[Short Fiction] Still With You
posted on 14 Jun 2010 19:13 by woohoney in SweetKhunnie
“ นา นา นา นา นา…~
Nu abo …~~ ”
ผมเดินฮัมเพลงพร้อมโชว์เสตปเต้นท่าผะแป้งตอนเดินเข้าหอพัก (เผื่อนึกไม่ออกคลิ้กชมเลยลูก) อารมณ์ดีสิครับ ในที่สุดความฝันอันสูงสุดของชีวิตก็เป็นจริงสักที พ่อครับแม่ครับ วันนี้นิชคุณแต่งงานแล้วครับ ! ผมจะไม่ทำให้เสียชื่อผู้ชายไทย จะทำให้สาวจีนสาวเกาหลีไหลเข้าประเทศนะครับ ไม่เสียดุลย์การค้าแน่นอน
ถึงแม้จะเป็นการแต่งปลอมๆก็เหอะ แต่เมียสวย แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ ทีนี้ล่ะ อูยองจะได้เลิกอวดสักที เบื่อจะฟัง น้องซอลลี่ อย่างงู้นอย่างงี้ ถึงขั้นใฝ่ฝันจะย้ายไปอยู่วงf(x) แค่เป็นเอ็มซีร่วมทำเป็นเพ้อ แต่นี่พี่ได้แต่งงานเลยนะไอ้น้อง สะใจโว้ย ยิ่งเห็นหน้าตอนผมชวนมันไปร้องคาราโอเกะ ผมไม่ได้บอกเขาก่อนหรอกครับว่าที่ชวนน่ะจะเปิดตัวภรรยา เจอหน้าภรรยาผมเข้าไป เป็นไงล่ะอึ้งมั้ย แต่จะว่าไปผมยังเคืองอยู่หน่อยนะ พอมันหายอึ้งมันก็เล่นเผาผมให้วิคตอเรียนูน่าฟังซะอย่างนั้น เผาที่อื่นน่ะเผาได้ ผมไม่ว่า แต่ต่อหน้าภรรยาพี่ขอมีภาพพจน์นิดนึงได้ป่ะ นึกแล้วเซ็ง เดี๋ยวมีเคลียร์ๆ
ยิ่งไอ้เรื่องแว่นนั่นอีก ผมอุตส่าห์กำชับให้อูยองใส่มา ไม่ใช่อะไรหรอก ผมจะโชว์ไงครับว่าผมซื้อของขวัญให้น้อง เป็นพี่ชายที่แสนน่ารัก ไหนจะหล่อแล้วยังนิสัยดีมีน้ำใจอีกต่างหาก
“แว่นนี่ คุณฮยองเขาซื้อให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดครับ”
หึ หึ ทำหน้าที่ได้ดีมากไอ้น้อง เดี๋ยวพี่จะยกน้องเมียให้ แต่อย่างนายต้องแอมเบอร์นะ เหมาะสม
“แต่ความจริงเขาซื้อเพราะคนขายสวยครับ เข้าไปคุยกันอยู่ตั้งนานสองนาน แทบจะเหมาเขาหมดร้านน่ะครับ สุดท้ายแฟนเจ้าของร้านมา วิ่งหนีกันแทบไม่ทัน ฮ่าๆๆ”
