[Short Fiction] Heartbeat

posted on 16 Jun 2010 19:00 by woohoney  in JunsuPanda









“คลอดเร็วๆนะ มีลูกเยอะๆล่ะ”




ผมเป็นผู้ชาย ยังไม่แต่งงานและไม่ได้กำลังตั้งครรภ์  แล้วใครก็ได้ช่วยบอกผมทีสิครับว่า ประโยคที่ออกมาจากปากไอ้หน้าหล่อตรงหน้า มันพูดกับคิมจุนซูจริงๆ



“ตูไม่ได้ท้องเฟ้ยย...”



หมับ!



เสียงผมดูเหมือนจะหายไปทันทีเมื่อโดนหมีรัดร่างผมเข้าไปกอด คุณเมิงจะฟังกระผมพูดให้จบก่อนได้ปะครับ



“โชคดีนะพี่”


เออ.. โชคดีแน่ไอ้ชานซอง ถ้าไม่ขาดอากาศหายใจตายไปซะก่อนนะ ผมผลักมันออกอย่างยากเย็น เมื่อร่างกายเป็นอิสระผมสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธ์เข้าปอดเฮือกใหญ่


“พี่อยู่คนเดียวได้แน่นะ” จุนโฮถามผม


“ได้ๆได้สิ” ผมตอบมันไป มันยิ้มจนตาเป็นขีดเดียว นายเหอะ จะไปไหนรอดมั้ย มองโลกแคบขนาดนี้


“กลับแดกูมั้ย” ผมหันไปมองคนพูด คนเดียวกับที่หาว่าผมท้องนั่นแหละ ความจริงผมก็ไม่ควรโทษเขานะครับ เขาเป็นคนต่างชาติ มันก็ต้องมีพูดผิดอะไรกันบ้าง ถ้าไม่ติดว่ามันรู้ว่าผิดแต่ก็ยังจะพูดอีก ไอ้ครั้งแรกนี่ยังพอเข้าใจ แต่ไอ้ครั้งต่อๆไปนี่ จงใจกวนเบื้องล่างชัดๆ


“ไม่เป็นไร ไอ้คุณ ฉันอยู่ได้”


“นึกว่าจะอยากกลับไปคลอดที่บ้านเกิด” แล้วเทวดานิชคุณก็ระเบิดหัวเราะด้วยใบหน้าที่สวยงาม หึ.. อย่างแกมันซาตานฝังในชัดๆ


“พวกนายไปกันเหอะ เดี๋ยวตกเครื่องบินนะ” ผมโบกมือไล่พวกมันหยอยๆ ด้วยรอยยิ้มชื่นอย่างหาที่สุดไม่ได้




“ครับ ไปแล้วนะ”


หมับ!




ฮึก...หายใจไม่ออก จะกอดไรตูนักหนา คราวนี้ไม่ใช่ไอ้หมีคนเดียวแต่มันเล่นกรูเข้ามาทีเดียวสี่คน ปิดทางหนีทีไล่ หน้าหลังซ้ายขวาไว้มิดชิด ไม่กะให้ได้รับออกซิเจนเลยทีเดียว ไอ้พวกนี้นี่ เมิงอาลัยอาวรณ์ตูขนาดนี้ไม่จับตูพับยัดกระเป๋าเลยล่ะครับ


“เอ่อ...พี่” อูยองสะพายกระเป๋าเป้อ้วนๆสีน้ำเงินขึ้นพาดไล่ตอนที่หันมาพูดกับผมที่กำลังสูดออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมอง

“พี่จำจียอนได้ป่ะ” จียอน.... จียอนไหนหว่า เฮ้ย หรือผมจะขาดออกซิเจนจนสมองฝ่อเลยความจำเสื่อม


“จำไม่ได้” ผมตอบพลางผลักร่างโตๆของมักเน่ออกไปนอกประตู ตามด้วยกระเป๋าที่อัดแน่นไปด้วยเสบียงอาหาร มันกลัวอดอยากขนาดนั้น? ไปอเมริกานะได้ข่าว ไม่ใช่แอฟริกา


“เธอเพิ่งเสียเมื่อเช้า น่าสงสารนะ สภาพแทบดูไม่ได้ หน้านี่เละ ตาหลุดออกมาจากเบ้า แขนขาหักหมด” เหวยยย.. ไปวิ่งชนรถถังมาหรอครับ ถึงผมจะจำไม่ได้ แต่ยังไงผมก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ นอนหลับให้สบาย RIP ครับ


“เธอคงเสียใจนะที่พี่จำเธอไม่ได้ เธอเป็นแฟนคลับพี่เลยนะ เธอคงอยากเจอพี่” อูยองยิ้มบางๆให้ผม ดวงตารื้นชื้น ถ้าดูเผินๆเหมือนกำลังแสดงความเสียใจ แต่ผมมองได้ลึกกว่านั้น ภายใต้แก้มอูมน่ารักนั่น... มันคือยาพิษ เมิงคิดว่าตูกลัวผีหรอ อย่ามาขู่เสียให้ยาก ไม่ต้องขู่...ตูก็กลัวเองได้เว้ย


