[Short Fiction] Abracadabra {Birthday Special}

posted on 27 Jun 2010 18:17 by woohoney in SweetKhunnie

 







“ไม่ได้ ยังไม่ใช่”

 เด็กหนุ่มส่ายหัวพลางโยนของในมือทิ้ง แล้วเริ่มลงมือทำใหม่ ฝุ่นแป้งตลบฟุ้งทำให้คนที่อยู่ด้วยแทบสำลัก


“แค่กๆ... ท่านแน่ใจว่าสูตรถูกต้องนะ ท่านศาตราจารย์ ”


“แน่สิ”


 เสียงทักท้วงจากคนอายุมากกว่าไม่ได้ทำให้เขาวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่


“ท่านไม่เห็นต้องลงมือทำเอง” เสียงพึมพำอย่างเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของเด็กหนุ่ม ซึ่งไม่ได้ดังเข้าหูเขาเลยสักนิด


“คุณผู้ช่วย หยิบถ้วยนั้นให้หน่อย” เขาไม่แม้แต่ละสายตาจากภาชนะที่บรรจุด้วยของเหลวข้นคลักตรงหน้า สมาธิจดจ่ออยู่กับการคนของเหลวนั้นไปมาด้วยจังหวะสม่ำเสมอ

คนถูกวานใช้ถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบถ้วยเล็กซึ่งปริ่มด้วยน้ำสีชมพูใสให้คนที่เขาเรียกว่าศาสตราจารย์ น้ำในถ้วยถูกเทไปรวมกับส่วนผสมอื่นในภาชนะ กลิ่นหอมคลุ้งไปทั่วห้อง ศาตราจารย์ตัวน้อยฉีกยิ้มกว้างอย่างสนุกสนาน ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยวาจา



“อบราคาดาบรา~ จงรัก จงหลง เพียงข้า คนเดียวเท่านั้น!”

















-----------------------------------------------------------------

“อูยอง นี่อะไร” ผมดึงแขนเจ้าเด็กดื้อ ที่ทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ได้รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลย


 “ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ฮะ” ดูเขาทำเข้า ท่ายักไหล่อย่างนั้น ไม่ใส่ใจอย่างนั้น คุนนี่จะคลั่งครับ


“ไม่มีอะไรได้ไง ก็เห็นอยู่ว่านาย...” ผมมองดูภาพในจอคอม เจ็บปวดจนไม่อาจพูดต่อให้จบประโยค


“มันก็แค่งานน่ะฮยอง” งาน งาน งานเปลืองตัวอย่างนี้จะทำทำไมครับ


“งานอะไร ทำไมต้องทำอย่างนั้นกันด้วยห๊ะ”


“ทีฮยองทำผมยังไม่ว่าอะไรเลยนะ” เจ้าตัวเล็กถอนหายใจเหนื่อยหน่าย


“แต่นั้นมันสคริปต์ มันเป็นบท...” ผมเถียง


“นี่ก็บทครับ ผมแค่ทำตามบทเท่านั้นเอง” เขาเถียงกลับ


“แล้วบทน่ะ ใครคิด”


“ผม” พูดจบจางอังอังก็เดินออกไปนอกห้อง กระแทกประตูปิดใส่หน้าผม






ปัง!





จุกครับ เจ็บครับ ถ้าไม่รักจะห่วงมั้ย ถ้าไม่รักจะหวงมั้ย ทำไมอูยองไม่เข้าใจผมบ้างล่ะ ไม่ได้รับ ไม่ได้รู้เลยใช่มั้ยว่าทั้งรักทั้งหวงทั้งห่วงขนาดไหน  ไม่ ไม่เคลียร์อ่ะ หนีไปดื้อๆอย่างนี้ได้ไง ผมหันไปมองภาพที่จอคอมอีกที ชัดๆจะๆเต็มๆตา



 



จางอูยองของผมกระโดดหอมแก้มอ๊กแทคยอน! แก้มผมมันไม่ดีตรงไหนทำไมไม่รู้จักหอม ไปหอมคนอื่นทำไม ใช้อะไรคิดบท คิดขึ้นมาได้ยังไง เห็นหัวผมบ้างมั้ย ทำตัวอย่างนี้มันหมายความว่าไง แล้วใช่ว่าหอมกันครั้งเดียว สี่ครั้ง! หอมไปสี่ครั้ง! ไม่ให้ผมประสาทเสียได้ยังไงกัน


“อูยอง จะไปไหน” ผมออกมาทันตอนที่เขายืนอยู่หน้าห้องจุนโฮ


“นอน ผมเหนื่อยแล้ว ทำงานทั้งวัน”


พอเห็นเขาทำตาปรือ ก็อดสงสารไม่ได้ เขาทำงานทั้งวัน ส่วนผมน่ะหรอ นั่งตีอกชกหัวตัวเองอยู่ที่บ้านตั้งแต่เห็นน้องทำอย่างนั้นลงไปนั่นแหละ


“ก็ไปนอนในห้องสิ” ผมพูดด้วยเสียงที่อ่อนลง


“ก็กำลังไปอยู่นี่ไง”

ทำไมเวลาเด็กมันดื้อ เด็กมันกวนประสาทจังครับ





ปัง!

