[SF] Falling U
posted on 20 Jul 2010 12:05 by woohoney in WooHoney
ทุกสัมผัสอ่อนโยนทำให้ผมยิ่งต้องการเขามากขึ้น ผมไม่คิดว่าตัวเองต้องมาถลำลึกกับความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ไม่มันไม่ใช่สิ่งปกติ ต่อให้ผมเหงาแค่ไหน ผมก็ไม่มีวันนอนกับคนแปลกหน้า แต่กับคนๆนี้ ผมกลับปรารถนาในตัวเขาเหลือเกิน ผมโอบรอบตัวเขา ในขณะที่เขากดจูบลงมาอย่างชวนลุ่มหลง ผิวเนื้อเสียดสีตอนที่เราเกี่ยวกระหวัดร่างของอีกฝ่ายไว้แนบกาย เม็ดเหงื่อผุดพราวยิ่งปลุกเร้าหัวใจให้เต้นกระโดดไม่เป็นจังหวะ ผมปล่อยให้เขาพรมจูบไปทั่วร่างที่เปลือยเปล่า ขณะที่สมองยังคงถามตัวเองว่าทำไม ทำไมต้องเป็นเขาคนนี้ ฝ่ามือหนาสัมผัสไปทั่วสรรพางค์กาย ลูบไล้ปลอบประโลมให้สัมผัสอุ่นกายแต่เย็นเยียบที่หัวใจ ยังไงเสียเขาก็เป็นเพียงคนแปลกหน้า ยังไงเสียพรุ่งนี้เขาก็จากไป ความจริงนั้นทำให้หัวใจผมกระตุกวูบ และเหมือนว่าเขาจะรับรู้ถึงความคิดผม ริมฝีปากหยักจุมพิตลงที่เปลือกตาของผม ก่อนจะเลื่อนไล้มาที่เรียวปาก ผมให้คำตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไม แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ คืนนี้ ผมต้องการเขา
เหมือนคลื่นทะเลที่ซัดเข้าสู่ฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า เกลียวคลื่นหยอกเล้าล้อเลี่ยไล้เม็ดทราย ร่างกายเราเคลื่อนไหวสอดคล้องประสานกันเป็นหนึ่ง ในค่ำคืนที่มีเพียงแสงจากจันทร์ดวงกลมห่มร่างเราสองคน คลื่นพายุถาโถมไม่รู้เบื่อ เกลียวคลื่นร้อนแทรกไล้ไปทั่วร่าง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ถูกคลื่นทะเลโอบอุ้มลงสู่ห้วงสมุทรลึกล้ำ ดำดิ่งสู่ห้วงปรารถนาที่ไม่อาจจะถอนตัว เสียงหอบหายใจยิ่งพาให้พายุโหมกระหน่ำกระแทกกระทั้นกวาดต้อนทุกสิ่งบนผืนทราย ผมกอดรัดร่างหนาของอีกฝ่ายตอบรับความสุขที่เขาปรนเปรอปรนนิบัติ ปล่อยความรู้สึกให้ล่องลอยเหนือผืนน้ำที่เคลื่อนไหวกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะละเลียดละมุน ร่างทั้งร่างราวกับถูกน้ำทะเลโอบพยุงให้ลอยสูงจนสุดยอดคลื่น ความรู้สึกร้อนรุ่มหวาบหวามแผ่ซ่านอยู่ภายในจนใจแทบหยุดเต้น ดวงดาวบนฟากฟ้าพร่างพราวระยิบจนสายตาพร่ามัว ผมปลดปล่อยความสุขล้นในขณะที่คลื่นลูกโตซัดกระทบฝั่งทิ้งฟองขาวฟอดไว้บนหาดทราย
“นิชคุณ ผมรักคุณ” ผมได้ยินเสียงสั่นของตัวเองเอ่ยเอื้อน ทั้งๆที่ลมหายใจยังหอบไม่เป็นจังหวะ ผมพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่ดูเหมือนจะทำให้เขาพอใจ เขายิ้มให้ผม ริมฝีปากขบเข้าที่ใบหูอย่างซุกซน ผมปล่อยให้ร่างของคนตัวโตทาบทับ กอดจูบผมราวกับพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึง เม็ดฝนพรำอยู่นอกหน้าต่างเป็นเสียงขับกล่อมในราตรี ขณะที่คลื่นลมพายุกำลังจะเริ่มถาโถมอีกครั้งเพื่อเติมเต็มความปรารถนาของกันและกัน
ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเพียงเพื่อปลดปล่อยราคะและตัณหางั้นหรือ จะหาว่าผมละโมบก็ได้ ผมต้องการมากกว่านั้น ผมโหยหาไออุ่นจากคนแปลกหน้าข้างกาย แม้ในความมืด เพียงเสี้ยวหน้าที่ต้องแสงจันทร์ก็พาให้ใจสั่นไหว คุ้นเคยราวกับผูกพันกันมาแสนนาน ผมคิดว่าเขาหลับไปแล้วตอนที่ผมกอดเขา แต่ผมคิดผิด เขาขยับตัวให้ผมเข้าไปนอนซุกในอ้อมแขน ก่อนจะโอบร่างผมไว้อย่างอ่อนโยน เหมือนคนรักกัน...