เหอะ ตลกมากมั้ย? ที่เข้าไปซื้อเพราะใครกันที่บอกอยากได้? ไม่อยากจะขัดใจ บนเครื่องบินก็ร้องไห้จะเป็นจะตายหาว่าวันเกิดแล้วไม่มีคนสนใจ จนต้องเลี้ยงกันบนเครื่องบินให้แอร์โฮสเตสมาด่า พอถึงเมกาก็อ้อนเอาๆให้ผมพาเที่ยว บอกจะไปหาเอ็มเจ นี่ผมก็ตามใจทุกอย่างแล้วนะ พอบอกอยากได้อะไรผมก็เข้าไปซื้อให้กลัวจะน้อยใจขึ้นมาอีก แต่เผอิญคนขายเป็นคนไทยเลยคุยกันนานหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนที่วิ่งหนี วิ่งหนีแฟนคลับครับ แค่มันจังหวะเดียวกับที่แฟนพี่คนขายออกมา ไอ้เจ้านี่ก็เอามาเล่าซะผมเสียหาย มันน่ามั้ยเนี่ย กลับบ้านไปคอยดู คุนนี่จะงอน ไม่สอนอังกฤษ ไม่สอนเปียโน ทีนี้อย่ามาทำแก้มป่องอ้อนอีกล่ะ ไม่ใจอ่อนด้วยหรอก หึ
แต่ตอนนี้ปล่อยไปก่อน นิ่งไว้ครับ เราต้องนิ่งไว้ ต่อหน้ากล้อง ต่อหน้าภรรยา เดี๋ยวเสียภาพพจน์
“เวลาคุณฮยองเมานะฮะ อ้วกซะหมดสภาพ แถมยังบ่นๆอะไรไม่รู้อีก บ่นทีเดียวสามภาษา”
ถึงผมจะเมาแต่ผมก็ทำไปโดยไม่รู้ตัวนะครับ = =
“เวลานอนเขาก็นอนกรนด้วยนะครับ นูน่าซื้อที่อุดหูไว้รึยังครับ”
แล้วนายซื้อที่อุดปากไว้รึยัง รีบๆซื้อซะนะ ก่อนฉันจะช่วยอุด
“ก้ากกกกกๆๆๆๆๆๆๆ”
เฮ้ย... ไอ้นี่ท่าจะบ้า กินอะไรผิดสำแดงมาวะ ดูล้นๆเกินๆ อยู่ดีๆก็หัวเราะซะดัง หรือเมาชาเขียว
“กลับบ้านได้แล้ว สี่ทุ่มแล้ว เด็กน้อย” ผมเดินเข้าไปลูบหัวเด็กป่อยๆ ในสายตานูน่าต้องมองว่าผมเป็นพี่ชายที่แสนดีเป็นห่วงเป็นใยน้องแน่ๆใช่มั้ยครับ กลัวน้องนอนดึกครับเดี๋ยวแก้มแฟ่บหมด
“ผมยังไม่ได้ร้องเพลงเลย” เด็กน้อยโวยครับ ได้ข่าวว่าแกเจ็บคอ แกจะร้องทำไมฮะ ไม่ต้องมาทำหน้าอังอัง ไม่ใจอ่อนเว้ย
ไม่...
“เออ ก็ได้ เพลงเดียวนะ”
แล้วจางอังอังก็หยิบรีโมทจิ้มๆเลือกเพลงทันที
“ผมร้องให้พวกพี่นะ ยินดีด้วยครับ”
“...~ ชีกืม แน อับเพ อันนืน ซารัมมืล ซารังแฮโด ทเวลกาโย
(ฉันรักคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันได้มั๊ย)
ทุกืนกอรีนืน มัมมือโร คือแดเอเก โกแบกฮัลเกโย
(ฉันขอยอมรับกับคุณด้วยหัวใจที่กำลังเต้นรัว)
โชชีมซือรอบเก แยกี ฮัลแรโย ยงกี แนบลแรโย
(ฉันมีบางอย่างอยากจะบอกกับคุณ ฉันต้องกล้าหาญมาก . . . ที่จะพูดมัน)
นา โยนืลบุทอ คือแดรืล ซารังแฮโด ทเวลกาโย
(จากวันนี้ไป ฉันรักคุณได้มั๊ย) .... ~~”
“แน กา คือแดรืล ซารังแฮโด ทเวลกาโย…”
(ฉันรักคุณได้มั้ย?)
