารเหมียว สงสารเจย์เลิกเองก็เจ็บเองสินะเจย์
T^T เศร้าได้อีกจริงๆ

ชอบฟิคแนวนี้ค่ะ เรามันจิต ชอบอะไรดราม่าๆ ฮ่าๆ
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ^ ^

#3 By little T (183.89.153.162) on 2010-08-17 18:54

เเต่เราชอบน๊า
จากกันทั้งๆที่ก็ยังรักมันทรมานมากๆ
เเต่ทั้ง คู่ไม่มีวันจะกลับมาเหมือนเดิมได้อีกเเล้วนิน่อ
ทำไงได้

เส้า!!


เขียนได้ดีค่ะ เป็นกำลังให้น้า

#2 By gt (222.123.134.165) on 2010-08-13 00:57

ร้าวราน T^T ปาร์คเจย์ไปไหนเอากลับมาาาาาาาาา
สงสารอ๊คแท๊ค ถึงหน้าแมวก็รักจริงนะเออ
เลิกกันทั้งๆที่ยังรัก เจ็บปวดมากกว่าหลายเท่า
ไม่ไหวๆ แบบนี้...(กรีดร้อง)

ชอบหลายประโยคของอ๊คแท๊คมากอ่ะ
มันแสดงออกว่า เหมียวอาใจใส่ สังเกตตลอด
ที่เจย์คิดว่า "เขาจะเข้มแข็ง และน้ำตาทั้งหลายจะเหือดหาย เขาจะลุกขึ้นยืน และเป็นแทคยอนคนเดิม"
กว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ก็คงอีกนาน
แล้วช่วงเวลานั้นก็คงต้องเจ็บกันมากสินะทั้งสองคน

เป็นฟิคที่เจ็บปวด (แต่ชอบ)
ขอบอกว่าเป็นคนนึงที่ชอบฟิคแนวนี้(ดราม่า)
กรีดอารมณ์ดี จะแต่งแนวไหนก็อ่านค่ะ^^
เพราะภาษาสวยดี ยังไงก็อย่าท้อนะสู้ๆ
เป็นFCเลยอ่ะ(ขนาดนั้น)

สุขสันต์วันแม่ค่ะ ^^

#1 By woo!! on 2010-08-12 15:26

Recommend