“นอนเถอะนะคนดี” เขากระซิบเสียงนุ่ม ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนหน้าผาก มือหนาลูบไล้ใบหน้าอย่างที่ผมอยากคิดว่าด้วยความรักใคร่ ผมยอมให้หัวใจรับความอบอุ่นที่เอ่อล้น แล้วปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร คืนนี้ผมนอนหลับไปในอ้อมกอด ไม่ใช่ของคนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่ผมยอมปล่อยใจให้รัก...แม้เพียงแรกพบ
ผมไม่แปลกใจที่เตียงข้างกายว่างเปล่า เขาตื่นก่อนผม และจากไปก่อนที่ผมจะรู้ตัว มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับรู้สึกเจ็บปวด ไม่ควรสักนิด ผมคว้าเสื้อผ้าตัวเองที่ถูดถอดกองไว้กับพื้นขึ้นมาสวมใส่ ผมมองไปรอบห้องนี้อีกครั้ง เมื่อผมเดินออกจากที่นี่ ผมจะลืมสิ้นทุกสิ่ง ลืมชายคนนั้น แล้วกลับไปใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนเดิม แต่ในตอนนี้น้ำตาของผมกลับหลั่งรินลงมาไม่ขาดสาย งี่เง่าชะมัด ที่ตกหลุมรักเข้าอย่างง่ายดาย ผมแทบจะไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ทุกสัมผัสอุ่นยังคงอ่อนหวานชัดเจนในความทรงจำ ผมปาดหยดน้ำตาบนแก้มตัวเอง เลิกร้องไห้เสียที ผมบอกกับตัวเองให้ไปจากที่นี่ก่อนที่หัวใจจะอ่อนแอลงไปมากกว่าเดิม
สองเดือนจากคืนนั้น ผมไม่ได้ลืมมันจริงๆหรอก แต่ผมก็สามารถเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ได้ไม่เลว ผมไม่ได้เจ็บปวดด้วยความคิดถึง ไม่ได้โหยหาซึ่งไออุ่นที่โอบกอดผมในยามค่ำคืน เพียงแค่ผมหลีกเลี่ยงความเป็นจริงที่ว่าผมรักเขา มันก็ไม่ทรมานมากนัก เขาว่ากันว่าหัวใจคนเรามีวิธีปกป้องตัวมันเองจากความเจ็บปวด นั่นก็คงจริง ผมไม่ได้ลืมความรักงี่เง่าของผม แต่ผมเก็บซ่อนมันไว้ ฝังมันไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ ถ้าเราไม่ไปแตะมัน เรื่องคืนนั้นก็เป็นราวกับความฝันที่แสนเลือนลาง
แต่ภาพความฝันกลับถูกปลุกให้ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง เพราะผมจดจำใบหน้าเขาได้ดี ใบหน้าคม ที่เคยมอบรักรสหอมหวานให้แก่ผม เขาไม่เห็นผม บนท้องถนนที่วุ่นวายเขาแค่เดินผ่านผมไป แต่หัวใจของผมมันเต้นแรง ก้อนเนื้อในอกกรีดร้องจนร่างกายชาวาบ อยู่ๆก็ก้าวขาไม่ออกเสียดื้อๆ ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผมคิดถึงเขามากแค่ไหน อยากจะวิ่งเข้าไป กอดเขาให้แน่น แน่นพอที่จะทำให้เขารับรู้ว่าผมไม่ต้องการให้เขาจากไป ผมหันกลับไปมอง ภาพที่เห็นพร่าเบลอเพราะน้ำตาที่รื้นขึ้นเต็มดวงตา เขาจากไปแล้ว ไม่มีทางที่ผมจะคว้าเขามาอยู่ข้างกายได้เลย