ขอปาดน้ำตาหนึ่งที เกือบหายโกรธน่ะครับ ก็อูยองอ่าร้องซะเพราะเลย ขนาดเสียงแหบนะเนี่ย แต่นี่มันแผนตบหัวแล้วลูบหลังใช่มั้ย ไม่ได้..ไม่ได้ ผมไม่หลงกลหรอกครับ ผมแย่งไมค์จากมือ เปิดประตูห้องแล้วอันเชิญเขาออกไปอย่างนุ่มนวล ผมนั่งคุยกับภรรยาผมต่อนิดหน่อย แล้วก็ไปส่งวิคตอเรียนูน่าที่หอ กว่าจะได้กลับหอตัวเองก็เกือบตีสอง แต่ผมรู้สมาชิกวงผมยังไม่นอนกันหรอก พรุ่งนี้ไม่มีงาน ป่านนี้คงนั่งหน้าสลอนกันอยู่ในห้องนั่งเล่น เตรียมปากไว้แซวผมเต็มที่
“เฮ้ยๆ เจ้าบ่าวกลับมาแล้วเว้ย” นั่นไง ก้าวเท้าเข้ามาปุ๊ปเสียงไอ้อ๊กแคทแมวในสภาพจองอูก็ดังขึ้น เมิงกลับมาไม่คิดจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยใช่มั้ย
“กลับมาทำไมอ่ะ แต่งงานวันแรก ไม่นอนกับเมียวะ” ทะลึ่งละ ไอ้จุนทูดาเค เดี๋ยวพ่อเตะให้ขาเดี้ยงอีกรอบ
“ฮยองซื้อไรมากินมั่ง หิว” แล้วที่ปากแกคาบอะไรอยู่ ไม่ได้กินอยู่หรอกหรอ ไอ้ชาน ตีสองนะเห้ย นี่ก็อีกคนเดี๋ยวจับส่งกลับโรงบาล แล้วจุนโฮจะโห่ฮิ้วอะไรทุกประโยคที่คนอื่นพูดครับ ไม่มีบทสินะ
เดี๋ยวก่อน หนึ่ง สอง สาม สี่ …
หายไปไหนคนนึง?
“อูยองไปไหนอ่ะ”
“อยู่ในห้องน่ะ” จุนโฮขอบทมาตอบผม
สงสัยจะอ่านหนังสือ อูยองเขาขยันครับ จริงจังกับการเรียนภาษาอังกฤษมากจนบางทีก็น่ารำคาญ ไม่ใช่ไรหรอก เรียนน่ะเรียนคนเดียวไม่พอ ต้องมาบังคับให้ผมสอน คอยถามศัพท์อยู่ตลอดเวลาไม่ให้หลับให้นอน คือผมอยากถามเขาว่าดิกชันนารีก็มีนะ เปิดดูก็ได้ ผมเป็นคนไม่ใช่ทอล์คกิ้งดิก แต่สุดท้ายต่อให้ผมจะง่วงจะเหนื่อยยังไงผมก็ต้องลุกขึ้นมาสอนเขาอยู่ดีละครับ ผมแพ้แก้มเด็ก ก็เด็กมันน่ารัก แต่วันนี้น่ารักไปเถอะครับ ไม่สอนครับ ผมงอน
ผมเปิดประตูเข้าห้อง ปั้นหน้าโกรธไว้พร้อม บอกแล้วว่ามีเคลียร์แน่ๆ เผาผมซะไม่เหลือชิ้นดีอย่างนั้น แต่ผิดคาดโต๊ะทำงานว่างเปล่าไม่มีคนแก้มป่องนั่งจุ้มปุ้กเหมือนที่คิดไว้ ไปไหนหว่า ผมมองหาใต้โต๊ะ ตู้ เตียง ก็ไม่พบ หรือจะนอนข้างบน ก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะน้องผมกลัวความสูงครับ มาแย่งที่นอนชั้นล่างผมนอนทุกที แต่เขาว่าของหายมักอยู่ในที่ใกล้ตัวที่เราไม่คาดคิด เขาอยู่บนนั้นล่ะ
“อูยอง อูยองอ่า”
ไม่มีเสียงตอบรับจากแก้มป่องที่ท่านเรียก