“ไปเลยแก” ผมไล่ไอ้คนที่เริ่มกระพือขนตาปริบๆ ทำหน้าซึ้ง


“ไปกันเถอะครับอังอัง อย่ากวนคนท้องเลยครับ อารมณ์ขึ้นๆลงๆ” พ่อเทพบุตรซาตานโอบไหล่ไอ้แก้มยาพิษ พลางหันมายิ้มให้ผม จ้ะ พ่อคนยิ้มหวาน นี่ถ้าไม่ติดว่าเข่าไม่ดีจะเตะมันคนละป้าบให้หายหมั่นไส้ ไปทำงานทำยังกะจะไปฮันนีมูน สองคนนี่นรกส่งมาให้คู่กันชัดๆ นั่นไม่ทันขาดคำ สบกันเข้าไปน่ะ ตาน่ะ เยิ้มซะ เดี๋ยวก็ท้องก่อนแต่งหรอกเห้ย ผมโบกมือไล่พวกมันให้ไปไกลๆสายตา


ผ่านไปสิบนาที ในที่สุดผมก็กวาดต้อนน้องๆที่น่ารักบ้างไม่น่ารักบ้างทั้งสี่คนพร้อมกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่เท่าบ้านออกไปนอกห้องได้สำเร็จ


 “พี่ดูแลตัวเองด้วยนะ” จุนโฮบอกผม คนชื่อจุน นี่น่ารักทุกคนนะครับ ผมยืนยันได้ ดูจุนโฮสิ เป็นห่วงเป็นใยผมตลอด ไม่เคยกวนประสาทผมเลย ไม่เหมือนไอ้พวกที่เหลือ ไม่ใช่ว่ามันไม่ห่วงผมหรอกครับ แค่พวกมันมีวิธีแสดงออกแบบแปลกๆ เท่านั้นเอง แต่ผมก็รักทุกคนนะครับ เพราะคนชื่อจุนน่ารัก นิสัยดี ไหนจะทั้งหล่อ ทั้งเสียงดี โดยเฉพาะคนชื่อจุนซูจะดูดีเป็นพิเศษ เชื่อผมสิครับ เพราะผมชื่อจุนซูครับ 

“อื้อ” ผมตอบรับน้องจุน


“ไม่ดื้อไม่ซนนะครับ” จุนโฮพูดต่อ นี่แกเห็นฉันเป็นเด็กหรอไงวะ ผมน่ารักเรียบร้อยนะครับ ไม่เคยดื้อเคยซนปีนท่อปีนหน้าต่างจริงๆนะ ผมพยักหน้ารับมันอย่างเสียไม่ได้ขี้เกียจเถียงครับ


 “ดูแลบ้านด้วย” อูยองครับ ห่วงความเรียบร้อยของบ้านมากกว่าพี่มันอีก ไม่ต้องห่วง ตูจะสตาฟไว้สภาพนี้เลย ไม่ทำบ้านพังแน่นอน


“ฝากเลี้ยงปลาในเฟสด้วยนะครับ” ชานซอง ไอ้เด็กติดเกม ปลาในเฟสเอามาทอดกินไม่ได้นะเว้ย


 “เก็บผักให้ผมด้วย” จุนโฮน้องพี่ แกอย่าเป็นไปกับเขาอีกคนได้มั้ยเนี่ย


 “ฝากอบเค้กด้วยนะ” ได้ครับนิชคุณ ไอม์กอนนาบีอบเค้ก ให้นะครับ



“อื้ออๆๆๆ” ผมรับไปงั้นๆแหละ เอาเหอะๆ สั่งเสียกันมาให้หมด แล้วไปๆกันสักที  ก่อนเมิงจะสรรหาอะไรมาฝากตูทำอีก





“บ๊ายยย บาย”

ผมตะโกนลาด้วยเสียงที่ดังกว่าพวกมันสี่คนรวมกันแล้วปิดประตูลงกลอนทันที


โล่ง........


อิสรภาพ ไม่ต้องทำงาน ไม่มีน้องคอยกวน สุดยอด! อยากจะโห่ร้องเป็นภาษาโปรตุเกสติดแต่ว่าพูดไม่เป็นด้วยความปิติเป็นอย่างยิ่ง


อย่าเข้าใจผมผิดนะ ผมก็เสียใจ ที่ผมไม่ได้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่อเมริกากับเพื่อนๆในวง  ไม่ได้ไปหาแฟนๆที่น่ารัก และกุ๊กกิ๊กทั้งหลายแหล่ของผม คิมจุนซูขอโทษ แต่ไม่มีเหตุผลที่ผมจะต้องนั่งจมอยู่กับโชคชะตาที่เลวร้ายของตัวเองนี่ครับ มันแย่พออยู่แล้วที่ผมต้องเต้นจนเข่าพัง ผมไม่จำเป็นต้องทำให้ชีวิตต้องแย่ลงไปอีกด้วยการนั่งซึมเศร้าหงอยเหงาหว้าเหว่เพียงลำพัง ผมขอใช้โอกาสนี้....




ผมคว้าโทรศัพท์มากดโทรออกทันที หัวใจพองโตแทบจะติดปีกบิน ลัลล้า... อิสรภาพในอากาศช่างหอมหวาน

เสียงรอสายดังอยู่สองที ก่อนจะมีคนรับ


“จีจี้ ไปเที่ยวกับซูซู่นะ”

“ห๊ะ เที่ยว คืนนี้หรอ”

“เอ่อ...ดิ่”

“ตูอยู่ญี่ปุ่น”

“ไปทำไรญี่ปุ่น”

“ตู้ดด ตู้ดดด”

ตุ้บ! แพล่ก ! เสียงหัวใจผมตกลงพื้น แถมยังโดนเหยียบกระทืบซ้ำจนแตกแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี


เวร ไอ้ควอนจียง เมิงหนีตูไปญี่ปุ่นไม่พอ ยังจะตัดสายกันอีก คอยดูเมิงกลับมาเมื่อไหร่ ตูจะเอาเตารีดไปรีดหน้าไอ้กาโฮให้หน้าเรียบเลยวุ้ย ชีวิตจุนเคช่างหว้าเหว่ เคว้งคว้าง หอมันกว้างเกินไปที่จะอยู่คนเดียว มันทั้งเงียบทั้งวังเวง อ้างว้าง โดดเดี่ยว เดียวดาย แถมยัง...