แค่คืนๆเดียว ความรักฉาบฉวย เขาคงลืมผมไปหมดแล้ว หรือความจริงผมอาจไม่มีค่าพอให้จดจำเลยด้วยซ้ำ
ผมสูดลมหายใจ รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยเต็มที แล้วก้าวเดินไปตามเส้นทางของผมโดยไม่หันกลับไปเป็นครั้งที่สอง ฟ้าร้องครางครืนก่อนจะกระหน่ำฝนเม็ดโตลงมา ผมรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อยก็ไม่มีใครเห็นน้ำตาของผม ผู้คนรอบตัวต่างยกร่มขึ้นกางแล้วออกวิ่ง ผมรู้สึกขอบคุณอีกครั้งที่ผมไม่ได้พกร่มมา ทางเดินแออัดเริ่มโล่งบางเมื่อต่างคนต่างวิ่งหลบเข้าไปยืนในร่มของอาคารข้างทาง ไม่มีใครอยากเปียกฝน คงจะมีแต่ผมที่อยากให้เม็ดฝนช่วยชะล้างความเจ็บปวดไปจากหัวใจ ตกซ้ำๆมาที่ร่างกายให้ความเย็นเยียบเสียดแทงเข้าไปตอกย้ำว่าเรื่องเพ้อฝันของผมมันไม่มีวันเป็นจริง ตื่นเสียทีเถอะ ทั้งผมทั้งเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน และไม่มีทางรักกันได้เลย
ลมพายุหนาวเย็น หวีดหวิวเข้าถึงทรวงจิต ผมกอดตัวเองแล้วออกวิ่ง หนีจากฝนในใจที่กำลังกระหน่ำเท มากกว่าจะหนีเม็ดฝนที่ล่วงหล่นจากท้องฟ้า วิ่งหนีจากอดีต หนีจากคืนนั้น หนีให้ไกล
แต่ยิ่งหนียิ่งเจ็บ จะปฏิเสธหัวใจได้อย่างไร ว่าไม่อยากวิ่งย้อนกลับไป ตะโกนเรียกชื่อเขา ให้เขาหันมาที่ผม หันมาเห็นคนๆนี้ ที่ตกหลุมรักเขาเข้าอย่างเต็มหัวใจ รู้ตัวอีกทีขาก็พาตัวเองวิ่งไปในทิศตรงข้ามกับที่ตั้งใจเสียแล้ว ในเมื่อหัวใจเรียกร้อง ผมขอทำตามหัวใจสักครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย แม้ว่าผลสุดท้ายหัวใจอาจเจ็บปวดจนไม่อาจจะรักษาให้หายดี
และมันก็คุ้มค่ากับที่ได้ลอง
เขายืนอยู่ตรงนั้น ภายใต้ร่มสีดำ เนื้อตัวเปียกปอนและแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงบ่งบอกว่าเขาก็ผ่านการวิ่งมาไม่ต่างกัน เขาเดินตรงมาที่ผมซึ่งไม่สามารถก้าวขาต่อไปได้อีก ผมคิดว่าผมเป็นบ้าที่ได้แต่ยืนยิ้มทั้งน้ำตา ดีใจแค่ไหนกับการได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง หัวใจที่ถูกปลุกให้ตื่น เต้นแรงจนแทบจะหลุดจากอก
“อูยอง” ผมได้ยินเขาเรียกชื่อผม เสียงนุ่มที่เคยปลอบประโลมผมในคืนที่ไม่คุ้นเคย เหมือนน้ำที่ไหลลงทะเลทรายที่แห้งผาก ร่างกายผมสั่นไหว เขาอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ เพียงแค่นี้
“คนเราจะรักคนแปลกหน้าได้มั้ย” คำถามที่คงดังก้องอยู่ในใจของผม แต่เป็นเขาที่เลือกจะพูดมันออกมา