อย่างนี้เขาเรียกว่าหลับหนีปัญหารึเปล่าครับ ผมยังไม่ทันแกล้งเขาคืนเลย ไม่เป็นไรครับ พรุ่งนี้ยังมี จะแกล้งให้ตกเตียงเลยคอยดู คราวนี้ไม่เอาตัวไปรับแล้วด้วย ปล่อยให้หล่นไปจูบพื้นกระเบื้องซะให้เข็ด พูดเล่นนะครับ ผมออกจะรักน้องเอ็นดูน้อง แต่ยังไงผมก็เอาคืนน้องแน่ๆครับ ส่วนวิธีอะไร พรุ่งนี้ค่อยคิดละกัน
ผมออกจากห้องน้ำมาพร้อมชุดนอนสปอนจ์บ็อบสีเหลืองอ๋อยหนึ่งในของขวัญวันเกิดที่ผมซื้อให้จางอูยอง แต่เขาไม่ยอมใส่ ผมเลยยึดมาใส่เอง ก็เห็นชอบสีเหลืองเลยซื้อให้ ดันไม่กล้าใส่ซะอย่างนั้น ชุดนอนใส่ไปใครเขาจะเห็น ไม่ได้ให้ใส่ไปเที่ยวข้างนอกสักหน่อย แค่นี้ทำเป็นอาย ก็แค่มีลายสปอนจ์บ็อบแลบลิ้นอยู่ที่ก้นพอดีแค่นั้นอ่ะ อังอังใส่คงน่ารักจะตาย ผมใช้เวลาอาบน้ำสระผมขัดขี้ไคลแคะขี้หูไปหนึ่งชั่วโมงถ้วน ตีสามแล้วสินะ ผมปิดไฟแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง วันนี้เตียงดูจะโล่งเป็นพิเศษเมื่อไม่มีคนมานอนเบียด
เตียงโล่ง...
ต้องดิ้นโว้ย ไม่ได้นอนเยียดแข้งเยียดขาเต็มที่มาหลายคืนแล้วครับ ตั้งแต่อูยองมันหอบผ้าหอบผ่อนมานอนด้วย ผมก็นึกว่าจะมานอนข้างบน ที่ไหนได้มาแย่งที่นอนผมซะงั้น เรื่องอะไรจะยอมให้นอนอย่างเป็นสุข ที่นอนผมนี่ครับ ผมพลิกตัวกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอนขนาดสามฟุตครึ่งที่ตอนนี้ดูจะกว้างขวางราวกับสนามฟุตบอลพลางฮัมเพลงของศรีภรรยาไปด้วย
“mystery mystery มล รา มล รา ... ~”
“ฮึก...”
เฮ้ย เสียงใคร
ผมรู้ครับว่าผมหน้าตาดี มีเสน่ห์ดึงดูดคนทุกเพศทุกวัย แต่... ไอ้ที่ไม่ใช่คนนี่ ยังไม่เคยเจอ ไม่อยากเจอด้วย อย่ามาหลงสเสน่ห์นิชคุณเลยครับ
“ฮือ... ฮืออ”
สะอื้นยาวเลยครับทีนี้ ว่าแต่เสียงคุ้นๆ เสียงเหมือนอูยองเลย
ผมลุกขึ้นจากที่นอน ใจนึงก็กลัว กลัวจะเจอดี แต่ใจนึงก็ห่วงน้องครับ ถ้าเป็นเสียงน้องร้องไห้จริงยังไงผมก็ต้องไปดูใช่มั้ย ไม่เป็นไรครับผมกำพระไว้ในมือ ผีเกาหลีนี่กลัวพระปะครับ
“อูยอง”
เงียบ...
เอาแล้วไง เมื่อกี้เสียงใครครับ
ผมเดินไปกดสวิตช์ไฟให้เปิด ผีคงไม่กล้าโผล่มาตอนสว่างๆใช่มั้ยครับ แต่ถ้าโผล่มาทีนี่คงเห็นเป็นตัวต้อนๆเลยนะ ผมหลับตาปี๋ตอนที่ไฟยังกระพริบปริบๆ หลอนสิครับ พอแน่ใจว่าห้องสว่างดีแล้วผมถึงลืมตาขึ้นมา ผมมองขึ้นไปบนเตียง
ผีเผอไม่กลัวแล้วครับ ใครมันทำน้องกรูร้องไห้!