พรึ่บ!




ไฟดับครับ



โว้ย... ให้มันได้งี้สิ  จุนเคอยากร้องไห้ ผมหยิบมือถือส่องไฟไปรอบห้องมืดสนิท โดดเดี่ยวเดียวดายแถมยังมืดมนอีกต่างหาก ผมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากลางห้องนั่งเล่น ไม่มีที่ไปแล้วนี่หว่า ...








“can you feel my heartbeat…..”

โทรศัพท์ในมือสั่น ปลุกให้ผมตื่น เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า ผมมองหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด

คุณมี 1 ข้อความใหม่

ผมกดเปิด ชื่อคนส่ง ระบุว่า นิกคุน

แดกู~ จะขึ้นเครื่องแล้วนะ ดูแลตัวเองด้วย หายไวๆ ตามมาเร็วๆ พวกเรารอนายอยู่


หึ... เกือบจะซึ้งแล้วครับ ถ้ามันไม่ได้ปิดท้ายว่า

ปล.อยู่คนเดียว ระวังนะ คึ คึ คึ

คึๆ บ้างเมิง เมิงจะให้ตูระวังอะไร จู่ๆหน้าไอ้อูยองก็ลอยเข้ามาในหัว


“พี่จำจียอนได้ป่ะ”



จียอน...


“เธอคงเสียใจนะที่พี่จำเธอไม่ได้ เธอเป็นแฟนคลับพี่เลยนะ เธอคงอยากเจอพี่”


เธออยากเจอผม แล้วเธอจะมาหาผมมั้ย?


“หน้านี่เละ ตาหลุดออกมาจากเบ้า แขนขาหักหมด”



ทำไมจู่ๆผมถึงรู้สึกเสียงสันหลังวาบ ผมเบียดตัวจนแทบจะรวมร่างเข้ากับโซฟาโดยไม่รู้ตัว บ้าน่า.. คิดอะไร ก็รู้อยู่ว่าไอ้พวกนั้นมันแกล้ง แล้วผมจะบ้าจี้ตามพวกมันไปทำไม อย่าไปกลัวดิ่ อย่าไปกลัว


 







กริกๆ



เสียงใครบางคนกำลังไขประตูเข้ามา ผมพลิกตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟา เผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว ประตูเปิดออกช้าๆ เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดพาให้ขนแขนลุกชัน ผมเพ่งมองไปที่ร่างของคนที่เดินเข้ามาข้างใน แต่ก็เห็นเป็นเพียงเงาดำทะมึนที่รูปร่างบิดเบี้ยวพิกล ร่างนั้นเคลื่อนที่เข้าใกล้ผม ผมอยากจะถอยหนีหรอกนะ ถ้าไม่ติดว่าผมไม่สามารถขยับตัวได้ ไม่อาจแม้แต่จะหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม เสียงหัวใจเต้นตึกๆ









“อ้ากกกกกกกกกกกก”




“เห้ยยยยยย”

ผมร้องขึ้นด้วยความตกใจ ตกใจไอ้เสียงตะโกนลั่นของคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่นี่แหละ ห๊ะ อะไรวะ มันจะร้องทำไม ผมต้องเป็นคนกลัวมันไม่ใช่หรอ ผมสะดุ้งขึ้นยืนบนโซฟา




“เฮ้ย อะไรกัน” เสียงที่สามดังขึ้น พร้อมดวงไฟที่เริ่มกระพริบปริบๆ ตามด้วยแสงสว่างที่อาบไปทั่วห้อง ร่างของคนสองคนปรากฏชัดสู่สายตา



 “ไอ้แทค พี่มินแจ” ผมร้องออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือนในความมืด


“โหย มานั่งไรมืดๆเนี่ย เค้าตกใจหมด” ไอ้อ๊ก เมิงอย่ามาแอ๊บแบ๊ว อุบาทว์ลูกตาตูมาก ผมทำหน้าหงิกใส่ไอ้คนตัวโตที่กำลังทำหน้าอังอัง อูยองมันทำแล้วยังน่ารักนะ แต่กับอ๊กแทคยอนเนี่ย ขอเหอะครับ


 “ไฟมันดับเว้ย” ผมล้มตัวลงนอนกระดิกเท้าบนโซฟาตามเดิม แต่ไฟมันมาได้จังหวะเนอะ ไอ้พวกนี้เข้ามาปุ๊บไฟติดปั๊บ


“ดับอะไร นายไม่ยอมเปิดมันต่างหาก” พี่มินแจเถียงขึ้น ทำให้เท้าผมหยุดกระดิก อะไรนะ...


“ฉันเพิ่งกดเปิดมันเมื่อกี้เนี่ย”


แต่ผมยังไม่ได้แตะสวิชต์ไฟเลยสักนิด สาบานได้...


แล้วใครปิด?