ผมถูกประตูปิดใส่หน้า... อีกครั้ง



นอนในห้อง ห้องผมสิครับ จางอูยอง ไม่ใช่ห้องอีจุนโฮ ห้องไอ้จุนโฮมันมีที่ให้นอนที่ไหน ถ้าจะนอนอย่างนี้ก็ต้องนอนเตียงเดียวกัน เห้ย ไม่เอาอ่ะ ผมไม่ยอมนะ ยังไม่ทันที่ผมจะยื่นมือไปกระชากลูกบิด บานประตูก็ถูกเปิดออก  เจ้าตัวดีเดินออกมาประชันหน้ากับผม เฮ้อ เด็กดื้อจะกลับห้องเราแล้วใช่มั้ย ผมยิ้มให้เขาอย่างโล่งใจ


“จุนโฮนอนคนเดียวซะเต็มเตียงเลย” อังอังย่นจมูก น่าเอ็นดูชะมัด ขอบคุณบั้นท้ายอีจุนโฮ ที่ทำให้อูยองไม่มีที่นอน พรุ่งนี้จะปั่นแตงโมมาถวายสักสามเหยือก


“ไป ไปนอนห้องเราดีกว่าเนอะ” ผมกำลังจะคว้ามือเขามาจูงเข้าห้อง แต่น้องกลับยกมือขึ้นปิดปากหาว


“ไปนอนห้องพี่มินแจดีกว่า”

หือ??? แล้วจางอูยองก็เดินผ่านผมไปราวกับนิชคุณเป็นบุคคลผู้ไร้ตัวตน


“อูยองงงงงงงงงงงงอ่า........~” ผมร้องเรียกคนแก้มป่อง





ปัง!

ครั้งที่สาม
อูยองปิดประตูใส่หน้าผม





เล่นอย่างนี้ใช่มั้ย ได้!
ผมนอนกอดน้องเน่าแทนก็ได้!




โว้ยยยย งอนเว้ย




ปัง!





ผมปิดประตูห้องตัวเอง



















สามวัน สามวันแล้วที่ผมต้องนอนกอดไอ้ตุ๊กตาเก่าๆเน่าๆ ส่วนไอ้คนแก้มป่องจางอังอังของผมน่ะหรอ หนีไปนอนห้องคนนั้นคนนี้ไปทั่วไม่ซ้ำกันสักวัน พอตื่นมาก็ไปทำงานกันหมดทิ้งผมเฝ้าบ้านคนเดียว อย่าว่าจะนอนกอด หน้ายังแทบจะไม่ได้เห็น คิดถึงขนาดไปถ่ายรายการแต่งงานปลอมๆผมเผลอเรียกชื่อนูน่าเป็นอูยองน่ะคิดดู ไม่ธรรมดาแล้วนะเนี่ย มองอะไรก็เห็นเป็นแก้มอูยองไปหมด อยากกอดอยากหอม คิดถึงใจจะขาดแล้วครับ


เย็นวันนี้เป็นวันแรกที่อูยองอยู่บ้าน แต่ให้มันได้อย่างนี้สิ หัวเราะเข้าไป หัวเราะกับคนอื่นน่ะ ยิ้มเข้าไป ยิ้มให้คนอื่น คุณฮยองคนนี้ไม่สนใจเลยสินะ คุณฮยองเป็นหมาหัวเน่าสินะ


“แทคยอน... เลี้ยงหนมหน่อยดิ่” เสียงอูยองส่งเสียงอ้อนไอ้แมวดำ หมาหัวเน่ามันสู้แมวหูกางไม่ได้นี่ คดีเก่ายังไม่เคลียร์เลยนะไอ้แทค ผมหันขวับไปมองด้วยสายตาที่แทบจะเผามันให้ไหม้เป็นจุณ มันหน้าซีดปากสั่นเมื่อสบตาผม ดีแล้ว อ๊กแทคยอน ให้รู้บ้างว่าใครเป็นใคร ของของใครของใครก็ห่วง เด็กตู ตูก็ต้องหวงเฟ้ย