ยุงยังไม่เคยให้ไต่ ไรไม่เคยให้ตอม แล้วใครมันมาเล่นที่เผลอทำน้องผมร้องไห้ครับ
“อังอัง เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไม”
“ฮึก... ฮือ ฮืออ”
“อูยอง อูยองอ่า... ไม่ร้องนะครับ” ผมปีนไปนั่งปลายเตียงอูยอง เขานอนหันหลังให้ผม ซุกหน้าลงกับหมอนขาว เสียงสะอื้นอู้อี้ที่ดังเข้าหูทำให้ผมรู้สึกผิดที่ดูแลน้องไม่ดี
ผมน่าจะรู้นะครับว่าเขามีเรื่องไม่สบายใจอยู่ ตั้งแต่ที่เขาทำตัวร่าเริงผิดปกติ เด็กคนนี้แปลกครับ เหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าลมจนล้นจนเกิน แทนที่จะหยุด กลับเป่าลมเข้าไปต่อ ปล่อยให้ลอย ลอยขึ้นสูง จนผิวลูกโป่งมันบางจนฝืนอากาศที่อัดอั้นไว้ภายในไม่ไหวนั่นแหละถึงจะระเบิดออกมา เศษลูกโป่งมันถึงกระจุยกระจายไม่มีชิ้นดี ลูกโป่งมันควรเป็นสัญลักษณ์ของความสดใสร่าเริงไม่ใช่หรอจางอูยอง นายควรจะสดใสร่าเริงไม่ใช่หรอ...
เรื่องอะไรกันนะ ทำให้นายร้องไห้หนักขนาดนี้
“อย่าร้องไห้เลยนะ...”
“Close your eyes, go to sleep
Know my love is all around you
Dream in peace, when you wake
You will know I'm still with you…~”
(กดplay เพื่อรับฟังเสียงนิชคุณ กดขยายเพื่อดูหน้าอังอังตอนฟังเสียงนิชคุณ)
ผมกดนิ้วลงบนคีย์บอร์ด ร้องเพลงให้คนที่ไม่รู้จะมีอารมณ์ฟังผมรึป่าวฟัง แค่อยากให้เขาสบายใจ แค่อยากให้รู้ว่าเขายังมีผม ผมเล่นจนจบเพลง คนบนเตียงยังนอนนิ่ง ที่ทำให้ผมพอจะสบายใจขึ้นได้คือเสียงหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอขึ้น ไม่ได้สะอึกสะอื้นเหมือนก่อนหน้านี้
“อูยอง”
“อื้อ” ในที่สุดคนแก้มป่องก็มีสัญญาณตอบรับมาให้ผม แปลกที่คำขานห้วนๆสามารถทำให้ผมยิ้มได้
“ฉันปิดไฟนะ นอนซะละ”
แล้วห้องก็กลับสู่ความมืดอีกครั้ง ผมนั่งลงบนเตียง ลังเลว่าควรจะนอนลงดีมั้ย อูยองคงไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย สุดท้ายผมก็ฝืนความง่วงงุนไม่ไหว ผมเอนตัวลงบนที่นอนนุ่ม ทันทีที่เปลือกตาหนักอึ้งปิดลง ผมก็ได้ยินเสียงเรียกจากเตียงข้างบน
“คุณฮยอง”
“ครับ มีไรครับ” ผมตอบทั้งๆที่ตายังปิดอยู่
“เพลงเมื่อกี้...” เสียงพูดประโยคถัดไปมันดังอยู่ข้างเตียงผม “ฮยองร้องว่าอะไรอ่ะ”