ผมกลืนน้ำลายหนืดลงคอ  มินแจ และแทคยอนดูจะไม่สนใจเรื่องไฟดับของผม ทั้งสองคนพากันแยกย้ายเข้าห้องตัวเอง ทิ้งให้ผมนอนอยู่ห้องนั่งเล่นคนเดียว มันโหวงๆว่ามั้ย เรื่องไรจะอยู่คนเดียวละครับ ผมวิ่งกะเผลกๆตามหลังแทคยอนเข้าไปในห้อง







ครืดๆๆ








แทคยอนลากกระเป๋าใบโตออกมาไว้กลางห้อง ก่อนจะรื้อเสื้อผ้าในตู้แล้วโยนลงไปข้างใน ผมหยิบกางเกงสีชมพูลายมิคกี้เม้าส์ขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วพับให้เขา เขามองผมกลับด้วยความแปลกใจ แปลกใจอะไร คิดถูกแล้วครับ ผมมาพับผ้าให้มันอย่างนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ


“ฉันว่านายอยู่เป็นเพื่อนฉันดีกว่านะ”


“อะไรของนาย”


“ฉันเจ็บเข่านะเว้ย แกจะทิ้งฉันให้อยู่คนเดียวหรอวะ แกเป็นรูมเมทฉันนะ แกต้องคอยดูแลฉันดิ่” ผมหว่านล้อม มันหันมาขมวดคิ้วใส่ผมหนึ่งทีจนหน้าผากเป็นริ้วๆ ก่อนจะหันกลับไปจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าต่อ ถ้าการโยนโครมๆนั่นเรียกว่าจัดนะ


“แทคยอน แทคยอนอ่า” ถึงตูจะไม่ใช่แอ๊บตัวพ่อ แบ๊วตัวแม่เหมือนเมิงกับอูยอง แต่ตูก็แอ๊บแบ๊วเป็นนะเว้ย “นายทิ้งฉันลงหรอ นายจะทิ้งฉันหรอ ถ้าไม่มีนายฉันจะนอนหลับลงได้ยังไง”


“ฉันกลับมาทีไรก็เห็นนายชิงหลับไปก่อนฉันทุกที มันหลับไม่ลงตรงไหนวะ” ก็จริง แต่มันไม่เหมือนกันนะอ๊ก


“นายไม่เห็นหรอ พวกนั้นมันไปเป็นคู่ๆ นายจะไปเป็นส่วนเกินหรอ อึดอัดตายเลย ยิ่งไอ้คุณไอ้ด้งช่วงนี้ยิ่งสวีทออกนอกหน้า แกจะไปกับพวกมันทำมายยยย” เชื่อสิ เรื่องนี้คิมจุนซูรู้ดี คนไม่มีคู่น่ะมันช่างโดดเดี่ยวและอ้างว้าง นายคงไม่อยากเป็นอย่างนั้นใช่มั้ย


“นายเป็นเมนวอคอลลิสใช่ปะ”


“อือ” แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน?


“ฉันก็เป็นเมนแรปเปอร์ไง แล้วนายลองคิดดูถ้ามันหายไปทีเดียวพร้อมกันสองคน วงจะเป็นไง”


โห... ไอ้นิ่แม่มจริงจังกับชีวิต


“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า จุนโฮมันก็อยู่ทั้งคน มันเหมาคนเดียวหมดได้อยู่แล้ว ให้มันร้องคนเดียวทั้งเพลงมันก็ทำได้”


“แฟนๆเขาจะรู้สึกยังไง” หน้าตามันนิ่งขรึมจริงจังและเรียบตึง จนผมไม่กล้าเถียงต่อ แต่มันคงกลัวผมเครียดไปหรืออย่างไรไม่ทราบ หรือกลัวหน้าจะไม่ย่น?


“แฟนคลับฉันยิ่งเยอะๆด้วย ไม่ไปหา เดี๋ยวแฟนเสียใจแย่ โฮะๆๆๆ” แล้วไอ้คนพูดก็เอามือป้องปากหัวเราะด้วยความภาคภูมิใจ รับเตารีดไปรีดหน้าเรียบอีกสักคนมั้ย นี่ถ้าไม่ติดว่ากำลังง้อให้มันอยู่ด้วย อยากจะหาอะไรยัดปากมันจริงๆครับ


“นายกลัวเหงาก็กลับแดกูไปดิ่” ตูไม่ได้กลัวเหงา ตูกลัวผี


“แทคยอนนนน อยู่กับฉันเถอะนะ”


ผมยื้อซิปกระเป๋ากับแทคยอนไม่ให้มันรูดปิด ไอ้นี่ก็แรงควาย วุ้ย ตูเจ็บมือหมด







ปังๆ!




เย้ยย ผมปล่อยมือกระโดดขึ้นเตียงโดยอัตโนมัติ ใครเคาะ แล้วประตูจะสั่นไปไหน ผมจ้องมองบานประตูที่สั่นไหว ราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ไอ้แทค อ้ายแทค อย่าเปิดดดดดดดดด







“แทคยอน จัดของเสร็จยัง ไปได้แล้ว”

พี่มินแจ... - -“

เคาะประตูเบาๆไม่ได้หรอครับ อย่าบ้าพลังดิ่ คิมจุนซูยิ่งขวัญอ่อนอยู่ แทคยอนรูดซิปปิดกระเป๋าใบอ้วนกลม

“เสร็จแล้ว” มันแสยะยิ้มฟันยื่นให้ผม “ไปละน้า”

เออ ไปได้ไปเลย ไม่ง้อแล้วเว้ย ตูไม่บอกเมิงหรอก ไม่บอกหรอก...