“ไปน้า” ตูหวง แต่เด็กไม่หวงตัวเองเลยครับ อูยองคว้าหมับเข้าที่แขนแทคยอนก่อนจะลากไอ้แมวยักษ์ออกไปข้างนอกด้วยกัน


ผมกำหมัดแน่นด้วยความโมโห


“หึๆ” เสียงหัวเราะเบาดังจากข้างหลัง ผมหันไปมอง


“ตลกมากมั้ย จุนซู” ผมส่งเสียงลอดไรฟัน


“หึๆๆ” มันยักไหล่ ก่อนจะเดินหัวเราะเข้าห้องตัวเอง เออ ไอ้นี่ท่าจะบ้า ไม่พูดไม่จาหัวเราะอยู่ได้ คนหึงแทบบ้ามันน่าหัวเราะตรงไหนห๊ะ? ใช่สิ๊ แกมันคงไม่มีคู่ แกไม่มีวันเข้าใจหรอก














ครึ่งชั่วโมง…














หนึ่งชั่วโมง...












สองชั่วโมง ... ผ่านไป






ผมลุกขึ้นเดินไปเดินมา นั่งไม่ติดแล้วครับ ไปกินกันถึงไหน จะกินจนแก้มย้วยแก้มแตกเลยหรอไง แทคยอนมันไปเลี้ยงขนมอะไร กินกันเป็นชั่วโมง นั่งป้อนกันอยู่? แล้วป้อนด้วยมือหรือป้อนด้วยปาก ยิ่งคิดยิ่งคลั่ง คงมีความสุขกันมากใช่มั้ย ถึงหายไปด้วยกันนานขนาดนี้ กลับมาเมื่อไหร่ ไอ้แทค แมวเขาว่ามีเก้าชีวิต แกเหลืออีกกี่ชีวิตวะ





ในที่สุดก็กลับมากันแล้วครับ ผมเหยียดยิ้มมุมปากประดับองค์ซาตานให้เข้าร่าง แก้มป่องเดินนำเข้ามาหน้าระรื่น ในขณะที่ไอ้คนข้างหลังยกมือไหว้ผมตั้งแต่เห็นหน้า หึ หึๆ ชะตาเมิงขาดแล้วไอ้แทค อย่าคิดว่าตูจะให้อภัยเมิงง่ายๆ


“ไปไหนกันมา”


“ชานซองงงงงงงงงง!!”


ผมกำลังจะเริ่มกระบวนการซักฟอกขาว แต่อูยองก็ตะโกนเรียกชื่อไอ้ชานซองออกมาซะก่อน กลบเสียงผมซะมิดเลยทีเดียว


“ฉันซื้อขนมมาฝากนายด้วยล่ะ” เขายื่นถุงในมือให้ชานซองที่หน้าตางัวเงีย เพราะเพิ่งถูกปลุก


“ขอบคุณนะ อูด้ง กำลังอยากกินพอดีเลย” ไม่พูดเปล่า มันหยิกแก้มย้วยของอูยองไปมา น้อยๆหน่อยไอ้ชาน ตูยืนหัวโด่อยู่นี่


“อูยอง”  ผมเรียกอูยอง แต่ก็โดนเสียงชานซองกลบซะมิด


“จุนโฮฮฮฮฮฮฮฮฮย่า..” แกจะตะโกนทำมายยย ไอ้จุนโฮก็ยืนตาตี่อยู่ข้างแกน่ะห๊ะ


“จุนโฮดูดิ่ๆ น่ากินเนอะๆ”


“อ๊ะ นี่ของนาย” อูยองยื่นอีกถุงให้จุนโฮ


“เออ น่ากินว่ะ ขอบใจนะอูยอง”


มือ มือน่ะมือ ขอบใจเฉยๆก็พอ จะเอาแขนไปโอบทำไมครับ


“นี่! จุน...”


“เฮ้ย มีไรกินมั่งวะ” จะให้ตูพูดจบประโยคมั่งได้มั้ย คราวนี้จุนซูครับ สิ้นเสียงเจ้าตัวก็โผล่ออกมาจากห้อง ก่อนจะถลามามุงถุงขนม


“นี่ ของพี่” อูยองส่ง จุนซูรับ นิ้วแตะ ตาประสาน นิชคุณยืนกัดลิ้นตัวเองครับ อยากจะหยิบไบกอนมาฉีดไล่ไอ้แมงวี่แมงวันพวกนี้ออกไปห่างๆ จางอูยองขอตู ของตูนะเฟ้ย แล้วจะยิ้มทำไมอังอัง รอยยิ้มอย่างนั้นเก็บไว้ให้คุณฮยองคนเดียวก็พอแล้ว








ไม่ไหวแล้วเว้ย





“จางอูยอง!”
ผมตะโกนสุดเสียง ชะงัดครับ ทุกคนหันมามอง ถอนมือที่รุ่มร่ามกับอูยองออกทันที หึๆ ขอเชิญทุกท่านพบกับด้านมืดของนิชคุณได้นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผมเดินย่างสามสี่ห้าขุมไปหาไอ้เด็กแก้มย้วย





“นี่ นิชคุณ!”