ผมลืมตาดูเจ้าตัวดีที่ร้องไห้จนตาบวมแดงก่ำ ยืนยิ้มให้ผม น้องยิ้มได้ผมก็ยิ้มด้วยครับ ถึงสภาพน้องจะแอบน่ากลัวไปสักหน่อย ยิ่งมืดๆอย่างนี้ ดีนะที่ผมมันไม่ยาว ไม่งั้นมีผวาครับ
“ผมอยากรู้ความหมายอ่ะ”
ผมเขยิบที่ให้อูยองมานั่งบนเตียง แต่น้องไม่นั่งอะ เขาล้มตัวลงมานอนตาแป๋วข้างผมเฉย
“ก็... แปลว่า ให้หลับตา แล้วไปนอนซะ”
“แล้วไงต่อ”
ทำไมจู่ๆผมก็รู้สึกเขินที่จะพูดต่อล่ะครับ ยิ่งเห็นหน้าคนที่ตั้งใจรอฟัง อังอัง อย่ามาแบ๊วได้มั้ย ... แต่มันก็แค่เนื้อเพลงนี่ครับ เนื้อเพลงที่ผมร้องให้เขาฟัง
“โปรดรู้เอาไว้ว่ารักของฉันอยู่รอบตัวเธอ...” ทำไมอังอังต้องยิ้มด้วยครับ เขาเอานิ้วจิ้มแก้มผมให้พูดต่อ
“ฝันอย่างสงบ” จู่ๆคนตรงหน้าก็หลบสายตาผมเสียอย่างนั้น หัวใจผมเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ผมต้องไปให้หมอดูซะแล้ว ผมอาจเป็นโรคหัวใจ ถ้าหัวใจวายตายขึ้นมาใครจะดูแลคนแก้มป่องคนนี้ล่ะครับ เกิดร้องไห้ขี้มูกโป่งขึ้นมาอีก ใครจะปลอบ ถึงจะมีผมก็ไม่ให้ปลอบอ่ะ ผมหวง
“เมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอจะรู้ว่าฉันยังอยู่กับเธอ...”
ผมรู้สึกว่าปลอกหมอนมันเปียกๆ อังอังน้ำตาซึมอีกแล้ว ผมดึงตัวเขามากอดปลอบ เฮ้อ... น้องใครน้า ขี้แงเป็นบ้า
“ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่ร้องนะ”
“ฮึก.. จริงๆนะ ฮืออ..”
“อืมม ร้องไห้ทำไมนักหนาหึ ฉันไม่อยากเห็นน้ำตานายเลย มันทำให้ฉันใจเสียรู้ป่าว” ผมใช้นิ้วปาดน้ำตาบนแก้มเขา
“ก็เพราะฮยองนั่นแหละ” คนกล่าวโทษซุกหน้าเข้าที่อกผม
เพราะผม ผมไปทำอะไรให้เขาตอนไหนเนี่ย
แล้วอะไรบางอย่างก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในความคิด...
น้องมันหวงผมอ่ะ !
“ผมกลัวอ่า.. ฮึก .. กลัวว่าฮยองจะไม่มีเวลาให้ผม ใครจะสอนภาษาอังกฤษผม ใครจะสอนเปียโนผม ไหนจะภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น แล้วฮยองก็จะต้องกลับบ้านดึกๆดื่นๆ ผมก็ต้องนอนคนเดียวสิ ต่อไปฮยองก็คงนั่งคุยโทรศัพท์ทั้งคืน ฮยองจะคุยกับผมบ้างมั้ย มีเสื้อคู่แหวนคู่ แล้วฮยองยังจะใส่เสื้อของผมอยู่มั้ย ฮยองยังจะให้ผมใส่หมวกฮยองอีกมั้ย ใครจะเลี้ยงไอติมผม ฮยองคงไม่เห็นความสำคัญของผมอีกแล้ว เวลาฮยองไปไหนฮยองคงไม่ซื้อของมาฝากผมอีกแล้ว ฮยองคงไม่นึกถึงผม...”