“มันเจ็บนะ” ผมตอบเขา แค่นยิ้มให้กับตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้น...” ฝ่ามือหนาประคองหน้าผมขึ้น นิ้วเรียวช่วยเช็ดน้ำตาที่ไหลริน “เราอย่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเลยนะ”
“ผมคิดถึงคุณ” เขามองสบเข้ามาที่ดวงตาของผม ยืนยันในคำพูดว่ามันเป็นความจริง ไม่ใช่เรื่องโกหกหลอกลวง เขาคิดถึงผม
“นิชคุณ...” คำๆนี้ที่ผมหลีกเลี่ยงจะไม่นึกถึงมาตลอดสองเดือน เล้นรอดออกจากริมฝีปาก ผมเรียกชื่อเขาด้วยความโหยหาในใจที่ไม่สามารถเก็บซ่อนต่อไปได้อีก
“ให้ผมได้รู้จักคุณมากกว่านี้เถอะนะ” ผมทำได้เพียงพยักหน้า ในขณะที่เขารั้งตัวผมเข้าไปในอ้อมกอด
แม้ร่างกายจะเปียกปอน แต่ภายในใจกลับอุ่นเหลือเกิน คนที่ผมรักที่สุด คิดถึงที่สุดยืนอยู่ตรงหน้าผม เป็นความจริงที่ไม่ใช่ความฝัน ฝนยังคงตกไม่ขาดสาย แต่พายุในใจกลับสงบนิ่งไม่เหลือเค้าเมฆดำ จากวันนี้เราจะไม่ใช่เพียงคนแปลกหน้าอีกต่อไป มือใหญ่กระชับมือผมแน่นพอให้รู้ว่าเขาจะไม่มีวันปล่อย ก่อนที่เราจะเดินต่อไปด้วยกัน เขาและผม จุดเริ่มต้นของความรักมันอาจเริ่มต้นจากสัมพันธ์ข้ามคืน แต่ความผูกพันต่อจากนี้ มันจะยาวนานเท่าที่ชีวิตของเราจะยังคงมีลมหายใจ
Talk{};
ไหนบอกไม่ว่าง = ='
มันมาจากไหนวะเนี่ย ฟิคเรื่องนี้ ไม่เข้าพวก
แค่อยากแต่งแบบนี้มั่งง่ะ ให้รู้ว่าเค้าก็โตแล้วนะ
(เอ่ออ ความจริงคือแก่แล้วนะ! - -)
งานเยอะ แต่ตอนนี้พักงานไว้ก่อน เพราะสอบมิดเทอม
คนอื่นอ่านหนังสือสอบกันแทบลากเลือด อินี่นั่งแต่งฟิค
เจริญญญ เกรดไม่ถึงสาม ขอทุนไม่ได้ ไม่มีตังค์ตามผู้ชายอีก ชิชะ (คิดได้แค่นี้ ฮ่าๆ)
อยากจะถามตัวเอง ว่าอ่านหนังสือสอบยังไง ให้มันออกมาเป็นอย่างงี้ - -"
จู่ๆมันก็มา จู่ๆก็อยากเขียน แล้วก็เขียนจนจบอีกต่างหาก
เอาเถอะ สั้นๆ อ่านยากลายตานิดนึงมีแต่บทบรรยายยย
ตอนเขียนจิ้นคุณ-ด้ง แต่ตอนแรกนี่ไม่มีชื่อตัวละครในเนื้อเรื่องเลยสักนิด
เลยใส่เข้าไปทีหลัง - -"
ถ้าอ่านแล้วสงสัยว่ามันจะเรียกชื่อกันอะไรนักหนาก็เพราะเหตุนี้แหละ
กลัวคนอ่านมิรู้ววว่าไผเผ็นไผ
ติ-ชมกันนิดนึง ไม่เค้ยย ไม่เคย นี่เรทสุดเท่าที่เคยแต่งมาเลยนะ!
ได้แค่นี้แหละ เค้าไม่กล้า เค้ากลัวว = =
จบเถอะ ไปอ่านหนังสือต่อ อำลาค่ะ บุ๊ยยบุย
เดี๋ยวจะเอารูปประกอบมาแปะหัวทีหลัง ให้มันเหมือนเรื่องอื่นๆ แหะๆ
edit @ 2 Aug 2010 21:20:01 by LIMEs

กินใจดีจิงๆ ฮี่ๆๆๆ ต่างคนก็ต่างคิดถึง
ดีแล้วแหละ ที่กลับมาเจอกัน ฉะเอิ้งเอยยยย
#1 By monkieiei on 2010-07-20 14:36