ว่าตูเอาบอกเซอร์เมิงออกมาหมดแล้ว หึๆ





“อยู่บ้านดีๆนะ บ๊ายบาย” แทคยอนพูดกับผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินจากไป เมิงยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองสินะ ได้กลับด้านเอบีซีดีแน่เมิง บานประตูปิดลง หอพักกลับมาเงียบสงัด ทิ้งให้จุนทูดาเคเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารักอีกครั้ง หวังว่าไฟจะไม่ดับอีกนะ





ปิ๊บบๆๆ





ไม่ทันขาดคำ ไฟมันกระพริบอีกแล้วครับ อย่านะเว้ย อย่าดับนะ…
ก็แค่ไฟกระพริบ อย่าไปกลัวดิ่ อย่าไปกลัว
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆสองสามทีเพื่อตั้งสติ it’s gonna be okay .. it’s gonna be fine…





“กริ๊งงๆๆๆ กริ๊ง~”




โทรศัพท์แผดเสียงร้องดังกว่าปกติ เพราะห้องมันเงียบกว่าปกติ ใครโทรมาวะ โทรเข้าหอทำแป๊ะอะไร ไม่รับได้ปะ จะโทรหาคิมจุนซูก็โทรเข้ามือถือสิครับ



“กริ๊งงงงง....”


วางๆไปสักทีดิ่ ตูไม่รับเฟ้ย



“กริ๊งงงงงงงง”

เสียงโทรศัพท์มันต้องผ่านการวิเคราะห์มาแล้วแน่ๆ ว่าเป็นเสียงที่น่ารำคาญที่สุดในโลก จนไม่มีใครสามารถทนฟังแล้วอยู่เฉยๆได้ ผมคว้าหูโทรศัพท์



“ยอบอเซโย”

“.................”

“ยอบอเซโย”

เมิงหลอกให้กุรับ แต่เมิงก็ไม่พูดนี่นะ


“ใครครับ”


“แค่กๆ...” ปลายสายส่งเสียงไอใส่ผม เมิงไม่สบายก็ไปโรงบาลดิ่ โทรหาผมทำไม


“นั่นใครครับ”


“@#%^&()(*%#%$%” เสียงขลุกขลักที่ฟังแทบไม่เป็นภาษาตอบกลับมา ตามด้วยเสียงซ่า แล้วก็เงียบลงอีกครั้ง โทรผิดป่าววะเนี่ย ผมกำลังจะวางสาย ตอนที่เสียงทุ้มต่ำตะโกนกราดเกรี้ยวผ่านปลายสายมากระชากขั้วหัวใจให้หล่นตุ้บ





“คิมจุนซู!”







ผมเขวี้ยงโทรศัพท์ลงพื้น ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
เสียงน่ากลัวนั่น... เรียกชื่อผม




ปิ๊บบๆๆ





ไฟกระพริบอีกครั้ง


ไม่อยู่มันแล้วเว้ย
ผมคว้ากระเป๋าหลุยส์ แว่นกันแดด และหมวกกุ๊ดจี่ ลาล่ะครับ หอพักแสนสุขของทูพีเอ็ม












---------------------------------------------------------------------


กลางวันแสกๆ คงไม่มีอะไรใช่ปะ ผมไม่ได้กลับหอมาครบอาทิตย์นึงแล้วครับ ผมเปิดประตูหอพักแล้วก้าวเข้ามาข้างใน สภาพยังเหมือนเดิมไม่มีผิด รกยังไงก็รกอยู่อย่างนั้น ผมกลับมาเก็บกระเป๋าครับ ในที่สุดเข่าผมก็หายทันที่จะไปทัวร์อเมริกากับน้องๆ รอกันหน่อยนะ คิมจุนซูมาแว้ววววว อารมณ์ผมมันแช่มชื่นจนเกินจะกลัวผีแล้วครับจุดนี้ อีกอย่างผีคงไม่นั่งรอจะหลอกผมอยู่ทั้งอาทิตย์หรอกใช่มั้ย ป่านนี้คงไปผุดไปเกิดจนมีลูกมีหลานเป็นขโยงไปแล้ว แต่เพื่อความสบายใจผมเดินไปดึงสายโทรศัพท์ออก ถ้าแม่มยังดังได้อีกจะได้วิ่งครับ ไม่ต้องไปเสียเวลารับมันแล้ว


ผมเดินทางพรุ่งนี้เช้าครับ แต่ผมต้องจัดของตั้งแต่วันนี้ สไตล์มันเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เดี๋ยวจะผิดหลักซูก๋า เสียชื่อหมด การจัดกระเป๋าเราใช่ว่าจะสักแต่ว่าโยนเสื้อผ้าลงโครมๆ ไม่ได้ดูเลยว่าบอกเซอร์โดนสอยออกมาหมดเหมือนไอ้แทคยอนได้เสียเมื่อไหร่ เราต้องจัดเสื้อผ้าให้เข้าชุด มิกซ์แอนด์แมตช์กันไว้ให้เรียบร้อย จะได้ไม่ไปลำบากที่นู่น ผมเปิดตู้เสื้อผ้า เสื้อขาวเสื้อดำ มิกซ์ง่าย กางเกงม่วงเป็นไง เรียบๆ less is more ... เสร็จไปหนึ่งลุคส์ แล้วเอายังไงอีกดี… ผมฮัมเพลงด้วยเสียงอันไพเราะของตัวเองพลางเลือกเสื้อผ้าจากในตู้


นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาว่าผ่านไปแล้วสองชั่วโมง ผมลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เสื้อผ้าถูกจัดลงกระเป๋าไว้อย่างสวยงาม ผมว่าผมก็ไม่ได้เอาเสื้อผ้าไปเยอะเท่าไหร่นะ แต่ทำไมกระเป๋ามันแน่นจัง ผมนั่งทับกระเป๋าก่อนจะรูดซิปปิดมันให้เรียบร้อย ไม่ทับแล้วมันปิดไม่ลงอ่ะ ผมเอาไปไม่เยอะจริงๆครับ สงสัยเสื้อมันจะหนาไป หรือไม่ก็โดนลมแล้วมันบวม แล้วใช่เสื้อผ้าผมคนเดียวซะที่ไหน ผมเอาบอกเซอร์ไปฝากไอ้แทคมันด้วยนะ กลัวมันกลับจนถึงด้านแซ่ดไปซะก่อน คนอย่างเจ้านั่นเรื่องซกมกยิ่งถนัดอยู่

เสื้อผ้าพร้อม แอสเสสเซอรรี่พร้อม เครื่องสำอางค์พร้อม ไอพอด ไอโฟน แบล็กเบอรรี่พร้อม โอเค ผมว่าผมเตรียมของเสร็จแล้วนะ


ผมเหล่มองน้องแมคขาวอวบ ไม่เอาน้องไปด้วยได้ไง แต่ก่อนจะเก็บน้องลงกระเป๋าขอเล่นก่อนแล้วกันนะครับ ทิ้งน้องแมคอยู่บ้านคนเดียวตั้งหลายวัน เหงาแย่ มาม๊ะๆ คืนนี้จะนอนกับน้องแมค น้องแมคอยู่เป็นเพื่อนพี่ซูนะครับ น้องแมคห้ามดับนะครับ ไฟจะดับ ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง น้องแมคก็อย่าทิ้งพี่ซูนะครับ พี่ซูมีน้องแมคอยู่คนเดียว



ทุ่มครึ่ง ผมเคลื่อนย้ายตัวเองออกจากห้องนอนไปห้องครัว หยิบซองมาม่ารสต้มยำกุ้งที่ไอ้คุณพกมาจากประเทศไทยออกมาฉีกใส่ชาม ผมเตรียมจะไปต้มน้ำ แต่กาน้ำกลับมีน้ำอยู่เสียเต็มแถมยังเสียบปลั้กไฟไว้อีกต่างหาก ซวยแล้วไง นี่ผมต้มน้ำคาไว้ทั้งอาทิตย์เลยหรอ ดีที่ไฟไม่ไหม้ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว น้ำมันก็ต้มอยู่แล้ว ผมกดน้ำใส่ชาม ปิดฝาทิ้งไว้สามนาทีตามที่ระบุไว้ข้างซอง ระหว่างรอผมหยิบไอ้กระป๋องเย็นๆที่ทูพีเอ็มเป็นพรีเซนเตอร์จากในตู้เย็นมาจิบ โค้กน่ะครับ ไม่ใช่แคส อยากได้อย่างหลังเหมือนกัน แต่หมดเกลี้ยงตู้เย็นเลย โจรมาขโมยตอนผมไม่อยู่เปล่าเนี่ย หรือผีมันรอหลอกผมนานเลยแอบมาซดไปหมด ดีครับ ป่านนี้คงเมาแอ๋ ไม่มีปัญญามาหลอกมาหลอนผมแล้ว



ผมจัดการไอ้บะหมี่อิมพอร์ตจนหมด แล้วเคลื่อนตัวไปอาบน้ำก่อนจะมานั่งจุ้มปุ้กหน้าน้องแมคต่อ  ผมกำลังทำเพลงไว้ให้แฟนอยู่ครับ แฟน...  แฟนคลับน่ะครับ ผมใส่หูฟังปิดตัวเองจากโลกภายนอกแล้วเข้าสู่โลกแห่งเสียงดนตรีโดยสมบูรณ์  แต่ผมคงเล่นเพลินไปหน่อย นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน


หนาว... คืนนี้มันหนาวแปลกๆ ผมหยิบเสื้อมาใส่คลุมเสื้อกล้ามย้วยที่ผมใช้ใส่เป็นชุดนอน




คริกๆ



ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง ผมหรี่เสียงหูฟังลง


เงียบ...


ผมคงหูฝาด หรือจะฟังเพลงเยอะไปจนหูแว่ว
อย่างนี้ไม่ดีแน่ๆ จะทำเพลงต่อได้ไงครับ ถ้าหูเพี้ยน




ผมถอดหูฟังออก ตัดสินใจจะไปหาน้ำกินสักหน่อย แต่สิ่งที่ผมเจอกลับทำให้ผมขนลุกเกรียว ห้องนั่งเล่นมืดสนิท ใช่นี่มันเป็นตอนกลางคืนจะให้สว่างโร่เหมือนตอนกลางวันคงไม่ได้ แต่ผมไม่ได้ปิดไฟ ผมยืนยันได้ ถึงผมจะขี้ลืมไปบ้างแต่เรื่องนี้ผมไม่ได้ลืมแน่ๆ ผมเปิดไฟทิ้งไว้ก่อนจะเข้าไปนั่งในห้อง แล้วทำไมมันมืด? ผมอยู่บ้านคนเดียว ไฟไม่ได้ตั้งเวลาเปิดปิดไว้แน่ๆ


ตึก ตึก...


เสียงหัวใจผมเต้นรัว ขณะที่มือเริ่มสั่นไหว ผมโดนดีเข้าอีกแล้วหรอ ผมไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่นะครับ

ผมกำลังจะกลับเข้าไปในห้อง ตอนที่ได้ยินเสียงเรียก


“จุนซู...” เสียงแหบพร่าเรียกชื่อผม หูแว่ว ผมต้องหูแว่วแน่ๆ ผมหลับตาปี๋


หูเพี้ยน... ผมแค่หูเพี้ยน


ตึก ตึก...