ผมฟังเด็กขี้แงร่ายยาวพร้อมปล่อยโฮอย่างอัดอั้น
ผมก็เคยเห็นแต่น้องสาวหวงพี่ชาย นี่ผมอุตส่าห์โล่งใจที่น้องสาวแท้ๆของผมไม่ว่าอะไรแถมยังสนับสนุน แล้วไอ้เด็กคนนี้ทำไมมันขี้น้อยใจอย่างงี้อ่ะ
“ใครบอกกันว่าฉันจะไม่นึกถึงนายห๊ะ” ผมกระชับกอดให้แน่นขึ้น จะได้หยุดสะอื้นสักที
“ฉันแค่แต่งงานหลอกๆเอง มันเป็นงานนะ ฉันก็ยังอยู่กับนาย ไม่ได้ทิ้งนายไปไหนสักหน่อย”
อูยองยังก้มหน้างุดๆ สะอึกสะอื้นอยู่ที่อกผม
“ตอนนี้ไม่ทิ้ง... ฮึก เดี๋ยวต่อไปก็ทิ้ง”
ดูเขาทำ ตัดพ้อเข้า มากอดมาง้อขนาดนี้ยังจะคิดว่าผมจะทิ้งอีก
เอ๊ะ หรือน้องไม่หวง แต่น้อง...
“อย่าหึงสิครับ จางอูยอง”
”ใครหึงกันห๊ะ” ในที่สุดคนตาอูมก็ช้อนตาขึ้นมามองผม
“ไม่รู้สิ จางอูยอง” ผมก้มไปเอาหน้าผากชนกับหน้าผากอูยอง พลางหยิกแก้มยุ้ยเล่น “เลิกร้องแล้วใช่มั้ยครับ”
ผมยิ้มให้เขา เขาย่นจมูกใส่ผม แปลว่าไม่ร้องแล้วใช่มั้ยครับอย่างนี้ ผมกอดเขาแน่น แล้วแกล้งหลับไม่สนใจที่เขาพยายามจะผลักผมออก อยากทำให้ผมเหนื่อยปลอบอยู่ตั้งนาน ขอนอนกอดหน่อยแล้วกันครับ ตัวนิ่มๆอุ่นๆน่ากอดจะตาย ปกติก็แอบกอดอยู่ทุกคืนล่ะครับ น้องติดผม ผมก็ติดน้องเหมือนกันนั่นแหละ
“คุณฮยอง”
“อื้อ อะไรอีกแก้มป่อง” ผมงึมงำตอบไป
“สอนผมเล่นเพลงนั้น หน่อยดิ่”
“อืม ไว้พรุ่งนี้นะ”
“ตอนนี้ได้ปะ”
“ฉันจะนอนแล้ว”
เงียบ....
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากแก้มป่องที่ท่านเรียก กรุณาง้อใหม่อีกครั้ง
ไม่นอนมันแล้วครับ น้องเล่นเบะปากใส่ผมอีกแล้ว
“โอ๋ๆๆ สอนแล้วครับ”
แล้วคอร์สสอนเปียโนก็ถูกเปิดขึ้นตอนตีสี่ พรุ่งนี้ไม่มีงานก็จริงครับ แต่วันนี้ผมก็ทำงานมาทั้งวันนะ ก็ง่วงบ้างอะไรบ้าง แล้วอังอังไปกินอะไรมาครับ ไม่คิดจะหลับจะนอน ร้องไห้มาทั้งคืนไม่เหนื่อยบ้างหรอ ผมนั่งจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ตอนที่ได้ยินเสียงน้องเอาหัวโขกคีย์บอร์ด
โห เอะอะแบตหมดขึ้นมาดื้อๆ
“อัง อัง”
ผมจิ้มแก้มยุ้ยไปสองที ไม่ขยับแล้วครับ ผมเลยจำใจอุ้มเขาไปวางบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะถอดเสื้อตัวเองออก... ไม่ได้จะลักหลับน้องครับ ก็เสื้อมันเปียกน้ำมูกน้ำตาน้องหมดแล้วนี่นา ผมเปลี่ยนเสื้อ ดูสิไม่เข้าชุดกันเลย เสื้อแดงกางเกงเหลือง ใส่งี้กลับไทยคงไม่ได้เข้าประเทศ เสื้อนิชคุณกางเกงจางอูยอง อืมม.. แต่ความจริงก็เข้ากันดีเนอะ อูยองพลิกตัวมากอดผมทันทีที่ผมเอนตัวลงบนที่นอน เด็กอะไรขนาดหลับไปแล้วยังจะอ้อนได้อีก น่ารักอย่างนี้จะทิ้งลงได้ไงกัน