“ นายจะเสียงดังโวยวายทำไม กี่โมงกี่ยามแล้ว เดี๋ยวเพื่อนบ้านก็ได้มาด่าหรอก พวกนายก็เหมือนกัน อาบน้ำเข้านอนกันซะ พรุ่งนี้มีงานแต่เช้านะ” พี่มินแจโผล่มาจากห้องร่ายยาวเป็นพรืด ทำไมต้องผมครับ เมื่อกี้คนอื่นก็ตะโกนกันลั่นบ้านไม่ออกมาว่า  สิ้นคำผู้จัดการ ทุกคนก็สลายตัวเข้าห้องไปหมดในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ลืมจะหิ้วถุงขนมไปสวาปามต่อบนเตียง


“พี่มินแจ นอนด้วย” อูยองวิ่งตามมินแจเข้าห้องไป ไม่ลืมจะปิดประตูใส่หน้าผมดังปัง











แกร่ก!


“เมี๊ยววว”


ผมหันไปมองต้นเสียง ไม่ต้องเดาครับ ไอ้แทคเดินย่องอยู่มุมห้อง ตัวเมิงเล็กมาก ตูมองไม่เห็นเลยสินะ อย่าคิดหนีอีกเลย วันตายของเจ้ามาถึงแล้ว อ๊กแทคยอน ตัวข้าพ่อเทพบุตรนิชคุณจะลงทัณฑ์เจ้าเอง


“ฮัลโหลๆ ครับ พี่เจย์ กำลังจะออกไปครับ รอก่อนนะครับ” มันยิ้มฟันขาวให้ผม นิ้วชี้ไปที่โทรศัพท์ในมือ


“พี่เจย์โทรมาน่ะ ฉันไปก่อนน้า”


แล้วมันก็วิ่งสี่คูณร้อยเมตรออกไป





สัสส ชิท นี่มันวันอะไรวะเนี่ย!!

อยากจะเอาหัวโขกกำแพงตายให้รู้แล้วรู้รอด

ปวดประสาทเว้ย




















วันอะไร อ่อ...วันเกิด


โอ๊ยย กร้ากก น้องวางแผนหลอกเมินพี่ใช่มั้ย เกือบหลงกล ดีนะคนหล่อฉลาด ไหวตัวทัน ผมมองนาฬิกาสี่ทุ่มครึ่ง เดี๋ยวคอยดูๆเที่ยงคืนปุ๊ปน้องต้องเข้ามาง้อชัวร์ คุนนี่ฟันธง แผนอย่างนี้มันเก่าไปแล้ว อังอังเอ้ย ทำไว้ซะแสบ อย่าคิดว่านิชคุณจะยอมง่ายๆ อย่างนี้ต้องเล่นตัว ให้น้องมันอ้อน ต้องน่ารัก น่ารักแน่ครับ แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว เหอๆ  = =


ผมไปอาบน้ำนอนรอในห้องดีกว่า ผมใส่ชุดนอนเก่าๆโทรมๆ นอนกอดน้องเน่า หันหน้าเข้ากำแพง ผ้าห่มไม่ห่มครับ จุดนี้ต้องทำตัวน่าสงสาร เด็กมันจะได้รู้สึกผิดที่ทอดทิ้งผมให้โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา ผมเตรียมน้ำตาเทียมไว้ใกล้มือ น้องเข้ามาเมื่อไหร่จะได้หยิบมาหยอดได้ทันท่วงที




ผมมองหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือ ตัวเลขเรืองแสงบอกเวลาในความมืด ผมนับถอยหลังในใจ





สิบ




เก้า




แปด




เจ็ด





หก






น้ำตาเทียมหยอดไว้เลยละกัน





ห้า




สี่




สาม




แกร่ก... ผมได้ยินเสียงคนเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก



สอง





หนึ่ง




.................