“คิมจุนซู”


เสียงนั่นดังขึ้นชัดเจน ชัดจนยากจะเชื่อว่าเป็นเพียงหูที่ฝาดไปเอง


ลมหายใจผมขาดห้วงไปชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่ดังกระหน่ำยังกับเสียงกลองรัว และเสียงเดินลากเท้าของใครอีกคนที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้


ตึก.. ตึก...


“แค่กๆ”

เสียงที่แสดงถึงของเหลวข้นคลั่กในลำคอ ฟังดูน่ากลัวปนสะอิดสะเอียนน่าคลื่นไส้

ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามา...



ตึก ตึก...


เอายังไงดีล่ะ คิมจุนซู


ใกล้จนผมเริ่มเห็นเงาดำเป็นรูปร่าง ในใจผมอยากจะกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาจากลำคอที่ตีบตัน




ปัง!


เสียงประตูห้องผมปิดดังจนหัวใจผมแทบหลุดออกมาจากอก




วิ่งอย่างนี้ต้องวิ่ง ผมยกขาที่หนักอึ้งแล้วออกวิ่งไปด้านตรงข้ามกับที่เงาดำกำลังเคลื่อนที่มา

“แค่กๆ”
เสียงไล่หลัง ที่ทำให้แผ่นหลังผมสะท้านเย็นวาบ



ต้องวิ่งเร็วกว่านี้... หนี .. หนีจากที่นี่


เจ็บ...


เข่าที่บาดเจ็บยังไม่หายดี พอเริ่มวิ่ง แรงกระแทกทำให้ปวดร้าวจนแทบยืนไม่ไหว แต่เพราะความหวาดกลัวมันสั่งให้ผมวิ่งต่อไป ผมพาร่างกายกระโผลกกระเผลกมาถึงหน้าประตูหอ ผมจับลูกบิด แต่บานประตูไม่ยอมเปิดออก




ตึก.. ตึก..

เปิดสิเว้ย… เปิดสิ




ตึก.. ตึก..ตึก.. ตึก..


แรงฮึดที่ใช้วิ่งมาหมดลงดื้อๆ พร้อมกับความหวังที่ริบหรี่ลงทุกขณะ ความเจ็บปวดจากหัวเข่าแล่นผล่านไปทั่วร่าง จนไม่สามารถทรงตัวได้อีก ผมล้มไปนั่งกองกับพื้น มือจับลูกบิดให้หมุนอย่างไร้เรี่ยวแรง


“จุนซู” เสียงแหบพร่ากระซิบเรียกชื่อผม แผ่วเบา แต่ก็เพียงพอให้หัวใจหยุดเต้น ฝ่ามือสีขาวซีดยื่นพ้นความมืด สัมผัสเย็นเยียบบีบที่หัวไหล่ ผมหลับตา น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ผมพยายามจะสวดมนต์แต่สมองผมเหมือนถูกแช่แข็ง ผมไม่สามารถนึกอะไรออกได้ ความกลัวแผ่ซ่านไปทั้งตัวจนสั่นเทิ้ม


“ทำไมเพิ่งกลับมา ฉันรอนายอยู่ตั้งนาน” ผมปล่อยสะอื้นออกมา เมื่อได้ยินเสียงต่ำพูดกับผม ผมไม่ควรกลับมา ไม่ควรกลับมาเลย


“ฉันมาอยู่เป็นเพื่อนนาย” ใครเขาอยากให้มาอยู่เป็นเพื่อนกัน ใคร... ผมไม่ต้องการ


“ไม่ ไม่ต้อง ไปซะ” ผมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทา



“ฉันไปไหนไม่ได้” เสียงนั่นตอบกลับมาตามด้วยเสียงไอโคกๆสลับกับเสียงหัวเราะแหบแห้ง ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมผมต้องเจอเรื่องแบบนี้ ทำไม...



















































 
 
 
 
 
 
 
 
 


---------------------------------------------------------------------

“หมูน้อย มานี่” เสียงคนพี่เรียกคนแก้มอูมมานั่งด้วย

“คุณฮยองอ่า ผมไม่ใช่หมูน้อยสักหน่อย” คนถูกเรียกบ่นมุบมิบ แต่ก็เดินมาหาเขาแต่โดยดี

“ก็อังอังอ้วนๆกลมๆ เหมือนลูกหมูเลย” นิชคุณพูดพลางรวบคนน้องมานั่งตัก

“อ้วนก็ไม่ต้องรักสิ ปล่อยเลยๆ” อูยองทำแก้มพองลม พลางฟาดมือไปที่ท่อนแขนที่กอดเอวตัวเองอยู่

“ไม่ปล่อย ยิ่งอ้วน ยิ่งน่ารัก ยิ่งน่ากอด” ไม่พูดเปล่า ยังแอบหอมแก้มนิ่มๆเข้าเสียฟอดใหญ่ ในขณะที่คนบนตักเขินอายแก้มแดง จนต้องเปลี่ยนเรื่องคุย


“พรุ่งนี้พี่จุนซูจะมาแล้วนี่”

“ครับ” นิชคุณตอบพลางยิ้มให้คนน้องอย่างเอ็นดู

“สงสารพี่มินแจเนอะ” คนแก้มป่องถอนหายใจ

“ใช่ อดมาเที่ยวกับพวกเราเลย”

“พี่จุนซูนี่จริงๆเลย แทคยอนโกรธแทบแย่ตอนที่รู้โดนพี่เขาสอยบ็อกเซอร์ออกจากกระเป๋า”

“แต่มันก็ไปขโมยบ็อกเซอร์พี่มินแจมาอีกที”

“พี่มินแจเลยต้องอยู่เกาหลีคนเดียวเลย แถมพี่จุนซูดันไม่ยอมกลับหออีกต่างหาก” อูยองพูดพลางส่ายหัวไปมา

“น่าสงสาร เหงาแย่ จุนซูมันพักฟื้นยังไงของมัน บ้านช่องยังไม่กลับเลย”

“พี่มินแจน่าจะมาพร้อมพี่จุนซูเนอะ”

“พี่เขาไม่สบายนี่ครับ มาไม่ได้อีก”

“เฮ้อ...”