“ฮยองจะไปไหนอ่ะ” อังอังอูยองเด้งออกจากที่นอน เมื่อเห็นผมออกมาจากห้องน้ำ
“ไปเอ็มบีซี”
“อ่อ ไปถ่ายรายการนั้นใช้มั้ยครับ” คนพูดก้มหน้าก้มตาพูดเสียงแผ่ว “ไปแต่เช้าเลยนะครับ”
พูดจบเขาก็ล้มตัวลงนอนหันหลังให้ผมพร้อมหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมโปง
น้องงอนอีกแล้วอะครับ T^T
ผมนั่งลงบนเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ไม่ไปก็ได้ครับ จางอูยอง ผมกลัวแล้วครับ
“PD. หรอครับ ผมนิชคุณนะครับ” ผมกรอกเสียงลงไปในมือถือทัชโฟนที่ได้มาฟรีจากสปอนเซอร์
“ผมขอเปลี่ยนคู่แต่งงานได้มั้ยครับ”
“ผมจะแต่งกับจางอูยอง” ตามคาด คนปลายสายบ่นด่าผมยาวเหยียดฟังแทบไม่เป็นภาษาคน แต่ผมไม่ได้ฟังหรอกครับ เพราะตอนนี้ผมสนใจแต่คนแก้มป่องที่ยิ้มกว้างจนแก้มที่ป่องอยู่แล้วแทบปริ แก้มยุ้ยเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อน่าหมั่นเขี้ยว ผมปล่อยโทรศัพท์หล่นลงจากมือ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าใกล้คนขี้งอนที่กำลังเขินอาย อย่าว่าแต่เขาเลยผมเองก็รู้สึกว่าใบหน้าตัวเองร้อนผ่าว หูผมคงเป็นสีแดงไม่ต่างจากแก้มยุ้ยของอูยองหรอกครับ ผมรู้สึกว่าหัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่วินาทีนี้ถึงตายก็ยอม มันใกล้จนในสายตาผมมีแต่เขา ใกล้จนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน
“คุณฮยอง” นิ้วมือเรียวเลื่อนมาแตะริมฝีปากผม ก่อนที่มันจะได้สัมผัสกับริมฝีปากสีชมพูเรื่อของเจ้าตัว
“ขอแปรงฟันก่อน ห้านาที”
“สองนาทีขาดตัว”
ผมมองคนตัวเล็กรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เวลาทุกวินาทีมีค่าใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้เสียเปล่า ผมเดินไปรอหน้าประตูห้องน้ำ พ่อครับแม่ครับสะใภ้จีนไม่ได้ ผมขอเปลี่ยนเป็นสะใภ้ปูซานแทนได้มั้ยครับ?
เพลงที่อังอังร้องชื่อเพลง can i love you อังอังได้ร้องไว้อย่างเพราะพริ้งศิริรวมหนึ่งท่อนถ้วนความยาวเจ็ดวินาที เริ่มในนาทีที่3.33
รับฟังได้ที่คลิปข้างล่างค่ะ
ส่วนstill with you ที่พี่คุณร้องก็อยู่ท้ายคลิปนั่นแล...

น่ารักอ่ะ น่ารักมากทั้งน้องคุณและด้ง ชอบบบ
กลมๆ นิ่มๆ อุ่นๆ น่ากอดเนอะ พี่ก็อยากกอด
สำหรับแม่ยกคุณด้งอย่างเราขอขอบคุณwriterจากใจ
*โค้ง*
เขียนอีกนะคะเขียนอีก จะรออ่าน<3
#1 By ciff (61.90.115.213) on 2010-06-14 23:07