“อ้าว อูยอง ยังไม่นอน?” เสียงชานซองที่คงออกมานอนในห้องนั่งเล่นเอ่ยทักแก้มป่อง นั่นไง ทำไมซื้อหวยไม่ถูกมั่ง จะมาง้อเค้าแล้วใช่มั้ย อังอังที่รัก


“เปล่า ออกมากินน้ำเฉยๆอ่ะ เดี๋ยวไปนอนต่อแระ”


ห๊ะ?... หือ พูดเล่นใช่มั้ยครับ นอนตงนอนต่ออะไร นี่มันวันเกิดผมนะ วันเกิดผม น้องต้องมาง้อผมดิ่


เสียงประตูปิด แล้วก็เงียบ....


ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครเดินมาหน้าห้อง ไม่มีใครเปิดประตู ไม่มีใครก้าวเท้าเข้ามา ไม่มีเสียงออดอ้อน ไม่มีแก้มป่องมาง้อ มีแต่ผม น้องเน่า กำแพง และขวดน้ำตาเทียมที่คงไม่ต้องใช้อีกต่อไป




เพราะน้ำตาจริงๆมันไหลออกมาแล้วน่ะสิ




อย่างนี้สินะ ที่เรียกว่า..น้อยใจ
คืนพิเศษของผม กลับเป็นคืนที่ผมต้องนอนกอดตัวเองให้หลับไปทั้งน้ำตา
ผมจะหัวล้านมั้ย ถ้าผมกลายเป็นคนขี้ใจน้อยอ่ะ...



































อุ่น...


สัมผัสอุ่นโอบกอดจากข้างหลัง กระชับแน่นจนอุ่นไปทั้งหัวใจ ผมคงฝันไป ถึงเป็นเช่นนั้นมันก็เป็นฝันที่ผมไม่อยากลืมตาตื่นเลย เสียงคุ้นหูที่ผมโหยหากระซิบเบา


“คุณฮยอง”


นี่ใช่มั้ยที่ผมเฝ้าคอย เสียงของคนๆนี้ไม่ใช่หรอ อ้อมกอดอุ่นๆนี้ อยากจะหันกลับไปกอดเสียเต็มที แต่ก็กลัวเหลือเกิน หากผมขยับตัว ทุกอย่างจะหายไป ภาพความฝันที่แสนหวานจะสลายจากผมไป


แต่เมื่อผมนิ่ง…


คนข้างหลังกลับยิ่งซุกซน มือเล็กแกล้งไล้นิ้วเรียวไต่เล่นไปตามลำตัว ฝันอะไรประหลาดๆนะเรา



เมื่อผมยังไม่สนใจ…


กำปั้นเล็กก็ทุบเข้าที่แผ่นหลัง



“โอ๊ย”


ฝันอะไรเรียกร้องความสนใจชะมัด ผมลืมตาขึ้น ความรู้สึกเจ็บยังระบมอยู่ที่หลังเป็นเครื่องยืนยันว่าผมไม่ได้ฝันไป รวมทั้งสัมผัสอุ่นที่ยังโอบกอดผมไว้แน่นก็ไม่ได้จางหาย อะไรกันจางอูยอง ผมพลิกตัวกลับไปมองหน้าเจ้าตัวดีที่ส่งยิ้มกว้างให้ผม


“สุขสันต์วันเกิดครับ นิชคุณ”


แล้วแก้มป่องก็ซุกหน้าเข้าที่อกผม กอดแน่นที่บอกว่าเขาก็คิดถึงผมไม่ต่างกัน


“ผมขอโทษนะ ไม่โกรธนะครับ”


ผมว่าจะกอดเขากลับ แต่ก็เปลี่ยนใจ ไอ้โกรธน่ะหายโกรธตั้งแต่เห็นหน้าแล้วล่ะครับ แต่ที่ยังนิ่ง เพราะเพิ่งเห็นว่าน้องใส่ชุดอะไรอยู่ เสื้อขาวเนื้อบางคว้านคอลึกจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน ผมกลืนน้ำลายลงคอ รวบรวมสมาธิที่เริ่มเตลิดเตลิง


“ยังไม่หายโกรธหรอ” ยิ่งผมนิ่ง เขาก็ยิ่งเบียดตัวเข้ามาใกล้ จนผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเขาชัดเจน


“อย่าโกรธเลยน้า ผมมีอะไรจะให้ฮยองด้วยนะ” อังอังส่งเสียงออดอ้อนเหมือนลูกแมว ก่อนจะยิ้มทะเล้น มือเล็กจับมือผมแน่นก่อนจะดึงให้ลุกขึ้นนั่ง เพราะร่างกายเคลื่อนไหวเลยทำให้เสื้อบางที่หมิ่นเหม่หล่นจากหัวไหล่เผยไหล่