“วันนี้จุนซูคงกลับหอแล้วใช่มั้ย ต้องกลับไปเก็บของนี่” นิชคุณเอ่ยถามคนบนตัก

“อืมม” อูยองพยักหน้า ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้



“ว่าแต่พี่จุนซูจะรู้มั้ยว่าพี่มินแจยังอยู่ที่หออะ?”

















































 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Talk{};
 
บอกเซอร์ เป็นเหตุสินะ = ='
อ่านเข้าใจกันบ่?

ตอนนี้เกิดจากความหมั่นไส้ส่วนตัวที่มีต่อคิมจุนซูโดยเฉพาะ -0- โฮะๆ
เพราะรักหรอก จึงหยอกเล่น
ตอนแรกกะจะให้เจอผีจริงๆ แต่ก็สงสารไง เลยหักมุมตอนจบแบบเสื่อมๆ

คิมจุนซูนี่น่ารักเนอะ ซูเอ๋อ ซูก๋า
ถ้าซูไม่เอ๋อไม่รักนะเนี่ย ฮ่าๆๆ


Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

5555 ขำจุนซูอะ

พี่มินแจ แกล้งน้อง แต่ด้งก็ทำพี่เค้านิเนอะเลยคิดมากมากมายเลย

ขอบคุณนะคะ

#1 By Kitty on 2010-06-28 11:39

โอยฮามากๆเลยค่ะ
ทำไมเอนิสัยจริงแต่ละคนมาเปิดเผยแบบนี้หละค่ะ55555+
แต่ละคนฮา+กวน&รั่วดีจริงๆ
ชอบที่บอกคุณด้งนรกส่งมาอะขำมากเลย
อยู่ด้วยกันคงพากันแกล้งคนอื่นแน่ๆอะ55

แล้วคิมทูเดอะเคย์ๆๆๆๆค่ะ
เค้าสงสารตะเองนะ
ด้งมันทิ้งให้มโนวว่ามีผีเปนไงหละ
จะพาจี้จี้กะไม่อยู่เลยต้องหนีออกนอกบ้านเพราะกลัวผี5555+

แล้วคุณด้งมาหวานอะไรค่ะเค้าเขิล>.<

ปล.เค้ากะรักพ่อยกจอมแจมคจซ.แหละไร้เตอร์
น่ารักจะตายไปแต่เค้ากะชอบจิกกัดประจำเวลาเหนในรูป+คลิปเยอะๆ-.-

#2 By gitta (124.121.247.138) on 2010-09-12 13:41

ให้ตายเหอะ รีดเดอร์อ่านไปยังเสียวไป
งื๊อออออออออออ
ก็อยู่ข้างล่างคนเดียว แถมดึกแล้ว
อ่ะนะ กลัวเชียว
ขอโทษไรเตอร์ที่เรื่องนี้ไม่ได้อ่านทุกตัวอักษรน่ะ แบบข้าม ๆ หน่อย
ถ้าเป็นตอนกลางวันเราคงอ่านครบทุกบรรทัด ขอโทษจริง ๆ YY

#3 By Cloud World (58.9.34.84) on 2010-10-11 23:44

ทีเเรกนึกว่าซูจะโดน ทีไหนได้พี่มินเเจนั่นเอง แหมตกใจกันเสียเเทบเเย่ ตอนอ้อนเเทคนี่ไม่ไหวเเล้วนะห้าๅ

#4 By punn (202.91.18.201) on 2011-05-12 00:27

ตลกมากเลยค่ะ ชอบๆ เขียนได้น่ารักมากอ่าาา cry

#5 By ~iii~ (58.9.159.175) on 2011-05-14 02:45

ขออภัยที่เค้าต้องอ่านบางตอนข้ามๆ แบบเร็วๆ
ก็เค้าอยู่บ้านคนเดียวนี่นา ถึงตอนจบจะหักมุมแต่ก็ยังน่ากลัวอยู่ดีหละ
อ่า ไม่น่าอ่านตอนนี้เลย แล้วคืนนี้จะนอนหลับได้เยี่ยงไร
อ๊ากกก...T T

#6 By U (180.214.211.195) on 2012-02-22 02:02

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

น่าสงสารปู่คิมอ่ะ

ไม่ขนหัวลุกไปแล้วเร๊อะ

ขอบคุณนะคะopen-mounthed smile

#7 By khunnai (49.48.91.229) on 2012-04-07 19:58

โอยยยยยยยยย ขำ ขำจนน้ำตาไหล ทั้งสงสาร ทั้งขำ

ไม่รู้สงสารใครมากกว่า ระหว่าคิมจุนซู กับ พี่มินแจ

พวกที่เหลือก็ทั้งกวน ทั้งป่วนได้โล่ห์จริงๆ

โดยเฉพาะน้องจียอน นึกอยู่นาน พอนึกออก ขำแทบตาย 555

#8 By YuMiTan (103.7.57.18|27.55.6.47) on 2012-05-07 13:10